ทำไมถึงเป็นางไปได้?
เมื่อเห็นฉู่ซวนเอ๋อร์ที่หน้าตาเหมือนกันกับฉู่หลิงเอ๋อร์อย่างไรอย่างนั้นเย่เฉินที่กำลังก้าวเท้าออกไป ก็ถอยกลับมาอย่างงุนงง
นางก็เป็คนของสำนักเหิงเยว่ด้วยหรือ?
เมื่อคิดได้ดังนั้นเย่เฉินก็หันขวับและวิ่งหนีทันที บางทีอาจเป็เพราะเขารีบวิ่งจนเกินไปจึงได้ถูกเถาวัลย์พันรั้งขาเขาเอาไว้จนล้มกระแทกลงกับพื้นล้มลุกคลุกคลานไม่เป็ท่าและเมื่อเขาลุกขึ้นได้ก็รีบวิ่งหัวซุกหัวซุนเข้าไปในป่าลึก
เมื่อเห็นเช่นนั้นฉู่ซวนเอ๋อร์ก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย มือขาวราวดั่งหยกก็ยื่นออกไปทันที
ในไม่ช้าเย่เฉินที่วิ่งห่างออกไปเพียงไม่กี่จ้างก็ถูกฉู่ซวนเอ๋อร์รั้งกลับมาราวกับลูกไก่ตัวหนึ่งขณะที่เย่เฉินพยายามที่จะเคลื่อนตัวนั้นเขากลับถูกพลังอันแข็งแกร่งของฉู่ซวนเอ๋อร์กักเอาไว้อย่างแ่า
“ผู้…ผู้าุโ เดี๋ยว…เดี๋ยวก่อน!”เย่เฉินยิ้มเล็กน้อย แต่ในใจเย็นเยือกไปครึ่งท่อนแล้วและไม่รู้ว่าเขาสบถอยู่ในใจไปกี่ครั้งแล้ว โลกช่างกลมจริงๆไม่นึกเลยว่าตัวเขาจะต้องมาพบเจอกับความโชคร้ายที่นี่
ตอนนี้เย่เฉินก็รำพึงกับตนเองอย่างเงียบๆ ใจเต้นตุ๊บๆ ด้วยขั้นสมานญาณที่แข็งแกร่งนั้นแน่นอนว่าสามารถทำลายพละกำลังของเขาได้ในชั่วพริบตาบางทีเขาอาจจะต้องหัวขาดกระเด็น
ทันใดนั้นหน้าผากของเย่เฉินก็มีเหงื่อไหลออกมา
เพียงแต่ในใจของฉู่ซวนเอ๋อร์ไม่ได้รู้สึกโกรธเคือง และไม่เคยมีเจตนาที่จะฆ่าใดๆแต่ทว่าพลังที่แข็งแกร่งนั้นกดเย่เฉินไว้แน่น ดวงตาอันงดงามดุจคลื่นน้ำที่จ้องมองมานั้นหรี่ตาลงมองไปยังเย่เฉิน
ที่สำคัญที่สุดก็คือไม่น่าเชื่อเลยว่านางจะจำเย่เฉินไม่ได้
“เ้าเป็ศิษย์ของสำนักเหิงเยว่หรือ?” ฉู่ซวนเอ๋อร์จ้องมองไปที่เย่เฉิน
เมื่อได้ยินนางเอ่ยออกมาเช่นนี้เย่เฉินก็อึ้งไปทันที
นางจำข้าไม่ได้หรือ?
ในใจของเย่เฉินตอนนี้กำลังตกตะลึงนี่ผ่านไปแค่เพียงไม่กี่วัน!ความจำของเ้าก็แย่ไปแล้วหรือนี่!
