บทที่ 11 ไปเมืองหลวง
ยามเที่ยงวัน
หลี่เก๋อเฟยเพิ่งทานอาหารกลางวันเสร็จ กำลังช่วยจางซื่อเก็บชามและตะเกียบ ส่วนซูจิ่งหยางกำลังดูแลบิดาผู้ชราที่นอนป่วยอยู่ในห้อง
ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงเคาะประตู หลี่เก๋อเฟยเช็ดมือแล้วถามว่า "ใครหรือ"
พูดจบก็เดินไปที่ลานบ้าน เปิดประตูออก เห็นท่านหมอคนเมื่อวานและชายชราในชุดขาวยืนอยู่หน้าประตู
"ท่านนี้คือ..." หลี่เก๋อเฟยเห็นชายชราดูสง่างามดุจเทพเซียน ไม่กล้าประมาทแม้แต่น้อย จึงรีบถามขึ้น
"นี่คือท่านหมอเซวียที่ข้าเคยบอกเ้าไว้" ท่านหมอหลี่ยิ้มแล้วตอบ
"ท่านหมอหลี่ ท่านช่วยข้ามากจริง ๆ" หลี่เก๋อเฟยรีบขอบคุณ เชิญชายชราและท่านหมอหลี่เข้ามาในบ้าน
"อย่าพูดเช่นนั้นเลย หมอต้องมีใจเมตตา อีกทั้งคู่สามีภรรยาเช่นพวกเ้าก็มีความกตัญญูเช่นนี้ นี่เป็สิ่งที่หมออย่างพวกข้าควรทำ" ท่านหมอหลี่โบกมือ แล้วยื่นมือทำท่าเชิญให้ชายชราเดินนำไปก่อน
"คนป่วยอยู่ที่ใด" ชายชราไม่พูดมาก ตรงเข้าประเด็นทันที หลี่เก๋อเฟยพาท่านหมอเซวียเข้าไปในห้อง ซูจิ่งหยางได้ยินเสียงก็ลุกขึ้นมาดู
"ท่านผู้นี้คือ..." ซูจิ่งหยางมองหลี่เก๋อเฟย ในใจก็เดาได้คร่าว ๆ
"ท่านนี้คือท่านหมอเซวีย มาตรวจอาการของท่านพ่อ" หลี่เก๋อเฟยอธิบาย
"ท่านหมอเซวียเชิญนั่งเถิด" ซูจิ่งหยางรีบเชิญท่านหมอเซวียมานั่งข้างหน้า ไม่กล้าประมาทแม้แต่น้อย
ท่านหมอเซวียไม่ได้ยึดกับพิธีรีตอง เดินตรงไปนั่งข้างเตียงของนายท่านซู ค่อย ๆ เปิดผ้าห่ม วางมือบนมือของนายท่านซูเพื่อจับชีพจร
ท่านหมอเซวียตรวจอย่างละเอียด แล้วเปิดเปลือกตาของนายท่านซูดู พลันขมวดคิ้วเล็กน้อย
"เขาป่วยมานานเท่าไรแล้ว?" ท่านหมอเซวียเอ่ยถามซูจิ่งหยาง
"บิดาของข้าป่วยมาประมาณหนึ่งปีแล้ว" ซูจิ่งหยางตอบด้วยความรู้สึกผิด "เนื่องจากฐานะทางบ้านตกต่ำ ไม่มีเงินรักษา จึงปล่อยให้เป็เช่นนี้มาตลอด"
"อืม อาการหนักมากจริง ๆ" ท่านหมอเซวียหันหลังกลับ หลี่เก๋อเฟยรีบยื่นชาให้
"ฟู่~" ท่านหมอเซวียเป่าฟองชาที่ลอยอยู่ มองทั้งสองคนเล็กน้อย
"ข้าจะบอกพวกเ้าตรง ๆ ละกัน" ท่านหมอเซวียหยุดชั่วครู่ เหมือนกำลังคิดหาคำพูด "ด้วยสภาพของนายท่านซู เกรงว่าจะอยู่ไม่เกินหนึ่งเดือน และยิ่งปล่อยไว้นานเท่าไรก็ยิ่งเสี่ยงต่อการเสียชีวิต ถึงตอนนั้นแม้แต่ข้าก็ไม่อาจทำสิ่งใดได้" ท่านหมอเซวียขมวดคิ้ว มองไปที่นายท่านซูบนเตียงด้วยความกังวล
"กฎของข้า พวกเ้าก็รู้กันแล้วใช่หรือไม่?" ท่านหมอเซวียนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงถามต่อ
"กฎ?" หลี่เก๋อเฟยงงเล็กน้อย จึงถามกลับ
