第13集
งานเลี้ยงกำลังจะเริ่มขึ้น เสียงดนตรีจากนาง์ร่วมขับกล่อมบรรเลง คลอไปทั่วบริเวณโถงกว้าง บรรดาที่นั่งจัดเรียงซ้ายขวาเรียงตามตำแหน่งความสำคัญ แน่นอนที่นั่งสูงสุดคือตั่งบัลลังก์ทองอร่าม โต๊ะด้านหน้าจัดวางอาหาร ผลไม้ และโถสุรา เหล่าเสนา์รวมถึงแขกต่างพูดคุยทักทายกันด้วยสีหน้าแย้มยิ้ม วันนี้ถือว่าเป็วันสำคัญวันหนึ่งที่พวกเขาล้วนแต่นำลูกสาว หลานสาวมาอวดโฉม เผื่อต้องตาเ้าภพหลิงไท่ หวังได้เป็สนมของพระองค์ก็นับว่าได้มีหน้าตาและมีอำนาจบารมีแล้ว ช้านานดนตรีเงียบเสียงลงทหาร์ประกาศถึงการมาของหลิงไท่ ทุกคนรีบประสานมือยิ้มแย้มเอ่ยนามเ้าภพโดยพร้อมเพรียง จะมีก็แต่นายหญิงของเป่าปักษาที่เงยหน้าขึ้นมาแล้วถลึงตาอ้าปากค้าง รวมทั้งเลี่ยงเอ๋อร์บุตรสาวตนเอง ทั้งคู่ถึงกับลืมกริยาสำรวมไปเสียสิ้น เลี่ยงเอ๋อร์ทะลึ่งตัวพรวดขึ้นชี้นิ้ว
"อี๋ซู เ้ามาได้อย่างไรแล้วเหตุใดถึงตามหลังเ้าภพ เด็กเหลือขอ"น้ำเสียงเลี่ยงเอ๋อร์ทั้งดุดันทั้งเหยียดหยาม มองบุรุษหนึ่งเดินนำ ใบหน้าหล่อเหลาสงบนิ่งทั้งตัวปกคลุมด้วยเสื้อผ้าสีดำคลิบเงินที่เ้าตัวสวมใส่เป็ประจำ จนเป็เอกลักษณ์ประจำพระองค์ไปเสียแล้ว ด้านหลังยังมีเด็กหนุ่มหน้าตางดงามมากกว่าหล่อเหลา ในชุดสีขาวสะอาดไปทั้งตัว แววตาซุกซนหันซ้ายหันขวาดูทุกอย่างน่าสนใจไปเสียทั้งสิ้น หลิงไท่หยุดเดิน จึงทำให้คนตามหลังชนเข้ากับแผ่นหลังกว้างอย่างแรง เ้าถึงถึงกับครางเสียงดัง
"อะโอ๊ย เ้านี่ ทำไมจะหยุดก็ไม่บอกข้าสักนิด"อี๋ซูนั้นตัวเตี้ยกว่าหลิงไท่มาก ความสูงเพียงแค่หน้าอกเท่านั้น ยามนี้เ้าตัวถึงกับลูบคลำจมูกโด่งไปมา หลิงไท่หันกลับไปถามมิได้สนใจว่าใครจะโวยวาย ทอดน้ำเสียงอ่อนโยนยิ่งยวด
"เ้าเจ็บมากหรือเปล่า"
"เจ็บเ้าดูนี่สิ มันแดงจนร้อน"อี๋ซูเงยหน้าขึ้นให้หลิงไท่ดูจมูกแดงของตนเอง หลิงไท่เอื้อมมือเชยคางเรียวขึ้น
