หลังจากที่เย่ซิงสร้างรากฐานของวิชากายาจักรวาลคู่ขนานได้สำเร็จและทะลวงระดับขึ้นสู่ระดับก่อปราณขั้นที่ห้าเขาก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้น แสงเรืองรองที่เคยปรากฏบนผิวของเขาจางหายไปจนหมดสิ้นเหลือเพียงความนิ่งสงบที่น่าหวาดหวั่นเขารู้ดีว่านี่เป็เพียงการเริ่มต้นพลังหยินและหยางภายในร่างยังคงเหมือนพยัคฆ์ร้ายสองตัวที่ถูกขังไว้ในกรงเดียวกันรอวันที่จะปะทะกันอย่างรุนแรง เขาหันไปมองไป๋หลุนที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ไม่ไกลด้วยสายตาเรียบเฉย
"ข้าหิวแล้ว" เย่ซิงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"เ้าตอนนี้ช่างเกะกะสายตายิ่งนักไปหาแหล่งน้ำสะอาดและผลไม้ที่กินได้มาให้ข้า"มันเป็คำสั่งที่เด็ดขาดและไร้ซึ่งการผ่อนปรนไป๋หลุนที่ตอนนี้ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรงๆ ต่อหน้าเด็กน้อยคนนี้ไป๋หลุนทำได้เพียงพยักหน้ารับอย่างรวดเร็วและรีบออกจากถ้ำไปอย่างว่าง่ายทิ้งให้เย่ซิงอยู่ในถ้ำตามลำพัง
เมื่อแน่ใจว่าอยู่ตามลำพังโดยสมบูรณ์แล้วใบหน้าที่สงบนิ่งของเย่ซิงก็พลันเปลี่ยนไปรอยยิ้มที่แท้จริงปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา เป็รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความลิงโลดและหยิ่งทะนงอย่างที่สุด
"ฮ่าๆๆๆ!" เขาหัวเราะออกมากับตัวเอง
"กายาจักรวาลคู่ขนานวิชาที่แม้แต่ตัวข้าในอดีตหรือท่านพี่ผู้ยิ่งใหญ่ก็ยังไม่เคยคิดค้นเส้นทางที่สมบูรณ์แบบเช่นนี้ได้!อัจฉริยะ! ข้าคืออัจฉริยะอย่างแท้จริง!" หลังจากที่ชื่นชมในสติปัญญาของตนเองจนพอใจแล้วสีหน้าของเขาก็กลับมาจริงจังอีกครั้ง
"เอาล่ะถึงเวลาที่ข้าจะต้องสร้างรากฐานที่แท้จริงของข้าแล้ว"เขาหลับตาลงและจมดิ่งสู่สมาธิอย่างรวดเร็วจิตสำนึกของเขาดำดิ่งลงไปสำรวจภายในร่างกาย เขาเริ่มโคจรพลังหยินและหยางที่เคยปะทะกันอย่างรุนแรงให้ไหลเวียนไปตามเส้นทางใหม่ที่เขาสร้างขึ้น
กระแสพลังอุ่นร้อนสายหนึ่งถูกชี้นำให้ไหลเวียนไปทั่วร่างกายซีกขวาและในขณะเดียวกันกระแสพลังเย็นเยียบอีกสายหนึ่งก็ถูกบังคับให้ไหลเวียนไปทั่วร่างกายซีกซ้าย
ทั้งสองสายพลังโคจรไปตามเส้นลมปราณคนละเส้นทางอย่างสมบูรณ์แบบหล่อหลอมร่างกายของเขาด้วยสองขั้วพลังที่แตกต่างกันสุดขั้วในเวลาเดียวกัน
หลังจากโคจรพลังไปทั่วร่างแล้วก็ถึงขั้นตอนที่สำคัญที่สุดคือการนำพลังกลับมาเก็บยังแหล่งกักเก็บพลังงาน
"พลังงานที่ทะลวงขึ้นมารวดเร็วเกินไปรากฐานของข้ายังไม่มั่นคงพอข้าคงไม่สามารถนำไปเก็บไว้ที่ตันเถียรแบบปกติได้แน่"เขาตระหนักได้ถึงปัญหานี้ในทันทีหากฝืนนำพลังที่ยังป่าเถื่อนนี้ไปเก็บไว้ที่ตันเถียรซึ่งเป็ศูนย์รวมลมปราณปกติก็มีแต่จะทำให้พลังตีกันจนตันเถียรฉีกขาดและร่างกายะเิออกเท่านั้น
