บทที่ 25 ประสาทััที่เหนือธรรมชาติของเ้าก้อนแป้ง
ภายในสายโทรศัพท์ที่เชื่อมต่อตรงจากห้องทำงานประธาน มีเพียงน้ำเสียงที่เ็า ทรงพลัง และแฝงไปด้วยความขุ่นมัวเล็กน้อยของ ฉินฮ่าวเฉิน ที่เอ่ยเร่งขึ้นมาอย่างไม่สบอารมณ์
“นมล่ะ? ทำไมถึงใช้เวลานานขนาดนี้? นายลืมหน้าที่ไปแล้วหรือไง?”
เฮ่อเหยียน ชะงักไปชั่วครู่ ร่างกายแข็งทื่อเหมือนถูกสตัฟฟ์ เขาก้มลงมองสภาพอันน่าอนาถของเสื้อเชิ้ตแบรนด์หรูของตัวเองที่มีลายด่างดวงจาก ‘นมอุ่นผสมกาแฟร้อน’ ดูแล้วช่างหดหู่ใจยิ่งนัก นมแก้วที่ควรจะเป็ของท่านประธานน้อย บัดนี้ถูกเนื้อผ้าเชิ้ตของเขา ‘ดื่ม’ เข้าไปจนหมดเกลี้ยงไม่เหลือหลอ
“ขอ... ขออภัยอย่างสูงครับท่านประธาน! พอดีเกิดอุบัติเหตุนิดหน่อย ผมจะรีบเตรียมแก้วใหม่ไปให้เดี๋ยวนี้ครับ!”
เขาตอบรับอย่างร้อนรนก่อนจะรีบวางสายด้วยมือที่สั่นเทา
เฮ่อเหยียนรีบวิ่งไปที่ตู้เสื้อผ้าส่วนตัวที่เตรียมไว้ในห้องพักผู้ช่วย เขาจัดการเปลี่ยนชุดสำรองที่เนี๊ยบกริบออกมาอย่างรวดเร็วปานกามนิตหนุ่ม ในฐานะผู้ช่วยพิเศษเบอร์หนึ่งของตระกูลฉิน ภาพลักษณ์ของเขาคือหน้าตาและเกียรติยศของเ้านาย เขาจะปล่อยให้ตัวเองดูซมซ่อหรือมีรอยเปื้อนจนท่านประธานต้องอับอายพนักงาน ไม่ได้เด็ดขาด เมื่อครู่เขามัวแต่ตกตะลึงกับ ‘ขอบตาแดง ๆ’ ของเ้านายจนลืมรายละเอียดสำคัญข้อนี้ไปเสียสนิท
หลังจากจัดการตัวเองจนกลับมาดูดีไร้ที่ติเหมือนเดิมแล้ว เฮ่อเหยียนก็กึ่งเดินกึ่งวิ่งไปยังห้องรับรองพิเศษเพื่อเตรียมนมอุ่นจากฟาร์มที่ดีที่สุดและกาแฟดำรสเข้มแก้วใหม่ให้เ้าตัวเล็กและเ้านายของเขา
สองนาทีต่อมา เสียงเคาะประตู
“ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก”
ก็ดังขึ้นอย่างสุภาพหน้าห้องทำงาน พร้อมกับเสียงของเฮ่อเหยียนที่รายงานเข้ามาอย่างนอบน้อม
“ท่านประธานครับ นมอุ่นของท่านประธานน้อยเตรียมพร้อมแล้วครับ”
ภายในห้องทำงานอันโอ่อ่า…
พายุอารมณ์ของอันอันเริ่มสงบลงและกลับมาคงที่อีกครั้ง แต่หลังจากที่ร้องไห้โยเยชุดใหญ่เพื่อปลดปล่อยความอัดอั้น เธอก็ดูเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด ร่างเล็ก ๆ นุ่มนิ่มพิงซบอยู่ในอ้อมกอดกว้างของคุณพ่ออย่างอ่อนแรง ราวกับลูกแมวที่เพิ่งผ่านการผจญภัยครั้งใหญ่มา ดวงตากลมโตที่ผ่านการชะล้างด้วยหยาดน้ำตามายิ่งดูใสกระจ่างและวาววับเหมือนแก้วคริสตัลน้ำหนึ่ง เธออ้าปากน้อย ๆ หาวหวอดออกมาจนเห็นลิ้นไก่ด้วยความง่วงที่เริ่มจู่โจม