"อืม แดงจริงๆ ขอโทษเ้าด้วย ถ้าอย่างไรคืนนี้ข้าจะไถ่โทษให้เ้าเอง เ้าว่าดีหรือไม่"หลิงไท่เอ่ยประโยคแรก คาดว่าทุกคนในโถงได้ยินจนหมดสิ้น หากประโยคหลังเขากลับก้มหน้าลงกระซิบข้างใบหูเล็กนั่นเพื่อให้ได้ยินเพียงสองคนเท่านั้น อี๋ซูได้แต่หน้ากึ่งยิ้มกึ่งบึ้ง มิรู้จะตอบเช่นไรเพื่อมิให้เสียเปรียบคนผู้นี้ หลิงไท่เห็นใบหน้าคนงามคล้ายยิ้มไม่ออกบอกไม่ถูก ก็รู้ว่าตนเองชนะอีกยกหนึ่งแล้ว จึงหันตัวกลับไปเดินขึ้นตั่ง มือหนาคว้ามือเล็กเอาไว้ให้เดินตามหลังมา สองคนซ้ายขวาเดินตามมาด้านหลังมิห่าง เมื่อคนทั้งคู่นั่งบนตั่งบัลลังก์ทองแล้ว ทุกคนจึงเงยหน้าขึ้น
"ทุกท่านตามสบาย"หลิงไท่โบกมือน้อยๆ ใบหน้านิ่งสนิททำมิรุมิเห็นกับความอยากรู้ของทุกผู้ในโถงกว้าง อัครเสนาถึงกับอดรนทนไม่ไหวเอ่ยปากขึ้นเสียก่อน
"ฝ่าา"
"อัครเสนาิ มีคำถามรึ"
"พะย่ะค่ะมิทราบว่าคนผู้นั้น... เอ่อ"หลิงไท่แย้มปากเล็กน้อย
"เบิกตัววิหค์"จางหย่งรีบเอ่ย ทหารยาม์รีบขานเรียกเลี่ยงเฟิ่ง ให้เข้ามาพร้อมกับปาไช่ สองคนเดินเข้ามาช้าๆ ปาไช่นั้นถึงแม้นว่าจะอยู่ที่ตำหนักปักษาแต่ทว่า ความโอ่อ่าของโถง์ย่อมทำให้แตกตื่นมิใช่น้อย
"ฝ่าา"เลี่ยงเฟิ่งประสานมือ
"เ้าตอบให้ทุกคนกระจ่างทีเถอะ"หลิงไท่บอกด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล อี๋ซูได้ยินถึงกับต้องใช้นิ้วตัวเองไชเข้าไปในหู เกรงว่าตนเองจะหูฝาดไปกับน้ำเสียงนี่ เขาอดรนทนมิไหวเอนตัวไปกระซิบข้างๆ
"เ้าพูดจาแบบนี้เป็ด้วยหรือ"อี๋ซูยังมิหายคับข้องใจ แต่แล้วต้องเบ้หน้า เอามือปิดปาก มือหนาหนีบเนื้อข้างเอวบางแรงจนเขาเกือบจะร้องออกมา เป็หลิงไท่ที่หยิกข้างเอวของอี๋ซูเป็การตักเตือน
"อย่าพึ่งซุกซน ยังไม่ถึงเวลา"หลิงไท่เผยอปากเพียงน้อยนิด เอ่ยออกมาเป็คำพูดให้ได้ยินเพียงสองคนเท่านั้น
"อู๊ยย เจ็บ เจ็บ ปล่อยข้าก่อน"
"หึ"หลิงไท่กลับมาทำหน้าปลาตายอีกครั้ง
"นั่นเด็กเหลวไหลนั่น เหตุใดจึงไปอยู่ข้างกายฝ่าา เ้าภพเพคะ เด็กผู้นี้เป็บุตรของพวกเราเองเพคะ ขอฝ่าาโปรดประทานอภัยด้วย"นายหญิงรีบปราดเข้ามาคุกเข่าตรงหน้า
"อืมเรารู้"
"มันหลอกลวงฝ่าา หารู้จักที่ต่ำที่สูงไม่ โปรดส่งตัวมาให้พวกเราลงโทษเถอะเพคะ"นางยังคงพล่ามมิหยุด
"จางหย่ง"หลิงไท่เอ่ยเพียงชื่อ จางหย่งก็รีบลงไปลากตัวนางออกจากโถงทันที
"ท่านแม่ ท่านแม่"เลี่ยงเอ๋อร์ครั้นไม่มีคนคุ้มกาย ก็หาที่ยึดเกาะคุ้มภัยมิได้ ได้แต่เหลียงซ้ายแลขวา ร้อนถึงผู้นำเผ่ามาดึงแขนให้หยุดทำอับอายขายหน้า
