ขุนปราบกามสวาท
ตอนที่ 15 | ช่วยเหลือเสือสาว
พอวันรุ่งขึ้นมากถึง ทัพก็เลยตั้งใจจะเดินทางไปยังถ้ำอสรพิษ เพื่อชวนนางพญางูขาวมาอยู่ด้วยกัน แต่ทว่าเขากลับไปรับภารกิจด่วนซะก่อน ซึ่งมันก็เป็ภารกิจที่สำคัญมาก อย่างการปราบชุมเสือร้ายแห่งภาคใต้ ซึ่งชุมเสือที่เขาจะต้องไปปราบนั้นมีชื่อว่าชุมเสือไพรนารี เป็ชุมเสือที่มีสมาชิกเป็ผู้หญิงทั้งหมด และมีผู้นำเป็เสือสาวผู้มีวิชาคงกระพันนารีนามว่าเสือดาหลัน
"กระผมได้ยินว่าชุมเสือไพรนารีเป็ชุมเสือที่ดีที่ช่วยเหลือผู้คนไม่ใช่หรือขอรับ เหตุใดทางการถึงส่งกระผมไปปราบกันเล่าไม่เข้าใจเลย" ทัพที่ได้ฟังพระยาเดชาพูดว่าชุมเสือที่เขาต้องไปปราบคือชุมเสือไพรนารีก็งุนงงขึ้นมาทัพ เพราะชุมเสือไพรนารีนั้นถือได้ว่าเป็ชุมเสือที่ดีชุมหนึ่งเลย เพราะปล้นแต่พวกฉ้อราษฎร์บังหลวง แล้วเอาเงินที่ปล้นได้มาแจกจ่ายชาวบ้านที่โดนพวกนั้นขูดเืขูดเนื้อ และชุมเสือนี้ก็ยังปราบชุมเสือเลวชุมอื่นด้วย
"ใช่เมื่อก่อนมันเป็เยี่ยงนั้น แต่ตอนนี้มันไม่เป็อย่างนั้นแล้ว ฉันได้ยินมาว่าตอนนี้ชุมเสือไพรนารีนั้นปล้นไปทั่วฆ่าไม่เลือก ฉันเลยขอทางการให้ท่านขุนไปทำภารกิจในครั้งนี้ เพื่อหาความจริงให้หน่อย ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่" พระยาเดชาที่สงสัยเื่นี่เช่นเดียวกับทัพ ก็ตอบเขากลับมา
"ถ้าอย่างนั้นกระผมขอตัวก่อนนะขอรับ จะได้เตรียมตัวเดินทางลงใต้ด้วย" ทัพกล่าวลาท่านพระยาเดชา ก่อนที่จะลงเรือนของเขาไป ดูเหมือนว่าเื่ของนางพญางูขาว เขาต้องเอาไว้ทีหลังเสียแล้ว เพราะมีเื่ที่สำคัญยิ่งกว่าต้องไปจัดการ
"พี่ต้องไปแล้วหรือเ้าคะ" มักกะลีสาวถาม หลังจากที่เห็นว่าทัพเก็บข้าวของจนเสร็จแล้ว
"ใช่พี่ต้องไปแล้ว น้องอยู่ทางนี้ก็รักษาเนื้อรักษาตัวดีๆ นะ พี่จะรีบไปรีบกลับ" ทัพตอบพลางขยับมือขึ้นมาลูบหัวนางไปด้วย มักกะลีสาวที่ได้ฟังเยี่ยงนั้นก็ไม่อยากให้ทัพไปเลย นางยังอยู่กับเขาต่ออีกหน่อย อีกสักหนึ่งคืนก็ยังดี แต่นางก็ได้แต่เก็บความคิดนั้นเอาไว้ในใจ เพราะว่ามันเป็ภารกิจสำคัญที่เขาต้องทำ นางเลยไม่พูดอะไรออกไป แล้วสวมกอดเขาเพียงเท่านั้น
ทัพที่บอกลามักกะลีสาวเสร็จแล้วก็ลงจากเรือนไป จากนั้นก็ควบเ้าสีนิลมุ่งหน้าลงใต้ทันที สถานที่ที่เขาต้องไปทำภารกิจในครั้งนี้ คือหุบพญาเสือ มันเป็ป่าขนาดใหญ่ที่ชุกชุมไปด้วยชุมเสือที่มากที่สุดแห่งหนึ่งของทางใต้ และก็เป็ป่าที่เต็มไปด้วยเื่อาถรรพ์ไม่ต่างอะไรกับดงพญาไฟเลย ซึ่งทัพก็ได้แฝงตัวมาอยู่ที่นี่ได้ราวๆ สองสัปดาห์แล้ว
