ตอนที่25 อันธพาลไร้ค่า
ซ่งเย่ถอยออกจากห้องวีไอพี5 อย่างเงียบๆ
จากนั้นหามุมสงบแล้วเข้าโปรแกรมในโทรศัพท์เพื่อระงับการทำงานของกล้องวงจรปิดในบริเวณทางเดินและห้องคุณตาโดยตั้งเวลา
ระงับไว้1 ชั่วโมง
คราวนี้ซ่งเย่เดินเข้าห้องวีไอพี5 อย่างสบายใจ
“หวังว่าวันนี้คุณตาจะอาการดีขึ้นมากกว่าเดิม”
เธอเดินไปจับชีพจรที่ข้อมือของคุณตาพลางพยักหน้าอย่างพอใจกับผลการฝังเข็มครั้งแรก
เวลานี้อาการของคุณตาดีขึ้นโดยลิ่มเืถูกสลายออกไปมากกว่า30%
เธอหยิบเข็มออกมาจากกระเป๋าเป้และเปิดเสื้อคุณตาออกเพื่อฝังเข็มรักษา
“พรึ่บ พรึ่บพรึ่บ พรึ่บ พรึ่บ พรึ่บ พรึ่บ พรึ่บ พรึ่บ พรึ่บ พรึ่บ พรึ่บ”
เข็มทั้ง 12เล่มถูกปักเข้าตรงตำแหน่งเหมือนกับเมื่อวานอย่างรวดเร็วแม่นยำ
ซ่งเย่จับเข็มบางเล่มหมุนเล็กน้อยพร้อมกับปล่อยพลังซาเซินเข้าไปเพื่อกระตุ้นจุดชีพจรให้สลายลิ่มเื
สามสิบนาทีต่อมา
ซ่งเย่เหลือบมองสีหน้าของคุณตาที่เปลี่ยนเป็สีชมพูมากกว่าเดิม
เธอมีแววตาทอประกายด้วยความพึงพอใจและหยิบเข็มออกจากร่างกายของคุณตาทันที
พร้อมกับใช้แอลกอฮอล์เช็ดทำความสะอาดฆ่าเชื้อก่อนเก็บเข็มเข้าในกล่อง
“ดีขึ้นจริงๆ”ซ่งเย่ตรวจสอบชีพจรของคุณตาอีกครั้งและพยักหน้าอย่างพอใจ
“พรุ่งนี้คงจะมีการเฝ้าระวังมากกว่าเดิมแน่ๆตอนนี้อาการคุณตาคงที่แล้ว วันจันทร์ค่อยมาดีกว่า”
ซ่งเย่ขมวดคิ้วครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วพยักหน้าตัดสินใจกับตัวเอง
จากนั้นเธอเดินกลับออกไปอีกด้านหนึ่ง
..........
ในห้องเฝ้าระวังและควบคุมความปลอดภัยของโรงพยาบาลประชาชนเมืองกรีน
“ภาพมันนิ่งนานเกินไปไหม?”
เ้าหน้าที่เทคนิคขมวดคิ้วแน่นเมื่อพบว่าภาพจากกล้องวงจรปิดบางส่วนนิ่งค้างไปนานกว่า30 นาที
เมื่อเขาขยับนิ้วพิมพ์คำสั่งตรวจสอบบนแป้นพิมพ์“ต๊อกแต๊ก ๆๆๆ”
ครู่หนึ่งภาพจากกล้องวงจรปิดกระพริบๆก่อนจะปรากฏภาพปัจจุบัน
แต่ทว่ามีแค่คนป่วยญาติคนป่วยและบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลประชาชนเมืองกรีนที่เดินไปมา
“สงสัยระบบจะขัดข้อง”เ้าหน้าที่เทคนิคถอนหายใจอย่างโล่งอกที่ไม่มีเหตุการณ์ผิดปกติใดๆ
เขาพลันนึกถึงคำสั่งของคณบดีแพทย์แผนจีนเฟิงหยวนและคณบดีแพทย์แผนตะวันตก หลี่กงไหว
ที่ให้ตรวจสอบและเฝ้าระวังห้องวีไอพี5 ว่ามีใครเข้าออกบ้าง
“ต๊อกแต๊ก ๆๆๆ”เ้าหน้าที่เทคนิคพิมพ์คำสั่งเพื่อย้อนดูภาพของกล้องวงจรปิดในห้องวีไอพี 5
“แอ๊ด”มีเสียงเปิดประตูเข้าไปในห้องวีไอพี 5 ครู่หนึ่งและเสียงปิดประตูอย่างแ่เบา
“ไม่เห็นมีใครเข้ามาเลยเมื่อกี้คงเป็ญาติใครสักคนที่เข้าผิดห้อง”เ้าหน้าที่เทคนิคผ่อนลมหายใจอย่างสบายใจ
..........