"ถ้าในเมื่อเก็บลมปราณไว้ที่ตันเถียรไม่ได้แล้วเหตุใดข้าจะต้องนำลมปราณไปเก็บไว้ที่ตันเถียรเพียงอย่างเดียวข้าจะใช้พลังใหม่ที่ได้มานี้มาเก็บไว้ที่หัวใจของข้าเพื่อให้อนูปราณที่กระจายออกมาแทรกซึมเข้าไปในเืแล้วไหลเวียนทั่วร่างข้าเพื่อเสริมสร้างร่างกาย"หากมียอดยุทธที่ทราบถึงแินี้นับว่าอาจจะตกตะลึงอย่างถึงขีดสุดกับการนำลมปราณมาโคจรไว้รอบๆหัวใจเนื่องจากหากว่าเกิดอะไรผิดพลาดหัวใจจะะเิออกเป็เสี่ยงๆ เขาตัดสินใจทำในสิ่งที่ผิดหลักการฝึกยุทธ์ทุกแขนงใช้การควบคุมอันน่าสะพรึงกลัวชี้นำให้กระแสพลังทั้งสองสายเคลื่อนที่มากันที่ใจกลางอกที่ตำแหน่งของหัวใจ
อึก!! พรวด!!
ทันทีที่พลังสองขั้วเริ่มเข้าใกล้กันแรงต่อต้านอันมหาศาลก็ปะทุขึ้นจากภายในร่างของเขาเืคำหนึ่งกระอักออกจากปากทันทีแต่เย่ซิงหาได้สนใจไม่ เขายังคงกัดฟันบังคับให้พลังทั้งสองเคลื่อนเข้าหากันด้วยจิติญญาอันแข็งแกร่งพลังหยางที่ร้อนแรงและพลังหยินที่เยือกเย็นไม่ได้ปะทะกันอย่างรุนแรงดังที่คาดแต่กลับไล่ตามและโอบล้อมซึ่งกันและกันอย่างน่าอัศจรรย์พลังสีทองของหยางโอบล้อมพลังสีเงินของหยิน พลังสีเงินของหยินแทรกซึมเข้าไปในพลังสีทองจนในที่สุดพลังทั้งสองก็หลอมรวมกันกลายเป็สัญลักษณ์ไท่จี๋ (หยิน-หยาง)ขนาดเล็กที่หมุนวนอย่างเชื่องช้าและมั่นคงอยู่เหนือหัวใจของเขา
ความเ็ปทั้งหมดหายไปในพริบตาถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกมั่นคงและทรงพลังอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนในร่างนี้
เย่ซิงลืมตาขึ้นอีกครั้งรอยยิ้มแห่งความพึงพอใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขาอย่างแท้จริง ข้าจะเรียกมันว่า "กายาจักรวาลคู่ขนานขั้นที่หนึ่ง ปราณหัวใจหยินหยาง”
ยามนี้พลังงานที่เคยปั่นป่วนภายในร่างบัดนี้สงบนิ่งและมั่นคงสัญลักษณ์ไท่จี๋เหนือหัวใจของเขาหมุนวนอย่างเชื่องช้าและเป็จังหวะปล่อยกระแสพลังหยินและหยางอันบริสุทธิ์หล่อเลี้ยงไปทั่วร่างอย่างต่อเนื่องปราณหัวใจหยินหยางได้ถูกสร้างขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว
เขารู้สึกได้ถึงพลังที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนในระดับก่อปราณขั้นที่ห้ามันคือความรู้สึกมั่นคงที่เขาไม่เคยััมาก่อนในร่างนี้แต่ในขณะที่เขากำลังสำรวจพลังใหม่ของตนเองเสียงแตกหักของกิ่งไม้และเสียงคนวิ่งอย่างไม่คิดชีวิตก็ดังขึ้นจากด้านนอกถ้ำ
"แฮ่ก! แฮ่ก! เย่ซิง!" ร่างของไป๋หลุนพุ่งพรวดเข้ามาในถ้ำในมือของเขายังคงกำผลไม้ป่าสองสามลูกไว้แน่นแต่ใบหน้ากลับซีดเผือดและเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกสุดขีดดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว
"แย่แล้ว! มันตามมา!" ไป๋หลุนะโเสียงหลง
"ข้าเห็นมัน!มันกำลังมาทางนี้!"