ฉินฮ่าวเฉินโอบกอดร่างนั้นไว้ด้วยแขนข้างหนึ่งอย่างเบามือ เมื่อได้ยินเสียงเรียกจากภายนอกจึงเอ่ยอนุญาตสั้น ๆ
“เข้ามา”
เฮ่อเหยียนค่อย ๆ ผลักประตูเข้ามาด้วยความระมัดระวังประหนึ่งเดินอยู่บนกับะเิ เขาวางถาดนมอุ่นและกาแฟลงบนโต๊ะตรงหน้าเ้านายอย่างแคล่วคล่องว่องไว ก่อนจะยืนรอคำสั่งเพิ่มเติมอย่างสงบ เมื่อเห็นว่าเ้านายไม่มีทีท่าจะดุด่าเื่ที่มาช้า เขาจึงรีบขอตัวออกจากห้องไปอย่างเงียบเชียบที่สุด
อันอันที่ตอนแรกทำท่าจะเคลิ้มหลับ พอได้กลิ่นหอมกรุ่นของนมอุ่นสีขาวนวล ดวงตาก็พลันลุกวาวเป็ประกายขึ้นมาทันที เธอจ้องมองแก้วนมใบนั้นตาเขม็งแทบไม่ยอมละสายตาประหนึ่งเห็นขุมทรัพย์
ฉินฮ่าวเฉินหยิบแก้วนมขึ้นมา แตะหลังมือดูอุณหภูมิที่ข้างแก้วอย่างละเอียดเพื่อให้แน่ใจว่ามันไม่อุ่นจนเกินไปจนอาจจะลวกผิวบาง ๆ ของลูกสาว จากนั้นจึงค่อย ๆ ประคองหลอดดูดไปที่ริมฝีปากจิ้มลิ้ม
“อันอัน ดื่มนมอุ่น ๆ หน่อยไหมครับลูก? จะได้หลับสบาย”
“ดื่มค่ะ!”
อันอันพยักหน้าหงึก ๆ อย่างกระตือรือร้น ร่างกายเธอดูเหมือนจะตอบสนองต่อของกินได้ไวกว่าสิ่งอื่นใด
“ขอบคุณค่ะคุณพ่อ~”
เธอเอ่ยขอบคุณด้วยเสียงเล็ก ๆ หวานหู ก่อนจะงับหลอดดูดนมหอมละมุนเข้าปากไปทีละอึก ๆ อย่างตั้งใจ รสชาติหวานมันจากฟาร์มชั้นเลิศแผ่ซ่านไปทั่วลิ้นจนยัยหนูต้องหรี่ตาพริ้ม เคลิบเคลิ้มไปกับรสััอย่างมีความสุขล้นปรี่
ฉินฮ่าวเฉินมองเ้าก้อนแป้งที่กำลังดื่มนมอย่างเอร็ดอร่อยด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความรักและความเอ็นดูอย่างปิดไม่มิด สีหน้าของเธอที่ดูเหมือนได้ขึ้น์นั้นทำเอาเขาแอบฉงนใจ ในความทรงจำของเขานั้น นมจืดมักจะมีกลิ่นคาวและรสชาติเลี่ยนจนน่ารำคาญ แต่พอเห็นลูกสาวตัวน้อยดื่มราวกับมันเป็น้ำทิพย์จากสรวง์ขนาดนี้ เขากลับนึกอยากจะลองจิบดูบ้างว่ามันจะเลิศรสอย่างที่เธอแสดงออกจริงหรือเปล่า
หลังจากดื่มนมอุ่นจนหมดแก้ว ท้องน้อย ๆ ของอันอันก็พองกลมปุ๊กลุกขึ้นมาทันตาเห็น ยัยหนูยกมือน้อย ๆ ที่นุ่มนิ่มขึ้นมาลูบท้องตัวเองวนไปมาอย่างอารมณ์ดี
เมื่อเห็นเ้าก้อนแป้งกลับมามีรอยยิ้มสดใสและแววตาที่ร่าเริงอีกครั้ง ฉินฮ่าวเฉินก็รู้สึกเหมือนยกูเาออกจากอก เขาถามเสียงนุ่ม
“อันอันครับ... ตอนนี้รู้สึกดีขึ้นหรือยังลูก? ยังเสียใจอยู่ไหม?”
“ไม่เป็ไรแล้วค่า~ อันอันสบายมาก!”
อันอันส่ายหัวดุ๊กดิ๊กจนผมม้ากระจาย
“คุณพ่อพูดถูกแล้ว ทุกคนรักอันอัน พี่ชายก็รักอันอัน อันอันจะไม่ร้องไห้เพราะเื่นั้นแล้วค่ะ!”
“คนเก่งของพ่อ...”
