“เื่สัมมนา้าคำตอบด่วนภายในวันนี้ จะปฏิเสธอีกใช่ไหม?”
เขาถามเหมือนรู้คำตอบอยู่แล้วเพราะฉันไม่เคยไปเลยสักครั้งแต่พวกเขาก็ยังส่งคำขอมาทุกปี
“ไม่!!ครั้งนี้ฉันจะไป”
ฉันตอบ
“ห๊ะ!? ปกติเธอไม่เคยจะสนใจไม่ว่าจะไปออกงานสังคมหรืออะไรพวกนี้เลยนี่จะไปจริงดิ?”
โลแกนทำหน้าแปลกใจในคำตอบของฉัน
“ตามนั้น!! งั้นเจอกันที่ยิมตอนเย็น”
ฉันโบกมือให้เขาพลางเดินจากไป
“แต่นั่นมันวันจันทร์ที่จะถึงนี้แล้วนะ!!”
เสียงะโของเขาดังตามหลังมา
“รู้แล้วๆ”
ฉันตอบอย่างสบายใจ
ที่ครั้งนี้ยอมไปก็เพราะ.....พ่อของลูกในอนาคตทั้งนั้น
คนอื่น ๆต้องขอบคุณยุนนะที่ทำให้ฉันสนใจที่จะไปในปีนี้
.............................................................................................................................
อีกฝั่งหนึ่ง
“ยุนทางนี้”
เสียงใส ๆเรียกยุนที่เพิ่งเดินมาถึงโรงอาหาร
“กินอะไรกัน”
ยุนถามซีและไอริสที่นั่งกินกันอยู่ก่อนแล้ว หลังจากที่เขาไปเข้าเรียนและมาหาอะไรกินก่อนที่จะไปทำงานตอน4 โมงเย็น
“ก็อย่างที่เห็น”
ซีตอบเรียบ ๆ
“ครับ คุณซีครับจะไม่กวนทีนสักวันไม่ได้เลยเหรอครับ”
ยุนหันไปแขวะซีที่กำลังตักข้าวเข้าปาก
“..........”
ซียักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ
“วันนี้ฉันเจอเื่วุ่นๆ มามากพอแล้ว ขอทีเถอะ”
ยุนบ่น
“เื่อะไรเหรอ?”
ไอริสถามอย่างสนใจและไม่ใช่แค่ไอริสซีก็หยุดกินแล้วตั้งใจฟังเช่นกันเพราะคนที่ไม่เคยบ่นไม่ว่าจะทำงานหนักขนาดไหนกลับพูดแบบนี้เป็ครั้งแรก!!มันจึงทำให้ไอริสและซีอยากรู้เป็อย่างมากว่าเกิดอะไรขึ้น
“ก็วันนี้มีผู้หญิงคนหนึ่งที่สวยมากเธอ....”
ยุนครุ่นคิดว่าจะเล่าออกไปดีไหม
“..........”
แต่แค่ประโยคเดียวก็ทำให้ไอริสและซีเบิกตากว้างด้วยความแปลกใจพวกเขาไม่เคยได้ยินว่าเพื่อนของพวกเขาชมใครว่าสวยมาก่อนยกเว้นภาพวาด
“เธอเป็ใคร?”
ไอริสหลุดปากถามออกมา
“ลูกค้าที่มาที่ร้านแต่....เธอแปลกมาก เธอถามว่าฉันราคาเท่าไหร่”
ยุนหยุดชะงักและเล่าต่อ
“ราคา....หมายถึงค่าตัวน่ะเหรอ?”
ไอริสถามต่อ
“อือ”
ยุนพยักหน้าหงึก ๆ
“ว้าว!! เธอเป็ใคร?ฉันอยากรู้จักจังเลย ไอดอลชัด ๆ”
ไอริสแสดงออกว่าประทับใจออกมาชัดเจน
“อย่าไปทำแบบนั้นกับใครล่ะ”
ยุนเตือนด้วยความหวังดี
“ฉันไม่ได้มีเงินมากพอที่จะทำแบบนั้นได้หรอกนะแต่ถ้าฉันอยากได้....”
ไอริสหยุดพูดเมื่อเห็นชายหนุ่มที่เพิ่งเดินเข้ามาในโรงอาหารกับหญิงสาวคนหนึ่ง
“ฉันจะทำให้เขาเข้ามาหาฉันเอง”
ไอริสพูดต่อสายตาก็ยังคงจ้องมองชายหนุ่มคนนั้นด้วยรอยยิ้มเ้าเลห์
“เด็กคนนั้นสินะ”
ซีพูดเมื่อเห็นสายตาของเพื่อนสาวที่มองไปยังชายหนุ่มคนนั้นซึ่งเขากำลังยืนซื้ออะไรสักอย่างอยู่
“เพื่อนฉันไม่มีใครปกติสักคน”
ยุนบ่นหลังจากหันไปมองตามคนอื่นๆ ว่าพวกเขาพูดถึงใคร
“แล้วนายปกติตายล่ะ”
ไอริสหันไปกลอกตาใส่ยุน
“เพราะแบบนี้เราถึงอยู่ด้วยกันได้นานสินะ”
ยุนยิ้มมุมปาก
ตัวปัญหาที่ใหญ่ที่สุดในมหาลัยสร้างปัญหาได้ตลอดที่ลับสายตา
ยัยตัวแสบที่อยากได้อะไรก็ต้องได้ชอบให้ทุกคนเต้นอยู่ในกำมือของเธอ
และฉัน!! ผู้ซึ่ง......
