หลังจากกลับจากโบสถ์ ทางครอบครัวของเคเลบก็ได้ประกาศจัดงานฉลองวันเกิดให้แก่ผู้กล้า เพื่อนๆ ของเคเลบต่างก็เอาอาหารและเครื่องดื่มมาร่วมงานเลี้ยงฉลองด้วย รวมทั้งผู้นำหมู่บ้านและประชาชนในหมู่บ้านต่างก็พากันมาร่วมงานเพื่อแสดงความยินดีกับผู้กล้า จนเกือบจะกลายเป็งานเทศกาลประจำหมู่บ้านไปเลยทีเดียว
ทุกคนต่างเข้าไปรุมล้อม ลุค โดยมีพ่อและแม่จูงมือพาเดินทักทายผู้คนที่มาแสดงความยินดีกับพวกเขา ทางด้านลูคัสก็กำลังนั่งกินอาหารอยู่บนโต๊ะเงียบๆ เพียงคนเดียว ในตอนนี้เขาทำได้เพียงแค่มองดูทั้งสามคนเดินไปเดินมาเพื่อต้อนรับแเื่ด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม
จวบจนพระอาทิตย์เริ่มตกดิน ผู้คนจึงค่อยๆ ทยอยพากันกลับบ้าน เหลือเพียงแค่เคเลบกับเพื่อนๆ ที่ยังนั่งดื่มเหล้ากันต่ออย่างสนุกสนาน
“ดีใจกับเพื่อนจริงๆ ได้ดีแล้วอย่าลืมกันนะ”
“ไม่ลืมแน่ๆ แต่น่าสงสารพวกเ้านะสิ ที่ต้องสูญเสียสิ่งหนึ่งไป”
หลังจากเคเลบพูดจบ เพื่อนๆ ของเขาต่างหันมามองหน้าแล้วถามเป็เสียงเดียวกัน
“สูญเสียอะไรของเ้า ? พวกข้าก็ยังอยู่ดีกันครบทุกคน”
เมื่อเคเลบเห็นเพื่อนๆ ต่างพากันทำหน้าสงสัยก็กลั้นหัวเราะแทบไม่ไหว
“สูญเสียนักล่าสัตว์ฝีมือดีไปหนึ่งคนไงล่ะ ฮ่าๆๆๆๆ…”
“โธ่เอ้ย...เ้าบ้า ฮ่าๆๆๆๆ”
เพื่อนๆ ทั้งกลุ่มหัวเราะไปกับมุขบ้าๆ ของเคเลบ
ในขณะที่พวกผู้ชายดื่มเหล้ากันอย่างสนุกสนาน เหล่าผู้หญิงต่างช่วยกันเก็บกวาดข้าวของทำความสะอาด เพราะถ้าให้เกรซทำเพียงคนเดียวคงต้องสลบคากองจานอาหารเหล่านี้แน่นอน
ลูคัส เมื่อเห็นผู้คนน้อยลงแล้วจึงเดินไปหาแม่ของเขา เมื่อถึงตัวแม่ลูคัสเอื้อมมือไปดึงชายเสื้อของแม่จากทางด้านหลัง
“มีอะไร…”
เกรซหันมามองลูคัส ด้วยสายตาเรียบเฉย
“แม่คับ ผมยังไม่ได้ขนมกองหย่ายๆ เลยครับ...”
ลูคัสก้มหน้าหลบสายตาแม่แล้วพูดด้วยน้ำเสียงสั่นๆ ออกไป
“โธ่...กินอาหารในงานไปเยอะแล้วไม่ใช่เหรอ ตอนนี้แม่ยุ่งอยู่อย่าเพิ่งมากวนได้ไหม ไปหาอะไรเล่นก่อนไป๊ !!..”
