คืนนั้นเด็กน้อยในชุดเสื้อผ้าเนื้อหยาบเริ่มขมวดคิ้วมุ่นอีกครั้ง เขามองน้ำร้อนในอ่างเล็กและผ้าเช็ดตัวซึ่งกำลังวางไว้บนโต๊ะเก่าๆ ข้างเตียงนอนอยู่เนิ่นนาน ดวงตาักวาดสายตามองภายในห้องซึ่งมีบางอย่างเปลี่ยนแปลงไป ผ้าปูที่นอนและผ้าห่มยังคงเป็ผืนเดิม แต่เขากลับไม่คุ้นเคยเลยแม้แต่น้อย
“ป๋ายเหนียง” ชื่อของผู้หญิงซึ่งตอนนี้กำลังเก็บถ้วยน้ำแกงอยู่ในห้องโถง เสียงฝีเท้าเดินไม่มีทีท่าจะหยุดเดิน คล้ายว่านางไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยกับการทำงาน
ความรู้สึกของการมีคนอยู่ข้างกายและมีคนคอยดูแล เขารู้สึกไม่คุ้นเคยเลยแม้แต่น้อย ความรู้สึกนี้แปลกใหม่สำหรับเขา แต่ก็ไม่สามารถหาคำตอบให้กับสถานการณ์ตรงหน้าได้เลย ยิ่งพยายามนึกคิด ก็ได้คำตอบเพียงว่าป๋ายเหนียงผู้นี้ติดตามเขามาหกปีแล้วนับั้แ่เขาออกจากวังหลวงและเดินทางมาถึงชายแดนเหนือ
ดวงตาสีนิลลืมตาท่ามกลางความมืดทั้งที่เช็ดตัวและถอดเสื้อนอกออกเรียบร้อยแล้ว ความรู้สึกสบายตัวและไม่เหนียวตัวเหมือนเมื่อก่อนเขาไม่เคยรู้สึกแบบนี้เลยสักครั้ง หากป๋ายเหนียงเป็ข้ารับใช้ของเขาั้แ่เด็ก ทำไมเขาไม่เคยมีความทรงจำเกี่ยวกับนางเลย วันที่แม่นมป่วย วันที่ฝนตก เขาจำได้เพียงว่าตัวเองผ่านสถานการณ์เหล่านี้มาด้วยตัวคนเดียว
แม้จะมีความสงสัยมากมาย แต่เพราะยังเป็เด็กน้อยและเหนื่อยมาทั้งวัน จึงหลับไปอย่างรวดเร็ว
“หลับแล้ว” ป๋ายฮวาซึ่งกำลังเก็บถ้วยชามได้ยินเสียงลมหายใจเข้าออกของเฟยหลงเบาลง จึงรู้ได้ทันทีว่าเด็กน้อยในห้องคงผล็อยหลับไปแล้ว
“เฮ้อ น่ากลัวั้แ่เด็กเลย” หญิงงามอาภรณ์ขาวตบอกตัวเองและถอนหายใจด้วยความโล่งอก มหาเทพนี่น่ากลัวั้แ่เด็กเลยหรืออย่างไร แค่ในร่างมนุษย์วัย 10 ขวบเท่านั้น ยังทำให้นางประหม่าถึงเพียงนี้ หากวันหน้าเติบโตขึ้น ไม่รู้ว่าจะน่ากลัวเพียงไร
หลังจากเก็บของเรียบร้อยก็รีบเข้าไปในห้องนอนของแม่นมคนเก่าอย่างรวดเร็ว “เฮ้อ” นางถอนหายใจด้วยความโล่งอกเพราะหากเฟยหลงสงสัยและอยากจะดูห้องนอนเพื่อหาหลักฐาน ป่านนี้คงตั้งข้อสงสัยแล้วว่าเหตุใดห้องนอนของข้ารับใช้จึงสกปรกได้ถึงเพียงนี้ ฝุ่นมากมาย ใยแมงมุมมีอยู่ทุกมุมห้อง เตียงนอน ผ้าปูที่นอนและผ้าห่มยังมีเชื้อราเกาะจนจำสีเดิมไม่ได้แล้ว