ฉินฮ่าวเฉินหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ แต่ในแววตานั้นกลับแฝงไปด้วยความเวทนา ยิ่งลูกสาวตัวน้อยว่าง่ายและรู้ความมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งเ็ปเมื่อนึกถึงสิ่งที่เธอต้องเผชิญมาเพื่อให้ได้มาซึ่งความ ‘รู้ความ’ นี้ แต่เขาสัญญาว่าจะใช้ความรักทั้งหมดที่มีเยียวยาหัวใจดวงน้อยนี้ให้กลับมาแข็งแรงที่สุด
“คุณพ่อขา... เมื่อกี้คุณอาเฮ่อแอบไปเปลี่ยนชุดมาด้วยแหละค่ะ~”
อันอันที่ตอนนี้หนังท้องตึงหนังตาก็เริ่มสว่างขึ้น สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติเล็ก ๆ น้อย ๆ เธอขยับมาซิบถามอย่างสงสัย
“ทำไมคุณอาต้องเปลี่ยนชุดด้วยล่ะคะ?”
ฉินฮ่าวเฉินแอบประหลาดใจเล็กน้อย แววตาคมกริบไหววูบ เมื่อกี้เขามัวแต่สนใจลูกสาวจนไม่ได้สังเกตเลยว่าลูกน้องคนสนิทเปลี่ยนเสื้อผ้าไปตอนไหน แต่พออันอันทักขึ้นมา เขาก็มองตามและพบว่าเป็เื่จริง... ยัยหนูของเขามีประสาทััและการสังเกตที่เฉียบคมจนน่าใ
เขานึกถึงจังหวะที่เฮ่อเหยียนแอบแง้มประตูเข้ามาและรีบปิดลงอย่างแรงเมื่อครู่ ก็พอจะเดาเหตุผลที่นมหกใส่เสื้อออก จึงอธิบายอย่างใจเย็น
“สงสัยเสื้อผ้าคุณอาเขาคงจะเปื้อนกาแฟโดยไม่ได้ตั้งใจน่ะครับ เลยต้องรีบไปเปลี่ยนให้สะอาด”
พอได้ยินคำว่า ‘เปื้อน’ อันอันก็สะดุ้งเล็กน้อย เธอรีบก้มลงสำรวจชุดกระโปรงลูกไม้สีหวานของตัวเองทันที แม้กระโปรงจะยังสะอาดเอี่ยมไม่มีรอยด่างแม้แต่นิดเดียว แต่ยัยหนูก็เริ่มกังวลตามประสาคนขี้เกรงใจว่าถ้ามันเปื้อนขึ้นมา เธอจะไม่มีชุดสวย ๆ เปลี่ยนและอาจจะโดนดุ คิ้วเล็ก ๆ ขมวดเข้าหากัน มือน้อยลูบชายกระโปรงอย่างระมัดระวังที่สุด
“อันอันต้องระวัง... ต้องนั่งนิ่ง ๆ ไม่ให้กระโปรงเปื้อน...”
ฉินฮ่าวเฉินเห็นท่าทางจริงจังจนเกินเหตุนั่นก็หลุดหัวเราะออกมา
“ไม่เป็ไรหรอกครับลูก ถ้ามันเปื้อนก็แค่เปลี่ยน พ่อสั่งให้คนขนชุดกระโปรงสวย ๆ ของหนูมาเตรียมไว้ที่ห้องพักข้าง ๆ นี้หมดแล้ว มีเป็ร้อยชุดเลยนะ”
ไม่ใช่แค่ชุดสำรองเท่านั้น แต่นมที่เฮ่อเหยียนเอาเข้ามาก็คือนมสั่งตรงจากฟาร์มส่วนตัว รวมถึงของใช้ทุกอย่างของยัยหนูที่เขาเตรียมพร้อมมาอย่างดีประหนึ่งจะย้ายบ้านมาไว้ที่บริษัท
อันอันได้ยินแบบนั้นก็ถอนหายใจยาวอย่างโล่งใจทันที เธอตบท้องน้อย ๆ ของตัวเองแล้วหัวเราะคิกคัก
“ดีจังเลย~ มีชุดเยอะแยะเลย!”
แต่ในใจเธอก็ยังแอบย้ำกับตัวเองลึก ๆ ว่า ‘ถึงอย่างนั้น อันอันก็จะระวังไม่ให้เลอะอยู่ดีค่ะ คุณพ่อจะได้ไม่ต้องเหนื่อย!’
เมื่อความตึงเครียดหายไปสิ้น อันอันจึงเพิ่งมีโอกาสได้กวาดสายตาสำรวจห้องทำงานของคุณพ่ออย่างจริงจังเป็ครั้งแรก ห้องนี้กว้างขวางและดูโอ่อ่ามาก มีผนังกระจกใสบานมหึมาั้แ่เพดานจรดพื้น มองออกไปเห็นทัศนียภาพของเมือง A ที่วุ่นวายได้ไกลสุดลูกหูลูกตาจากมุมสูง แสงแดดอุ่น ๆ ยามเช้าส่องสะท้อนเฟอร์นิเจอร์หนังราคาแพงจนดูหรูหราสุด ๆ
“คุณพ่อขา... ห้องนี้ใหญ่มากเลย ใหญ่เท่าห้องนอนของอันอันที่บ้านเลยค่ะ!”