กรรรซ์!!!
ยังไม่ทันที่เย่ซิงจะได้ซักถามเสียงคำรามกึกก้องที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นอย่างบ้าคลั่งก็ดังขึ้นจนผนังถ้ำสั่นะเืมันคือเสียงที่พวกเขาเพิ่งได้ยินเมื่อไม่นานมานี้
โครม!
ต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ใกล้ปากถ้ำถูกชนจนหักโค่นลงมาร่างมหึมาของพยัคฆ์เกล็ดศิลาปรากฏกายขึ้น สภาพของมันดูย่ำแย่กว่าเดิมเกล็ดหินที่เคยแข็งแกร่งมีรอยร้าวปรากฏอยู่ทั่วตัวดวงตาข้างหนึ่งปิดสนิทและบวมช้ำจากการโดนหินถล่มทับแต่ดวงตาอีกข้างที่เหลืออยู่กลับลุกโชนด้วยเพลิงแห่งความแค้นที่จ้องตรงมายังร่างเล็กๆของเย่ซิงเพียงผู้เดียว มันจำเขาได้และมันตามมาเพื่อชำระแค้น
"หนี! เย่ซิง หนีเร็วเข้า!" ไป๋หลุนะโเสียงหลงสติของเขาแตกกระเจิงเมื่อเผชิญหน้ากับอสูรร้ายในระยะใกล้ขนาดนี้เขารีบคว้าแขนของเย่ซิงและพยายามจะลากให้หนีลึกเข้าไปในถ้ำแต่แขนของเด็กน้อยกลับนิ่งสนิทราวกับหยั่งรากลึกลงไปในพื้นหิน
เย่ซิงยืนนิ่งไม่ไหวติงเขาปัดมือของไป๋หลุนออกเบาๆ โดยไม่ได้แม้แต่จะหันไปมองสายตาทั้งหมดของเขาจับจ้องอยู่ที่พยัคฆ์เกล็ดศิลาที่กำลังขู่คำรามอยู่เบื้องหน้า
"หล่อแก่นแท้ขั้นที่เก้าาเ็สาหัสจากการถูกหินทับและฝ่าก้อนหินออกมาความโกรธทำให้มันขาดสติและเคลื่อนไหวโดยเปล่าประโยชน์"เขาประเมินสภาพของศัตรูอย่างเ็าในใจ
"ส่วนข้าก่อปราณขั้นที่ห้าแต่มีวิชากายาจักรวาลคู่ขนานขั้นที่ 1 ปราณหัวใจหยินหยาง"แววตาของไป๋หลุนเต็มไปด้วยความสิ้นหวังแต่แววตาของเย่ซิงกลับทอประกายที่น่าหวาดหวั่นมันคือประกายตาของนักล่าที่เจอเหยื่ออันโอชะ
"ดี" รอยยิ้มเ็าปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา
"ข้ากำลัง้าคู่ซ้อมเพื่อทดสอบพลังใหม่อยู่พอดี"แทนที่จะวิ่งหนีเย่ซิงกลับก้าวเท้าเดินไปข้างหน้าหนึ่งก้าวตรงเข้าหาพยัคฆ์อสูรที่กำลังบ้าคลั่ง
พยัคฆ์เกล็ดศิลาเห็นท่าทีท้าทายนั้นก็คำรามลั่นมันไม่ลังเลอีกต่อไป ร่างมหึมาของมันพุ่งทะยานเข้าใส่ราวกับภูผาถล่มกรงเล็บหินเหล็กไฟที่สามารถฉีกเหล็กกล้าได้ตวัดผ่านอากาศ หมายจะบดขยี้ร่างเล็กๆนั้นให้แหลกละเอียดในพริบตาเดียว
"หลบเร็ว!"ไป๋หลุนะโอย่างสิ้นหวัง
แต่เย่ซิงกลับไม่หลบ ในเสี้ยววินาทีที่กรงเล็บมรณะกำลังจะถึงตัวเขากลับทำในสิ่งที่น่าเหลือเชื่อเขาก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าวและโคจรพลังจากปราณหัวใจหยินหยางโดยดึงเอาพลังหยินอันเยือกเย็นออกมาใช้
ทั่วทั้งร่างของเขาพลันปรากฏชั้นพลังงานบางเบาที่มองไม่เห็นขึ้นมาปกคลุมร่างกายของเย่ซิงพลันเคลื่อนไหวได้อย่างลื่นไหลผิดธรรมชาติมันไม่ใช่ความเร็วที่เกิดจากพละกำลัง แต่เป็การเคลื่อนไหวที่ไร้ซึ่งแรงต้านทานใดๆ
ฟุ่บ!
