ย้อนอดีตกับระบบ Ai

    บทที่ 14 : จ้าวกั้ว

    จ้าวกั้ว
    หลังจากลู่เซี่ยวเซี่ยวออกจากห้องไป ฉิงเฉินก็ไม่ได้ทำสิ่งอื่นใด นอกจากล้มตัวลงนอนที่เตียงและปิดเปลือกตาลง เพื่อที่จะพักผ่อนในคืนนี้
    สุดท้ายเขาก็ได้หลับไหลไปจนถึงช่วงเช้า และเขาก็รู้สึกตัวขึ้นมา
    เมื่อฉิงเฉินตื่นสิ่งแรกที่เขาคือการถามเวลาจากเรย์เรีย เธอตอบแทนจะในทันที ซึ่งเวลาในตอนนี้คือ 9 โมง 34 นาที
    เขาพบว่าตัวเองค่อนข้างที่จะหลับไปนาน แต่เขาก็ไม่ได้แปลกใจอะไร เพราะจากการเดินทางมาจากอนาคตผ่านไทน์แมชชีน ทำให้ร่างกายของเขาซูบผอมและอ่อนแอลง
    จากนั้นฉิงเฉินก็เดินไปเปิดประตูเพื่อออกจากห้องนอน เขากวาดมองภายในห้องโถงอยู่ชั่วครู่หนึ่ง แต่เขาไม่พบเห็นลู่เซี่ยวเซี่ยวและลู่หลิงหลิง เขาคิดว่าพวกเธอน่าจะยังไม่ตื่น
    เขาอดไม่ได้ที่จะเดินไปยังหน้าห้องนอนของเธอและเคาะประตูไปหลายที แต่ก็ไม่มีเสียงใดตอบกลับมา เขาพลันยื่นมือลงไปจับลูกบิดประตูและพบว่ามันไม่ได้ล็อก ฉิงเฉินผลักประตูเข้าไปในทันที
    แต่เขาก็ไม่พบเห็นแม้แต่เงาของสองพี่น้อง เขาดึงประตูกลับมาและปิดมัน พร้อมกับขมวดคิ้วขึ้น “พวกเธอไปไหนกัน?”
    ขณะที่สงสัยอยู่นี้ ท้องของเขาพลันส่งเสียงคำราม ฉิงเฉินลูบท้องตัวเองเล็กน้อย ดูเหมือนว่าเขาจะรู้สึกหิวขึ้นมา เขาเริ่มเดินตรงไปที่ห้องครัว
    แต่ในตอนนี้ สายตาของเขาก็หยุดลงยังโต๊ะอาหาร ที่มันมีอาหารบางอย่างถูกห่อไว้ด้วยพลาสติกใสถนอมอาหาร
    โดยไม่ลังเลฉิงเฉินก้าวเดินตรงมาที่โต๊ะอาหาร เขาพบว่าบนโต๊ะมีข้าวห่อไข่วางอยู่หนึ่งจาน มันถูกห่อด้วยพลาสติกใสถนอมอาหาร นอกจากจานข้าวแล้ว บนโต๊ะยังมีโน๊ตสีส้มวางอยู่ เขาเอื้อมมือออกไปหยิบมันขึ้นมาและกวาดสายตาอ่านเล็กน้อย
    “ฉิงเฉินเกอเกอ ฉันพาหลิงหลิงไปสมัครเรียน​นะ พี่สาวซูเธอเป็นคนใจดีมาก เธอมาแต่เช้าพอรู้ว่าฉันจะพาหลิงหลิงไปสมัครเรียน เธอก็อาสาพาพวกเราไป ฉันทำข้าวห่อไข่ไว้ให้ฉิงเฉินเกอเกอแล้ว เชิญกินได้เลย....จากลู่เซี่ยวเซี่ยว”
    พออ่านจบฉิงเฉินยิ้มเล็กน้อยและรู้สึกอบอุ่นหัวใจ ในโลกอนาคตครอบครัวที่อบอุ่นแบบนี้เขาไม่เคยได้สัมผัส เขานั่งลงและแกะพลาสติกใสถนอมอาหารออกและเริ่มลงมือกิน
    หลังจากเขากินเสร็จ เขาก็เข้าไปอาบน้ำและใส่ชุดสูทเก่าๆตัวเดิม เนื่องจากว่าเขามีเพียงชุดเดียวตอนนี้ แน่นอนว่าฉิงเฉินไม่ได้ต้องการที่จะใส่ชุดนี้ไปตลอด วันนี้เขาต้องออกไปเพื่อซื้อชุดและของใช้ที่จำเป็น
    ฉิงเฉินนำกระเป๋าสะพายใส่ไว้ที่หลัง จากนั้น เขาเดินออกจากห้อง และลงไปยังชั้นล่างของคอนโดในทันที
    เมื่อเขาก้าวออกมาที่หน้าคอนโด ใบหน้าที่คุ้นเคยก็มารีบวิ่งมาจากที่ไหนก็ไม่รู้ มายืนขวางหน้าของฉิงเฉินไว้
    “เมื่อวานแกทำแสบนักนะ ไอ้สารเลว!” เสียงเย็นชาดังออกมา คนตรงหน้าของฉิงเฉินตอนนี้ มีใบหน้าที่ปูดบวมเหมือนหัวหมู เขาก็คือฉงหม่าคนที่เป็นยามเมื่อคืนที่ถูกฉิงเฉินตบไป
    ฉิงเฉินมองฉงหม่าและยิ้มขึ้น “คุณเป็นใคร?”
    “แก!” ฉงหม่ารู้สึกโกรธมากขึ้นในทันที “แกกล้าลืมบิดาคนนี้!”