ขณะซ่งเย่นั่งรถยนต์กลับวิลล่าซิงฝู
เธอแปลกใจที่พบว่า่นี้มีนักฆ่าจากองค์กรKAเข้ามาหลายคน
“กลับไปคงต้องตรวจสอบดูว่าเกิดอะไรขึ้น?”
เมื่อรถจอดที่ลานกว้างหน้าวิลล่าซิงฝูซ่งเย่ก้าวเดินลงจากรถแล้วตรงกลับห้องนอนทันที
เส้าม่านเอ๋อที่กำลังจะเดินออกมาจากห้องครัวเพื่อทักทายลูกสาวตนเอง
เธอเดินออกมาทันเห็นแค่แผ่นหลังของซ่งเย่ที่เดินขึ้นชั้นบนอย่างรวดเร็ว
“เย่เอ๋อร์จะรีบไปทำอะไร?”เส้าม่านเอ๋อบ่นพึมพำกับตัวเองอย่างแปลกใจ
ด้านซ่งเย่เธอเข้ามาในห้องนอนและเปิดคอมพิวเตอร์แล็ปท็อป
เธอขยับนิ้วพิมพ์คำสั่งแฮ็คบนแป้นพิมพ์อย่างรวดเร็วราวสายน้ำไหล“ต๊อกแต๊ก ๆๆๆ”
ครู่หนึ่งมีข้อมูลบางส่วนจากกองทัพที่สะดุดตาซ่งเย่
“ฮึฮึ พวกองค์กรKAตามสังหารใครบางคนงั้นหรือ?”ซ่งเย่แววตาวาวทอประกายโเี้
เธอพบว่าข้อมูลเป้าหมายของนักฆ่าจากองค์กรKAมีตายายของตนเองและถังซิ่ว จิตรกรชื่อดังของประเทศ
“หือมีอาจารย์ถังด้วยหรือ?” ซ่งเย่ขมวดคิ้วแน่นมากกว่าเดิมเมื่อพบว่ามีรายชื่ออาจารย์ถังซิ่ว
ซึ่งเป็อาจารย์ที่เคยสอนวาดภาพให้กับซ่งเย่เมื่อคราวก่อนที่เธออยู่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า
“ดูเหมือนว่าวันเสาร์ที่จะไปชมนิทรรศการจะมีเื่สนุกๆ”แววตาซ่งเย่ทอประกายตื่นเต้นบันเทิงใจ
ทางด้านหลิวเย่ที่ตั้งใจเปิดช่องโหว่เพื่อรอคอยการเข้ามาเยี่ยมเยียนของแฮ็คเกอร์นิรนาม
เขานั่งอยู่หลังร้านตามใจโดยกำลังพิมพ์คำสั่งบางอย่างเพื่อแกะรอยของแฮ็คเกอร์นิรนามอย่างตื่นเต้น
“ต๊อกแต๊ก ๆๆๆ”ความเร็วการขยับมือของหลิวเย่เกินกว่าที่สายตามนุษย์จะมองตามได้ทัน
ด้านหน้าร้านหลี่ซูเต๋อมีแววตาตื่นเต้นยินดีไม่แพ้หลิวเย่
เนื่องจากเขารอคอยที่จะได้พบกับแฮ็คเกอร์นิรนามมานานแล้ว
“มาแล้วหรือครับท่านผู้กล้า?”เขาพิมพ์คำสั่งแกะรอยแฮ็คเกอร์นิรนามเช่นกัน
“ต๊อกแต๊ก”หลิวเย่หยุดพิมพ์คำสั่งเมื่อพบข้อมูลบางอย่างบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ตนเอง
“หายไปอีกแล้วเร็วจริงๆ” หลิวเย่ส่ายหัวยิ้มเบาๆเมื่อพบว่าตนเองเข้าใกล้แฮ็คเกอร์นิรนามมากเข้าไปทุกที
“เอ๊ะ! ทำไมหายไปแล้ว?”หลี่ซูเต๋อขยี้หัวตัวเองด้วยความโมโหที่ตามแกะรอยแฮ็คเกอร์นิรนามไม่ทัน
แสดงว่าทักษะของแฮ็คเกอร์นิรนามสูงกว่าตนเองไปมาก
แต่เ้านายตนเองจะตามแฮ็คเกอร์นิรนามทันหรือไม่?