ร่างของเขาเอนหลบกรงเล็บนั้นไปได้อย่างง่ายดายราวกับสายน้ำที่ไหลผ่านก้อนหินกรงเล็บที่หนักหน่วงตบลงบนพื้นถ้ำจนเกิดเสียงะเิดังสนั่นและเศษหินกระจายไปทั่วแต่กลับไม่อาจััได้แม้แต่ชายเสื้อของเด็กน้อย
พยัคฆ์อสูรหันขวับและตบกรงเล็บอีกครั้งแต่ผลลัพธ์ก็ยังคงเหมือนเดิม เย่ซิงเคลื่อนที่ไปรอบๆตัวมันด้วยท่วงท่าที่สง่างามและเยือกเย็นทุกย่างก้าวของเขาไร้ซึ่งการเคลื่อนไหวที่สูญเปล่าเขาราวกับกลายเป็ส่วนหนึ่งของเงามืดที่กำลังร่ายรำอยู่รอบๆตัวพยัคฆ์อสูรที่เกรี้ยวกราด
กรรซ์!
พยัคฆ์เกล็ดศิลาคำรามอย่างหงุดหงิดมันคือเ้าป่าผู้ยิ่งใหญ่แต่บัดนี้กลับไม่สามารถทำอะไรมดปลวกที่ว่องไวตัวนี้ได้เลยความโกรธทำให้การโจมตีของมันรุนแรงขึ้น แต่ก็ยิ่งเต็มไปด้วยช่องโหว่
ไป๋หลุนมองภาพนั้นด้วยความตะลึงงันเขาไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นเด็กคนนี้หลบการโจมตีที่แม้แต่ยอดฝีมือระดับหล่อแก่นแท้ยังต้องหลีกหนีได้อย่างไร แต่ในสายตาของเย่ซิงนั้นไม่ได้มีเพียงการหลบหลีกเขากำลังวิเคราะห์ดวงตาสีนิลของเขาสงบนิ่งและเ็า เขากำลังจดจำทุกรูปแบบการโจมตีสังเกตทุกการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ และประเมินทุกาแบนร่างกายของอสูรร้ายพร้อมกับเหลือบสายตาขึ้นไปมองกลุ่มหินงอกหินย้อยแหลมคมบนเพดานถ้ำเป็ครั้งคราว
เขากำลังรอ รอจังหวะที่สมบูรณ์แบบที่สุด
หลังจากหลบหลีกอยู่ครู่ใหญ่จนอ่านทิศทางการโจมตีของอสูรได้ทะลุปรุโปร่งแล้วเย่ซิงก็เปลี่ยนรูปแบบการเคลื่อนไหว เขายังคงใช้พลังหยินเพื่อความคล่องตัวแต่บัดนี้เขาไม่ได้เพียงแค่หลบหลีกอีกต่อไป
เขาเริ่มเข้าใกล้พยัคฆ์เกล็ดศิลามากขึ้นพร้อมกับเปลี่ยนมาใช้พลังหยาง
ครรลองแห่งจุดจบเงาสร้างรูป!
หนามแหลมที่สร้างจากเงาหลายสิบอันพุ่งเข้าใส่พยัคฆ์อสูรจากทุกทิศทางมันถูกเสริมด้วยพลังหยางที่ร้อนแรง ทำให้มีอานุภาพรุนแรงกว่าเดิม
แคร็ก! แคร็ก!
แต่มันก็ยังทำได้แค่สร้างรอยขีดข่วนตื้นๆบนเกล็ดหินที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กกล้าเท่านั้น
กรรซ์!