"หุบปากเ้าเสียถ้ายังอยากอยู่ในนี้"เขากัดฟันเอ่ยเตือนบุตรสาวตนเอง
"แต่ว่าท่านพ่อ นั่นมันเด็กอี๋ซู พวกเราใช้มันออกไปหานกเพลิง แต่มันกลับมาเสนอหน้าอยู่ที่นี่"เลี่ยงเอ๋อร์นั้นความโมโหอยู่ปลายลำคอ อยากก่นด่าแต่ติดที่ทุกคนล้วนมองมาด้วยสายตาไม่เป็มิตร จึงต้องสงบปากสงบคำอีกครั้ง
"เลี่ยงเฟิ่งถวายพระพรฝ่าา"
"เอาเถอะอย่ามากความ เ้าบอกถึงการที่เ้ามาอยู่ที่แห่งนี้เถิด"หลิงไท่โบกมืออีกครั้ง สายตานิ่งสนิท มิได้เหลือบมองคนข้างกายที่มือไม้ซุกซนยิ่ง มือเล็กค่อยขยับยื่นไปยังจานของว่าง ปลายนิ้วโผล่พ้นชายแขนเสื้อค่อยหยิบขนมมาแอบซ่อนไว้ แต่ทว่าขนมที่จัดวางเอาไว้มากเสียจนมือเล็กปัดไปโดน ทำให้หกหล่นกลิ้งไปจนถึงบันไดห้าขั้น และไปนอนนิ่งสนิทกลางโถงทางเดิน
หลิงไท่".............."
เหล่าเสนา์"............."
และเลี่ยงเฟิ่ง"................."
"แหะ แหะ ขะ ข้ามิได้ตั้งใจ"อี๋ซูรีบดันขนมในมือเข้าปากพร้อมกับเอ่ยขอโทษ ปาไช่นั้นอัดแน่นในอก อยากจะซักถามให้ขาวสะอาดกลับทำมิได้ ด้วยตนเองถูกกักตัวอยู่กับจางหย่ง จึงได้แต่ยกมือกุมหน้าผากตนเองส่ายหน้าไปมา หลิงไท่นั้นอยากจะคว้าคนมาตีให้หายซุกซนหากไม่สามารถ จึงได้แต่ทำหน้าเย็นชืดเท่านั้น
"แฮ่ม!"เลี่ยงเฟิ่งกำมือรองปากตัวเองเพื่อหาเสียง จากนั้นก็เริ่มประสานมือใหม่อีกครั้ง
"การที่กระหม่มอมายัง์ชั้นที่ประทับนี้ เนื่องด้วยกระหม่อมต้องนำทางคู่ชะตามาเพื่อฝ่าาพะย่ะค่ะ และคนที่ถูกลิขิตไว้ก็คือท่านผู้นั้น"เลี่ยงเฟิ่งหลับหูหลับตา ใช้นิ้วชี้ไปยังอี๋ซู ทุกสายตาต่างจับจ้องไปยังคนข้างกายหลิงไท่ อี๋ซูเด็กน้อยหาสนใจสิ่งใดมากกว่าขนมตรงหน้าจึงมิได้ยินคำกล่าว เขาคว้าขนมเข้าปากอีกครั้ง ประโยคสุดท้ายของเลี่ยงเฟิ่งและสายตาหลายสิบคู่จ้องมาเขาถึงได้รู้สึกตัว รีบเงยหน้าขึ้นมอง ดวงหน้าขาวสะอาดตางดงามยิ่ง ที่โดดเด่นที่สุดคือดวงตากลมโตดื้อดึง หากบัดนี้ริมฝีปากบวมแดงกลับมีเศษขนมติดอยู่ที่มุมปาก หลิงไท่นั้น มุมปากคล้ายจะยกยิ้มแต่ต้องฝืนเอาไว้ ด้วยความยากลำบาก ใบหน้าที่เคยนิ่งสนิทเรียบเฉยจึงดูคล้ายคนโดนพิษทำให้เ็ปมิใช่น้อย ดังนั้นใบหน้าที่เคยนิ่งบัดนี้เหยเกยิ่ง เพียงเสี้ยวก็กลับเป็ปรกติเช่นเดิม เขาทำเอื้อมมือมาใช้นิ้วเกลี่ยเศษอาหารที่มุมปากของอี๋ซู