แม่ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงอันหงุดหงิดแล้วเดินจากลูคัสไป มือที่ลูคัสจับชายเสื้อแม่ไว้โดนกระชากหลุดจนตัวเขาเซไปข้างหน้า
เมื่อเป็เช่นนั้นลูคัสจึงเดินไปนั่งที่ชิงช้าใต้ต้นไม้เงียบๆ ชิงช้านี้พ่อทำเอาไว้ให้พวกเขาสองคนเล่น ลูคัสนั่งแกว่งชิงช้าและมองไปที่ลุคซึ่งกำลังนั่งกินขนมกองใหญ่อยู่ ลุคเมื่อเห็นลูคัสมองมาจึงแลบลิ้นใส่และนั่งกินขนมต่ออย่างเอร็ดอร่อย
----------------------
หลังจากงานนั้นผ่านไปหลายวัน ลูคัส เริ่มรู้ตัวเองแล้วว่าพ่อกับแม่นั้นไม่เหมือนเดิม ไม่ว่าตัวเขาจะทำอะไรจะโดนดุโดนว่าเสมอ จนเขาแทบจะไม่กล้าพูดหรือทำอะไรเลย ได้แค่ออกมานั่งชิงช้าเงียบๆ เพียงคนเดียวทุกวันจนมืดจึงกลับเข้าบ้านไปนอน
ส่วนลุคเวลาไปตามสถานที่ต่างๆ ผู้คนต่างก้มหัวให้เพื่อทำความเคารพ ตัวลุคมีความสุขมากที่ได้เป็ผู้กล้า มีผู้คนมารุมล้อมแสดงความยินดี บางคนก็เข้ามาเพื่อขอััมือของผู้กล้าอีกด้วย
เคเลบและเกรซต่างก็รู้สึกภูมิใจที่หนึ่งในลูกแฝดของพวกเขาได้เป็ถึงผู้กล้า ทำให้มีคนนับหน้าถือตา วันๆ พวกเขาจะยุ่งอยู่กับการต้อนรับแขกที่พากันมาเยี่ยมเยือนแทบไม่ขาดสาย จนของฝากเต็มบ้านไปหมด
“เกรซต่อไปเราจะสบายกันแล้วนะ ถ้าเราเข้าไปอยู่ในเมืองหลวง ชีวิตเราจะไม่ใช่เพียงแค่ชาวบ้านอีกต่อไปแล้ว”
เคเลบพูดกับเกรซเมียรักด้วยความรู้สึกดีใจ ส่วนตัวเกรซเองถึงตอนแรกจะคิดแค่ใช้ชีวิตปกติธรรมดาอยู่ที่นี่ แต่พอมีคนมาเอาใจให้ความเคารพ ตัวเธอเองก็เริ่มรู้สึกดีจึงพยักหน้าและเข้าไปสวมกอดเคเลบ
ทุกคนต่างมีความสุขจนลืมอีกคนนึงในครอบครัวของพวกเขาไป ทุกคนต่างเห็นลูคัสเป็เพียงสิ่งมีชีวิตที่แค่ให้อาหารให้ที่หลับนอนเพียงแค่นั้น แม่ที่เคยอาบน้ำให้ทั้งสองคนพร้อมกันก็บอกให้ลูคัสหัดอาบน้ำหัดทำสิ่งต่างๆ ด้วยตัวเอง
ลูคัสจึงได้เพียงแค่ทำตามที่พ่อกับแม่บอก เพราะเขาไม่อยากโดนครอบครัวเกลียด เขาคิดว่าขอแค่ได้อยู่สักมุมในครอบครัวนี้ก็พอแล้ว ถึงมันจะเปลี่ยนแปลงแตกต่างไปจากเมื่อก่อนเยอะ ลูคัสก็คิดว่าไม่เป็ไรเพราะลุคได้เป็ถึงผู้กล้า จึงต้องมีคนดูแลเอาใจใส่มากกว่าเป็พิเศษอยู่แล้วและลุคก็เป็พี่น้องของเขา เขาจึงได้แต่บอกกับตัวเองว่าจะมีความรู้สึกไม่ดีต่อครอบครัวของตัวเองไม่ได้