พยัคฆ์เกล็ดศิลาคำรามอย่างรำคาญมันมองว่าการโจมตีนี้เป็เพียงเื่น่ารำคาญของมดปลวกที่น่ารำคาญตัวหนึ่ง
"ชิไม่ได้ผลร่างกายมันแข็งแกร่งเกินไป"เย่ซิงคิดในใจ
"ถ้าอย่างนั้นก็ต้องทำให้มันโกรธจนขาดสติ" เขาเปลี่ยนเป้าหมายหนามเงาอันใหม่ที่แหลมคมกว่าเดิมจากวิชาครรลองแห่งจุดจบเงาสร้างรูปพุ่งเข้าใส่ดวงตาข้างที่บวมช้ำของมันอย่างแม่นยำ!
ฉึก!
"โฮกกกกกกกกกกกก!!!" คราวนี้มันได้ผลพยัคฆ์เกล็ดศิลาคำรามก้องออกมาด้วยความเ็ปอย่างสุดแสนความโกรธทั้งหมดของมันพุ่งถึงขีดสุด มันไม่สนใจการป้องกันตัวอีกต่อไปอ้าปากกว้างรวบรวมพลังงานธาตุดินสีน้ำตาลเข้มเตรียมจะพ่นลำแสงทำลายล้างทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้า
"สำเร็จ!" ในจังหวะที่มันกำลังจะปลดปล่อยพลังนั่นเองเย่ซิงก็ได้เคลื่อนไหว เขาล่อมันให้เดินมาอยู่ใต้กลุ่มหินย้อยที่ไม่มั่นคงนั้นั้แ่แรกแล้ว!
"ไป๋หลุน! ขว้างก้อนหินใส่เพดานตรงนั้น!"เย่ซิงะโสั่ง
ไป๋หลุนที่กำลังสับสนแต่ก็ทำตามสัญชาตญาณเขารีบหยิบก้อนหินที่อยู่ใกล้ตัวและขว้างมันสุดแรงเกิดไปกระทบกับหินย้อยบนเพดาน
แกร๊ก
มันเป็เพียงตัวกระตุ้นเล็กๆ เท่านั้นแต่สิ่งที่ตามมาคือเสียงคำรามทำลายล้างของพยัคฆ์อสูรที่ปลดปล่อยออกมาพอดีคลื่นพลังงานมหาศาลไม่ได้พุ่งไปที่เย่ซิงแต่กลับพุ่งขึ้นไปกระแทกเพดานถ้ำอย่างจัง!
ครืนนนนนนนน!!!
เพดานถ้ำสั่นะเือย่างรุนแรงจากคลื่นพลังงานที่พยัคฆ์อสูรปลดปล่อยออกมารอยแตกเล็กๆที่เกิดจากก้อนหินของไป๋หลุนบัดนี้ได้ขยายใหญ่ขึ้นราวกับใยแมงมุมในชั่วพริบตา
เศษฝุ่นและก้อนกรวดร่วงหล่นลงมาเป็ห่าฝน
เย่ซิงที่คาดการณ์ทุกอย่างไว้แล้วได้พุ่งตัวหลบออกมาจากบริเวณนั้นได้อย่างทันท่วงทีั้แ่ตอนที่พยัคฆ์อสูรเริ่มรวบรวมพลัง
พยัคฆ์เกล็ดศิลาที่เพิ่งใช้พลังไปจนหมดสิ้นและยังคงเงยหน้าอยู่ทำได้เพียงเบิกตากว้างมองดูมรณะที่กำลังร่วงหล่นลงมาจากเบื้องบนเสียงปริแตกของหินผาดังกึกก้อง ก่อนที่หินงอกหินย้อยขนาดั์ที่แหลมคมราวกับดาบหลายสิบเล่มจะร่วงหล่นลงมา!
ฉึก! ฉึก! ฉึก!