“ฮิฮิ”หลี่ซูเต๋อยิ้มเ้าเล่ห์อย่างรื่นเริงใจ
……….
ซ่งเย่ลงมาทานอาหารเย็นพร้อมกับครอบครัวเมื่อได้ยินเสียงเรียกเธอจากแม่
บรรยากาศของครอบครัวเต็มไปด้วยความอบอุ่น
“เสี่ยวเย่บอกว่าสัปดาห์หน้ากองทัพจะแจ้งผลการขออนุมัติจัดตั้งโรงงานและการยื่นจดลิขสิทธิ์ปุ๋ยของเราครับ”
ซ่งซ่านจิงบอกกับครอบครัวตนเองและซ่งเย่
“ลูกแม่เก่งจริงๆที่สามารถคิดค้นปุ๋ยแห่งอนาคตได้จ้ะ”เส้าม่านเอ๋อเอ่ยชมลูกสาวตนเองด้วยความภาคภูมิใจ
เธอไม่เคยคิดเลยว่า์จะเมตตากับตนเองและครอบครัวมากเช่นนี้!
ไม่ว่าจะเป็การที่ได้พบหน้าลูกสาวที่หายสาบสูญไปนานกว่า17 ปี
หรือลูกสาวที่มีทักษะและพร์อันโดดเด่น
ทำให้เธอมีความสุขและภาคภูมิใจเป็อย่างยิ่ง
“เย่เอ๋อร์ทำดีมาก”ม่อฮวาเอ่ยชมหลานสาวตนเองเช่นกันด้วยความรู้สึกปลื้มปิติที่หลานสาวของเธอมีทักษะหลากหลายและเหนือกว่า
ตนเองและสามีไปมาก
“ขอบคุณค่ะ”ซ่งเย่สบตากับทุกคนและตอบรับคำชมอย่างเต็มใจ
จากนั้นทุกคนแยกย้ายกันไปนอนหลับพักผ่อน
รุ่งเช้าซ่งเย่ตื่นเวลา04.00 น.เช่นเดิม
แต่ทว่าเธอไม่พบหลิวเย่ที่มักจะมาดักรอหน้าวิลล่า
“คงจะมีงานยุ่ง”ซ่งเย่ขมวดคิ้วเล็กน้อยอย่างแปลกใจแต่ไม่ได้ให้ความสนใจอะไรมากนัก
เธอวิ่งออกกำลังกายรอบสวนสาธารณะเพื่ออบอุ่นและยืดเหยียดกล้ามเนื้อ
แล้วฝึกทักษะต่อสู้“ซาเซิน” ต่อ
แต่เช้านี้ซ่งเย่รู้สึกว่าการฝึกของเธอไม่สนุกสนานเหมือนเดิม
นั่นเป็เพราะว่าขาดคู่ฝึกซ้อมคนสำคัญไป
เมื่อซ่งเย่กลับมาถึงหน้าวิลล่าพลันพบกับหลิวเย่ที่เดินตรงมาหาเธอด้วยท่าทางอ่อนเพลียเล็กน้อย
“สาวน้อยผมขอทานอาหารเช้าด้วยได้ไหมครับ?”
