โครตพลังดวงตาเทพเจ้า

    ตอนที่ 8 พ่อลูกตระกูลถาง

    ตอนที่ 8 พ่อลูกตระกูลถางเกี่ยวกับคำถามของฟางเฉียนโหรว เซิงห่าวส่ายหัวแล้วพูดขึ้นว่า “ขาของอาจารย์จื่อทงมีปัญหามานานมากแล้ว ความเสื่อมของกระดูกและเส้นเอ็นเป็นสิ่งที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ เป็นไปไม่ได้ที่จะรักษาให้หายได้อย่างสมบูรณ์.....อย่างไรก็ตามถ้ายังคงนวดอยู่ทุกวันอย่างน้อยการเดินด้วยไม้เท้าก็จะไม่ใช่ปัญหา ถ้าหากมีโอกาสที่ดี สามารถที่จะหาตัวยาที่สำคัญทั้งสองตัวนั้นเจอ ก็จะมีความหวังมากยิ่งขึ้นที่จะฟื้นฟูให้กลับมาถึง 70%”"ตัวยาที่เธอต้องการทั้งสองอย่างนั้นคืออะไรเหรอ?" เกี่ยวกับที่เซิงห่าวพูดมา สิ่งที่ฟางเฉีนวโหรวกังวลใจมากที่สุดก็คือตัวยาที่สำคัญสองตัวนั้นในปีนั้นแม่ของฟางเฉียนโหรวถูกจื่อทงเก็บมาจากทุ่งหญ้า ต่อมาหลังจากนั้นพ่อแม่ของฟางเฉียนโหรวก็ได้เกิดอุบัติเหตุและเสียชีวิตลง และก็ยังคงเป็นจื่อทงที่แม้อยู่หมื่นลี้ไม่ไกลที่เป็นคนพาฟางเฉียนโหรวจากที่อยู่ทางใต้ของยูนนานให้มาอยู่ที่ไฮ่โจว หรือจะพูดได้ว่าหากไม่มีจื่อทง ก็จะไม่มีฟางเฉียนโหรวเหมือนอย่างตอนนี้สำหรับฟางเฉียนโหรวแล้ว แม้จะมีความหวังแค่เพียงริบหรี่ที่จะรักษาจื่อทงให้หายได้ เธอจะไม่มีวันยอมแพ้"คือต้นชาฝิ่นหยกและจ่งโหลวผีเสื้อกลางคืน....." ชื่อตัวยาทั้งสองตัวที่เซิงห่าวกล่าวมานั้นล้วนเป็นตัวยาที่เคยถูกค้นพบเมื่อสมัยโบราณเท่านั้น รวมถึงอาจาร์ยโฮวก็ถอนหายใจออกมาอย่างผิดหวังเล็กน้อยจื่อทงส่ายหัวแล้วพูดว่า : “ ชื่อสมุนไพรจ่งโหลวผีเสื้อกลางคืนนี้ฉันเคยเห็นในตำราพจนานุกรมสมุนไพรของหอคัมภีร์มาก่อน เขาว่ากันว่ามีผลอย่างมหัศจรรย์ต่อกระดูกและกล้ามเนื้อ น่าเสียดายที่เป็นเพียงชื่อในตำราสูตรยาโบราณหนึ่งเท่านั้น แต่ของจริงนั้นกลับยังไม่เคยได้ยินเลยแม้แต่ครั้งเดียว”“ต้นชาฝิ่นหยกเมื่อก่อนฉันเคยเห็นที่ทิเบต แต่นั้นมันก็ตั้ง 50 ปีก่อนแล้ว!” อาจารย์โฮวพูดพลางตบต้นขาแล้วทอดถอนใจ“นอกจากสมุนไพรสองชนิดนี้ ก็ไม่มีวิธีอื่นแล้วเหรอ?” ฟางเฉียนโหรวถามขึ้นมาอย่างไม่ยอมแพ้สักเท่าไรนักเซิงห่าวไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า : “นอกจากนี้ยังมีอยู่อีกสูตรหนึ่ง ตัวยานี้มีขั้นตอนการทำที่ง่ายกว่าหน่อย แต่น่าเสียดายที่ผลลัพธ์มันไม่ค่อยดีเท่าไรนัก.....”