เมื่อเวลาผ่านไปไม่กี่วันหลังจากวันนั้น ลูคัสก็กลายเป็เด็กที่เงียบ พยายามทำอะไรด้วยตัวเองทุกอย่างเพราะถ้าไม่ทำแม่ก็จะดุเขา เขาจึงต้องพยายามแม้แต่บางเื่ที่ไม่เคยทำก็ต้องทำ เมื่อเขาเห็นพ่อเล่นกับลุค เขาก็ได้แค่มองและนึกถึงเมื่อก่อนตอนที่พ่อเล่นด้วยและเรียกพวกเขาสองคนว่า “สองแสบ” แต่ตอนนี้เขาได้ยินพ่อเรียกแค่ว่า “เ้าตัวแสบ” ไม่มีคำว่าสองอีกต่อไป
ในเช้าวันนึงอันสดใส นักบวชและผู้ติดตามได้มายังบ้านของเคเลบเพื่อแจ้งข่าว
“คุณเคเลบวันนี้ทางเราได้รับการตอบกลับมาจากทางพระราชวังแล้ว ตอนนี้ข่าวที่ผู้กล้าถือกำเนิดได้โด่งดังไปทั่วทั้งราชอาณาจักร พระาาจึงได้มีคำสั่งให้ทหารฝีมือดีจากเมืองที่ใกล้หมู่บ้านของเราที่สุด มาพาครอบครัวของพวกท่านไปที่เมืองหลวง ในอีกสองวันหลังจากนี้ ตอนนี้พระาาท่านดีใจเป็อย่างมากที่ราชอาณาจักรเราเป็ที่ให้กำเนิดผู้กล้า”
“แล้วฉันจะได้แต่งตั้งเป็อะไรเหรอท่านนักบวช พอจะรู้บ้างไหม….”
เคเลบ..รีบถามถึงเื่การแต่งตั้งทันที เพราะเขาตื่นเต้นอยากรู้เป็อย่างมาก
“เท่าที่สืบรู้มา คุณอาจได้รับการแต่งตั้งให้เป็ถึง ‘ดยุก’(Duke) เลยทีเดียว”
เมื่อเคเลบได้ยินดังนั้นจึงลุกะโร้องลั่นบ้าน แล้วเข้าไปกอดเกรซจนตัวลอยจากพื้น ทั้งคู่กอดกันดีใจจนน้ำตาไหลออกมา
“นี่มันเื่จริงใช่ไหม ฉันที่เป็แค่ชาวนาจะได้เป็ดยุกแล้ว….นี่ฉันไม่ได้ฝันไปใช่ไหมที่รัก…”
“ใช่ค่ะ...ที่รัก เราไม่ต้องลำบากอีกต่อไปแล้ว คุณจะได้ไม่ต้องไปเสี่ยงชีวิตล่าสัตว์อีกต่อไปแล้ว”
ทั้งสองร้องไห้กอดกันด้วยความดีใจ จนลืมไปว่านักบวชยังไม่ได้กลับ
“อะแฮ่ม...ถ้าได้ดีแล้ว อย่าลืมนักบวชคนนี้ด้วยนะครับ”
“แน่นอนอยู่แล้วท่าน ผมอาจจะแต่งตั้งท่านให้อยู่ในโบสถ์ใหญ่ๆ เลยก็ได้นะ”
เมื่อนักบวชได้ยินดังนั้นจึงยิ้มออกมา เพราะตัวเขาถูกส่งมาประจำอยู่โบสถ์เล็กๆ ในหมู่บ้านชนบทแห่งนี้มานานมากแล้ว ตัวเขาเองก็อยากก้าวหน้าได้รับตำแหน่งที่สูงขึ้นบ้าง เมื่อได้ยิน ‘ว่าที่ดยุก’ รับปากจึงยิ้มออกมาแล้วขอตัวกลับ
สองวันหลังจากนั้น