หลิวเย่ตีหน้าเศร้าพลางลอบมองใบหน้าของสาวน้อยอย่างคาดหวัง
“ได้ค่ะ” ซ่งเย่พยักหน้าตอบรับโดยไม่ได้คิดอะไร
หลิวเย่มีสีหน้าสดชื่นขึ้นทันใด
เขาไม่ได้นอนทั้งคืนหลังจากที่ติดตามร่องรอยของแฮ็คเกอร์นิรนามแล้ว
และมีสายข่าวรายงานตรวจพบนักฆ่าจากองค์กรKAเข้ามาในเมืองกรีนจำนวน 3 คน
คราวนี้เป็นักฆ่าทักษะสูงกว่าเดิมและมีหนึ่งในนั้นเป็เอสเปอร์ที่หลิวเย่รู้จัก
หวังเสี่ยวหงเป็เอสเปอร์ด้านสะกดจิตที่มีอาวุธประจำตัวคือ ไหมพันิญญา
วัตถุประสงค์เพื่อตามสังหารเอสเปอร์ที่ทำงานให้กับกองทัพและเอสเปอร์ที่ไม่ยอมศิโรราบต่อองค์กรKA
ดังนั้นหน้าที่ของกองกำลังแผนกพิเศษที่หลิวเย่เป็กัปตันทีม
มีหน้าที่รับผิดชอบหลักคือการควบคุมเฝ้าระวังและจัดการเอสเปอร์ทั้งในและนอกประเทศ
ต่อต้านองค์กร KA ที่มีวัตถุประสงค์หลักในการกำจัดเอสเปอร์ที่ช่วยงานของกองทัพและประเทศเป็การเฉพาะ
เนื่องจากเอสเปอร์หรืุ์กลายพันธุ์เหล่านี้มีทั้งคนดีและคนชั่วปะปนกัน
“่นี้ดูแลตัวเองให้ดีนะสาวน้อยผมจะส่งคนมาคอยเฝ้าระวังความปลอดภัยที่วิลล่านี้ด้วยครับ”
หลิวเย่เอ่ยเตือนสาวน้อยตนเองด้วยความห่วงใย
“เข้าใจแล้วขอบคุณค่ะ” ซ่งเย่พยักหน้าตอบรับความห่วงใยของหลิวเย่
เธอคิดในใจอย่างสบายใจว่า“หากใครบังอาจรุกล้ำเข้ามาหรือรังแกคนในบ้าน จะเหลือแค่ร่างไร้ิญญาเท่านั้น”
..........
เช้านี้ซ่งเย่พบว่ามีการพูดคุยซุบซิบเื่น่าขายหน้าของซ่งจูหว่านและกู้เจ๋ออ้ายที่โรงอาหาร
หรูเพ่ยเพ่ยก้มหน้าไม่กล้าสบตาเพื่อนนักเรียนคนอื่น
ซ่งเย่ยกยิ้มุมปากเล็กน้อยเพราะเธอได้ยินคำกระซิบของเพื่อนนักเรียนอย่างชัดเจน
“นี่แค่ดอกเบี้ยเองนะซ่งจูหว่าน!”
ซ่งเย่ทำตัวเหมือนเดิมในห้องเรียนโดยการนั่งอ่านหนังสือแพทย์แผนจีนในสาขาสุดท้ายแล้ว
นั่นคือการดูแลแม่และเด็ก
เธอมีความคิดที่้าจะผลิตอุปกรณ์บางอย่างเพื่อช่วยเหลือผู้คนให้สามารถตรวจวินิจฉัยโรคและรักษาอาการป่วยเบื้องต้นด้วย
ตนเองได้
ขณะทานอาหารกลางวันด้วยกันกับซูฉีและเพื่อนชายอีก3 คน
เป่ยกวงพลันพูดขึ้นกับซ่งเย่ว่า“วันจันทร์เกาเฉินจะมาเรียนแล้วครับ”
“ดีแล้วค่ะ”ซ่งเย่พยักหน้าตอบรับเบาๆ
“ดีสิจ๊ะพวกเราจะได้ติวหนังสือเรียนไปด้วยกัน” ซูฉีพูดขึ้นอย่างตื่นเต้น
“ใช่ครับแต่มีอะไรสนุกมากกว่านั้น ซ่งเย่รู้ไหม?”เทาเอ้อพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเ้าเล่ห์
“อ๋อ รู้แล้ว เื่ขายหน้าของดอกไม้โรงเรียนน่ะหรือ?”ซูฉีพูดอย่างรู้เท่าทันเทาเอ้อ
