หลังจากวันนั้นลมหนาวก็ได้คุยกับวาริชบ่อยขึ้น ทั้งสองจึงสนิทกันมากกว่าวันแรกที่ได้เจอ
“พี่แต่งรูปที่ไปถ่ายเสร็จแล้วนะ เดี๋ยวพี่ส่งไฟล์รูปไปให้” วาริชบอกกับคนปลายสายสายตาก็ไล่ดูรูปที่ตัวเองถ่ายไปเรื่อย ๆ
[เหรอครับผมอยากเห็นแล้ว] ลมหนาวพูดอย่างตื่นเต้น
“พี่ขอเอารูปที่ถ่ายวันนั้น ไปลงที่เพจของพี่ได้ไหม” วาริชขออนุญาตนายแบบจำเป็ในวันนั้นเพื่อนำรูปไปลงเพจของตัวเอง
เพจนี้วาริชมีไว้เพื่อแสดงฝีมือการถ่ายภาพ ของเขาโดยเฉพาะมีรับงานถ่ายภาพบ้าง แต่ไม่บ่อยเท่าไหร่
การถ่ายรูปเป็สิ่งที่เขาชอบมากอย่างหนึ่งเพราะมันคือตัวตนอีกด้านหนึ่งของเขา
[เพจอะไรเหรอครับ] ลมหนาวถามรุ่นพี่ด้วยความสงสัย
“เป็เพจที่พี่จะลงรูปที่พี่ถ่าย เป็การโปรโมตเพจด้วยพี่รับจ้างถ่ายรูปนะ เผื่อเรายังไม่รู้” วาริชอธิบายให้รุ่นน้องฟัง
[อ๋อได้ครับ แต่ต้องลงเฉพาะรูปที่สวย ๆ นะครับ ไม่งั้นผมโกรธด้วย]
ลมหนาวเริ่มที่จะกล้าคุยหยอกล้อกับรุ่นพี่มากขึ้นอาจเป็เพราะ่นี้คุยกันบ่อย
“ได้เลยครับ ช่างภาพคนนี้จะไม่ทำให้ผิดหวังเลย”
เมื่อลมหนาวได้ฟังก็ถึงกับกั้นขำไม่อยู่
[ฮ่าๆ อะไรของพี่เนี่ย มีอารมณ์ขันด้วย] ลมหนาวหัวเราะออกมาเพราะไม่คิดว่ารุ่นพี่ต่างคณะ จะมีอารมณ์ขัน เพราะดู ๆ แล้วน่าจะเป็คนเงียบ ๆ
วาริชยิ้มเล็กน้อย ให้เสียงหัวเราะของคนปลายสาย
“วันเสาร์นี้เราว่างไหม พี่ว่าจะชวนไปถ่ายรูปแถว ๆ ริมทะเลหน่อย” วาริชพูดบอกถึงกำหนดการที่จะไปถ่ายรูปตามหัวข้อที่ได้มา
[เสาร์นี้ผมว่างครับแล้วจะไปริมทะเลที่ไหนครับ] ลมหนาวสนใจทันที
“น่าจะใกล้ ๆ กรุงเทพนี่แหละ ขอพี่ดูสถานที่ก่อน แล้วจะบอกอีกทีใกล้ๆ วันนะ”
[โอเคครับ]
เมื่อวางสาย ลมหนาวก็ได้ไฟล์รูปที่วาริชส่งมาให้ เมื่อเปิดดูรูป ลมหนาวก็ต้องว้าวเพราะรูปที่ถ่ายนั้นสวยมาก ถ่ายตัวเขาให้ออกมาดูดีมาก ๆ
ทุกรูปที่รุ่นพี่ถ่ายให้ ถูกใจชายหนุ่มมากนิ้วเรียวกดเลือกรูปที่ตัวเองชอบมารูปหนึ่ง นำมาตั้งเป็โพรไฟล์ของแอปวีโฟร์ และแอปไอเจทันที เพราะนานแล้วที่ตัวเขานั้นไม่ได้เปลี่ยนรูปโพรไฟล์เลย
มหาวิทยาลัย K
เช้าวันนี้ลมหนาวมีเรียนตอนบ่าย นัดเจอกับตังที่โรงอาหารคณะก่อนขึ้นเรียน พอไปถึงก็สั่งอาหารมากินกัน
แต่ไม่รู้ว่าเขารู้สึกไปเองหรือเปล่า ที่เหมือนจะมีนักศึกษาคนอื่น ๆ พากันแอบมองเขา แล้วก็หันไปซุบซิบกัน