เมื่อนึกถึงค่ำคืนในวสันตฤดูที่งดงามนั่นเย่เฉินก็อดไม่ได้ที่จะขยี้คิ้วของตัวเอง ใครจะคิดว่าเขาจะทำอะไรบางอย่างกับหญิงผู้าุโที่งดงามซึ่งเป็ผู้อยู่ในขั้นสมานญาณเขาแค่จะไปช่วยคนชัดๆ แต่อีกนิดเดียวก็เกือบจะมาต้องทิ้งชีวิตไปเสียแล้ว
“ข้ากำลังถามเ้า? เ้าเป็ศิษย์ของสำนักเหิงเยว่ใช่ไหม?” เมื่อเห็นเย่เฉินไม่ได้ตอบกลับฉู่ซวนเอ๋อร์ก็ถามขึ้นอีกครั้ง
“ใช่ใช่ใช่”เย่เฉินพึมพำอยู่ในใจ เขารีบแสดงป้ายฐานะของตนเองออกมาทันที
ฉู่ซวนเอ๋อร์เหลือบมองไปที่ป้ายแสดงฐานะและจ้องมองไปยังเย่เฉินอย่างสงสัยอีกครั้ง “เ้ามาทำอะไรลับๆ ล่อๆตรงูเาด้านหลังแห่งนี้”
“ข้า…ข้ามาหาสมุนไพริญญา”
“แล้วตอนที่เ้าเห็นข้าเ้าวิ่งทำไม” บางทีอาจเป็เพราะสีหน้าท่าทางของเย่เฉินที่ดูลุกลี้ลุกลนฉู่ซวนเอ๋อร์จึงจ้องไปที่เย่เฉินอีกครั้ง และพูดกับเย่เฉินอย่างกดดันราวกับว่านางกำลังสงสัยในการกระทำของเย่เฉิน และหากว่าเย่เฉินพูดปดมันไม่มีทางหลุดรอดไปจากสายตาของนางได้อย่างแน่นอน
“ข้าน่ากลัวขนาดนั้นเลยหรือ?”
“ข้า…ข้าเกรงว่าท่านจะมาแย่งของของข้า” เย่เฉินหยิบยกเหตุผลออกมาอย่างจนใจ และได้แต่พูดรับปากพลางแสดงท่าทีวิเคราะห์อย่างลึกล้ำ ด้วยใบหน้าที่ไร้พิษสงที่ใครเห็นต่างก็ไม่คิดว่าเขาจะเป็เด็กว่าง่าย
แย่งของเ้าน่ะหรือ?
ฉู่ซวนเอ๋อร์รู้สึกขบขัน
ที่นี่คือที่ไหนกันแม้ที่นี่จะเป็ด้านหลังูเาของสำนักเหิงเยว่แต่ก็ถูกปกคลุมไปด้วยมนต์ของเหิงเยว่ นอกจากคนของสำนักเหิงเยว่แล้วยังจะมีคนจากสำนักไหนอีก? ผู้าุโของสำนักเหิงเยว่ผู้สง่างามจะมาปล้นศิษย์ที่อยู่ในขั้นรวมพลังงั้นหรือ?
ฉู่ซวนเอ๋อร์คิดว่าเป็เพราะการกระทำเมื่อครู่นี้ของตนเองเป็ที่หวาดกลัวของเ้าหนุ่มคนนี้จึงทำให้เขาใกลัวเหมือนเด็ก
เมื่อชำเลืองมองเย่เฉินฉู่ซวนเอ๋อร์ก็ไม่ได้ถามอะไรอีก นางเพียงแต่มองไปรอบๆ ป่าอันเขียวชอุ่มนี้และบางครั้งก็มองไปบนอากาศ แล้วถามขึ้นว่า “เมื่อครู่นี้เ้าเห็นอะไรลอยผ่านไปบ้างไหม”
“มี…มีๆมีแสงสีขาวเส้นหนึ่งลอยผ่านไป” เมื่อนึกถึงแสงสีขาวที่สาดส่องไปทั่วท้องฟ้าเย่เฉินก็พูดขื้นมา
“ตอนนี้มันไปทางไหนแล้ว”
“ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ”เย่เฉินรีบชี้นิ้วไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือสิ่งที่คิดอยู่ในใจตอนนี้ก็คือ้าให้หญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้ออกไปจากที่นี่โดยเร็วที่สุดเพราะหากว่านางจำได้ขึ้นมาก็คงมีแต่์เท่านั้นที่รู้ว่าจะเกิดเื่เลวร้ายอะไรขึ้น
เมื่อได้ยินเช่นนั้นฉู่ซวนเอ๋อร์ก็รีบหยิบแผ่นถ่ายทอดเสียงที่ส่องสว่างออกมาและพูดกับแผ่นถ่ายทอดเสียง “ศิษย์พี่ มันมุ่งหน้าไปทางทิศของท่าน”
“เฝ้าทางทิศตะวันตกเฉียงใต้เอาไว้ไม่ต้องมาทางนี้” มีเสียงหนักแน่นดังขึ้นจากแผ่นถ่ายทอดเสียง
“เข้าใจแล้ว”ฉู่ซวนเอ๋อร์ปัดมือเพื่อเรียกเก็บแผ่นถ่ายทอดเสียง จากนั้นจึงนั่งลงขัดสมาธิจากนั้นจึงทำท่ามุทรา ทันใดนั้นก็มีแสงสว่างจ้าปรากฏขึ้นเหนือศีรษะก่อตัวเป็ร่างกว้างใหญ่ขึ้นกลางอากาศ
ตูม!