“ก็ใช่น่ะสิครับ”เทาเอ้อพยักหน้าพร้อมรอยยิ้มกว้างและขบขันบางจังหวะ
“เื่อะไรหรือจ๊ะ?”ซ่งเย่ตีหน้ามึนทำตาใสแป๋วจ้องมองเพื่อนๆ
“ก็เื่เมื่อวานนั่นไงจ๊ะฟอรัมของโรงเรียนแทบะเิแน่ะ” ซูฉีกระซิบซ่งเย่เสียงแ่เบา
ซ่งเย่เงยหน้ากวาดสายตามองรอบโรงอาหารแต่ไม่พบกับเงาของซ่งจูหว่านและกู้เจ๋ออ้ายแต่อย่างใด
“ไม่ต้องมองแล้ววันนี้ทั้งคู่หายตัวไปก่อนพักทานอาหารจ้ะ”หวางอ้ายเฉลยให้ซ่งเย่ฟังเมื่อเห็นท่าทางของเธอ
“อ้อ งั้นหรือ?”ซ่งเย่ตอบกลับอย่างเข้าใจพลางคิดในใจว่า “ถ้าไม่อาย นี่สิจะแปลก”
จากนั้นทุกคนพูดล้อเลียนกับเหตุการณ์เมื่อวานอย่างสนุกสนาน
รวมถึงนักเรียนอีกหลายคนที่พูดคุยเกี่ยวกับเื่น่าอับอายของดอกไม้โรงเรียน
ทั้งเื่สภาพใบหน้าและเนื้อตัวของซ่งจูหว่านที่เหมือนลูกสุนัขตกน้ำเปื้อนโคลน
และเื่สอบแข่งขันคณิตศาสตร์ที่ได้คะแนนต่ำเกินคาดจนไม่สามารถเป็ตัวแทนระดับจังหวัดได้
ภาคบ่ายในวิชาอิสระที่วันนี้ทุกคนอยู่กันพร้อมหน้ายกเว้นเกาเฉินคนเดียว
ซ่งเย่และเพื่อนๆเล่นบาสเก็ตบอลด้วยกันเหมือนเดิม
ซูฉีพูดอวดอ้างกับเพื่อนชายอีกสามคนอย่างภูมิใจว่า
“วันจันทร์หน้าเป็ต้นไปไม่ได้เล่นบาสเก็ตบอลด้วยแล้วนะคะ”
“ทำไมล่ะครับ?”เป่ยกวงถามแทนทุกคน
“ห้องสามจะมีการติวพิเศษโดยซ่งเย่เพราะพวกเราเหลือเวลาอีกไม่นานก็จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว”
ซูฉีพูดพลางยกคางเชิดหน้าอย่างโอ้อวดเล็กน้อย
“เฮ้! ทำแบบนี้กับแค่ห้องสามได้ยังไงแล้วพวกเราล่ะครับ?” เทาเอ้อโวยวายอย่างไม่พอใจที่ซ่งเย่เลือกปฏิบัติ
“ไม่รู้ว่าพวกนาย้าเหมือนกันนี่คะ”
ซ่งเย่ตอบตามตรงเพราะเธอเห็นแต่พวกเขาสนใจแค่การเล่นบาสเก็ตบอลเท่านั้น
“ซ่งเย่สอนพวกเราบ้างสิครับ” หวางอ้ายเอ่ยขอร้องซ่งเย่ด้วยน้ำเสียงและท่าทางจริงจัง
“ตกลงค่ะ”ซ่งเย่ตอบรับอย่างไม่กังวลใจ
“แต่ต้องมานั่งเรียนที่ห้องสามนะคะ”ซูฉีกันท่าไม่ยอมให้ซ่งเย่แยกตัวไปอีกห้องเด็ดขาด
“ไม่มีปัญหาพวกเราจะยกโต๊ะและเก้าอี้ไปเองครับ” เทาเอ้อพูดประชดเล่นๆกับซูฉี
“โอเคมาตรงเวลาด้วยจ้ะ” ซูฉีทำหน้าที่ผู้จัดการส่วนตัวของซ่งเย่อย่างไม่บกพร่อง
จากนั้นทุกคนเล่นบาสเก็ตบอลด้วยกันจนถึงเวลาเลิกเรียน
ขณะที่ซ่งเย่และซูฉีกำลังเดินใกล้จะถึงประตูหน้าโรงเรียนแล้ว
ซูฉีพลันพูดเตือนซ่งเย่ว่า“พรุ่งนี้ตอนบ่ายเจอกันที่หอศิลป์เมืองกรีนนะจ๊ะซ่งเย่”
“โอเคจ้ะ”ซ่งเย่พยักหน้ารับอย่างผ่อนคลาย
เวลาเริ่มงานของนิทรรศการศิลปะของหอศิลป์เมืองกรีนคือ13.00 น.
