“โครม...” เสียงดังสนั่นหวั่นไหวหน้าโรงเรียน ความเร็วของรถบรรทุกกระแทกโดนร่างของโกมลอย่างจัง กระเด็นไปไกลนับสิบเมตร จึงทำให้เสียชีวิตตรงนั้นทันที ผู้คนทั้งด้านหน้าและด้านในโรงเรียน ต่างรีบวิ่งมาดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกลางถนนหน้าโรงเรียน
“พ่อ...” เสียงของธาริณี ะโอยู่ด้านข้างรถของโกมล พร้อมวิ่งทั้งน้ำตาเข้าไปหาร่างที่ไร้ิญญาของผู้เป็พ่อ
เสียงกรีดกราดโวยวายดังอื้ออึงอยู่ทั่วบริเวณนั้น เหตุการณ์ชุลมุนจนไม่มีใครเห็นเลยว่า มีชายผู้ลึกลับกำลังโอบกอดทีปกรซึ่งยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น เด็กชายไม่สามารถขยับร่างน้อย ๆ ของตัวเองได้ เหมือนโดนมนตร์สะกดเอาไว้ มีแค่หยดน้ำตาที่ไหลออกมาอาบทั้งสองแก้ม แต่ปราศจากเสียงร้องไห้ มองดูร่างที่ไร้ิญญาของโกมลผู้เป็พ่ออยู่ห่าง ๆ
ิญญาของโกมลยืนอยู่ข้าง ๆ ร่างของตนที่มีเืไหลอาบอยู่ทั่วร่าง และตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นคาวของเื ด้วยความมึนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
“ได้เวลาของเ้าแล้ว” ชายผู้ที่มีรูปร่างสูงใหญ่กว่ามนุษย์ทั่วไปในชุดสีดำ ซึ่งการแต่งกายนี้ไม่ต่างกับชายลึกลับที่ช่วยทีปกรเอาไว้มากนัก แต่ต่างกันตรงที่ไม่มีสร้อยคอประดับทับทิม และสีหน้าก็ดูดุดันไร้อารมณ์มากกว่า ได้ปรากฏตัวขึ้นพร้อมเชือกที่มีลักษณะโปร่งแสงอยู่ในมือ โกมลเงยหน้ามองเสียงนั้นที่พูดกับตน
“คุณเป็ใครครับ” โกมลถาม
“เราคือ ‘ยมฑูต’ มีหน้าที่รับดวงิญญาทุกผู้ลงสู่นรกเพื่อทำการตัดสินความดีความชั่ว” ยมฑูตกล่าวด้วยสีหน้าที่เรียบเฉยแต่น้ำเสียงดุดัน พลางคล้องเชือกโปร่งแสงเข้าที่ข้อมือของโกมลอย่างชำนาญ
“ผมตายแล้วเหรอ” โกมลถามยมฑูตอีกครั้งด้วยสีหน้าใปนกังวล
“ใช่ เวลาในโลกมนุษย์ของเ้าได้หมดลงแล้ว เ้าต้องไปนรกกับข้าเดี๋ยวนี้” ยมฑูตตอบอีกครั้งด้วยสีหน้าเรียบเฉย แววตาไร้ความรู้สึก
“แล้วลูกชายของผมล่ะ ตายด้วยไหม” โกมลถามด้วยความเป็ห่วงลูกชายตัวน้อย
ยมฑูตส่ายหน้า พลางชี้ไปที่ชายลึกลับซึ่งกำลังโอบกอดทีปกรที่ยืนอยู่นิ่ง ๆ และกำลังจ้องมาที่ิญญาของโกมลอย่างไม่คลาดสายตา พร้อมน้ำตาที่ไหลออกมาไม่หยุด
“จงลงไปกับข้าอย่างหมดห่วงเถิด ท่านผู้นั้นจะเป็ผู้ดูแลบุตรของเ้าต่อไป” ยมฑูตพูดพลางกระตุกเชือกโปร่งแสงให้เดินตาม
“ทีมองมาที่ผม เขาเห็นผมใช่ไหม”
ยมฑูตพยักหน้าตอบ
“ผมขอพูดกับลูกเป็ครั้งสุดท้ายได้ไหม ก่อนที่ผมจะไปกับคุณ” โกมลขอร้องยมฑูตอย่างมีหวัง
“ให้เขามาหาบุตรของเขาเถิด” ชายลึกลับส่งกระแสจิตมาที่ยมฑูตผู้คุมิญญาของโกมล
เมื่อสิ้นเสียงของชายลึกลับ ยมฑูตก็พยักหน้าให้กับโกมล พร้อมทั้งดึงเชือกโปร่งแสงที่ผูกโยงไว้ที่ข้อมือพามาหาชายลึกลับ และทีปกรผู้เป็ลูก
