ทะลุมิติในยุค 70 มาเป็นภรรยาของหนุ่มบ้านนอกสุดเถื่อน(?)

    บทที่ 40 เข้าป่าล่าหมูป่า

    บทที่ 40 เข้าป่าล่าหมูป่า


    กู้เหวินเยี่ยน?


    เมื่อได้ยินชื่อนี้ เสิ่นเสี่ยวเยว่แทบจะนึกไม่ออกแล้วว่าเขาเป็นใคร เธอนิ่งงันไปสองสามวินาทีก่อนจะนึกได้ว่ากู้เหวินเยี่ยนคือรักแรกของเจ้าของร่างเดิม


    เมื่อพูดถึงเขา ก็ราวกับมีสวิตช์บางอย่างเปิดขึ้น ความทรงจำอันแสนงดงามพลันหลั่งไหลเข้ามาอย่างกับพายุที่โหมกระหน่ำ


    แต่เธอรู้ดีว่า ความทรงจำเหล่านั้นล้วนเป็นของเจ้าของร่างเดิม


    ไม่ใช่ของเธอ!


    ในความทรงจำของเธอเอง มีแต่เรื่องราวการใช้ชีวิตกับสวี่หนิงอันเท่านั้น


    เสิ่นเสี่ยวเยว่เม้มริมฝีปาก พูดกับหลินชุ่ยว่า "เขาเป็นเพียงอดีต คนเราต้องใช้ชีวิตในปัจจุบันให้ดี ใช่ไหมล่ะ?"


    เมื่อสถานการณ์ดีขึ้น และเธอมีความสามารถมากพอ เธอก็จะหาทางช่วยเหลือกู้เหวินเยี่ยนอย่างแน่นอน


    ถือว่าทำตามความปรารถนาของร่างเดิมแล้วกัน


    หลินชุ่ยถอนหายใจอย่างเสียดาย พูดอย่างเศร้าใจว่า "ฟังที่เธอพูดแล้ว จู่ ๆ ก็รู้สึกว่าเวลาผ่านไปเร็วจริง ๆ วันเวลาที่เรียนหนังสือยังคงชัดเจนในความทรงจำ แต่แล้วพริบตาเดียว คนที่จากไปก็จากไป คนที่แยกย้ายก็แยกย้าย"


    เสิ่นเสี่ยวเยว่พูดต่อว่า "ทุกคนล้วนต้องมองไปข้างหน้าสินะ…ฉันต้องกลับแล้วล่ะ"


    หลินชุ่ยยังมีคาบสอนในช่วงบ่าย แม้จะเป็นแค่โรงเรียนประถม แต่ก็ไม่ได้สบายนัก ปกติช่วงเที่ยงเธอมักจะงีบสักพัก


    หญิงสาวยกยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วแกล้งหยอก


    "รีบกลับไปหาสามีสินะ ทำไมต้องรีบขนาดนั้นด้วย?"


    สำหรับสามีของเสิ่นเสี่ยวเยว่ เธอซึ่งเป็นคนในเมืองโดยกำเนิดยังรู้สึกดูถูกอยู่บ้าง ถึงขั้นที่คิดว่า งานมงคลครั้งนี้ต่ำต้อยเกินไป


    ถ้าไม่ใช่เพราะเรื่องร้าย ๆ ที่เกิดขึ้น เสิ่นเสี่ยวเยว่ก็คงไม่ต้องแต่งงานกับไอ้บ้านนอกคนนั้น


    ตอนนี้เธอสนิทกับเสิ่นเสี่ยวเยว่ดี แต่กับสามีของเพื่อนเธอนั้น ก็ยังรู้สึกดีด้วยไม่ได้จริง ๆ


    เธอพูดแบบนี้เพียงเพื่อจะแกล้งแหย่เสิ่นเสี่ยวเยว่ แต่ใครจะรู้ว่าเสิ่นเสี่ยวเยว่กลับไม่มีทีท่าแปลกใจ ตอบกลับมาอย่างใจเย็นว่า "ใช่สิ ฉันร้อนใจอยากรีบกลับไปหาเขามากเลย"


    "เธอก็รีบ ๆ หาสามีบ้างสิ ลองดู ๆ "


    โอ้โห สวนกลับเธอซะงั้น


    หลินชุ่ยแทบจะอยากเตะเสิ่นเสี่ยวเยว่ให้ออกจากห้องของเธอในทันที "ไม่เอาหรอก ดูเธอสิ ถ้ารีบร้อนขนาดนั้น ก็รีบ ๆ กลับไปเลย"