"เป็เช่นนี้" ท่านหมอหลี่อธิบายอยู่ข้าง ๆ "วันนั้นรีบเกินไป เลยไม่ทันได้บอกพวกเ้าเื่กฎของท่านหมอเซวีย"
"สำหรับครอบครัวที่มีฐานะเช่นพวกเ้า โดยทั่วไปแล้วท่านหมอเซวียจะไม่รับเงิน มีแต่ยาสมุนไพรที่พวกเ้าต้องหามาเอง นี่ก็เพื่อไม่ให้ถูกนินทา และเพื่อไม่ให้ถูกคนใจร้ายเอาไปพูดในภายหลัง"
"นี่มัน...หมายความว่าอย่างไร?" ซูจิ่งหยางมองท่านหมอเซวียอย่างไม่เข้าใจความหมาย การรักษาคนไข้ช่วยชีวิตผู้คนเป็หน้าที่ของหมอ คนไข้จ่ายเงิน หมอจ่ายยาและตรวจรักษา นี่เป็เื่ที่ไม่มีอะไรผิดปกติ แต่พอมาถึงท่านหมอเซวียกลับไม่เป็เช่นนั้น
ซูจิ่งหยางพูดด้วยสีหน้าเศร้า "พวกข้าเป็แค่คนธรรมดา จะรู้วิธีหายาจากที่ใด แล้วจะไปหาสมุนไพรพวกนั้นที่ไหนได้"
"ตำรับยา ข้าจะให้เ้าเอง" ท่านหมอเซวียจิบชา "ส่วนที่ไม่รับเงินจากพวกเ้า เพราะข้าเคยโดนเอาเปรียบมาก่อน"
"เมื่อหลายปีก่อน ข้าเคยช่วยครอบครัวยากจนครอบครัวหนึ่ง แต่บุตรชายของครอบครัวนั้นไม่เหมือนเ้า เขาเป็บุตรที่ไม่ดี ตอนนั้นบิดาของเขาป่วยหนัก แม้จะใช้ยาก็ยังรักษายาก มีโอกาสหายแค่สามส่วนเท่านั้น ตอนที่ข้ารับเงินจากพวกเขา ไปหายามาต้มให้บิดาเขากิน ก็ไม่ทันช่วยชีวิตเขาไว้ได้"
"แต่บุตรชายคนโตของบ้านนั้น บอกว่าข้าเอาเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง เอาเศษยามาหลอกเขา เรียกร้องให้คืนเงิน ข้าไม่ได้เสียดายเงินไม่กี่ตำลึงหรอก แต่ตอนนั้นเพราะโกรธจึงได้ปฏิเสธเขาไป"
"แรก ๆ คิดว่าคนอันธพาลนั่นจะมาเอะอะอยู่แค่ไม่กี่วัน ใครจะคิดว่าเขาจะไปฟ้องทางการ ร้องห่มร้องไห้ว่าถูดข้าทำร้าย บอกว่าข้าเป็หมอเถื่อนฆ่าคน ฆ่าพ่อของเขา แต่เื่นี้ แม้แต่อู่จั้ว*[1]ก็ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าบิดาเขาเสียชีวิตเพราะฤทธิ์ยากระตุ้นหรือเปล่า จึงจบไม่ดีเท่าไรนัก ทางการสั่งให้ข้าคืนเงินไม่กี่สิบตำลึงนั่น จนใจ ข้าก็ต้องทำตามคำสั่งของทางการ"
"หลังจากนั้น ถ้ามีคน้าความช่วยเหลือจากข้าจริง ๆ ก็ต้องมีคนค้ำประกัน ไม่เช่นนั้นข้าก็ไม่ออกจากที่พักหรอก ครั้งนี้พวกเ้าโชคดี ท่านหมอหลี่เป็เพื่อนเก่าแก่ของข้า และอาสาค้ำประกันให้พวกเ้าเอง ไม่เช่นนั้นข้าคงไม่มาไกลขนาดนี้ ยิ่งมาอยู่ที่ที่ไม่รู้ที่มาด้วยแล้ว"
ในตอนนี้ หลี่เก๋อเฟยเพิ่งเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่า คำว่าโหดร้ายป่าเถื่อนนั้น แท้จริงแล้วใช้บรรยายคนแบบใด
อย่างไรก็ตาม นางก็ไม่คิดว่าท่านหมอหลี่จะยอมเสี่ยงภัยขนาดนี้เพื่อตนเองและซูจิ่งหยาง นางจึงโค้งคำนับท่านหมอหลี่อย่างลึกซึ้งอีกครั้ง