เขาหาข้อมูลของชุมเสือที่ตั้งก๊กอยู่ในป่าแห่งนี้ตามหนูบ้านที่อยู่ชายป่า เท่าที่เขาหาข้อมูลได้ดูเหมือนว่าชุมเสือไพรนารีจะเป็ชุมเสือที่ใหญ่ที่สุดในแทบนี้ แล้วก็คุมชุมเสือแถบนี้เอาไว้ทั้งหมด ส่วนเื่ที่ว่าเหตุใดถึงมีข่าวว่าชุมเสือไพรนารีถึงปล้นไม่เลือก และฆ่าไปทั่วนั้นเขายังหาข้อมูลเื่นี้ไม่ได้เลย เพราะคนที่อยู่ตามหมู่บ้านชายป่านั้นเทิดทูนชุมเสือไพรนารีเป็อย่างมาก เขาก็เลยหลอกถามข้อมูลอะไรไม่ได้เลย
และตอนนี้ทัพที่อยู่ในวิชากำบังกายกำลังเดินสะกดรอยตามหญิงสาวคนหนึ่งอยู่ นางแต่งกายอย่างทะมัดทะแมงราวกับบุรุษ ทั้งสวมโจงกระเบนทั้งสวนเสื้อแขนยาว แถมยังใช้ผ้าคลุมศีรษะและใบหน้าปิดบังตัวตนอีกต่างหาก ทัพที่เห็นแบบนั้นก็รู้ได้ในทันทีว่านางต้องสมาชิกของชุมเสือไพรนารีเป็แน่ ซึ่งนี่ก็เป็ครั้งแรกเลยที่ทัพเห็นสมาชิกของชุมเสือไพรนารี ซึ่งเขาก็สะกดรอยตามนางมาั้แ่ที่หมู่บ้านชายป่าแล้ว
"เอ็งเป็ใครสะกดรอยตามข้ามาทำไม" แต่ทว่าในจังหวะที่ทัพกำลังเดินตามนางอยู่นั้น นางก็หยุดนิ่งแล้วพูดขึ้นมา แต่ทัพไม่ได้ใเลยแม้แต่น้อย เพราะคนที่นางพูดด้วยนั้นไม่ใช่เขา แต่เป็ชายอีกสามคนที่สะกดรอยตามนางมาเช่นเดียวกัน
"หูตาไวดีนี่ สมกับที่เป็คนของไพรนารีจริงๆ" จากนั้นหนึ่งพวกโจรป่าทั้งสามคนที่สะกดรอยตามนางมาก็พูดขึ้น พร้อมกับพากันเดินออกมาจากโพลงหญ้า ซึ่งมันทั้งสามคนก็เป็โจรั้แ่หัวจรดเท้าเลย ทั้งหนวดเคราที่รุงรัง ทั้งผิวการที่เต็มไปด้วยอักขระอาคม และอาวุธที่เหน็บไว้เต็มเอว ทั้งดาบ และมีหมอ
"ก็ข้าไม่ใช่โจรกระจอกเหมือนพวกเ้านิ" นางตอบโจรทั้งสามกลับไป พร้อมกับชักดาบออกมาจากฝัก ทัพที่เห็นใบดาบนางก็รู้ได้ทันทีเลยว่านางนั้นฝีมือไม่ธรรมดา เพราะใบดาบของนางนั้นบางมาก และคมดาบเองก็สึกไปไม่ใช่น้อย หมายความว่านางนั้นใช้ดาบเล่มนี้ต่อสู้มาเป็เวลานาน และมันก็ผ่านการลับคมมาหลายครั้ง ถึงจะไม่ได้รับอย่างประณีตมากนัก แต่มันก็คมมากพอแล้วที่จะใช้สังหารคน
"ปากดีนักนะมึง คอยดูเถอะวันนี้แหละที่เสือสาวจากชุมเสือไพรนารีจะตกเป็เมียพวกกู" โจรป่าที่ได้ฟังนางพูดแบบนั้นก็ยัวะทันที พอมันพูดตอบนางกลับไป ก็ชักดาบออกมาบ้าง ก่อนที่จะง้างดาบแล้ววิ่งตรงเข้าไปหานาง "ย๊า!!!"