    “คุณกำลังพูดเรื่องอะไร? ผมจำไม่เคยได้ว่าเคยพบคุณมาก่อน” ฉิงเฉินส่ายหน้าไปมาอย่างช่วยไม่ได้ แน่นอนว่าเขาจำยามคนนี้ได้ แต่ที่เขาพูดออกมาแบบนี้ เพียงเพื่อยั่วโมโหอีกฝ่ายเท่านั้น
    “ดี! ดีมาก แกกล้าลืมบิดาคนนี้ แต่บิดาคนนี้จะทำให้แกจำได้เอง พี่กั้วรบกวนพี่ด้วย” ฉงหม่ากัดฟันแน่น เขาโกรธแค้นฉิงเฉินเป็นอย่างมาก ที่ทำให้เขาถูกไล่ออกจากงาน และที่สำคัญคือฉิงเฉินทำร้ายเขา จนหน้าปูดบวมเป็นหัวหมู
    “นี่เหรอ? คนที่น้องหม่าอยากให้พี่จ้าวกั้วคนนี้จัดการ?” ทันใดนั้นชายหนุ่มคนหนึ่งอายุอยู่ในช่วง 28-29 ปี เดินเข้ามา เขาไว้ผมทรงโมฮอกและย้อมสีเหลืองทอง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเขาคืออันธพาลประจำถิ่น
    “ใช่ครับพี่กั้ว ขอเพียงพี่จัดการมันให้ผม เงิน 1 หมื่นหยวนที่ผมตกลงไว้จะเป็นของพี่ทันที”
    ความจริงฉงหม่าเป็นชายวัยกลางคนอายุ 40 แต่เขาก็ไม่อายปากเลยแม้แต่น้อย ที่จะเรียกจ้าวกั้วที่อายุน้อยกว่าว่าพี่
    จ้าวกั้วพยักหน้าพอใจกับเงินที่ได้ และหัวเราะออกมาอย่างน่ารังเกยจ “ฮ่าฮ่าฮ่า เรื่องเล็กน้อย เดี๋ยวพี่ชายคนนี้จะหักกระดูกขาของมันสักสามท่อน”
    ฉิงเฉินมองไปที่จ้าวกั้วเล็กน้อย แต่เขาไม่ได้ทำสิ่งใดนอกจากยิ้มออกมาเท่านั้น สำหรับเขาแล้วจะจ้าวกั้วหรือจ้าวไหนก็ไม่อยู่ในสายตาทั้งนั้น
    หากเขาลงมือเกรงว่าซากศพของอีกฝ่ายก็ยากที่จะได้กลบฝัง เพราะมันจะไม่หลงเหลือเศษซากใดเลย!
    “ถ้าไม่อยากตาย ตามบิดาคนนี้มา” จ้าวกั้วมองไปที่ใบหน้าของฉิงเฉิน และพูดข่มขู่ออกมาอย่างชัดเจน ภายในตาของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งร้าย
    ทันใดนั้นใบหน้าของฉิงเฉิน ก็แสดงออกถึงความหวาดกลัว และพยักหน้าหลายครั้ง แน่นอนว่าเขาไม่ได้หวาดกลัวจริงๆ เขาเพียงกำลังแสดงให้เหมือนหมูที่รอจะกินเสือ
    “ถุย! ไอ้กระจอก นึกว่าจะแน่ที่แท้ก็สวะดีๆนี่เอง รีบตามพี่กั้วมา บิดาคนนี้จะร่วมหักกระดูกแกด้วย!” เมื่อเห็นว่าฉิงเฉินแสดงออกถึงความหวาดกลัว ฉงหม่าก็กลายเป็นฮึกเฮิม เขาถ่มน้ำลายออกมาเสียงดัง
    ฉิงเฉินได้เดินตามพวกเขาทั้งสองคนเข้าไปในซอยที่ไร้ผู้คน ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากคอนโดมิเนียมซูฉาง
    “คุกเข่าลงให้บิดาคนนี้หักกระดูก!” เพียงเข้ามาถึงซอยไร้ผู้คน ฉงหม่าตะโกนออกมาอย่างเกรี้ยวกราด เห็นได้ชัดว่าเขาแทบจะทนไม่ไหวที่จะได้ทำให้ฉิงเฉินชดใช้
    ปั้ก!
    แต่หลังจากฉงหม่าตะโกนจบ ร่างของเขาก็ถูกส่งปลิวออกไปด้วยเท้าของฉิงเฉิน เขายกเท้าเตะไปที่หน้าอกของฉงหม่า จนปลิวกระเด็นออกไป ไม่นานเสียงร้องเหมือนหมูถูกเชือดก็ดังก้องขึ้น
    “อ้ากกก!”
    “แก!” จ้าวกั้วตกใจมาก เขามองไม่ทันแม้แต่น้อยว่าฉิงเฉินทำอะไรกับฉงหม่า ถึงได้กระเด็นออกไปจนชนกำแพง แต่เขาไม่สนใจมาก รีบพุ่งเข้ามา พร้อมกับหมัดชกมายังใบหน้าของฉิงเฉิน
    กร๊อบ!
    แต่หมัดของจ้าวกั้ว เหมือนกับได้ชกกับเหล็ก หมัดของเขาไม่เพียงไม่ถึงใบหน้าของฉิงเฉิน แต่กลับถูกบล็อกด้วยมือของฉิงเฉินแทน และมันทำให้มือของเขาหัก
    “อ้ากกก!” จ้าวกั้วแผดร้องออกมาในทันที พร้อมๆกับถอยไปด้านหลัง และใช้มืออีกข้างกุมมือของตัวเองที่หัก
    จบบทที่ 14