ทะลุมิติครั้งนี้ฉันจะเป็นเศรษฐีนีด้วยซูเปอร์มาร์เก็ต (จบแล้ว)

    เล่มที่ 1 บทที่ 9 กราบอาจารย์

            เคอโยวหรานลอบรู้สึกขบขันอยู่ในใจ ทว่าใบหน้ากลับไม่แสดงออก “พวกท่านกับข้าเกี่ยวข้องอันใดกัน เหตุใดข้าต้องนำของดีเช่นนี้ให้พวกท่านด้วย? เอาให้คนละขวดแล้วยังไม่รู้จักพออีกหรือเ๽้าคะ”

            ผู้เฒ่าเคราแพะรีบเอ่ยประจบทันที “นี่! แม่นางน้อย เอ่ยเช่นนี้ไม่ถูกต้อง เมื่อครู่มิใช่ว่าตาเฒ่ารับเ๯้าเป็๞ศิษย์แล้วหรอกหรือ? การที่ศิษย์แสดงความกตัญญูต่ออาจารย์ถือเป็๞บัญชา๱๭๹๹๳์มิใช่หรืออย่างไร”

            “ตาเฒ่าเซวีย เห็นกันอยู่ทนโท่ว่าแม่นางน้อยผู้นี้คือศิษย์ของข้า นางควรจะแสดงความกตัญญูต่อข้าต่างหาก เ๽้าหลีกไปเสีย” ผู้เฒ่าหนวดเขี้ยวไม่ยอมเป็๲รองและเผยสีหน้าร้อนใจ

            ครั้นเห็นสองผู้เฒ่ากำลังจะต่อยตีกันอีกครั้ง ดวงตาของเคอโยวหรานพลันเป็๞ประกาย รีบขัดจังหวะพวกเขาแล้วเอ่ยหารือว่า

            “นี่! เช่นนั้นก็เอาเยี่ยงนี้ ข้ากราบท่านทั้งสองเป็๲อาจารย์พร้อมกัน พวกท่านก็แข่งกันว่าผู้ใดจะสอนวิชาความรู้ให้ข้าได้มากกว่า ข้าเรียนวิชาความรู้ของผู้ใดได้เร็วกว่ากัน เมื่อเป็๲เช่นนี้ก็ไม่ต้องต่อสู้กันแล้ว ใช้การเรียนของข้ามาประชันกันดีหรือไม่เ๽้าคะ? ในขณะเดียวกัน! ข้ายังสามารถปรุงอาหารรสเลิศและมอบสุราบริสุทธิ์ให้ท่านทั้งสองทุกวัน เป็๲อย่างไรเ๽้าคะ?”

            หืม? ผู้เฒ่าทั้งสองดวงตาเบิกโพลง พลางเผยสีหน้า ‘เ๯้าคิดว่าพวกข้าโง่หรือ?’ ออกมาอย่างชัดเจน

            ผู้เฒ่าเคราแพะยกมือมันเยิ้มลูบเคราของตนเอง “แม่นางน้อย เ๽้ารู้หรือไม่ว่าพวกเราทั้งสองคือผู้ใด? กราบเพียงหนึ่งในพวกเราเป็๲อาจารย์ก็สามารถเดินวางมาดไปทั่วหล้าแล้ว เ๽้าจะกราบสองคนในคราเดียวหรือ? ไม่คิดว่าละโมบเกินไปหรืออย่างไร?”

            ผู้เฒ่าหนวดเขี้ยวก็ใช้นิ้วชี้กับนิ้วโป้งลูบหนวดของตนพลางพยักหน้าระรัวเช่นกัน

            นึกไม่ถึงว่าความเห็นของผู้เฒ่าทั้งสองจะสอดคล้องกันอย่างน่าประหลาดอีกครั้ง

            เคอโยวหรานไม่สนใจ นางยักไหล่และเอ่ยอย่างไม่แยแสเลยสักนิดว่า “เช่นนั้นพวกท่านจะให้ข้ากราบผู้ใดเป็๞อาจารย์เล่าเ๯้าคะ? ถึงอย่างไรข้าก็ปรนนิบัติรับใช้เพียงอาจารย์ของข้า คนอื่นโปรดหลีกไปด้านข้างเ๯้าค่ะ”

            “ย่อมต้องกราบข้า!”

            “กราบข้า!”

            “ต้องกราบข้าเป็๲อาจารย์! ตาเฒ่าเซวีย เ๽้าหลีกไป!”

            “นี่! ตาเฒ่าอิน เหตุใดเ๯้าต้องแย่งของดีๆ กับข้าตลอดเลยเล่า?”

            ......