โดยมีนายกเทศมนตรีเมืองกรีนเป็ประธานเปิดงาน
..........
บ่ายนี้ซ่งเย่ไม่ได้ไปรักษาคุณตาเธอที่โรงพยาบาล
ดังนั้นวันนี้เธอจึงกลับบ้านเร็วกว่าปกติ
ระหว่างทางที่ซ่งเย่นั่งรถกลับบ้านเธอสังเกตเห็นรถยนต์คนหนึ่งแล่นตามหลังมาในระยะห่างประมาณ100 เมตร
ซึ่งรถคันนั้นแล่นตามมาั้แ่หน้าโรงเรียน
ซ่งเย่ยกยิ้มมุมปากเล็กน้อยและบอกกับลุงโจวโดยตรงว่า
“ลุงโจวคะจอดแถวสนามเด็กเล่นด้านหน้าแล้วลุงกลับบ้านไปก่อนเลยค่ะ”
เธอตั้งใจที่จะจัดการกับผู้ติดตามที่ไม่หวังดีในสถานที่ไม่พลุกพล่านเกินไป
และไม่้าให้เกิดอันตรายกับคนอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง
“ครับคุณหนู”ลุงโจวตอบรับเมื่อเห็นท่าทางจริงจังของเธอ
เมื่อลุงโจวจอดรถยนต์แล้ว
ซ่งเย่ก้าวลงจากรถเดินตรงไปสนามเด็กเล่นที่เป็สนามเล่นบาสเก็ตบอลแต่เวลานี้ไม่มีคนเล่นกีฬาอยู่
เธอได้ยินเสียงคนเดินตามหลังมาไม่ต่ำกว่า4 คน
ซ่งเย่มีแววตาประกายด้วยความเบิกบานที่มีกระสอบคนมาส่งให้ถึงที่
“ขวับ”ซ่งเย่พลันหยุดเดินเมื่อมาถึงขอบสนามบาสเก็ตบอลและหันขวับกลับไปจ้องมองชายร่างกำยำทั้ง4 คน
พวกเขายืนเรียงหน้ากระดานสามคนและมีชายหัวเกรียนหนึ่งคนยืนด้านหลังซึ่งมีท่าทางคล้ายเป็หัวหน้ากลุ่ม
ชายทั้งสามคนที่ยืนเรียงหน้ากระดานทำสีผมแตกต่างกันอย่างเป็เอกลักษณ์
ชายตรงกลางทำผมสีเทาชายทางขวาทำผมสีแดง และชายทางซ้ายมือของซ่งเย่ทำผมสีทอง
ที่เหมือนกันคือชายทั้งสี่คนมีแววตาหื่นกระหายกามและตื่นเต้นคล้ายได้พบเหยื่ออันโอชะ
“เฮ้! คนสวยหยุดรอพวกพี่ๆหรือ?” ชายหัวเกรียนพูดทักทายซ่งเย่ด้วยแววตาหื่นกระหาย
เธอมองเห็นแววตาหื่นกระหายกามจากชายหัวเกรียนซึ่งทำให้เธอไม่พอใจอย่างยิ่ง
“คนสวยๆแบบนี้น่าจะเล่นสนุกก่อนนะพี่หู่”ชายยืนตรงกลางผมสีเทาพูดกับชายหัวเกรียนอย่างเกรงใจ
“นั่นสิ น่าเสียดายถ้าไม่เล่นด้วยก่อน”ชายหัวเกรียนพยักหน้าเห็นด้วยกับลูกน้องตนเอง
อาหู่ได้รับว่าจ้างจากลูกค้าประจำให้มาสังหารหญิงสาวคนหนึ่ง