โกมลนั่งลงช้า ๆ ตรงหน้าทีปกร และยื่นมือทั้งสองข้างที่ถูกมัดด้วยเชือกโปร่งแสงออกไปด้านหน้า หวังจะจับที่ใบหน้าของลูกชาย แต่กลับไม่เป็ผล มือของตนจับลูกชายไม่ได้ เด็กน้อยได้แต่ยืนนิ่ง ๆ ร้องไห้น้ำตานองอาบทั้งสองพวงแก้มน้อย ๆ แต่ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมา
ิญญาโกมลผู้เป็พ่อมองไปที่ดวงตาดวงน้อย และพูดกับทีปกร
“ทีลูกรัก ลูกโตพอที่จะเข้าใจในสิ่งที่พ่อพูด เื่ทั้งหมดที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความผิดของลูก อย่าเก็บเอาไปโทษตัวเอง คนทุกคนถึงเวลาก็ต้องตาย และตอนนี้ก็ถึงเวลาของพ่อแล้ว”
ทีปกรตัวน้อยพยายามพยักหน้าตอบ พร้อมน้ำตาที่พรั่งพรูออกมาไม่หยุด และยังขยับตัวไม่ได้
“จำเอาไว้ว่า พ่อรักลูกที ลูกธา และแม่ของลูกมาก ต่อจากนี้ไปลูกจะต้องดูแลพี่สาวและแม่ของลูกให้ดี พ่อต้องไปแล้ว ลาก่อนลูกรัก” เมื่อสิ้นคำพูด โกมลก็ยืนขึ้นและหันหลังเดินจากมา โดยมียมฑูตถือเชือกโปร่งเเสงที่โยงอยู่กับมือของโกมล เดินอยู่ด้านหน้า
เมื่อโกมลเดินห่างออกมาจากทีปกร ประตูข้ามภพก็เปิดขึ้นเป็วงกลมและค่อย ๆ ขยายใหญ่ขึ้น ภาพที่อยู่ด้านในนั้น เป็หมอกจาง ๆ สีแดง ซึ่งมียมฑูตและิญญาเดินเรียงกันเป็แถวยาวหลายแถวสุดลูกหูลูกตา ยมฑูตจูงโกมลเดินเข้าไปในนั้น เมื่อเดินเข้าไปแล้ว โกมลจึงหันกลับมามองลูกชายอีกครั้ง
“พ่อ รัก ลูก” โกมลพูดออกมาแบบไม่มีเสียง พร้อมยิ้มให้ทีปกรเป็ครั้งสุดท้าย ก่อนที่ประตูข้ามภพค่อย ๆ ปิดลง
ใบหน้าของเด็กน้อยแดงกล่ำ รวมไปถึงน้ำตาที่ไม่มีท่าทีที่จะลดลง แต่ก็ยังยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นไม่ขยับไปไหน และแล้วสายตาของทีปกรเริ่มเหลือบไปเห็นชายลึกลับที่ยืนอยู่ด้านข้างตน
“เห้อ...” ชายลึกลับมองทีปกร พลางถอนใจ และเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าของเด็กชายตัวน้อย พร้อมทั้งโน้มตัวลง ใช้ริมฝีปากประทับลงบนหน้าผากของเด็กน้อยเบา ๆ หลังจากนั้นจึงยืดตัวขึ้น
“เ้าเด็กเกินกว่าที่จะมาเห็นภาพแบบนี้ ขอความทรงจำอันเลวร้ายของเ้าทั้งหมดจงจางหายไป จงใช้ชีวิตแบบเด็กอย่างมีความสุขเถิด เมื่อถึงเวลาเริ่มภารกิจความทรงจำในส่วนนี้ของเ้าจะกลับมาเอง และจงจำไว้ว่าเราชื่อ ‘เขมทัต’ เป็ผู้ดูแลเ้า ั้แ่เกิดจนกระทั่งเ้าตาย ถึงแม้ว่าเ้าจะตายไปแล้วเหลือแต่ิญญาข้าก็จะดูแลเ้า”
เมื่อเขมทัตพูดจบก็จับไปที่หัวของทีปกร แสงสีแดงวาบออกมาจากมือของเขมทัต ทันใดนั้นดวงตาของเด็กชายตัวน้อยก็เบิกกว้างขึ้น และเริ่มมีเสียงสะอึกสะอื้น พร้อมน้ำตาที่พรั่งพรูออกมา ผู้คนที่อยู่ในระแวกนั้นเริ่มหันมามองไปที่เด็กชายผู้นี้ และร่างน้อย ๆ ก็ล้มลง ความทรงจำทั้งหมดของทีปกรในส่วนนี้ก็จางหายไปเหลือเพียงความว่างเปล่า
“แล้วเราจะได้พบกันเด็กน้อยของข้า” เขมทัตพูดพึมพำ พร้อมหายตัวไปจากตรงนั้น