นางที่เห็นว่าโจรหนุ่มพุ่งเข้ามาหาตัวเองแบบนั้น ก็ตั้งดาบขึ้นมารับด้วยท่าทางสบายๆ เพราะนางเจออะไรแบบนี้มาหลายน้อยครั้งแล้ว สวบ!!! นางหลบคมดาบของโจรคนนั้นได้อย่างสบายๆ ตับ!!!! ก่อนที่จะถีบเข้าไปที่กลางหน้าอกของมันอย่างจัง จากนั้นนางก็เป่าคาถาลงไปที่ดาบ "อาวุธานัง เอเตสัง อานุภาเวนะ นะโมพุทธายะ" เสี้ยววินาทีที่นางเป่าคาถาลงไป ดาบก็เปล่งแสงขึ้นมาครู่หนึ่ง จากนั้นนางก็ฟาดฟันดาบเข้าไปที่โจรป่าคนนั้น สวบ!!!!! ทำเอาตัวมันขาดครึ่งท่อนในทันที
"ไม่ใช่แค่โจรสาวธรรมดาๆ สินะ" โจรที่มาด้วยกันเห็นว่านางมีคาถาเสกอาวุธก็พูดขึ้น จากนั้นมันก็หยิบมีดหมอขึ้นมา แล้วเป่าคาถาลงไปบ้าง ก่อนที่จะวิ่งตรงเข้าไปหานาง
สวบ!!! มันฟันมีดหมอเข้าไปที่นางเต็มแรง แต่นางก็หลบได้อย่างง่ายดายเหมือนเดิม มันที่เห็นแบบนั้นก็เลยตวัดคมมีดกลับมาอีกครั้ง เคล้ง!!!! นางที่หลบไม่ทันก็เลยลดใบดาบกลับมารับเอาไว้ มันที่เห็นแบบนั้นก็ยิ้มออกมา ก่อนที่จะขยับมืออีกข้างล้วงไปหยิบมีดหมออีกเล่มที่ซ่อนเอาไว้ที่หลังออกมา แล้วแทงเข้าไปที่ท้องนางอย่างเต็มแรง
"ย๊า!!!" เคล้ง!!!!! แต่ทว่าคมมีดหมอกลับทำอะไรนางไม่ได้เลย "หรือว่าแกจะมี..." ยังไม่ทันที่มันจะพูดจบ นางก็ะโหมุดตัวเตะกลับหลังเข้าไปที่ก้านคอของมันอย่างเต็มแรง ทำเอามันคอพับลงมาและล้มลงไปนอนกองที่พื้น ซึ่งมันก็เป็จังหวะเดียวกับที่ผ้าคลุมหัวนางหลุดออกด้วย เลยเผยให้เห็นใบหน้าเรียวสวยของนาง ที่งดงามไม่ต่างอะไรกับลูกของคุณหญิงในพระนครเลย จากนั้นนางก็ปักดาบลงไปที่กลางอกของโจรคนนั้น สวบ!!!! จนมันตายตามเพื่อนของมันไป
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า" โจรอีกคนที่เห็นแบบนั้น ก็หัวเราะลั่นออกมา "วิชาคงกระพันนารีสินะ ไม่คิดเลยว่าจะได้มาเจอของดีแบบนี้" จากนั้นมันก็พูดขึ้นมาอีกครั้ง ทัพเองก็ไม่คิดเหมือนกัน เพราะวิชาคงกระพันนารีนั้นเป็วิชาที่หายากมาก จะมีได้เพียงแค่สตรีที่เกิดในคืนจันทรุปราคาเท่านั้น และจะต้องถือครองพรหมจรรย์ด้วย
"แถมยังงดงามไม่ใช่น้อยอีกต่างหาก แบบนี้ค่อยคุ้มค่าที่จะเสี่ยงชีวิตหน่อย" โจรคนนั้นพูดขึ้นมาอีกครั้ง จากนั้นมันก็พุ่งตรงเข้าไปหานาง นางที่เห็นแบบนั้นก็ตั้งดาบขึ้นมารับอีกรับการโจมตีอีกครั้ง เคล้ง!!! แต่ด้วยความเร็วของโจรคนนั้น นางก็เลยหลบการโจมตีของมันไม่พ้น คมดาบของมันก็เลยกระแทกเข้าไปที่สีข้างของนางอย่างจัง ถึงคบดาบจะไม่สามารถสร้างรอยแผลให้นางได้ แต่นางก็เจ็บไม่ใช่น้อย