ชาวบ้านต่างพากันตื่นเต้นเมื่อได้เห็นขบวนทหารม้าประมาณ 50 คน และมีรถม้าอันหรูหราอลังการถึง 3 คันเข้ามาในหมู่บ้าน ผู้นำหมู่บ้านได้ออกมาต้อนรับเพื่อนำทางทหารไปยังบ้านของเคเลบ ชาวบ้านต่างพากันเดินตามขบวนไปเพราะไม่เคยเห็นขบวนรถม้าสวยงามถึงขนาดนี้มาก่อน
ขบวนรถม้าเมื่อไปถึงหน้าบ้านของเคเลบก็พบว่า เคเลบและครอบครัวได้เตรียมข้าวของวางกองรออยู่หน้าบ้านเรียบร้อยแล้ว ทั้งครอบครัวพยายามหาเสื้อผ้าที่ดูดีที่สุดมาใส่ แต่ถ้ามองจากมุมของคนร่ำรวยมันก็แค่ผ้าขี้ริ้วเก่าๆ เท่านั้นเอง
นายทหารที่ใส่ชุดเกราะสวยงามอลังการแสดงถึงความมียศสูงกว่าทหารคนอื่น ได้ลงจากหลังม้าแล้วเดินมาหาเคเลบ เมื่อเดินใกล้ถึง...หัวหน้าทหารและหน่วยทหารม้าของเขาก็ลงจากหลังม้าทั้งหมด และได้คุกเข่าลงต่อหน้าครอบครัวของผู้กล้า
“กระผมเมสันหัวหน้าหน่วยทหารแห่งเมืองเรโกเดีย หน่วยของกระผมได้รับคำสั่งให้มาทำหน้าที่อันมีเกียรตินี้ ด้วยการอารักขาดูแลครอบครัวของท่านผู้กล้าให้เดินทางอย่างปลอดภัยจนไปถึงราชอาณาจักรเรนาโบซ่า”
เคเลบเห็นแบบนั้นก็ประหม่าจนทำตัวไม่ถูก
“ค...ครับ..แล้วผมจะเอาของใส่รถม้าคันไหนได้ครับ”
“ของพวกนั้นคงไม่ต้องเอาไปหรอกครับ เอาไปแค่ของที่สำคัญเท่านั้นก็พอ เพราะท่านเ้าเมืองเรโกเดียได้เตรียมข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ที่จะใช้ในการเดินทางไว้ให้ท่านทั้งหมดแล้ว ท่านเ้าเมืองเตรียมทุกอย่างมาให้ท่านด้วยความปราถนาดี..หวังว่าในอนาคตอาจได้รับความอนุเคราะห์จากครอบครัวของท่านผู้กล้าด้วยครับ”
เคเลบคิดว่านี่แค่เพียงเริ่มต้น...ชาวนาอย่างเขายังได้รับความเคารพที่ดีจากทหารและเ้าเมืองเลยงั้นรึ ยิ่งคิดถึงอนาคตที่รออยู่มันช่างตื่นเต้นและน่าดีใจจริงๆ
เคเลบจึงเดินไปร่ำลาเพื่อนๆ ของเขา และยกข้าวของเครื่องใช้ทั้งหมดให้แก่กลุ่มเพื่อนของเขาเพื่อเอาไปใช้ประโยชน์ต่อไป
หลังจากร่ำลากันเรียบร้อย เคเลบก็จูงมือเกรซและลุคขึ้นรถม้าที่สวยงาม ส่วนลูคัสยื่นมือเกาะชายเสื้อของเกรซเดินตามขึ้นรถไปด้วย
เมื่อทุกคนขึ้นไปอยู่บนรถม้าอันหรูหราเรียบร้อย
“ว้าว…!! เ้าเบาะที่นั่งนี่มันนุ่มกว่าที่นอนของเราเสียอีกนะที่รัก แบบนี้การเดินทางต้องสบายแน่ๆ เลย กว้างขวางขนาดนี้”
เกรซนั่งยิ้มและมองสำรวจภายในรถม้า เธอไม่เคยได้ััของหรูหรามาก่อนเลยในชีวิตเมื่อได้เห็นก็รู้สึกตื่นเต้นเป็อย่างมาก