“อย่าเอาฉันไปรวม”
ซีแย้งด้วยสีหน้าที่ไม่แสดงอารมณ์
“ตัวปัญหาที่ใหญ่ที่สุดในมหาลัยอย่างนายมีสิทธิ์มาปฏิเสธด้วยเหรอ?”
ยุนไม่ยอมรับคำโต้แย้งของซี
“แต่ปีนี้ฉันยังไม่ได้สร้างปัญหาเลยนะ”
ซีพูดอย่างภาคภูมิใจ
“ไม่ใช่ว่าไปมีเื่กับเด็กต่างสถาบันั้แ่วันแรกหรอกเหรอ?”
ไอริสเตือนความจำ
“นั่น!!”
ซีไม่มีข้อแก้ตัว
“กลับคณะกัน”
เซโร่เดินไปหาไอริสและพูดด้วยสีหน้าที่ไม่แสดงความรู้สึก
“ฉันไปก่อนนะ”
ไอริสโบกมือลาซีและยุนก่อนที่จะเดินตามเซโร่ไปอย่างง่ายดาย
“เริ่มแผนไปแล้วสินะ”
ซียิ้มอย่างรู้ทัน
“ฉันไม่รู้จะสงสารใครก่อนดี”
ยุนพูดแล้วส่ายหน้าเบา ๆ
“สงสารตัวเองก่อนเถอะ”
ซีเตือนสติยุน
“นั่นสิ!!”
ยุนพยักหน้าเห็นด้วย
“แต่เธอสวยมากเลย”
อยู่ๆ ยุนก็ยิ้มออกมาทำให้ซีรู้สึกขนลุก
“งั้นก็บอกราคาไปเลยสิ”
ซีแสดงความคิดเห็น
“จริง ๆมันก็เป็ความคิดที่ไม่เลว จะบ้าเหรอ!!”
ยุนหันไปถลึงตาใส่ซี
“จริง ๆมันก็เหมือนไปนัดบอดนั้นแหละ ไปเจอคนแปลกหน้า พอถูกใจ ก็ลองคบ และ”
ซีเริ่มอธิบาย
“พอ ๆ ๆ”
ยุนห้ามเพื่อนของเขาไม่ให้พูดต่อ
“ลองมีประสบการณ์บ้างเถอะ”
ซีบอก
“บอกตัวเองก่อนไหม?”
ยุนแย้งกลับ
“นายก็รู้ว่าหัวใจของฉันมีคนล่ามโซ่ไว้แล้ว”
ซียักไหล่อย่างผู้ชนะ
“เฮอะ!!แต่ก็ยังไม่ได้คบกันไม่ใช่เหรอ? ทำมาเป็พูดดี”
ยุนไม่ยอมแพ้
“..........”
ซีหรี่ตาลงทันทีเพราะคำพูดของยุนมันไม่ได้ผิดเลย
“นายถูกล่ามโซ่ไว้แต่ไม่ได้หมายถึงว่า...!! เธอถูกล่ามด้วยนี่”
ยุนพูดถึงข้อเท็จจริง
“.........”
ซีเถียงไม่ออก
“รักข้างเดียวไม่นับหรอกนะ”
ยุนย้ำก่อนจะลุกขึ้นไปสั่งข้าว
“ไม่นับสินะ”
ซีพึมพำด้วยสายตาที่หมองลง
.
.
.
***อันนี้เป็ฉากที่ทั้งสามพูดคุยกันในเื่Senior รุ่นพี่สีเทา
สามารถไปอ่านเพิ่มเติมได้กันได้นะคะ^^
................................................................................................................................
กลับมาทางฝั่งของจูเลีย
ฉันขับรถไปยังที่ทำงานอีกที่หนึ่งของยุนเขาจะเข้างานประมาณ 4 โมงเย็น ฉันก็เลยจะไปก่อนสักครึ่งชั่วโมงเพื่อไม่ให้ดูน่าสงสัย ทำให้มันเป็แค่เื่บังเอิญ (ซึ่งร้านอาหารแห่งนี้ฉันเป็เ้าของอยู่แล้ว)มันจะยังดูเป็เื่บังเอิญได้อยู่ไหมนะ?
“อ๊ะ!! พี่อากิระ”
ฉันโทรหาพี่ชายที่เป็ลูกพี่ลูกน้องของฉันในระหว่างนั้น
เขาเป็ลูกของคุณป้าที่เป็พี่สาวแท้ๆ ของแม่ของฉัน ซึ่งเราสนิทกันมากมาั้แ่เด็ก ๆ เพราะเราได้เสียแม่ไปเหมือนกัน
เขาแทบจะเหมือนพี่ชายแท้ๆ ของฉันเลย คุณลุงอะซุมะ ก็เอ็นดูฉันเหมือนลูกสาวแท้ ๆ เช่นกัน แต่.....ฉันมีอคติกับมาเฟีย!!พอโตขึ้นฉันจึงค่อย ๆ ห่างกับพวกเขาไป
และนั่นเป็ความผิดพลาดอีกอย่างของฉันในชีวิตครั้งที่แล้วถ้าฉันไม่มีอคติแบบนั้น พ่อก็คงจะยังอยู่กับฉันและคนรอบตัวของฉันก็จะปลอดภัยมากขึ้น
“เป็ไงบ้าง?ที่าเ็ไปครั้งก่อนหายดีรึยัง?”
เสียงปลายถายถามอย่างห่วงใย