“ตัง เรารู้สึกเหมือนมีคนมองเราแปลก ๆ อะ”
ผมบอกกับเพื่อนทันที เมื่อััได้ถึงสายตาหลาย ๆ คู่ที่หันมองมาทางตัวเอง
“ไม่แปลกก็บ้าละ ก็รูปมึงไปโชว์หราอยู่ในเพจของพี่วาริชขนาดนั้น เออแล้วมึงไปรู้จักพี่เขาได้ยังไง ไหนเล่ามา”
ตังจ้องหน้าเพื่อน เพื่อคาดคั้นเอาคำตอบ เพราะแปลกใจที่เพื่อนตัวเอง ไปรู้จักกับรุ่นพี่ต่างคณะได้ยังไง
“อ๋อ พี่วาริชนะเหรอ พี่เขาอยู่ชมรมเดียวกับเราอะเราได้ทำกิจกรรมด้วยกัน ก็เลยได้คุยกันบ้าง ที่มีรูปเราในเพจพี่เขาเพราะเราไปทำกิจกรรมน่ะแหละ พี่เขาก็เลยให้เราเป็นายแบบให้น่ะแล้วก็ขอลงรูปเราก็แค่เนี้ย”
ผมอธิบายให้เพื่อนตัวสูง ที่จ้องหน้าผมอยู่ฟัง
“แค่นี้เหรอวะ แค่นี้ได้ไง นี่มึงไม่รู้เหรอว่าพี่เขาเป็ใคร ไอ้หนาวไอ้ซื่อบื้อ” ตังพูดอย่างหัวเสีย
“อ้าว แล้วพี่เขาเป็ใครล่ะ” ผมเริ่มงงกับสิ่งที่เพื่อนพูด
ตังถอนหายใจ แล้วเริ่มเล่าให้ลมหนาวฟัง
“พี่วาริชน่ะ เป็เดือนของคณะวิศวะ หล่อ รวย เท่ เดินไปไหนสาว ๆก็กรี๊ด ไอเจเขามีคนติดตามเป็หมื่น แล้วเขาก็รับงานเป็ช่างภาพรูปที่เขาถ่ายออกมาเนี่ยสวย ๆ ทุกรูปเลย แต่พี่เขาจะเลือกรับงานจะมีเฉพาะบางคนที่แกจะตกลงไปถ่ายให้ พอพี่เขาลงรูปมึง คนก็เลยฮือฮากันใหญ่ เพราะพี่เขาไม่ได้ลงรูปมาพักใหญ่แล้ว”ตังอธิบายอย่างยาวเหยียดให้เพื่อนตรงหน้าฟัง
“อ๋อ งี้นี่เอง” ลมหนาวพยักหน้าเข้าใจ ในสิ่งที่เพื่อนพูด
“กูว่า มึงต้องพิเศษกับพี่เขาป้ะ” ตังพูดพร้อมกับทำหน้าตาล้อเลียน
“พิเศษอะไร ไม่มีทั้งนั้นแหละ” ผมรีบปฏิเสธ
“อย่าให้รู้นะ มีอะไรแล้วไม่บอกเพื่อน”
“ไม่มีอะไรจริง ๆ” ผมส่ายหน้าให้เพื่อน
ผมลองกดเข้าไปที่เพจของพี่วาริช ผมเลื่อนดูรูปที่พี่เขาลงมีรูปของผมอยู่ประมาณสิบกว่ารูป มีทั้งรูปยิ้ม รูปตอนเผลอ แต่ทั้งหมดก็ดูดีมาก ๆ มีคนกดถูกใจอยู่สามพันกว่าคน พออ่านคอมเมนต์ หลายๆ คนต่างก็บอกว่า
‘นายแบบน่ารัก’
‘นายแบบเป็อะไรกับช่างภาพ’
‘นายแบบคือใคร’
‘ทำไมช่างภาพไม่ค่อยลงรูปเลย’
‘ขอวาร์ปหน่อย’
แล้วก็มีคนแชร์ทั้งวีโฟร์ ไอเจ ทีทีเคของผม ซึ่งคนที่แชร์ผมก็ไม่รู้จักด้วย
‘รู้ได้ยังไงหว่า น่ากลัวจังเลย’
ผมเลื่อนลงไปดูรูปถ่ายก่อนหน้า ของพี่วาริชเรื่อย ๆแต่ละรูปถ่ายออกมาดูดีมาก แต่วันที่โพสต์ล่าสุดก็เป็เมื่อ 2 เดือนที่แล้ว มิน่าล่ะพอพี่เขาลงรูปคนถึงได้ดูแตกตื่นกันมากขนาดนี้