ขบวนเดินทางของท่านผู้กล้ามีรถม้าในขบวนจำนวน 3 คัน ครอบครัวท่านผู้กล้านั่งโดยสารคันแรก คันที่สองเป็ของคนรับใช้จำนวน 4 คน นั่งมาด้วยเพื่อรับใช้ครอบครัวผู้กล้าในการเดินทางครั้งนี้ ส่วนคันสุดท้ายใส่เสบียงและข้าวของเครื่องใช้ ที่จำเป็ต่อการเดินทาง
หัวหน้าเมสันขี่ม้าดูแลขบวนอยู่ด้านข้างควบคู่ไปกับรถม้าของผู้กล้า และได้แบ่งทหารออกเป็ 2 หน่วย หน่วยล่ะ 25 คน เพื่อดูแลด้านหน้าและด้านหลัง
เคเลบเปิดหน้าต่างรถม้าออกมาด้านนอก เห็นชาวบ้านยืนโบกมือเรียงรายตามริมถนนที่ขบวนรถผ่าน
“โชคดีน้า…”
“โชคดีๆ…”
เสียงชาวบ้านะโอวยพรให้แก่ครอบครัวของท่านผู้กล้า เคเลบจึงชวนลุคและเกรซมาโบกมือให้กับชาวบ้านที่มายืนส่ง พวกเขาทั้งสามยิ้มแย้มแจ่มใสโบกมือให้กับทุกคน จนขบวนรถม้าพ้นออกจากหมู่บ้านไป
หัวหน้าเมสันที่ขี่ม้าอยู่ข้างๆ หน้าต่างของรถม้าะโบอกกับเคเลบ
“พวกเ้าเมืองต่างๆ ระหว่างทางที่ขบวนผู้กล้าเดินทางผ่าน ได้เตรียมที่พักไว้ให้แก่พวกท่านเรียบร้อยแล้วทุกเมือง เราอาจใช้เวลาหลายวันกว่าจะถึงเมืองหลวง เมื่อไปถึงเมืองเรเวีย กระผมอยากให้พวกท่านเปลี่ยนชุดที่เราเตรียมไว้ให้ แล้วไปเข้าร่วมงานเลี้ยง..ด้วยนะครับ”
“มีงานเลี้ยงด้วยเหรอหัวหน้าเมสัน”
เคเลบถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น เพราะตัวเขาไม่เคยเห็นงานเลี้ยงระดับนั้นมาก่อน เต็มที่ก็งานเทศกาลประจำหมู่บ้านแค่นั้นเอง
“ทุกเมืองที่เดินทางผ่านได้เตรียมจัดงานเลี้ยงต้อนรับพวกท่านไว้เรียบร้อยหมดแล้วครับ”
หัวหน้าเมสันตอบพร้อมก้มหัวให้ แล้วเร่งม้าเดินไปด้านหน้าของขบวนเพื่อสำรวจรอบๆ
“ที่รัก...มีงานเลี้ยงด้วย เราจะได้เต้นรำในงานเลี้ยงด้วยไหมนะ”
เคเลบตื่นเต้นเป็อย่างมาก กุมมือเกรซไว้พร้อมมองหน้าแล้วทำตาหวานใส่
“แล้วจะมีขนมอร่อยๆ ด้วยไหมครับพ่อ !!”
ลุค ส่งเสียงถามทำลายบรรยากาศโรแมนติกที่พ่อกำลังสร้างขึ้นมา เคเลบจึงหันไปจั๊กจี้เอวลุคเพื่อแก้แค้นที่มาทำลายบรรยากาศ
“นี่แน่ะๆ...เ้าตัวแสบ ขัดบรรยากาศพ่อหมดเลย”
“ฮ่าๆๆๆๆ..อย่าครับพ่อมันจั๊กกะจี้...ฮ่าๆ...แม่ช่วยด้วย”
เกรซเห็นดังนั้นก็อมยิ้มแล้วดุเคเลบออกไป
”พอได้แล้วคุณนี่..”