ในไม่ช้าเสียงดังสนั่นก็ดังขึ้นมาจากทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือสั่นะเืไปทั่วทั้งแผ่นดิน
โฮก!
ต่อจากนั้นก็มีเสียงคำรามสะท้านฟ้าดังตามขึ้นมา
เสียงคำรามนี้มีความแปลกมากไม่เพียงแต่จะส่งเสียงดังกึกก้องเท่านั้น แต่มันยังมีพลังเวทย์อันทรงพลังอยู่ด้วยแม้ว่าจะอยู่ห่างออกมาไกลแล้ว ในตอนนี้ในใจของเย่เฉินก็ยังรู้สึกสับสนอยู่เล็กน้อยเขายืนโซเซอยู่กับที่ จนเกือบจะล้มลงกับพื้น
เมื่อเห็นดังนั้นฉู่ซวนเอ๋อร์ก็ปัดมือเบาๆ ลำแสงวิเศษสายหนึ่งก็พุ่งเข้าไประหว่างคิ้วของเย่เฉิน
จิตใจของเย่เฉินก็เริ่มฟื้นคืนมามองไปยังทิศตะวันออกเฉียงเหนืออย่างหวาดผวา เสียงคำรามที่กึกก้องนั้นทำให้เขาเกือบจะเสียสติด้วยประสบการณ์ของเขา ทำให้เขาดูออกว่าแสงสีขาวนั้นไม่ใช่แสงธรรมดา
ด้วยความสงสัยที่มีมากทำให้เย่เฉินดูเหมือนจะลืมเื่ของฉู่ซวนเอ๋อร์ที่อยู่ข้างกาย
“นี่มันคืออะไรกันแน่”เย่เฉินพึมพำกับตนเองพลางจ้องมองไปยังทิศทางนั้นและเขาก็รู้ว่าฉู่ซวนเอ๋อร์จะต้องตามแสงสีขาวมาอย่างแน่นอนมันช่างเป็เื่บังเอิญจริงๆ ที่พวกเขาได้มาพบกันที่นี่
อีกด้านหนึ่งเมื่อฉู่ซวนเอ๋อร์เห็นว่าเย่เฉินกำลังใ ก็รีบกระซิบบอก “อย่ามัวแต่ใอยู่เลยเ้ารีบออกไปจากที่นี่เร็วเข้า”
เมื่อได้ยินดังนั้นเย่เฉินจึงได้สติ
เขาก็เริ่มรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาร่างกายที่เกร็งก็เริ่มมีการเคลื่อนไหวและไม่สนใจแล้วว่าแสงสีขาวนั้นจะมีที่มาอย่างไรจากนั้นก็วิ่งหัวซุกหัวซุนหายเข้าไปในป่าอันรกทึบนั้นทันที
“ข้าน่ากลัวขนาดนั้นเลยหรือ?” ฉู่ซวนเอ๋อร์มองดูเย่เฉินที่กำลังวิ่งหนี ด้วยสีหน้าประหลาดใจหากว่านางไม่ต้องคอยควบคุมวงแหวนเวทย์ที่ตั้งไว้นางก็คิดจะไปพาตัวเย่เฉินกลับมาถามให้รู้เื่อีกครั้ง
ในจุดที่ห่างออกไปเย่เฉินก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยแล้ว
หลังจากเย่เฉินจากไปก็มีสายรุ้งเทวะอีกสายหนึ่งลอยมาตกลงข้างกายของฉู่ซวนเอ๋อร์กลายเป็หญิงสาวผู้หนึ่งในชุดขาวที่งดงาม เมื่อพินิจดูอย่างละเอียดจึงได้เห็นว่านางนั้นเหมือนกันกับฉู่ซวนเอ๋อร์อย่างไม่ผิดเพี้ยนและไม่ต้องบอกก็รับรู้ได้ว่านางคือ ฉู่หลิงเอ๋อร์
เอ๊ะ?