ผมเข้าไปเช็กที่แอปวีโฟร์ของตัวเอง ปรากฏว่ามีคนมาขอเป็เพื่อนเกือบร้อยกว่าคนไม่ต้องคิดเลย เพราะผมไม่กดรับเพื่อนอยู่แล้ว ถ้าไม่ใช่คนที่ผมรู้จักบัญชีผมก็เปิดเป็ไพรเวต ส่วนแอปไอเจกับแอปทีทีเคนั้น ผมไม่ค่อยลงอะไรที่มันส่วนตัวมากจึงเปิดเป็สาธารณะ
คอนโด SSK
ก่อนเข้านอนผมแวะไปรดน้ำเ้าโฮชิที่ระเบียงรดน้ำเสร็จผมก็มองออกไปนอกระเบียงคอนโด วิวกลางคืนของเมืองหลวง ดวงไฟหลากสีสันเป็เมืองที่ไม่เคยหลับใหล แต่ทำไมผมถึงได้เหงามากมายขนาดนี้
ผมย้อนกลับไปคิดถึงบุคคลปริศนาในฝัน ที่ผมวิ่งตามตลอด และคุณดวงอาทิตย์ที่ผมเขียนถึงผ่านรูปโพลารอยด์เ่าั้
ผมอยากจำเื่ราวที่ลืมไปให้ได้ อยากรู้ว่าผู้ชายที่ผมเห็นในฝันกับคนที่ผมส่งรูปให้คือใคร คือคนเดียวกันหรือเปล่า
ทุกอย่างมันมืดมนไปหมด ไม่มีทางให้เดินต่อเลย ผมเพียงหวังว่าพรุ่งนี้ตื่นมาอาจจะจำเื่ราวอะไรได้บ้างจะได้ไม่เหมือนมีหมอกหนามาบดบังเส้นทางข้างหน้า ที่ไม่สามารถให้ผมเดินต่อไปได้เลย
มหาวิทยาลัย K
“หนาว คืนนี้ไปร้านเดิมกันนะ” ตังเอ่ยชวนลมหนาวมือก็สาละวนเก็บอุปกรณ์การเรียนเข้ากระเป๋า
“อ้าว ไหนบอกรอสอบเสร็จไง” ลมหนาวถามขึ้นอย่างสงสัย
“มึงลืมอะไรหรือเปล่า วันนี้วันเกิดไอ้บาส มึงจะไม่ไปเหรอ”
“อ้าวจริงดิ เราลืมสนิทเลย โอเคไป ๆ”เมื่อเป็วันสำคัญของกลุ่มเพื่อน ผมจึงพลาดไม่ได้ที่จะไปร่วมยินดีด้วย
“แล้วนี่จะซื้ออะไรให้มันดีวะ” ตังหันถามเพื่อนเพื่อขอความเห็น
“อะไรบาสก็ชอบทั้งนั้นแหละ เดี๋ยวไปดูที่ห้างอีกที”
“โอเค” ตังพยักหน้าอย่างเข้าใจ
หลังจากที่ลมหนาว และตังแวะซื้อของขวัญวันเกิดให้บาส ทั้งสองก็กลับคอนโดไปแต่งตัวแล้วก็นัดเจอกันที่ร้านตอนสามทุ่ม
ร้าน Sky bar
ลมหนาวมาถึงก็โทรหาตัง ให้ออกมารับที่หน้าร้าน เพราะคนค่อนข้างเยอะวันนี้ลมหนาวแต่งตัวด้วยเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาว ใส่คู่กับกางเกงยีน ดูเท่ และน่ารักไปในตัว
เมื่อตังมารับ ลมหนาวเดินตามตังเข้าไปในร้าน หลายคนหันมามองพวกเขาทั้งสองอาจจะเพราะรูปร่างที่สูงเพรียว และหล่อของตัง ทำให้หลาย ๆ คนมองมา
แต่ก็มีอีกหลายคน ที่มองคนร่างบางด้านหลัง ที่สะกดสายตาใครต่อใคร ให้หันมามองได้ไม่ยากแต่เ้าตัวคงไม่รู้ เพราะไม่ได้สนใจใครเลย มองแต่แผ่นหลังของเพื่อน ที่เดินนำอยู่ข้างหน้าจนมาถึงโต๊ะ