“พรุ่งนี้เราต้องไปซื้อของเข้าเรือนเพิ่ม” ป๋ายฮวาบ่นก่อนจะนั่งลงหน้าประตู หลับตาลงเพื่อพักผ่อน แม้นางจะไม่จำเป็ต้องนอนเลยก็ตาม แต่ใช่ว่าเทพเซียนี้เีไม่เป็นี่นา นางเพียงอยากจะปรับตัวให้เข้ากับโลกมนุษย์เท่านั้น ทำความสะอาดเรือนคงไม่สามารถใช้พลังเทพได้ ต่อไปนี้คงได้เพียงแต่พึ่งเรี่ยวแรงของตัวเองแล้ว
“อึก” ระหว่างที่นางกำลังหลับตาพักผ่อนอยู่นั้น เสียงร้องในลำคอของใครบางคนก็ทำลายความเงียบทำให้ป๋ายฮวาน้อยลืมตาขึ้นอย่างรวดเร็ว คิ้วเรียวขมวดแน่นก่อนจะหลับตาลงเพื่อทำให้ตัวเองใจเย็นขึ้น เพราะตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่นางจะสามารถเข้าไปใกล้เฟยหลงได้
นางเพ่งสมาธิฟังเสียงของห้องข้างๆ เสียงกัดฟันจนได้ยินชัดเจน เสียงกำผ้าปูที่นอน เสียงดิ้นรน ลมหายใจรุนแรงจนนางรู้สึกปวดใจแทน เวลาผ่านไปครึ่งชั่วยาม เสียงทั้งหมดก็เงียบหายไปพร้อมกับเสียงผ่อนลมหายใจของเด็กน้อย ก่อนที่จะใช้เวลาเพียงไม่นาน ลมหายใจก็เบาลงและเป็จังหวะมากขึ้น ทำให้รู้ว่าเฟยหลงผล็อยหลับไปอีกครั้ง
นี่คงเป็เหตุผลที่ทำให้เขาตั้งใจฝึกในตอนกลางวันใช่หรือไม่ เมื่อร่างกายเหน็ดเหนื่อย แม้จะเ็ปแต่ก็สามารถนอนหลับได้เช่นเดิม
ใบหน้าสวยฟุบลงกับเข่าตัวเองพร้อมน้ำตาหยาดอาบแก้มทั้งสองข้าง หากไม่ใช่เพราะนางก่อเื่ มหาเทพสูงส่งจะต้องมาใช้ชีวิตลำบากในโลกมนุษย์ในสภาพนี้ได้อย่างไร นางสัญญาว่าจะทำให้เขาผ่านด่านเคราะห์์ให้ได้
เวลาผ่านไปนานจนนางรู้สึกว่าตอนนี้เป็ยามอิ๋นแล้ว ต้องรีบเตรียมอาหารให้เฟยหลงก่อนที่เด็กน้อยจะตื่นและออกเดินทางไปยังสนามฝึก นางไม่มีเวลามานั่งเศร้าเสียใจมากนัก ป๋ายฮวาลุกขึ้นก่อนจะจัดชุดสีขาวของตัวเองค่อยๆ เปิดประตูเสียงเบาเพื่อไม่ให้รบกวนคนนอนหลับ และแอบออกจากเรือนไปทั้งที่ยังมืดอยู่
ดวงตาสีนิลลืมตาขึ้นท่ามกลางความมืดเมื่อรู้ว่าผู้หญิงข้างห้องคนนั้นออกไปจากเรือนแล้ว คิ้วหนาขมวดเข้าหากันอีกครั้งเพราะยังคงรู้สึกว่าสิ่งเหล่านี้เป็ความรู้สึกแปลกใหม่ เหมือนเขาจำได้ว่าตัวเองไม่เคยต้องตื่นเพราะมีเสียงดังรบกวน เขาจะตื่นในยามเหม่าและใช้เวลาเดินเท้าไปสนามฝึกหนึ่งก้านธูป เมื่อไปถึงสนามฝึกของทหารท้องฟ้าก็สว่างพอดี เขาไม่เคยต้องตื่นเวลานี้มาก่อน
ด้านป๋ายฮวา
“แม่ครัวใหญ่จางเ้าคะ” เสียงเล็กเรียกแม่ครัวใหญ่จางที่ตอนนี้กำลังเริ่มทำอาหารเช้าให้คนในจวนอ๋อง “แม่นางป๋ายนี่เอง” ต้าจางลูกชายของแม่ครัวใหญ่จางร้องทักหญิงสาวเมื่อเห็นนางมาปรากฏตัวในโรงครัว