เสียงหินั์เสียบร่างอสูรดังขึ้นติดต่อกันอย่างน่าสยดสยองร่างมหึมาของมันถูกหอกศิลาจากธรรมชาติเสียบทะลุจนพรุนและตรึงร่างของมันไว้กับพื้นถ้ำเืสีเข้มไหลทะลักออกมาจากาแนับไม่ถ้วน
มันกรีดร้องออกมาด้วยความเ็ปสุดแสนสาหัสไม่ใช่เสียงคำรามที่น่าเกรงขามอีกต่อไปแต่เป็เสียงร้องโหยหวนของสัตว์ร้ายที่าเ็ปางตาย มันดิ้นรนทุรนทุรายพยายามจะสลัดร่างออกจากแท่งศิลาที่พันธนาการมันไว้ แต่ก็ไร้ผล
ฝุ่นควันค่อยๆ จางลงเผยให้เห็นภาพของพยัคฆ์เกล็ดศิลาที่ถูกตรึงอยู่กับพื้น มันยังไม่ตายแต่มันก็ 'งุนงง' และาเ็สาหัสจนแทบขยับไม่ได้แล้ว
เย่ซิงเดินเข้าไปหาพยัคฆ์อสูรที่ถูกตรึงไว้อย่างใจเย็นไป๋หลุนะโร้องห้ามจากด้านหลัง แต่เขาก็ไม่สนใจ
"ยังอวดดีได้อีกนะ" เขาตัดสินใจจะปิดฉากการต่อสู้ด้วยพลังพื้นฐานครรลองแห่งจุดจบ - เงาสร้างรูป!หอกเงาอันหนึ่งก่อตัวขึ้นในมือและพุ่งเข้าใส่หัวของพยัคฆ์อสูรอย่างรวดเร็ว
แคร้ง!
เสียงดังราวกับโลหะกระทบกันหอกเงากระทบกับเกล็ดหินบนหน้าผากของมันและแตกสลายไปในทันทีมันสร้างได้เพียงรอยขีดข่วนเล็กๆ ที่แทบมองไม่เห็น
พยัคฆ์อสูรที่ได้สติกลับมาจากแรงกระแทกมันคำรามอย่างบ้าคลั่งและใช้แรงทั้งหมดที่เหลืออยู่ตวัดกรงเล็บข้างเดียวที่ยังขยับได้ของมันออกไปในแนวราบ!
ฟุบ!
อากาศถูกฉีกกระชากออกเป็ทางยาวแม้การโจมตีจะดูเชื่องช้าในสายตาของเย่ซิงแต่ร่างกายของเด็กคนนี้กลับตอบสนองได้ไม่ทันท่วงทีเขาพยายามเบี่ยงตัวหลบแต่ก็ยังช้าไปก้าวหนึ่งกรงเล็บที่แหลมคมราวกับหินเหล็กไฟเฉือนผ่านหน้าอกและหัวไหล่ของเขาอย่างรุนแรง
ฉัวะ!
"อึก!" ร่างเล็กๆของเย่ซิงปลิวไปกระแทกกับผนังถ้ำอย่างแรงจนกระอักเืออกมาคำโตความเ็ปแล่นพล่านไปทั่วร่าง แต่เขากลับกัดฟันและฝืนยันตัวเองลุกขึ้นมาอีกครั้ง
"พลังธรรมดาใช้ไม่ได้ผลถ้าอย่างนั้น" เขาตัดสินใจลองเสี่ยงในสิ่งที่ยังไม่เคยทำมาก่อนเขาสร้างหอกเงาขึ้นมาอีกครั้ง แต่คราวนี้เขาได้ฝืนดึงเอาปราณจากหัวใจหยินหยางที่ยังไม่เสถีรเข้ามาหลอมรวมกับมัน
หอกสีดำสนิทในมือของเขาพลันเกิดการเปลี่ยนแปลงมันมีสายใยพลังงานสีเงินยวงราวน้ำแข็งและสีทองดุจดวงตะวันพันรอบตัวหอกพลังที่รุนแรงและปั่นป่วนแผ่ออกมาจนอากาศรอบข้างบิดเบี้ยว
เขาซัดหอกนั้นออกไปสุดแรงเกิด!
ซู่!
หอกเงาผสานพลังหยินหยางพุ่งแหวกอากาศเข้าปะทะกับเกล็ดหินที่หน้าอกของพยัคฆ์อสูรคราวนี้มันไม่ได้แตกสลาย แต่กลับแทรกซึมทะลวงเกล็ดนั้นเข้าไปราวกับโลหะร้อนที่ทะลวงผ่านน้ำแข็ง!