"เมื่อครู่ข้าได้ตรวจชีพจรของบิดาของเ้าแล้ว ปรากฏว่ายุ่งเหยิงมาก และเนื่องจากป่วยเรื้อรังโดยไม่ได้รักษา จึงค่อย ๆ ทำลายร่างกายของเขา โรคนี้ไม่ใช่โรคที่รักษายาก แต่ร่างกายของเขาคงทนต่อการทรมานเช่นนี้ไม่ไหว ตอนนี้ต้องใช้ยาที่ดีที่สุดเพื่อบำรุงร่างกาย เติมเต็มสิ่งที่ขาดหายไปให้เขา รอจนกว่าร่างกายจะฟื้นตัวถึงสภาพที่ดีที่สุด จึงจะสามารถให้ยาได้"
"ขอบคุณท่านหมอหลี่ที่ช่วยเหลือ" หลี่เก๋อเฟยกล่าวขอบคุณซ้ำแล้วซ้ำเล่า
"เอาละ เื่ขอบคุณค่อยว่ากันทีหลัง ข้าจะบอกเ้าก่อนเกี่ยวกับโรคของบิดาเ้า"
ท่านหมอเซวียส่ายหน้า เื่แบบนี้ตนเองก็เสี่ยงอันตรายมาก การรักษาโรคช่วยชีวิตผู้คนเป็เื่ที่ไม่ง่ายอยู่แล้ว อุบัติเหตุเป็สิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก ยิ่งสำหรับคนที่ป่วยหนักขนาดนี้ ก็เหมือนพยายามรักษาม้าที่ใกล้ตายให้ฟื้นขึ้นมา
"ข้า้าเห็ดหลินจือชั้นดี และโสมหนึ่งต้น"
"โสมต้องมีอย่างน้อยเก้ารากขึ้นไป หากน้อยกว่าสามราก ก็ไร้ประโยชน์"
"สิ่งเหล่านี้หายากมากในสถานที่ธรรมดาทั่วไป คาดว่ามีเพียงในเมืองหลวงเท่านั้น ถึงจะง่ายต่อการค้นหา ดังนั้น หากพวกเ้า้าช่วยชีวิตบิดาของพวกเ้า ก็ต้องออกเดินทางทันที ยิ่งเร็วยิ่งดี"
หลี่เก๋อเฟยมองไปที่ซูจิ่งหยาง แล้วตัดสินใจอย่างแน่วแน่ในใจ ดูเหมือนว่าครั้งนี้นางจะต้องไปเมืองหลวงสักครั้ง
"เก๋อเฟย ให้ข้าไปคนเดียวเถอะ" ซูจิ่งหยางเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้น
"ทางไกลเช่นนี้ ข้ากลัวว่าร่างกายของเ้าจะทรุดโทรมลงไปอีก"
"ทุกข์สุขร่วมกัน" หลี่เก๋อเฟยตบไหล่ซูจิ่งหยาง นางรู้ว่าไม่ว่าอย่างไร ตนเองก็เป็ส่วนหนึ่งของตระกูลซูแล้ว นางควรช่วยซูจิ่งหยางรักษาโรคให้บิดา
"นอกเมืองมีสถานีขนส่ง ทุกวันจะมีรถม้าและขบวนการค้าเดินทางไปเมืองหลวง หากพวกเ้าทันเวลา วันนี้ก็สามารถออกเดินทางได้เลย" ท่านหมอหลี่กล่าว "หากท่านหมอเซวียไม่มีธุระอื่น ท่านจะพักที่บ้านข้าชั่วคราวก่อนได้ พอดีพวกเราสองคนก็ไม่ได้พบกันมาสักพัก จะได้พูดคุยถึงความหลัง พวกเ้ารีบไปรีบกลับ อย่าได้ชักช้าในการรักษา"
"รบกวนท่านแล้ว" ซูจิ่งหยางโค้งคำนับท่านหมอหลี่ หลังจากส่งทั้งสองคนออกไป ก็เรียกจางซื่อมาสั่งการเื่ต่อไป
"ท่านแม่ ข้าและเก๋อเฟยต้องไปเมืองหลวงสักหน่อย" ซูจิ่งหยาง ใน่เวลาแห่งการจากลา ยังมีความรู้สึกผูกพันไม่อยากจากไป มองไปที่เด็กน้อยทั้งสองที่วิ่งออกมา แล้วลูบศีรษะของพวกเขาอย่างอ่อนโยน
[1] อู่จั้ว (仵作) คือเ้าหน้าที่ชันสูตรศพในสมัยจีนโบราณ หรือเ้าหน้าที่ทางการผู้ทำหน้าที่ชันสูตรศพเพื่อหาสาเหตุการตาย