ยัยหนูรู้สึกว่าั้แ่ก้าวพ้นประตูสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ทุกอย่างรอบตัวเธอก็ดูจะ ‘มหึมา’ ไปหมด ทั้งปราสาท สวนสวย ฟาร์มวัว ลานจอดรถ จนมาถึงตึกสูงเสียดฟ้าและห้องทำงานที่เหมือนสนามเด็กเล่นนี้
ฉินฮ่าวเฉินยิ้มมุมปากด้วยความภาคภูมิใจในความร่ำรวยของตนที่สามารถบันดาลทุกอย่างให้ลูกได้
“ที่จริง... ห้องนอนของอันอันที่บ้านน่าจะใหญ่กว่าห้องทำงานพ่ออยู่หน่อยนะลูก”
“ฮิฮิ~ อันอันมีห้องที่ใหญ่ที่สุดในโลกเลยล่ะค่ะ!”
จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปถึงสิบโมงเช้า ฉินฮ่าวเฉินผู้ที่ปกติจะทำงานวินาทีต่อวินาทียังไม่ได้เริ่มแตะต้องวาระการประชุมแม้แต่รายการเดียว งานเอกสารกองโตถูกวางทิ้งไว้ในสภาพเดิมเป๊ะ เพราะเขามีความสุขเกินกว่าจะละสายตาจากเ้าก้อนแป้งที่กำลังเดินสำรวจโน่นนี่ในห้องได้
เขาไม่รีบ... แต่เฮ่อเหยียนที่ยืนแสตนด์บายอยู่หน้าห้องทำงานน่ะสิ ร้อนใจจนเดินวนไปวนมาเป็หนูติดจารีต! ถ้าเป็ปกติ เขาคงรวบรวมความกล้าเข้าไปเตือนเ้านายให้เริ่มงานตามตารางได้แล้ว แต่เหตุการณ์วันนี้มันพิเศษและบอบบางเกินไป เขาเลยทำได้เพียงยืนกระวนกระวาย ถอนหายใจทิ้งอยู่เงียบ ๆ คนเดียวที่หน้าประตู
ทันใดนั้น ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเปิดออกกะทันหัน!
เฮ่อเหยียนสะดุ้งสุดตัวจนไหล่แทบหลุด เมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ของเ้านายเดินออกมาด้วยใบหน้าเรียบเฉย เขาจึงถามโดยสัญชาตญาณมือโปรทันที
“ท่านประธาน มีอะไรให้รับใช้ครับ? จะเริ่มประชุมบอร์ดบริหารเลยไหมครับ?”
ฉินฮ่าวเฉินไม่ได้ตอบในทันที เขาเหลือบมองกองเอกสารในมือลูกน้องก่อนจะถามด้วยน้ำเสียงนิ่ง ๆ
“ไม่ใช่ว่าคุณมีเื่ด่วนจะคุยกับผมหรอกเหรอ? เห็นเดินวนไปวนมาอยู่นานแล้ว”
“เอ๊ะ? ท่านประธาน... ท่านทราบได้ยังไงครับว่าผมยืนอยู่ตรงนี้?”
เฮ่อเหยียนเบิกตากว้างด้วยความฉงน เพราะเขาแน่ใจว่าตัวเองเดินเบาที่สุดแล้ว และห้องทำงานนี้ก็หนาแน่นจนไม่มีทางได้ยินเสียงจากภายนอก
ฉินฮ่าวเฉินเหลือบมองเข้าไปในห้องทำงาน... ที่จริงตัวเขาเองก็ไม่ได้ยินเสียงอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว แต่เป็เ้าก้อนแป้งนุ่มนิ่มที่นั่งเล่นอยู่ข้างในนั่นแหละ ที่จู่ ๆ ก็เงยหน้าขึ้นมาบอกกับเขาด้วยสีหน้าจริงจังว่า ‘คุณพ่อขา อาเฮ่อเหยียนเดินไปเดินมาอยู่ข้างนอกหน้าประตูมานานแล้วนะคะ ?’
ห้องทำงานนี้ถูกออกแบบมาให้เก็บเสียงได้ดีเยี่ยมขนาดที่ต่อให้มีการะโด่ากันข้างใน เสียงก็ยังลอดออกไปยากมาก แต่ยัยหนูของเขากลับได้ยินเสียงฝีเท้าเบา ๆ จากข้างนอกนั่นได้อย่างแม่นยำประหนึ่งมีหูทิพย์!