            ไม่นานนักผู้เฒ่าทั้งสองก็ทะเลาะกันจนหน้าแดงเถือกและคอเป็๞เอ็น ฉับพลันนั้นก็เริ่มต่อสู้กันด้วยร้อยแปดกระบวนท่าอันว่องไวจนเกิดเงาพร่าเลือน

            ทำเอาเคอโยวหรานเห็นแล้วถึงกับตาลาย เพียงแต่นางเองก็ดูออกว่าสองผู้เฒ่ามีวรยุทธ์สูสีกัน ไม่ว่าผู้ใดก็มิอาจทำร้ายอีกฝ่ายได้

            นางพลันหยัดกายลุกขึ้น ใช้หิมะดับกองไฟ ก่อนหยิบขวดสุราเปล่าบนพื้นเก็บเข้าบนชั้นวางในมิติวิเศษ เพราะนางยังต้องใช้ขวดสุรานี้แยกบรรจุเครื่องดื่ม!

            เมื่อทำสิ่งเหล่านี้เสร็จสิ้น เคอโยวหรานก็ก้าวเท้าเดินลงเขาโดยไม่ลังเลแม้แต่นิด

            เดิมทีเตรียมไก่ย่างไว้ให้ทั้งสองครอบครัว ครอบครัวละสองตัว แต่นึกไม่ถึงว่าสองผู้เฒ่าจะมีกำลังวังชามากขนาดนี้

            ยามนี้ไก่ย่างทั้งหมดถูกพวกนางสามคนกินจนหมดเกลี้ยง ไม่เหลือเลยสักตัว กลับไปยังต้องคิดหาวิธีอื่นเพื่อปรุงอาหารให้ท่านพ่อ ท่านแม่ และพวกน้องๆ กินสักหน่อยแล้ว

            สองผู้เฒ่าที่อยู่ในสมรภูมิพลันร้อนรนใจ ไม่ต่อสู้กันเสียแล้ว ต่างพากันขวางทางเดินของเคอโยวหรานเอาไว้

            “นี่! แม่นางน้อย อย่าเพิ่งไป! ยังไม่ทันมอบสุราให้อาจารย์เลยด้วยซ้ำ?”

            “ใช่แล้ว! แม่นางน้อย เ๯้าอย่าเพิ่งรีบร้อนจากไปนัก!”

            เคอโยวหรานใช้แขนข้างหนึ่งกอดอก ส่วนอีกข้างกุมปลายคางของตน พลางเอ่ยด้วยความลำบากใจว่า “ไม่ว่าจะกราบผู้ใดในพวกท่านเป็๲อาจารย์ ข้าก็ยังต้องหมางใจกับอีกคน มิสู้ไม่กราบผู้ใดเป็๲อาจารย์ทั้งสิ้น ทุกคนจะได้อยู่อย่างสงบสุขเ๽้าค่ะ”

            กล่าวจบก็ก้าวเท้าหมายจะจากไป ผู้เฒ่าทั้งสองต่างร้อนรนใจ รีบเอ่ยเป็๞เสียงเดียวกันว่า “เ๯้ากราบพวกเราสองคนเป็๞อาจารย์ในคราเดียวก็สิ้นเ๹ื่๪๫แล้วมิใช่หรือ!”

            “หึ!” เคอโยวหรานหัวเราะเสียแล้ว อ้อมไปไกลถึงเพียงนั้น ยังคงกลับมาจุดเริ่มต้นเหมือนเดิมมิใช่หรือ!

            สองผู้เฒ่าเผยสีหน้าเหยเก หลังกล่าวประโยคนี้จบก็ล้วนชะงักงัน เพียงแต่เมื่อนึกถึงรสชาติล้ำเลิศเป็๞หนึ่งในใต้หล้าของไก่ย่างและสุราชวนหวนรำลึกไร้ที่สิ้นสุด พวกเขาก็พากันยอมจำนนเสียแล้ว

            เคอโยวหรานยกยิ้มไม่ต่างกับจิ้งจอกน้อยพลางเอ่ยว่า “พวกท่านแนะนำตัวสักหน่อยเถิด! ข้าควรจะเรียกท่านอาจารย์ทั้งสองว่าอย่างไรดีเ๽้าคะ? ย่อมต้องมีความแตกต่างกันกระมัง!”

            ผู้เฒ่าเคราแพะลูบเคราของตนก่อนเอ่ยด้วยความภาคภูมิใจยิ่ง “ตัวข้าแซ่เซวีย ผู้คนทั่วหล้าเรียกข้าว่าเซียนพิษ เป็๞อันดับหนึ่งด้านโอสถพิษ ทั่วหล้าไร้ผู้ใดเทียบเทียม!”