“อย่างนั้นเธอเขียนสูตรนั้นมาให้ฉันก่อน ฉันจะไปผสม.....สำหรับยาสองตัวนั้น คงต้องรอหามันให้พบก่อนแล้วค่อยว่ากัน!” ฟางเฉียนโหรวพูดอย่างไม่ลังเลเลยสักนิดเดียวถึงแม้ว่าอยากจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อรักษาขาของจื่อทงให้ได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด  แต่ทว่าสถานการณ์ไม่เอื้ออำนวยก็ต้องเลือกตัวเลือกรองลงมาอาจจะดีที่สุดหลังจากที่คิดแล้วคิดอีก เซิงห่าวก็พยักหน้าแล้วพูดขึ้นว่า “เอาอย่างนั้นก็ได้! จากนี้ไปผมจะมานวดให้อาจารย์จื่อทงทุกวันวันละครั้ง จากนั้นก็ใช้ยาในการรักษาร่วมไปด้วย อย่างน้อยก็ยังสามารถเดินด้วยไม้เท้าได้”เมื่อได้ยินเซิงห่าวพูดออกมาอย่างนี้ ฟางเฉียนโหรวก็นึกขึ้นมาได้ทันทีถึงสถานการณ์ที่บ้านยายของเซิงห่าวในวันนี้ เธอคิดแล้วพลันพูดขึ้นว่า : "ไม่ใช่ว่าเธอกำลังเตรียมตัวย้ายออกมาจากบ้านเหรอ? อย่างนั้นถือโอกาสนี้ย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่เสียเลยสิ ชั้นบนยังมีห้องว่างอยู่หลายห้อง.....”"ทำอย่างนั้นได้อย่างไร!" ปฏิกิริยาแรกของเซิงห่าวคือการปฏิเสธ เขาคิดที่จะย้ายออกจากบ้านก็จริง แต่ก็ไม่ยอมที่จะให้แม่ต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างอาศัยใต้ชายคาคนอื่นอีกแล้ว“มีอะไรที่ไม่ได้ เธอย้ายออกมาไม่ใช่ว่าต้องเช่าห้องเหรอ.....ก็ถือว่าให้เธอเช่าก็ได้แล้ว เธอก็จ่ายค่าเช่าทุกเดือน มันไม่เหมือนกันหรอกเหรอ? แล้วเธอก็จะได้ไม่ต้องเทียวไปเทียวมาให้ยุ่งยาก” ฟางเฉียนโหรวยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่านี่คือวิธีแก้ที่ดีที่สุดแล้วเมื่อได้ยินฟางเฉียนโหรวพูดถึงเรื่องราวครอบครัวของเซิงห่าว อาจารย์โฮวก็โบกมือแล้วพูดขึ้นว่า  : “ต้องจ่ายค่าเช่าอะไรกันละ! ก็อยู่ซะที่นี่แหละ ไม่ใช่ว่าเธอยังต้องรักษาขาให้เจ้าหลวงจีนอย่างนั้นหรือ? ตามที่พูดมาอย่างนั้น ฉันก็จะต้องจ่ายค่ารักษาให้เธออย่างนั้นหรือ!”จากการเกลี้ยกล่อมซ้ำไปซ้ำมาของทั้งฟางเฉียนโหรวและอาจารย์โฮว ในที่สุดเซิงห่าวก็รับปากว่าจะย้ายมาอยู่ที่นี่กับแม่ แต่เขายืนยันว่ายังไงก็ต้องการที่จะจ่ายค่าเช่าห้อง ไม่อย่างนั้นก็จะไม่อยู่อาจารย์โฮวไม่สามารถเปลี่ยนความคิดเขาได้ ชี้นิ้วไปที่จื่อทงแล้วกล่าวว่า : “เจ้าหลวงจีน เด็กน้อยคนนี้นิสัยเดียวกับแกเลย เป็นคนที่ดื้อรั้นอะไรขนาดนั้น!”