“พี่ต้าจาง อรุณสวัสดิ์เ้าค่ะ” ป๋ายฮวาฉีกยิ้มกว้างเมื่อเห็นต้าจางเพราะหลังจากสืบเื่ราวภายในจวน พี่ต้าจางรูปร่างอ้วนผู้นี้ใจดีเป็อย่างมาก แม้จะเป็คนซื่อหน่อยแต่ก็สามารถคบหาอย่างเป็มิตรได้
ต้าจางยิ้มรับก่อนจะคลำหาของในกระเป๋าเล็กน้อย “เมื่อเช้าข้าไปตลาดมา รับไปสิ” ต้าจางยิ้มพร้อมยื่นเมล็ดถั่วให้ป๋ายฮวาเล็กน้อย เขาในวัยจะยี่สิบปีแล้ว เมื่อเห็นเด็กสาววัย 15 ปีก็รู้สึกเอ็นดูเหมือนน้องสาวตัวเอง
“พี่ต้าจางเก็บไว้ให้แม่ครัวใหญ่จางเถิดเ้าค่ะ ข้าเพียงแวะมาขออาหารเช้าในโรงครัวเท่านั้น” ป๋ายฮวาบอกด้วยความเกรงใจเพราะเงินของบ่าวในเรือนมีไม่มากนัก
ต้าจางทำหน้าไม่พอใจก่อนจะยัดถั่วใส่มือป๋ายฮวา “เ้ารับไปเถิด อย่าเกรงใจเลย” เพราะั้แ่เมื่อคืนแม่ของเขาก็ชมป๋ายฮวาไม่หยุด นอกจากนี้ตำลึงเงินที่นางยัดใส่มือแม่เขายังสามารถซื้อถั่วได้หลายกระสอบเลยด้วยซ้ำ
“ขอบคุณเ้าค่ะ” ป๋ายฮวาเมื่อปฏิเสธไม่ได้จึงรับมาอย่างเกรงใจ
เหล่าแม่ครัวในโรงครัวเมื่อเห็นป๋ายฮวาก็หันหน้ามามองด้วยความสนใจ เพราะเด็กสาวผิวขาวสวมใส่อาภรณ์ขาว แม้จะไม่ใช่ผ้าเนื้อดีแต่ก็สะอาดสบายตา สมกับเป็นางกำนัลที่มาจากเมืองหลวงจริงๆ
“แม่นางป๋าย เ้ามาทำอะไรหรือ” แม่ครัวใหญ่จางร้องทักด้วยความดีใจเพราะเมื่อคืนนางนอนกอดตำลึงเงินของป๋ายฮวาทั้งคืน
ป๋ายฮวาบิดชายเสื้อด้วยความประหม่าเล็กน้อย “ข้าขอซาลาเปาสักสองลูกได้หรือไม่เ้าคะ ข้าจะเอาไปให้คุณชาย” นางบอกเสียงเบาเพราะนี่เป็อีกครั้งที่มาขออาหารผู้อื่น แม้นางจะเป็องค์หญิงที่ท่านปู่ไม่รัก แต่นางก็ไม่เคยต้องทนหิวจนขออาหารจากผู้อื่นเช่นตอนนี้เลย
มือเรียวหยิบเหรียญอีแปะยี่สิบเหรียญยัดใส่มือแม่ครัวใหญ่จางด้วยความเกรงใจ เมื่อคืนนางให้ตำลึงเงินไปหนึ่งก้อนเพื่อซื้อใจแม่ครัวใหญ่จาง วันนี้จึงให้เพียงอีแปะเท่านั้นเพื่อไม่ให้ผิดสังเกต
แม่ครัวจางเมื่อแอบนับเหรียญอีแปะในมือ จำนวนนี้มีราคามากกว่าซาลาเปาสองลูกเสียอีก เมื่อคำนวณกำไรที่ได้มาแล้วจึงยิ้มกว้างจนแก้มกลมๆ นั้นแทบแตก ก่อนจะห่อซาลาเปาสองลูกให้ป๋ายฮวาอย่างอารมณ์ดี ป๋ายฮวารับซาลาเปาลูกโตไว้ในมือด้วยรอยยิ้มกว้างรีบหมุนตัววิ่งกลับเรือนหวังจะเอาไปให้เฟยหลงอย่างรวดเร็ว