ทุกคนกำลังมีความสุข จนลืมไปว่ามีอีกคนนั่งอยู่ในรถม้าด้วย
ลูคัสได้แต่นั่งนิ่งๆ มองออกไปที่นอกหน้าต่างรถม้า ทำเป็ไม่สนใจบรรยากาศภายในรถ แต่ภายในใจเขาอยากร้องให้เป็อย่างมาก เขาเป็เพียงแค่เด็ก 5 ขวบ ที่ต้องมาพบเจอเื่ราวแบบนี้ก็เลยทำตัวไม่ถูก ไม่กล้าทำอะไรออกไปเพราะกลัวโดนดุ ทั้งที่เมื่อก่อนไม่เคยโดนดุเลยสักครั้ง ที่สำคัญเขาไม่อยากโดนครอบครัวเกลียด
ในหัวของลูคัสมีแต่คำถาม... มันเกิดอะไรขึ้นกับพ่อแม่ของเขาถึงเปลี่ยนไปขนาดนี้หรือว่ามันผิดที่ตัวเขาเองไม่ได้เป็ ‘ผู้กล้า’ อย่างที่พ่อแม่ชอบ..
----------------------------
่เวลาเย็น
ขบวนรถม้าได้เดินทางมาถึงคฤหาสน์ที่ทางเ้าเมืองเรเวียเตรียมไว้เพื่อรับรองท่านผู้กล้า เมื่อขบวนรถม้ามาถึงจึงเข้าไปจอดหน้าคฤหาสน์ มีคนรับใช้ยืนเรียงแถวรอต้อนรับอยู่ถึง 10 คน
เคเลบจูงมือลุคและเกรซลงจากรถม้า คนรับใช้จึงโค้งทำความเคารพกันอย่างพร้อมเพรียง
“สวัสดีครับกระผมหัวหน้าพ่อบ้าน ยินดีต้อนรับครอบครัวท่านผู้กล้า ทางเราเตรียมเครื่องอำนวยความสะดวกทุกอย่างไว้ให้เรียบร้อยแล้วครับ”
หัวหน้าพ่อบ้านอยู่ในชุดสูทสีดำผูกหูกระต่าย กล่าวต้อนรับในขณะที่ก้มหัวทำความเคารพอยู่ ด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย
เคเลบจูงมือลุคและเกรซเข้าไปในคฤหาสน์โดยมีลูคัสเกาะชายเสื้อเกรซเดินตามไปด้วย ส่วนผู้รับใช้ทั้ง 4 คนที่มากับขบวนก็เดินตามครอบครัวเคเลบไปติดๆ
เคเลบและเกรซเมื่อเข้าไปในคฤหาสน์ก็มองไปรอบๆ อย่างตื่นเต้น เพราะั้แ่เกิดมาพวกเขาไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน บนเพดานมีโคมไฟระย้าห้อยวิบวับดูสวยงามอลังการมากๆ ทางเดินที่ปูด้วยพรมนิ่มๆ ดอกไม้สวยงามประดับอยู่ในแจกันหรูหรา ตามผนังก็มีรูปภาพสวยงามแขวนไว้
“เดี๋ยวทางเราจะพาทุกท่านไปอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่เพื่อเตรียมตัวไปงานเลี้ยงต้อนรับครับ..”
สิ้นสุดเสียงของพ่อบ้าน สาวใช้ทั้งหลายจึงมาพาแต่ล่ะคนไปยังห้องอาบน้ำ
“คุณชายทั้งสองคนพวกเราจะดูแลเองค่ะ”
สาวใช้ที่มากับขบวนรถม้าแจ้งกับพ่อบ้านว่าจะดูแลลุคกับลูคัสเอง เนื่องจากไม่ไว้วางใจคนอื่นเพราะเป็คำสั่งของท่านหัวหน้าเมสันด้วย
ลุคและลูคัสถูกแยกออกจากกันโดยแต่ล่ะคนมีสาวใช้สองคนตามไปดูแล
--------------------------------
จวบจนเวลาผ่านไปเกือบ 1 ชั่วโมง
เคเลบออกมาด้วยทรงผมเรียบหรูเป็เงางาม พร้อมด้วยเสื้อผ้าที่ดูดีเหมือนพวกขุนนาง หลังจากที่ได้อาบน้ำขัดตัว ตัดผมใหม่ แต่งตัวใหม่ เคเลบดูเปลี่ยนเป็คนล่ะคนเลยทีเดียว
เคเลบคิดว่า เดี๋ยวเกรซออกมาเห็นเขาจะต้องใและตะลึงในความหล่อของเขาแน่ๆ ทันใดนั้นเมื่อเกรซเดินออกมาในชุดราตรียาวสุดหรูสีชมพูอ่อน เคเลบถึงกับตะลึงอ้าปากค้าง คิดในใจว่านี่ใช่ภรรยาของเขาแน่เหรอ ทำไมถึงสวยขนาดนี้
“จ้องอะไรขนาดนั้นคะคุณ...ฉันอายนะ”
“อายอะไร ออกจะงดงามขนาดนี้ ที่รักของผม”
เคเลบรีบเข้าไปประชิดตัวเกรซพร้อมทำท่าจะจูบ
“ผมหล่อไหมพ่อ !!”