“นี่ไม่ได้เรียกดื้อรั้น! นี่เรียกว่าหลักการ แกจะให้ใครๆก็เหมือนแกหรือ.....พ่อค้าหน้าเลือดแม้แต่ค่ารักษาก็ยังคิดจะให้จ่าย!” จื่อทงกำลังคิดถึงที่อาจารย์โฮวพูดว่าหากไม่จ่ายค่ารักษา เขาก็พูดตอกกลับไปในทันที“ผมรักษาโรคของท่านเพื่อต้องการที่จะตอบแทนพระคุณอาจารย์โฮวที่ได้ช่วยชีวิตไว้ ไม่สามารถรับค่ารักษาได้!” คาดไม่ถึงว่าอาจารย์โฮวที่ยังไม่ทันจะได้โต้แย้ง กลับถูกเซิงห่าวที่อยู่ข้างๆรีบชี้แจ้งแทนเขาขึ้นมาทันที“ฮ่าฮ่าฮ่า! เธอเป็นหนุ่มน้อยที่มีจิตใจที่ดี.....” เมื่ออาจารย์โฮวได้ยินคำนี้ก็หัวเราะขึ้นมายกใหญ่จื่อทงยิ้มอย่างเจื่อนๆแล้วส่ายหัว ทว่าฟางเฉียนโหรวกลับปิดปากมองไปที่ผู้เฒ่าทั้งสองแล้วแอบหัวเราะเซิงห่าวได้เห็นรอยยิ้มของฟางเฉียนโหรวที่ราวกับดอกไม้ หน้าอกยกกระเพิมสั่นสะท้าน แล้วก็ดันนึกขึ้นได้ถึงเรื่องที่เกิดขึ้นที่โรงบาลในวันนี้ หน้าก็แดงขึ้นมาเล็กน้อยอย่างช่วยไม่ได้ พอดิบพอดีกับขณะที่ ฟางเฉียนโหรวได้ทันเห็นสายตาของเซิงห่าว....มองลงมาที่ร่างกายของเธอ แก้มทั้งสองข้างของเธอก็แดงระเรื่อขึ้นมาในทันที แล้วก็ได้มองค้อนไปทางเซิงห่าว !ฮึ! เจ้าเด็กผีนี่มีตาจอมขโมยอยู่คู่หนึ่ง......หลังจากที่เซิงห่าวอยู่กินข้าวเย็นที่บ้านของอาจารย์โฮวแล้ว  ฟางเฉียนโหรวก็ขับรถไปส่งเขาที่บ้านของยายอีกครั้งเมื่อเดินเข้าประตูบ้านไป เซิงห่าวก็เห็นว่าในห้องเล็กๆนั้นมีคนเพิ่มขึ้นมาอีกสองคน ฝีเท้าก็ได้หยุดกึกลงในทันทีถางเมี่ยนและพ่อของเขาถางเฉิงเซียน!ถางเฉิงเซียนคือรองผู้จัดการของถนนอุตสาหกรรมไผ่ แม้จะเป็นเพียงรองผู้จัดการเล็กๆ แต่อำนาจในมือนั้นค่อนข้างมาก บริษัทในเครือของถนนอุตสาหกรรมไผ่หลายบริษัทอยู่ในความรับผิดชอบของเขา และทั้งน้าชายกับน้าสะใภ้ของเซิงห่าวก็ทำงานอยู่ที่โรงงานบรรจุภัณฑ์และบริษัทขนส่งที่อยู่ในถนนอุตสาหกรรมไผ่“เสี่ยวห่าวกลับมาแล้วเหรอ!” หลังจากถางเฉิงเซียนมองเห็นเซิงห่าวแล้วนั้น ก็รีบลุกขึ้นยืนทันที บนใบหน้าได้ปรากฎรอยยิ้มที่ "อ่อนโยนและเป็นมิตร"เมื่อเซิงห่าวได้เห็นถางเมี่ยน ก็เข้าใจแล้วว่าเขามาด้วยเหตุผลอะไร เขาพูดออกไปว่า "อืม" และก็ไม่ได้พูดอะไรอีก เขาเดินตรงไปข้างๆแม่ของเขาและพูดขึ้นว่า “แม่ เดี๋ยวเก็บของสักหน่อย พรุ่งนี้เช้าพวกเราจะย้ายบ้านกัน ผมหาห้องดีๆได้แล้ว!”