“ท่านแม่” ต้าจางขมวดคิ้วเพราะแม่ของเขารับเงินมาโดยไม่รู้สึกผิดแม้แต่น้อย ทั้งที่วัตถุดิบในจวนหลังนี้ไม่ใช่เงินของพวกเขาซื้อมาเองเสียหน่อย แม่ของเขาทำเช่นนี้ได้อย่างไร
แม่ครัวจางมองค้อนลูกชายตัวเอง “ข้าทำอะไรผิด พระชายาไม่ได้ห้ามว่าไม่ให้แบ่งอาหารให้คนท้ายจวน เมื่อก่อนยังสั่งให้บ่าวส่งอาหารไปเรือนท้ายจวนเลย แต่เพราะเหล่าองค์ชาย้ากลั่นแกล้งคนที่อาศัยอยู่ท้ายจวน ตอนนี้บ่าวคนนั้นถูกพระชายาทำโทษไปแล้ว ตอนนี้ข้าเพียงแบ่งอาหารให้พวกเขาเล็กน้อย ข้าไม่ได้ทำผิดกฎระเบียบสักหน่อย”
“แต่ท่านไม่ควรรับเงินอีแปะจากแม่นางป๋าย” ต้าจางบอก
“นางยินดีมอบให้ ข้ายินดีรับ พวกเราเพียงแลกเปลี่ยนเท่านั้น อีกอย่างคนมาจากเมืองหลวงไหนเลยจะไม่มีสมบัติ และใครจะกล้าตำหนิข้า” แม่ครัวใหญ่จางตวัดสายตามองเหล่าแม่ครัวและบ่าวในโรงครัวด้วยสายตาตักเตือน ทำให้หลายคนซึ่งกำลังแอบฟังอยู่รีบก้มหน้าทำอาหารทันที เพราะในโรงครัวแห่งนี้แม่ครัวใหญ่จางมีอำนาจสูงสุด ใครเล่าจะกล้าทำให้นางไม่พอใจ
“แต่......” ต้าจางยังอยากค้านอีกสักประโยค
แม่ครัวใหญ่จางยัดอีแปะห้าเหรียญใส่มือบุตรชาย “ไปๆ ไปทำงานของเ้าเถิด แม่นางป๋ายยังไม่กล่าวหาข้า เ้าไม่ใช่เ้าของอีแปะสักหน่อย จะมายืนปั้นหน้าเครียดอยู่ตรงนี้เพื่ออะไร” นางบอกก่อนจะผลักลูกชายให้หลบทางและหันไปสั่งบ่าวคนอื่นเร่งมือทำอาหารเช้าให้เ้านายเรือนต่างๆ
ด้านป๋ายฮวา
แม้จะเดินมาไกลแล้วแต่เพราะหูดีเกินไปจึงยังได้ยินบทสนทนาระหว่างแม่ครัวใหญ่จางและต้าจาง “ข้าไม่กลัวที่จะต้องจ่ายเงินหากทุกอย่างสะดวกขึ้น ข้าเพียงกลัวว่าจะมีสิ่งใดที่เงินซื้อไม่ได้มากกว่า” นางกล่าวก่อนจะเดินกลับเรือนท่ามกลางความมืด
สิ่งที่นางมีมากที่สุดในตอนนี้ก็คือเงิน หากเงินสามารถซื้อความสะดวกได้ แล้วทำไมนางจะไม่ซื้อเล่า
ป๋ายฮวาเดินถือซาลาเปาร้อนๆ เข้ามาในเรือนของเฟยหลงอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะวางซาลาเปาลงบนชามซึ่งมีรอยแตกเล็กน้อยบนโต๊ะเตรียมไว้ให้เฟยหลง พลางรีบเร่งไปก่อไฟด้านนอกเรือนเพื่อต้มน้ำร้อนเตรียมไว้ให้เขาเช่นกัน
“ลำบากเสียจริง ข้าจะสร้างห้องครัวเล็กๆ เป็ของตัวเอง” ป๋ายฮวาบ่นเพราะเรือนหลังนี้ยังไม่มีห้องครัวและเตาไฟ เมื่อคืนและตอนนี้นางจึงทำได้เพียงก่อกองไฟง่ายๆ เท่านั้น