"แนะนำตัวเองสิ"หลิงไท่หลังจากตั้งสติได้ ก็เอ่ยปากด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเช่นเดิม
"ข้าหรือ"
"ใช่"
"ข้า ข้าชื่ออี๋ซู เป็บุตรรองของผู้นำเผ่าวิหค"ทันใดนั้นเอง เสียงหึ่งหึ่งราวผึ้งแตกฝูงกระจายไปทั่วห้องโถง เหล่าเสนาและแขกที่ได้รับเชิญมาวิพากษ์ไม่หยุดปาก เสียงด้ามง้วงกระแทกจนพื้นะเืทำให้ทุกอย่างชะงัก
"ข้าในนามแห่งเ้าภพ ขอประกาศว่า บัดนี้ ผู้ที่จะมาเป็พระชายาของข้าคืออี๋ซูแห่งเผ่าวิหค พรุ่งนี้เหล่าเสนาจะได้รับพระราชโองการจากข้า"หลิงไท่ใช้ปราณประกาศก้องจนได้ยินไปทั่วทั้งสามภพ ทุกคนมีข้อข้องใจทั้งสิ้น แต่มิมีใครกล้าเอ่ยปากถามด้วยรู้ดีว่าเ้าภพนั้นเด็ดขาดเพียงใด
"ขอถายพระพรพระชายาอี๋ซู ขอแสดงความยินดีต่อหน้าพระพักตร์ฝ่าาพะย่ะค่ะ เพคะ"ทั้งหมดทั้งมวลก้มลงประสานมือถวายพระพรด้วยเกรงพระบารมีเป็ที่ยิ่ง
"ขอบใจ"หลิงไท่เอ่ยพร้อมโบกมือให้ทุกคนตามสบาย พยักหน้าให้จางหยูสั่งการให้ นาง์บรรเลงเพลงต่อและปล่อยให้ผู้คนดื่มกินเต็มที่ ยังเป็อี๋ซูที่ขยับตัวยุกยิกจนเขาต้องก้มลงถาม
"จะไปที่แห่งใด"
"ข้าอยากเจอนายท่าน"
"อืมได้ ข้าจะพาเ้าลงไป"อี๋ซูคล้ายหายใจปริ่มน้ำ เขาอยากจะลงไปหาปาไช่ต่างหากเล่า หลิงไท่มีหรือจะมิรู้เท่าทันคน
"นิ่งทำไม ไปกับข้าสิ"หลิงไท่เดินนำลงจากตั่งทองทิ้งให้อี๋ซูได้แต่คับแค้นในอกเช่นเดิม เขาเดินไปหยุดตรงหน้าผู้นำเผ่าวิหคด้วยสีหน้าเรียบเฉย
"ฝ่าา"
"อย่าได้เกรงใจไป นี่ก็นับว่าท่านคือท่านพ่อตาของข้า ดังนั้นพรุ่งนี้หลังจากออกพระราชโองการ เราจะให้จางหยูเตรียมสินสอดเพื่อนำไปยังเผ่าวิหค"
"ขอบพระทัยฝ่าา แต่ทว่าเื่นี้อาจจะเป็การเข้าใจผิดพะย่ะค่ะ"
"เข้าใจผิดรึ เหตุใดท่านจึงคิดเช่นนี้"
"ฝ่าาทรงตรึกตรองเถิดพะย่ะค่ะ วิหค์อาจจะจำผิดคน กระหม่อมได้ยินจากนางก้นครัวเซิ่งหนิงเอ่ยว่า ยามนั้นบุตรชายของกระหม่อมซุกซนจนเกิดเื่ เผลอหยิบฉวยเอาไข่ของวิหค์มาเล่น และเกิดฟักตัวจึงทำให้เข้าใจผิด พื้นดวงแล้วอาจจะเป็บุตรสาวกระหม่อมก็เป็ได้พะย่ะค่ะ"