จากนั้นโจรหนุ่มก็ง้างหมัดต่อยเข้าไปที่ใบหน้าของนาง สวบ!!!! แต่ทว่าก็หลบหมัดนั้นได้ทัน เคล้ง!!!! ก่อนที่จะเป็ฝ่ายโจมตีกลับสวนกลับไปบ้าง แต่โจรหนุ่มก็ยกใบดาบขึ้นมากันเอาไว้ได้ทัน นางที่เห็นแบบนั้นก็เลยตวัดดาบกลับมาฟันมันอีกครั้ง แต่ทว่าดาบเล่มนั้นกลับหลุดร่วงลงมาจากมือของนาง พร้อมกับร่างบางที่ทรุดตัวลงไปนั่งอยู่บนพื้น
"อ่าส์ อะไรกัน ทำไมร่างกายข้าถึงเป็แบบนี้" นางที่ร้อนรุ่มไปทั้งเรือนร่าง จนไม่มีแรงขยับตัวก็พูดขึ้นมาด้วยเสียงแ่เบา พร้อมกับพยายามจะเอื้อมมือไปหยิบดาบอีกครั้ง สวบ!!! แต่ใบดาบก็ถูกโจรหนุ่มเตะทิ้งไป
"มันจบแล้วแม่เสือสาว ที่เ้าโดนไปมันเรียกว่าเกสรกุหลาบไฟ มันจะทำให้เ้าร้อนรุ่มไปทั้งเรือนร่าง และลุ่มหลงไปกับไฟแห่งกามารมณ์ ไม่มียาใดที่สามารถรักษาได้ มีเพียงแค่การเสพสังวาสเท่านั้นที่จะช่วยเ้าได้ ไม่เช่นนั้นเ้าจะร้อนรุ่มจนตาย ทีนี้ก็มาเป็เมียของข้าดีๆ ซะ ข้าจะดูแลเ้าอย่างดีเลย" โจรชั่วที่เห็นว่าตัวเองเป็ผู้ชนะแล้ว ก็พูดขึ้นพร้อมกับย่อมตัวลงไปนั่งคุกเข่าอยู่บนพื้น พร้อมกับจับกรอบใบหน้าสวยของนางให้เชิดขึ้นมาสบตาตัวเอง
"แก!!" นางที่ได้ฟังแบบนั้นก็สบถเรียกมันออกมา "อื้อออส์" ก่อนที่จะส่งเสียงครางออกมาเพราะความรุ่มร้อน
สวบ!!!!!!! แต่ทว่าในจังหวะที่นางกำลังสบตากับโจรชั่วอยู่นั้น หัวของมันก็กระเด็นหลุดออกจากบ่า พร้อมกับร่างกำยำของมันที่ถูกถีบกระเด็นไปกระแทกกับโคนต้นไม้ นางที่เห็นแบบนั้นก็เงยหน้าขึ้นไปมองดูคนที่เป็ผู้สังหารโจรชั่วคนนั้น เลยได้เห็นเข้ากับหญิงสาวคนหนึ่ง ที่ใบหน้างดงามจนไม่อาจจะละสายตาออกไปได้ ซึ่งใบหน้าสวยนั้นก็เปื้อนเืที่กระเซ็นขึ้นไปเล็กน้อย
"เ้าไม่เป็ใช่ไหม" จากนั้นหญิงสาวคนนั้นก็ถามนาง ก่อนที่จะเก็บดาบเล่มสีดำเข้าไปในฝัก ซึ่งหญิงสาวผู้นี้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน นางคือทัพนั่นเอง เขาได้ใช้อาคมจำแลงกายตัวเองเป็ผู้หญิง โดยใช้รูปลักษณ์ของบุษบา เพราะเขานั้น้าจะแฝงตัวเข้าไปในชุมเสือไพรนารี
โปรดติดตามตอนต่อไป