แอบใช้พลังเทพเสกไฟเล็กน้อยทั้งยังเหลือบมอง์ด้วยความกังวลเพราะกลัว์จะคิดเล็กคิดน้อยกับไฟที่นางใช้พลังเซียนก่อขึ้นมา ใครใช้ให้ั้แ่เกิดมานางไม่เคยก่อไฟเองเล่า ต้องหาโอกาสเรียนรู้การก่อไฟด้วยตัวเองเสียแล้ว หากต้องใช้พลังเทพหนึ่งทีมองท้องฟ้าอีกหนึ่งที นางคงเสียสติหลังจากมหาเทพผ่านด่านเคราะห์ก่อนแน่นอน
ป๋ายฮวาขมวดคิ้วมุ่นก่อนจะนำน้ำร้อนแบ่งใส่กาเก่าๆ ของเฟยหลงเพื่อให้เขาได้ดื่มน้ำร้อนในตอนเช้า และแบ่งใส่อ่างเล็กเพื่อให้เขาได้ล้างหน้า
“หากมหาเทพรู้ว่าข้าใช้น้ำจากหม้อเดียวกัน เกรงว่าหัวของข้าคงไม่พอแบกรับโทสะของท่านเทพแน่นอน” หญิงงามหัวเราะคิกคักเพราะตัวเองใช้น้ำล้างหน้าและน้ำดื่มรวมกัน แม้น้ำนี้จะสะอาดและสามารถดื่มได้ แต่นางี้เีต้มสองครั้งนี่นา
ป๋ายฮวารีบยกกาน้ำร้อนไปวางไว้บนโต๊ะและเตรียมถ้วยชาไว้ให้เฟยหลง หญิงสาวมองของบนโต๊ะซึ่งมีเพียงน้อยนิดด้วยความปวดใจ แม้แต่ใบชาในเรือนนี้ยังไม่มีเตรียมไว้ให้เลย อืม...เด็กวัย 10 ปียังเร็วไปที่จะดื่มน้ำชา ไว้นางลองไปตลาดหาซื้อสมุนไพรมาต้มให้เฟยหลงดื่มดีกว่า
“เฮ้อ” หญิงงามขมวดคิ้วมุ่นอีกครั้งเมื่อคิดได้ว่าวิชาแพทย์ของตัวเองเรียนมาเป็สมุนไพรของเทพเซียน ต้นั ต้นหญ้าหงส์ บัวหิมะเซียน ไหนเลยจะมีในโลกมนุษย์ แต่นางไม่รู้จักสมุนไพรธรรมดาที่ไม่ใช่สมุนไพรเซียนด้วยสิ
นางเริ่มคิดถึงตัวเองในวัยเด็กวิ่งไล่จับโสมคนซึ่งสามารถเหาะเหินเดินอากาศได้สามวันสามคืน กับโสมในโลกมนุษย์ที่เป็เพียงต้นเล็กๆ รอเราไปถอนขึ้นมาจากพื้นดินเท่านั้น ก็เริ่มเห็นความแตกต่างของโลกมนุษย์และโลกของเทพเซียนแล้ว
เท่าที่ท่านปู่เล็กเคยเล่าให้ฟังว่าสมุนไพรในโลกมนุษย์เป็เพียงหญ้าต้นเล็กๆ ไม่มีสรรพคุณใดๆ กับเทพเซียน และในโลกของเทพเซียนไม่มีตำราไร้ประโยชน์เหล่านี้ แม้แต่ท่านปู่เล็กแพทย์อันดับหนึ่งในสี่ทะเลแปดดินแดนยังไม่สนใจหญ้าต้นเล็กเหล่านี้เลย แม้จะใช้เวลาทั้งชีวิตศึกษาสมุนไพรเซียนยังไม่พอไหนเลยจะมีเวลามาสนใจหญ้าไร้ประโยชน์เหล่านี้ นางก็ยิ่งไม่มีความรู้เกี่ยวกับสมุนไพรโลกมนุษย์เลย
ข้าต้องเริ่มเรียนวิชาแพทย์ของมนุษย์แล้วใช่หรือไม่ ป๋ายฮวาคิดหนัก เพราะการเริ่มต้นใช้ชีวิตในโลกมนุษย์ล้วนเป็สิ่งแปลกใหม่สำหรับนางเช่นกัน
นางคิดเรื่อยเปื่อยทั้งที่มือยังเทน้ำเย็นผสมกับน้ำร้อนในอ่างเล็กและยกเข้าไปให้เฟยหลงด้านในห้องนอนเพราะตอนนี้ยามเหมาแล้วแต่คุณชายก็ยังไม่ตื่นเลย