"เหลวไหล นั่นคือวิหค์จะเอ่ยอ้างว่าผิดตัวเป็ไปยากยิ่ง และอีกอย่างนี่ก็คือบุตรของท่านเช่นกันใยจึงรักได้ลำเอียงเช่นนี้"หลิงไท่ถึงกับเก็บอาการไม่อยู่ ได้แต่นับหนึ่งถึงสิบในใจจึงค่อยสงบลง หางตาเหลือบไปมองใบหน้าสดใสที่สลดลงจนเห็นชัด เขาเอื้อมมือไปจับมือเล็กเอาไว้บีบแน่น
"เอาล่ะเราจะไม่คุยถึงเื่นี้อีก ในเมื่อวิหค์ชี้ชัดแล้วข้าก็มิอาจเปลี่ยนแปลงมติืได้ ตัวท่านเองก็ย่อมรู้ดีแก่ใจ เชิญท่านพักผ่อนเถอะ ข้ากับอี๋ซูจะออกไปด้านนอก ขอตัว"หลิงไท่กึ่งจูงกึ่งลากอี๋ซูออกไป ส่วนอี๋ซูนั้นได้แต่หันหน้ากลับไปมองบิดาตนด้วยสายตาละห้อย
"เด็กน้อย เ้าเสียใจหรือไม่"หลิงไท่ก้มลงถาม เขาจงใจลากอี๋ซูออกมาจากวงสนทนา ด้วยรู้ว่าไม่มีเื่ดีที่เอ่ยถึง
"ข้าไม่รู้"หลิงไท่อดใจมิไหวใช้มือใหญ่ตนเองลูบบนกลุ่มผมนุ่ม
"อย่าได้เสียใจ เ้าเป็คู่ชะตา ใครก็ลบคำนั้นออกไปไม่ได้ จะช้าหรือเร็ววิหค์เลี่ยงเฟิ่งก็จะนำเ้ามาหาข้าอยู่ดี บนนี้มีเื่สนุกสนานให้เ้าทำมากมาย ปาไช่สหายสนิทของเ้าก็อยู่ที่นี่ รวมถึงเลี่ยงเฟิ่งนั่นด้วย"หลิงไท่มิเคยปลอบโยนผู้ใด แต่เด็กข้างกายดูราวกับแก้วบางที่ใกล้แตกสลาย เขาจึงได้แต่ปลอบประโลมไปตามสัญชาติญาณตน ใบหน้าหม่นหมองจึงค่อยมีรอยยิ้ม
"ท่านพ่อจะพาข้ากลับไปหรือไม่"
"กลับไม่ได้ เ้าเป็ชายาของข้าแล้ว ต้องให้สาธิตหรือไม่ว่าเป็ชายาของข้าได้เช่นไร"
"เ้า เ้า เหลวไหล ข้าไม่คุยด้วยแล้ว"อี๋ซูได้แต่ยืนกระทืบเท้าตัวไปมา เพราะเถียงคนตัวโตกว่าไม่ได้ หลิงไท่ยกมุมปากเมื่อเห็นเด็กน้อยของเขาหน้าตาเริ่มมีสีสัน มิเศร้าสลดอีกแล้ว
"ดี ไม่คุยก็ดี ทำแบบเมื่อคืนเราสองคนก็มิได้คุยกัน แต่ใช้อย่างอื่นคุยแทน ข้าชอบ"หลิงไท่เอ่ยคำหัวเราะคำ
#หลายคนหลังไมค์มาถามไรท์ว่า ทำไมอี๋ซูถึงดูเด็กน้อยจัง คำตอบนะคะ อี๋ซูอายุเพียงสิบแปดเท่านั้นเองค่ะ ต่างกับแด๊ดดี้หลิงไท่ ท่านอายุสามสิบห้าแล้ว ทั้งโตกว่าลูกล่อลูกชนเยอะกว่า ดังนั้นไม่รู้ใครชนะใครกันล่ะค่ะงานนี้ อีกเื่ที่ถามกันหนาหู ว่าเขารักกันหรือยัง คำตอบคือ ยังค่ะ ด้วยความที่แด๊ดดี้หลิงไท่ประสบการณ์(กาม)เยอะกว่าทำให้น้องคล้อยตามไม่ใช่เื่ยากเลย อี๋ซูเป็เด็กไม่กล้าคิดกล้าทำ ดังนั้นเื่ที่อะลุกอะลักเลยไม่คิดมากค่ะ ยังสร้างปัญหาให้แด๊ดดี้หลิงไท่อีกเย๊อะะะะะ