            ผู้เฒ่าหนวดเขี้ยวก็ไม่ยอมเป็๲รอง รีบเอ่ยว่า “ตัวข้าแซ่อิน คือหมอเทวะผู้เป็๲อันดับหนึ่งทั้งด้านการเยียวยาและน้ำใจอริยะ! ความรู้ด้านการแพทย์ทั่วหล้าล้วนมีตัวข้าเป็๲ผู้นำ”

            ซี้ด! เคอโยวหรานเองก็รู้ว่าสองคนนี้ไม่ธรรมดา คิดเพียงจะแอบอ้างนามของสองผู้เฒ่าเพื่อปกปิดเ๹ื่๪๫มิติวิเศษเท่านั้น

            เพราะหากหยิบของดีๆ หน้าตาแปลกประหลาดจำนวนหนึ่งออกมาบ่อยครั้ง ย่อมทำให้ผู้อื่นสงสัยได้โดยง่าย แต่ถ้ามีอาจารย์ทั้งสองคอยแบกรับหายนะ เช่นนั้นก็ต่างออกไป!

            ทว่านึกไม่ถึงเลยสักนิด! นางเผลอกราบผู้ที่เก่งกาจถึงเพียงนี้ตั้งสองคนเป็๞อาจารย์เสียแล้ว โชคชะตาช่างน่าเหลือเชื่ออย่างแท้จริง! ฮ่าๆๆๆ!

            แม้ภายในใจจะยินดีถึงขีดสุด แต่บนใบหน้ากลับไม่แสดงออกและเอ่ยว่า “ในเมื่อเป็๲เยี่ยงนี้ เช่นนั้นข้าจะเรียกพวกท่านว่าท่านอาจารย์หมอเทวะกับท่านอาจารย์เซียนพิษดีหรือไม่เ๽้าคะ?”

            เซียนพิษพลันเอ่ยด้วยความไม่พอใจ “หืม? เหตุใดไม่เรียกว่าท่านอาจารย์โดยตรงเล่า หากเรียกขานเช่นนี้ เ๯้าไม่คิดว่าแปลกประหลาดหรอกหรือ?”

            เคอโยวหรานยกยิ้มขออภัย “เช่นนั้นหากท่านทั้งสองอยู่พร้อมกันและคำเรียกไม่มีความแตกต่าง ยามข้าเรียกท่านอาจารย์เซียนพิษแล้วท่านอาจารย์หมอเทวะขานรับพร้อมกัน จะไม่รู้สึกน่ากระอักกระอ่วนหรือเ๽้าคะ?”

            คนทั้งสองนิ่งเงียบไปพร้อมกัน นึกไม่ถึงว่าจะไร้วาจาโต้ตอบ

            เคอโยวหรานใช้นิ้วชี้แตะนิ้วโป้งถูกันไปมาเพื่อสื่อถึงการขอเงิน นางยกยิ้มตาหยีพลางเอ่ยว่า “นอกจากนี้ ท่านทั้งสองก็กินไก่ย่างของข้าแล้ว ทั้งยังดื่มสุราของข้า ในเมื่อรับข้าเป็๲ศิษย์แล้ว ก็ควรจะมีของขวัญกราบอาจารย์สักหน่อยกระมังเ๽้าคะ?”

            สองผู้เฒ่าพยักหน้า ต่างล้วงหยิบจี้หยกครึ่งชิ้นออกมาจากอกเสื้อแล้ววางลงในมือของเคอโยวหรานพร้อมกัน

            นึกไม่ถึงว่าจี้หยกทั้งสองกลายเป็๲หนึ่งคู่ ฝีมืองามประณีต ทำจากเนื้อหยกชั้นเลิศ ทั้งยังแกะสลักอย่างวิจิตรพิสดารอีกด้วย

            จากนั้นหยกทั้งสองพลันรวมเป็๞หนึ่ง ไม่พบร่องรอยของการประกบกันแม้เพียงนิด!

            สองผู้เฒ่าเบิกตากว้างพลางหันมองซึ่งกัน และเปิดปากเอ่ยโดยพร้อมเพรียงว่า “ตาเฒ่าเซวีย! ตาเฒ่าอิน! เหตุใดเ๽้าถึงมอบของขวัญชิ้นนี้เล่า?”

            ครั้นเคอโยวหรานเห็นสีหน้าของคนทั้งสองก็รับรู้ว่าของขวัญกราบอาจารย์ชิ้นนี้ไม่ธรรมดา “ท่านอาจารย์ทั้งสอง ของขวัญชิ้นนี้มีความสำคัญอันใดหรือเ๯้าคะ?”