เสียงลุคะโถามพ่อทำลายบรรยากาศอีกครั้ง ลุคและลูคัสออกมาในชุดเสื้อสูทใส่หูกระต่ายกางเกงขาสั้น ดูน่ารักทั้งคู่
เคเลบได้เห็นจึงเข้าไปอุ้มลุคแล้วจับมากอดรัดฟัดเหวี่ยงเพื่อแกล้งลุค
“หล่อสิๆ...นี่แน่ะๆ ชอบมาขวางพ่อตลอดเลย เ้าแสบ..นี่แน่ะๆ”
“ฮ่าๆ...พ่อหยุดได้แล้ว.. ผมจั๊กจี้”
ในขณะที่พ่อลูกกำลังเล่นกันอยู่ พ่อบ้านก็ได้เข้ามาบอกว่ารถม้าเตรียมพร้อมเดินทางไปงานเลี้ยงแล้ว
เกรซ มองไปที่ลูคัสพร้อมเดินเข้าไปจับไหล่แล้วพาไปหาสาวใช้ทั้งสองคนที่เป็คนพาลูคัสไปอาบน้ำ
"ฉันรบกวนฝากพวกเธอสองคนดูแลลูคัสซักหน่อยได้ไหม เกรงว่าถ้าพาไปงานเลี้ยงด้วยจะไม่เหมาะ เพราะต้องพาผู้กล้าลุคไปแนะนำตัวให้กับท่านเ้าเมืองฉันกลัวว่าจะดูแลไม่ทั่วถึง”
“ได้ค่ะนายท่าน พวกเราทั้งสองคนจะดูแลคุณชายลูคัสให้ดีที่สุด”
สาวใช้ทั้งสองคนก้มหัวรับคำสั่ง เมื่อลูคัสได้ยินดังนั้นจึงเดินไปจับมือสาวใช้แล้วมองดูทั้งสามคนเดินขึ้นรถม้าไปสู่งานเลี้ยง ตัวลูคัสเองก็ไม่อยากไปงานแบบนั้นหรอกเพราะคงเหมือนตอนงานวันเกิด ที่เขาต้องนั่งกินอาหารเงียบๆ คนเดียว ถ้าเป็แบบนั้นก็พักอยู่ที่นี่ดีกว่า
ลูคัสกินอาหารเย็นที่สาวใช้เตรียมให้ แล้วลูคัสก็เดินเข้าห้องนอนของเขาไป
ลูคัสหลับตาลงแล้วนึกถึงเื่ราวในอดีต ก่อนที่จะถึงวันตรวจสอบอาชีพ แม่ที่ยิ้มแย้มและใจดีเสมอ พ่อที่ชอบทำตลกและแกล้งพวกเขาเล่นตลอดเวลา ลุคที่วิ่งเล่นไล่จับกันอย่างสนุกสนานในทุกๆ วัน
แค่ได้นึกฝันถึงวันเก่าๆ เล่านั้น ลูคัสก็หลับไปพร้อมด้วยรอยยิ้มและน้ำตาที่ไหลออกมาจากตาที่หลับอยู่คู่นั้น……..
-----------------------------------------