แต่เมื่อพวกเขาทั้งสี่คนมองเห็นซ่งเย่ั้แ่หน้าโรงเรียนทุกคนเกิดอาการเสียดายความสาวและสวยงามของเธอ
อาหู่เกิดความกระหายใคร่ที่อยากจะเชยชมเธอก่อนจะฆ่าทิ้งตามคำสั่ง
ซ่งเย่ไม่เสียเวลาพูดจากับชายฉกรรจ์ทั้งสี่คนแต่อย่างใด
เธอพุ่งตัวเข้าต่อยหน้าท้องชายผมสีเทาอย่างแรงจนร่างของเขางอคล้ายกุ้งและล้มลงหงายหลังกับพื้นทันที
“ผัวะ ผัวะ ผัวะตุ๊บ” ชายผมสีเทาล้มลงอ้าปากค้างและรู้สึกเ็ปอวัยวะภายในจนจุกพูดไม่ออก
ชายผมสีทองถูกซ่งเย่เตะเข้าที่ชายโครงในจังหวะเดียวกัน
“ปั้ง กร๊อบตุ๊บ” กระดูกซี่โครงหักทิ่มปอดและล้มลงกับพื้นพร้อมๆกับชายผมสีเทา
ชายที่ยืนทางด้านขวาผมสีแดงถูกซ่งเย่ต่อยด้วยหมัดอีกข้างเข้าที่ปลายคาง
“ผัวะ! ตุ๊บ!”ใบหน้าเขาสะบัดขึ้นและหลับกลางอากาศพร้อมกับล้มหงายหลังลงพื้นเสียงดัง
ส่วนชายหัวเกรียนที่ยืนด้านหลังนั้น
ซ่งเย่หมุนตัว180 องศาใช้ฝ่าเท้าเตะเข้าที่ใบหน้าจนสะบัดตามแรงและทั้งตัวหมุนล้มลงกับพื้น
“ผัวะ! กร๊อบ!โอ๊ย!”
เขาส่งเสียงร้องด้วยความเ็ปที่กรามแตกหักจากแรงเตะของซ่งเย่
ซ่งเย่ใช้เวลาจัดการชายทั้งสี่คนแค่ชั่วพริบตา
นั่นทำให้ชายทั้งสี่คนไม่สามารถตั้งตัวและโต้ตอบซ่งเย่ได้เลย
ชายหัวเกรียนและชายผมสีเทาที่ยังมีสติดีพยายามคลานหนีเมื่อเห็นว่าไม่สามารถต่อสู้กับซ่งเย่ได้
ซ่งเย่เดินช้าๆเข้าไปหาชายหัวเกรียนเธอเตะเขาให้นอนหงายขึ้น “ปับ ปับ”
เวลานี้อาหู่จ้องมองซ่งเย่ด้วยสายตาตื่นตระหนก
เขาไม่คิดว่าเธอจะเหี้ยมโหดและเก่งกาจเช่นนี้
“อย่า อย่า ปล่อยพวกเราไปเถอะเราไม่ได้ตั้งใจ” อาหู่ขอร้องซ่งเย่ด้วยน้ำเสียงสั่นสะท้านหวาดกลัว
เขาไม่เคยพบหญิงสาวที่นิ่งสงบแต่น่ากลัวอย่างซ่งเย่มาก่อน
ซ่งเย่กระทืบเท้าบนหน้าอกของอาหู่เบาๆและสอบถามข้อมูลโดยตรง
“ใครสั่ง?” เธอ้ายืนยันสิ่งที่คาดเดาไว้ในใจ
“ไม่มีใครสั่ง”อาหู่ปฏิเสธที่จะบอกกับเธอตามตรงเนื่องจากเขาเป็อันธพาลที่รักษาคำสัญญากับลูกค้าเป็อย่างดี
“แน่ใจ๋!”
“ตุ๊บ! กร๊อบ!โอ๊ย!”