หลังจากฉู่หลิงเอ๋อร์ลงมาก็รู้สึกแปลกใจขึ้นมาเบาๆ
เมื่อมองไปยังทิศทางที่เย่เฉินหนีไปนางก็อดไม่ได้ที่จะส่งเสียงประหลาดใจ ดวงตาอันงดงามเปล่งประกายสว่างอยู่ท่ามกลางความมืดนางพึมพำพร้อมกับเกาศีรษะ “ช่างเป็ลมหายใจที่คุ้นเคยยิ่งนัก”
“หลิงเอ๋อร์เ้ากำลังเข้าสมาธิอยู่ไม่ใช่หรือ?ทำไมจึงออกมาแล้ว” ฉู่ซวนเอ๋อร์มองไปยังฉู่หลิงเอ๋อร์ด้วยความกังวล
ฉู่หลิงเอ๋อร์ละสายตาจากตรงนั้นและผายมือออกจากนั้นก็ยกไหล่ขึ้นอีกครั้ง “การเคลื่อนไหวที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ เกินคาดคิดจริงๆ!”
“ใช่เหตุจลาจลครั้งนี้ ใหญ่โตมากกว่าปกติ”สีหน้าของฉู่ซวนเอ๋อร์เริ่มจริงจังขึ้นมาทันที
“สรุปว่าสามารถสกัดมันไว้ได้หรือไม่”ฉู่หลิงเอ๋อร์เงยหน้าขึ้น และเหลือบมองไปยังวงแหวนเวทย์ที่อยู่บนอากาศจากนั้นมองไปยังฉู่ซวนเอ๋อร์
“พวกศิษย์พี่เ้าสำนักกำลังล้อมเอาไว้อยู่”ฉู่ซวนเอ๋อร์ตอบคำถามของฉู่หลิงเอ๋อร์อย่างเงียบๆ สีหน้าของนางดูไม่ค่อยดีเท่าไร“่ที่ผ่านมานี้มีเหตุจลาจลมากขึ้นเรื่อยๆ ก็ไม่รู้ว่าในอนาคตจะสามารถปิดผนึกมันไว้ได้หรือไม่”
“ข้าช่วยเอง”เมื่อเห็นสีหน้าที่จริงจังของฉู่ซวนเอ๋อร์ ฉู่หลิงเอ๋อร์ก็รีบนั่งลงขัดสมาธิบนพื้นเพื่อปล่อยแสงวิเศษออกมา
“อ้อจริงสิ ข้าเพิ่งจะได้พบกับเด็กหนุ่มที่ดูแปลกๆ คนหนึ่ง”
“เด็กหนุ่มที่ดูแปลกงั้นหรือ? แปลกอย่างไร” ฉู่หลิงเอ๋อร์กะพริบตามองไปยังฉู่ซวนเอ๋อร์แม้ว่านางจะฝึกตนมาเกือบร้อยปีแต่นางก็ยังไร้เดียงสาเหมือนเด็กผู้หญิงที่อ่อนต่อโลกจึงอยากรู้อยากเห็นไปหมดทุกสิ่งทุกอย่าง
“ถึงอย่างไร...มันก็แปลกมาก”ฉู่ซวนเอ๋อร์เกาศีรษะของนาง โดยไม่รู้ว่าจะอธิบายอย่างไร
“อ้อ! ช่างมันเถอะ”