    หญิงสาวได้ยินดังนั้นจึงขึ้นจักรยาน ฮัมเพลงอย่างมีความสุขแล้วจากไป


    การแกล้งหลินชุ่ยนี่เหมือนแหย่แมวให้ขนฟูเลย สนุกจริง ๆ


    เธอไม่ได้กลับบ้านตระกูลสวี่ในทันที แต่แวะไปที่บ้านสกุลเสิ่นเพื่อเยี่ยมซูเหมยก่อน


    เมื่อมอบผ้าที่ซื้อมาให้ซูเหมย หญิงแกร่งคนนี้ก็ซาบซึ้งจนน้ำตาคลอ


    "เยว่เยว่โตขึ้นแล้ว แม่ดีใจจริง ๆ "


    หลังจากออกจากบ้านแม่มา ประโยคนั้นยังคงติดอยู่ในความคิดของเสิ่นเสี่ยวหยวน


    ซูเหมย สวี่หนิงอัน สวี่หนิงจิ้ง...


    บางทีการที่เธอมาที่โลกแห่งนี้ ก็เพื่อให้พวกเขาได้มีความสุข


    เมื่อกลับมาถึงบ้านแสงตะวันก็กำลังจะลับขอบฟ้า หญิงสาวได้กลิ่นโจ๊กหอมฟุ้ง และเห็นพ่อสวี่กำลังช่วยซุนหลานตากผ้าห่มที่เพิ่งซักเสร็จอยู่หน้าประตู


    "พ่อ แม่ หนูกลับมาแล้วค่ะ"


    ซุนหลานยิ้มพลางพูดว่า "วันนี้เสี่ยวเยว่กลับมาเร็วนะ แต่หนิงอันเลิกงานแล้วก็เข้าไปในเขา ตอนนี้ยังไม่กลับมาเลย"


    เสิ่นเสี่ยวเยว่รู้สึกประหลาดใจ "ทำไมวันนี้ถึงเข้าไปในภูเขาล่ะคะ?"


    อย่าบอกนะว่าไปล่าสัตว์?


    แต่ช่วงนี้ที่บ้านก็ไม่ได้ขาดแคลนเนื้อสัตว์นี่นา


    พ่อสวี่ประคองเอวที่ปวดเมื่อย พูดเสียงห้วน ๆ ว่า "ได้ยินมาว่าช่วงนี้บนภูเขามีหมูป่า มีคนเจอแล้วได้รับบาดเจ็บ เขาก็เลยพาพวกหนุ่ม ๆ เข้าไปจับหมูป่าในภูเขา"


    พูดจบก็รู้สึกภูมิใจ ลูกชายของเขาช่างเป็นคนดีจริง ๆ


    "อะไรนะคะ อันตรายขนาดนั้นเชียว!"


    เสิ่นเสี่ยวเยว่พอได้ยินเช่นนั้นก็ใจหายวาบ เมื่อเอ่ยปากอีกครั้งเสียงก็สั่นเครือเล็กน้อย


    "เขาไปกันกี่คนกันคะ?"


    คุณพ่อสวี่เห็นเสิ่นเสี่ยวเยว่ที่ทำท่าเป็นห่วง จึงยิ้มปลอบใจ


    "มีกันตั้งเจ็ดแปดคนนะ เสี่ยวเยว่ไม่ต้องกลัวหรอก หนิงอันแข็งแรงมาตั้งแต่เด็ก วางใจได้เลย"


    ซุนหลานเองก็เสริมว่า "ใช่แล้ว หนิงอันก็เคยพาคนไปล่าสัตว์มาก่อน ไม่มีอะไรต้องกังวลหรอก"


    "คืนนี้อาจจะได้กินเนื้อหมูป่าก็ได้นะคะ"


    สีหน้าของสวี่หนิงจิ้งเต็มไปด้วยความคาดหวังอันสวยงาม พูดพลางยิ้มตาหยี


    แต่หญิงสาวยังคงไม่สบายใจ ความทรงจำเกี่ยวกับหมูป่าของเธอยังคงติดภาพตอนยังอยู่ในชีวิตก่อน รูปร่างประหลาดยังพอทน ไหนจะเนื้อหนังที่หนาและแข็งอีก


    หนิงอันแข็งแรงมากงั้นเหรอ?