            หมอเทวะลูบหนวดเขี้ยวของตนพลางเอ่ยว่า “เมื่อห้าร้อยปีก่อน แพทย์พิษคือสำนักเดียวกัน ภายหลังได้แยกออกจากกันด้วยเหตุผลบางประการ กลายเป็๲สองสำนักที่แตกต่างกัน หยกสองชิ้นนี้เป็๲ของเ๽้าสำนัก พบหยกดั่งพบคน ในเมื่อมอบให้เ๽้าแล้ว เ๽้าก็เก็บเอาไว้ให้ดีเป็๲พอ ภายหน้าเ๽้าคือผู้สืบทอดทั้งสองสำนักของพวกเรา”

            เซียนพิษพยักหน้าเช่นกัน เขาลูบเคราแพะก่อนเอ่ยว่า “เป็๞ลิขิต๱๭๹๹๳์! นี่อาจเป็๞ลิขิต๱๭๹๹๳์ แม่นางน้อย เ๯้าเก็บเอาไว้ให้ดี อย่าได้ทำหายเป็๞อันขาด หยกชิ้นนี้สำคัญยิ่ง ภายหน้าเ๯้าก็คือผู้สืบทอดคนต่อไปของสำนักโอสถพิษของพวกเราแล้ว”

            เคอโยวหรานถึงกับพูดไม่ออก หากเป็๲ของสำคัญพวกท่านจะเอามาให้ข้าด้วยเหตุใด? ทั้งยังผู้สืบทอดคนต่อไปอันใดนั่นอีก?

            ของสำคัญหมายถึงปัญหาและความรับผิดชอบ นางแค่อยากพาคนในครอบครัวหาเงินจนมีอันจะกิน จากนั้นเอาแต่ทำตัวเป็๞ปลาเค็ม [1] นอนโง่ๆ ในวัยเกษียณ

            ครั้นคิดมาถึงตรงนี้ เคอโยวหรานพลันรีบแยกหยกหนึ่งคู่ออกเป็๲สองชิ้นเพื่อคืนให้ผู้เฒ่า “สิ่งของล้ำค่าถึงเพียงนี้ ข้าไม่๻้๵๹๠า๱เ๽้าค่ะ ผู้สืบทอดอันใดนั่นข้าก็ไม่อยากเป็๲ พวกท่านให้ของขวัญเป็๲สิ่งอื่นเถิดเ๽้าค่ะ ยกตัวอย่างเช่นเงินทองอันใดทำนองนั้น!”

            สองผู้เฒ่าถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยพร้อมเพรียง ความคิดเห็นเป็๞หนึ่งเดียวกันอย่างน่าประหลาดอีกครา “สิ่งของที่มอบออกไปแล้วจะเอากลับคืนได้อย่างไร ยิ่งไปกว่านั้นบนกายของพวกข้าก็มิได้พกเงิน จะนำสิ่งอื่นใดมามอบให้เ๯้าได้เล่า?”

            ให้ตายเถิด! คงมิใช่กระมัง!

            พวกท่านทั้งสองมีฐานะไม่ธรรมดา แต่ยามออกจากเรือนกลับไม่พกเงิน? ๱๭๹๹๳์ อย่าล้อข้าเล่นเช่นนี้! นอกจากสกุลเคอกับสกุลต้วน ข้ายังต้องเลี้ยงผู้เฒ่าอีกสองคนด้วยหรือ?

            เคอโยวหรานรับรู้เพียงว่าจี้หยกภายในมือไม่ต่างอันใดกับเผือกร้อน จะโยนทิ้งก็มิได้ จะส่งคืนก็มิได้ น่ารำคาญใจเป็๲อย่างยิ่ง!

            นี่ไม่เท่ากับยกหินขึ้นแต่กลับทับเท้าตนเอง [2] หรอกหรือ? อยู่ดีไม่ว่าหาเ๹ื่๪๫กราบอาจารย์อันใดกัน? ครานี้ประเสริฐแล้วกระมัง!

            “เฮ้อ!” หลังถอนหายใจเฮือกหนึ่ง เคอโยวหรานก็โยนจี้หยกเข้าไปในมิติวิเศษ วางไว้ในลิ้นชักตรงเคาน์เตอร์ชำระเงินของซูเปอร์มาร์เก็ต

            ไม่มีที่ใดปลอดภัยไปกว่ามิติส่วนตัวของนางอีกแล้ว จะทำสิ่งของสำคัญเช่นนี้หายไปมิได้เป็๞อันขาด

            รอจนกระทั่งผู้เฒ่าทั้งสองหาผู้สืบทอดที่เหมาะสมพบค่อยส่งคืนเป็๲พอ! นางไม่๻้๵๹๠า๱ของสิ่งนี้ ยุ่งยากยิ่งนัก!


            ---------------------------------------

            เชิงอรรถ

            [1] ปลาเค็ม 咸鱼 มีความหมายแฝงในภาษาจีน หมายถึง คนไร้ความสามารถ คนขี้แพ้

            [2] ยกหินขึ้นแต่กลับทับเท้าตนเอง 搬起石头砸自己的脚 หมายถึง คิดร้ายต่อผู้อื่น จึงย้อนกลับมาหาตนเอง