“ย้ายบ้านอะไรกันละ! ครอบครัวเดียวกันทั้งนั้น ถึงแม้ว่าห้องมันจะเล็กไปหน่อย แค่อยู่แบบอึดอัดหน่อยก็ไม่เป็นไรแล้ว.....” วังเยว่เฟินในตอนนี้กับคนเมื่อเช้าช่างแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงราวกับเป็นคนละคนกันเมื่อได้ยินคำพูดของเธอ เซิงห่าวก็ยิ้มออกมาอย่างเย็นชาแล้วพูดว่า “ไม่ใช่บ้านตัวเอง มักจะอยู่แล้วไม่ค่อยสะดวก วันนี้อาศัยใต้ชายคาคนอื่น ผมไม่อยากให้แม่ต้องทนอีกต่อไปแล้ว”"อาศัยใต้ชายคาคนอื่น" ประโยคนี้เป็นคำที่ไม่น่าฟังอย่างมาก แต่วังเยว่เฟินกลับพูดออกมาอย่างไม่ใส่ใจเลยแม้แต่น้อยว่า: “บ้านของพี่สาว อาศัยใต้ชายคาคนอื่นที่ไหนกัน เสี่ยวห่าว......เธอคิดมากเกินไปแล้ว!”หากว่าไม่เห็นแก่หน้าของแม่และยายแล้วละก็ เซิงห่าวก็ไม่คิดที่จะพูดจาไร้สาระกับวังเยว่เฟินอีกต่อไป  เขาไม่สนใจเธอเลยสักนิด จะเก็บกวาดสัมภาระแล้วไปอย่างไม่สนใจใครทั้งนั้นเมื่อเห็นหลายชายเขาเป็นเช่นนี้ น้าชายของเซิงห่าวจงฉี่หมิงก็รีบเปลี่ยนเรื่องแล้วพูดขึ้นมาในทันทีว่า : “เสี่ยวห่าว ที่ผู้จัดการถางมาวันนี้เพราะมีเรื่องอยากจะคุยกับเธอ”เมื่อได้ยินเขาพูดอย่างนั้น  ถางเฉิงเซียนก็ยิ้มขึ้นมาทันทีแล้วพูดว่า “ใช่แล้ว! ฉันมาวันนี้ก็เพราะว่าฉันพาเจ้าลูกชายที่น่าผิดหวังคนนี้มากล่าวขอโทษเสี่ยวห่าว.....”"กล่าวขอโทษ?" เซิงห่าวหันกลับมามองที่ถางเมี่ยน นัยน์ตาที่เยือกเย็นนั้นทำให้ถางเมี่ยนถึงกลับขลาดเขลาขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อถางเฉิงเซียนเห็นอย่างนี้แล้วก็ตบไปที่หลังศีรษะของถางเมี่ยนในทันที แล้วแสร้งทำเป็นโมโหก่อนพูดขึ้นว่า: "ขอโทษเสี่ยวห่าวเร็วเข้าสิ!"“เซิงห่าว.......ฉันขอโทษ!”  ถางเมียนโค้งคำนับเซิงห่าวทันทีวันนี้ถางเมี่ยนได้โค้งคำนับขอโทษเขาเป็นครั้งที่สองแล้ว แต่เรื่องนี้จะพูดคำว่าขอโทษแค่นี้ ก็สามารถที่จะลืมมันไปได้เหรอ?“ถางเมียน! แกรู้ไหมว่าเพราะอะไรวันนี้ฉันถึงไม่จัดการแก?” เซิงห่าวพูดขึ้นมาอย่างเย็นชาถางเมียนตะลึงงันไปทันที.....