"โฮกกกก!!!" พยัคฆ์อสูรกรีดร้องด้วยความเ็ปอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนพลังหยินและหยางที่ขัดแย้งกันได้ะเิขึ้นภายในร่างของมันสร้างาแฉกรรจ์จนเืสาดกระเซ็น แต่ถึงกระนั้นมันก็ยังไม่ตายและพลังของเย่ซิงก็ร่อยหรอลงไปมากจากการโจมตีเมื่อครู่
พยัคฆ์อสูรที่ตอนนี้าเ็ปางตายและขับเคลื่อนด้วยความแค้นเพียงอย่างเดียวมันไม่สนใจาแของตัวเองอีกต่อไปแต่มันรวบรวมพลังเฮือกสุดท้ายพุ่งเข้าใส่เย่ซิงที่ยืนโซเซอยู่หมายจะลากให้ตายตกไปตามกัน
"จบสิ้นแล้ว"ไป๋หลุนพึมพำด้วยความสิ้นหวัง แต่แล้วในวินาทีที่คมเขี้ยวของอสูรร้ายกำลังจะถึงตัวเย่ซิงร่างของไป๋หลุนก็ได้พุ่งเข้ามาขวางระหว่างกลาง!
"ทำในสิ่งที่เ้าต้องทำซะ! เย่ซิง!"เขาะโออกมา
กร้วม! ฉัวะ!
เสียงคมเขี้ยวและกรงเล็บฉีกกระชากร่างของไป๋หลุนอย่างโเี้เสียงกระดูกแขนที่แตกหักดังลั่น เือุ่นๆสาดกระเซ็นมาโดนใบหน้าของเย่ซิงที่ยืนตะลึงอยู่
ภาพที่ไป๋หลุนสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำที่เขาเห็นเป็เพียงเครื่องมือยอมสละชีวิตตัวเองเพื่อปกป้องเขา
มันคือสิ่งที่เย่ซิงไม่เคยเข้าใจและมันได้จุดประกายอารมณ์บางอย่างที่เขาไม่เคยรู้สึกมาก่อนขึ้นมา
"โกรธรึ? ความรู้สึกนี้" ความคิดแล่นผ่านสมองของเขาอย่างรวดเร็ว
"เหตุใดข้าต้องมาโกรธเกรี้ยวเพราะสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำตัวหนึ่ง? เพราะเครื่องมือที่กำลังจะพัง?"
"การเสียสละช่างเป็แิที่โง่เง่าและไร้เหตุผลที่สุดของพวกลูกหลานแห่งชีวิตแต่เหตุใดเหตุใดความโง่เง่านั้นกลับทำให้โทสะในใจข้าลุกโชนขึ้นมาได้!"
"บังอาจ!!!" เสียงเล็กๆของเด็กน้อยตวาดลั่นออกมาเป็ครั้งแรกแต่มันกลับก้องกังวานและทรงพลังราวกับเสียงของเทพเ้าโบราณ พลังลมปราณที่เคยแห้งเหือดไปแล้วกลับปะทุขึ้นมาอีกครั้งจากจิติญญาที่แข็งแกร่งของเขาเขากำลังใช้ร่างกายจนเกินขีดจำกัด!
เขาไม่ได้สร้างหอกอีกต่อไปแต่บีบอัดพลังหยินและหยางทั้งหมดที่เหลืออยู่ในหัวใจหยินหยางให้กลายเป็กระบี่เงาที่ดำสนิทและไม่เสถียรมันสั่นะเือย่างรุนแรงอยู่ในมือของเขา
เย่ซิงพุ่งทะยานผ่านร่างของไป๋หลุนที่ร่วงหล่นลงไปตรงเข้าหาพยัคฆ์อสูรที่กำลังตกตะลึง
ฉึก!
กระบี่เงาถูกแทงลึกเข้าไปในดวงตาข้างที่ยังดีอยู่ของมันจนมิดด้ามพยัคฆ์อสูรคำรามก้องแต่เย่ซิงกลับไม่ถอยเขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของมันและเอ่ยออกมาเพียงคำเดียว
"สลายไปซะ"
บึ้มมมมมมมมมมม!!!
พลังหยินหยางที่ถูกบีบอัดไว้จนถึงขีดสุดได้ะเิออกอย่างรุนแรงจากภายในร่างของพยัคฆ์เกล็ดศิลาแสงสีทองและสีเงินะเิทะลุออกมาจากทุกทิศทางฉีกร่างมหึมาของมันจนแหลกละเอียดเป็ชิ้นๆ
ฝนโลหิตและเศษเนื้อสาดกระจายไปทั่วทั้งถ้ำ
ท่ามกลางความเงียบงันหลังการะเิร่างเล็กๆของเย่ซิงยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่ดวงตาของเขาจะเลื่อนลอยและล้มลงไปนอนหมดสติอยู่ข้างซากอสูรที่เหลือเพียงครึ่งท่อน