    แข็งแรงขนาดไหนกัน ปกติไม่เคยเห็นเขาออกแรงมากเป็นพิเศษเลยสักครั้ง


    หมูป่าไม่ใช่สัตว์ที่จะจับได้ง่าย ๆ พวกมันไม่เพียงแต่จะโจมตีคนเท่านั้น แต่ยังสร้างความเสียหายให้กับพืชผลทางการเกษตรได้อีกด้วย


    ชาวบ้านมักพูดกันว่า 'หมูป่าแรงกว่าหมี เสือแรงกว่าหมูป่า' จากการจัดอันดับเช่นนี้ก็พอจะเห็นได้ว่าหมูป่านั้นดุร้ายมากจริง ๆ


    แม้ว่าเสิ่นเสี่ยวเยว่จะสามารถต่อสู้กับหลาย ๆ คนได้ในคราเดียว แต่คนกับหมูป่าไม่เหมือนกัน แม้แต่เธอเองก็ยังไม่มั่นใจเลยว่าจะเอาชนะได้ หากเผชิญหน้ากับมันเข้าจริง ๆ 


    ยิ่งคิดก็ยิ่งกังวล เธอจึงวางของที่ซื้อมาวันนี้ลงบนโต๊ะแล้วรีบก้าวเท้าออกไป


    "พ่อ แม่ หนูไปดูหนิงอันหน่อยนะคะ"


    พ่อแม่สวี่มองหน้ากันแล้วส่ายหน้า พวกเขายกยิ้มอย่างจนปัญญา


    กระนั้นพวกเขาก็ดีใจที่เห็นความรักความห่วงใย ระหว่างลูกชายและลูกสะใภ้แน่นแฟ้นเช่นนี้


    เสิ่นเสี่ยวเยว่เดินไปเรื่อย ๆ ยิ่งก้าวเดินก็ยิ่งสับเท้าเร็วขึ้น ไม่นานก็ไม่ไหวต้องออกวิ่งเหยาะ ๆ


    แม้ว่าสวี่หนิงอันจะพาคนไปด้วยเจ็ดแปดคน แต่คนในหมู่บ้านส่วนใหญ่อาจจะเป็นพวกอ่อนแอระดับเดียวกับจางเว่ยเจี๋ย คงช่วยอะไรไม่ได้มากนัก


    ถ้าเกิดเหตุปะทะขึ้นมาจริง ๆ บางทีอาจจะทิ้งสวี่หนิงอันแล้ววิ่งหนีไปเลยก็ได้


    เสิ่นเสี่ยวเยว่วิ่งไปพลางก็ตบหัวตัวเองไปพลาง


    รีบร้อนเกินไปจนลืมนึกถึงจักรยาน ตอนนี้ต้องวิ่งไป ทั้งช้าทั้งเหนื่อย


    ในขณะเดียวกัน สวี่หนิงอันก็กำลังหอบหายใจอย่างหนัก ตอนที่พวกเขาเข้าไปในภูเขาก็ไม่ได้ไปมือเปล่า พวกหนุ่ม ๆ ต่างนำจอบและเคียวที่ใช้ทำงานติดตัวมาด้วย


    เดิมตั้งใจจะขุดกับดักก่อน แต่ไม่คิดว่าหมูป่าจะมาเร็วขนาดนี้ พวกเขายังไม่ทันได้วางกับดักให้เรียบร้อยด้วยซ้ำ


    ที่ไม่คาดคิดอีกอย่างก็คือ หมูป่าตัวนี้ใหญ่มาก คาดว่าน่าจะหนักถึงห้าหกร้อยจิน เขี้ยวสองข้างทั้งยาวและใหญ่ ดูน่ากลัวมาก


    ทุกคนเจอหมูป่าตัวใหญ่ขนาดนี้โดยไม่ทันตั้งตัว บางคนขี้ขลาดก็ร้องเสียงดังแล้ววิ่งหนีไป ส่วนคนที่กล้าหน่อยก็โยนอาวุธในมือใส่หมูป่าก่อนแล้วค่อยหนี สุดท้ายก็เหลือแค่สามคนเท่านั้น คือสวี่หนิงอัน หลี่จิ้น และจางเว่ยเจี๋ย


    ในสามคน สวี่หนิงอันที่ถือไม้กระบองอยู่ดูเหมือนจะกลายเป็นหัวหน้าของพวกเขาโดยปริยาย


    "พี่อัน จะทำยังไงดีครับ?" เสียงของหลี่จิ้นสั่นเครือจนแทบฟังไม่รู้เรื่อง


    จางเว่ยเจี๋ยกัดฟันไม่พูดอะไร แต่มือกำเคียวแน่น


    เขาที่ยังอยู่ที่นี่ไม่ใช่แค่เพราะความสัมพันธ์ในอดีต แต่ยังมีส่วนหนึ่งในใจที่หวาดกลัวเสิ่นเสี่ยวเยว่ด้วย


    ถ้าหากสวี่หนิงอันเกิดเรื่องอะไรขึ้นมา แล้วเสิ่นเสี่ยวเยว่อารมณ์ไม่ดีมาระบายกับเขาจะทำยังไง?


    พูดได้ว่าตอนนี้เสิ่นเสี่ยวเยว่กลายเป็นคนที่น่ากลัวที่สุดในสายตาเขาไปแล้ว


    "ฉันจะพยายามควบคุมมันไว้ พวกนายสองคนอ้อมไปทางด้านข้างแล้วล้อมมัน พวกเราต้องฉลาดหน่อย ฟันคอมันให้ขาด" เสียงของสวี่หนิงอันเยียบเย็นมาก แต่ยังคงหนักแน่นและทรงพลัง ทำให้อีกสองคนรู้สึกวางใจขึ้นมาบ้าง


    พวกเขารับคำพร้อมกัน "ได้ครับ!"


    ยังไม่ทันขาดคำ สวี่หนิงอันก็พุ่งเข้าไปคนแรก หมูป่าก็ไม่ยอมแพ้ พุ่งตรงมาชนเขา


    ชายหนุ่มรีบหลบไปด้านหลังหมูป่า ฉวยจังหวะตอนที่มันกำลังหันตัว ยกท่อนไม้ขึ้นฟาดลงไปที่หัวของหมูป่าสุดแรง


    เสียงฟาดดังสนั่น ท่อนไม้หักเป็นสองท่อน หมูป่าถูกตีจนเซไปมาหลายที มึนงงไปชั่วขณะ


    สวี่หนิงอันโยนท่อนไม้ที่หักครึ่งทิ้งไป แล้วกระโดดขึ้นขี่หลังหมูป่า ในจังหวะเดียวกันนั้นเอง มือซ้ายเขาจับหนังที่หัวหมูป่าไว้ มือขวาก็ต่อยลงไปซ้ำ ๆ ที่หัวมันอย่างรุนแรง จนหมูป่าเลือดไหลออกมาตามช่องทวารบนหัวหลายจุด ก่อนจะค่อย ๆ ล้มลงกับพื้น


    แม้ว่าหมูป่าจะมีหนังหนาและเนื้อแน่น แต่กลับถูกหมัดของสวี่หนิงอันซัดจนไม่มีแรงดิ้นรน


    หลี่จิ้นรีบเข้ามาช่วยกดตัวหมูป่าไว้ จางเว่ยเจี๋ยฉวยโอกาสใช้เคียวเชือดคอหมูป่า ทั้งสามคนกดร่างมันไว้แน่น จนแน่ใจว่าเจ้าสัตว์ป่าตัวนี้หมดลมหายใจแล้ว จึงทรุดตัวลงนั่งกับพื้น


    "ขอบคุณพวกนายมาก"


    สวี่หนิงอันไม่ลืมที่จะกล่าวขอบคุณ อีกสองคนรู้สึกเขินเล็กน้อย เพราะการที่สามารถฆ่าหมูป่าได้สำเร็จนั้น ส่วนใหญ่ล้วนเป็นความสามารถของสวี่หนิงอัน


    จางเว่ยเจี๋ยพูดจากใจจริงว่า "พวกเราต่างหากที่ต้องขอบคุณพี่"


    สวี่หนิงอันเก่งกว่าเขา นี่เป็นเรื่องจริง


    เขารู้เรื่องนี้มาตลอด


    "ฉันกับซู่ซู่วางแผนจะแต่งงานกันในอีกไม่กี่วัน ตอนนั้นพวกพี่สองสามีภรรยาก็มาร่วมงานด้วยนะ"


    "ถ้าเยว่เยว่ตกลง ฉันก็ไม่มีปัญหาอะไรแน่นอน"


    "ฮ่า ๆ พี่นี่เป็นสามีที่ตามใจภรรยาจริง ๆ "


    "อืม"


    ความไม่สบายใจที่เคยคั่งค้างระหว่างทั้งสองค่อย ๆ จางหายไป


    หลี่จิ้นก้มหน้าแล้วยิ้มอย่างพึงพอใจ ตอนนี้ทุกอย่างดีขึ้นแล้ว เพื่อนสนิททั้งสองของเขาในที่สุดก็ละทิ้งความขัดแย้งในอดีต เขาก็ไม่ต้องคอยเกลี้ยกล่อมทั้งสองฝ่ายอีกต่อไป


    ตอนที่เสิ่นเสี่ยวเยว่วิ่งมาถึงเชิงเขา พวกเขาทั้งสามคนก็กำลังแบกหัวหมูป่าขนาดใหญ่ลงมาจากภูเขาอย่างองอาจ


    "สวี่หนิงอัน!"

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติในยุค 70 มาเป็นภรรยาของหนุ่มบ้านนอกสุดเถื่อน(?) ที่คุณอ่าน

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359