ลมหนาวเจอเพื่อน ๆ จากต่างคณะ และต่างมหาวิทยาลัยหลายคนเมื่อทักทายกันเสร็จลมหนาวก็ยื่นของขวัญให้บาส เ้าของวันเกิดทันที
“อะ ของขวัญเรา แฮปปี้เบิร์ธเดย์นะ มีความสุขมาก ๆ ”
“ขอบใจหนาวมาก”
เ้าของวันเกิดจับจ้องมองดวงหน้า ที่เขาเฝ้าคิดถึงอยู่ตลอดแม้เวลาผ่านมาหลายปี จนความรู้สึกเบาบางลงบ้าง แต่เมื่อนึกถึงมันก็เอ่อท่วมท้นล้นออกมาจากใจดวงนี้เสมอ
บาสเขย่ากล่องของขวัญเบา ๆ “อะไรนะ ได้อะไรนะ”
บาสหยอกล้อคนที่เพิ่งให้กล่องของขวัญมา เพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึก และเตือนตัวเอง
“ไปเปิดที่บ้านนะ” ผมบอกกับบาส เพื่อนจากมัธยมปลายที่เดียวกันเพื่อนที่เขาแอบรู้สึกผิดอยู่ลึก ๆ
“โอเคครับ” เ้าของวันเกิดฉีกยิ้มหวานให้ตอบกลับมา
บาสจะเป็คนที่ไม่พูดคำหยาบ หรือใช้สรรพนามในการเรียกผม ว่ากูกับมึงต่างจากเพื่อนคนอื่น ๆ เพราะอะไรนั้นผมรู้ดี
ยิ่งดึกคนยิ่งเยอะ เสียงเพลงดังไปทั่วทั้งร้าน ต่างคนต่างสนุกสนาน โยกย้ายร่างกายไปตามจังหวะเสียงเพลงลมหนาวก็เริ่มจะมึน ๆ เพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ ที่เพื่อน ๆ ต่างพากันชนแก้วตลอด
“เดี๋ยวเราไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ” ผมพูดแข่งกับเสียงเพลงที่ดังให้ตังได้ยิน
“ให้ไปเป็เพื่อนไหม” ตังถามขึ้น เพราะเห็นลมหนาวเริ่มเมาแล้ว
“เฮ้ย ไม่ต้อง ไปแค่นี้เอง” ผมส่ายหน้าปฏิเสธ เพราะไปแค่ห้องน้ำเอง
ลมหนาวเดินไปทางห้องน้ำ ที่อยู่อีกฝั่งกับโต๊ะที่เขา และเพื่อนนั่งอยู่ตลอดทางมีคนพลุกพล่าน กว่าลมหนาวจะเดินไปถึงห้องน้ำก็ต้องเดินหลบ เดินเบียดคนอื่นๆ ตลอดทาง
เมื่อทำธุระส่วนตัวเสร็จ ลมหนาวก็เดินออกมาจากห้องน้ำ เพราะมัวแต่ก้มหน้าจึงทำให้ชนเข้ากับใครคนหนึ่งอย่างจัง ศีรษะของลมหนาวกระแทกเข้ากับแผ่นอกของผู้ชายคนหนึ่งที่สูงกว่าลมหนาวหลายเิเ ลมหนาวถอยหลังไป 2-3 ก้าว แล้วก้มหัวขอโทษคนที่ตัวเองเพิ่งจะชนไปเมื่อสักครู่โดยที่ไม่ได้มองหน้าอีกฝ่ายเลย
“ผมขอโทษครับ ที่เดินไม่ระวัง เจ็บตรงไหนไหมครับ”
ผมกล่าวขอโทษทันที ด้วยกลัวคนตรงหน้าจะคิดว่าตัวเองหาเื่เพราะสถานที่อโคจรแบบนี้ มันไม่น่าไว้ใจ
“พี่ไม่เป็อะไรครับ เราล่ะเจ็บไหม”เสียงทุ้มนุ่มมีเสน่ห์ที่เปล่งออกจากปากสวยของคนตรงหน้า ทำให้ลมหนาวต้องเงยหน้าขึ้นมองทันที
ตึก ๆ ตึก ๆ ตึก ๆ
หัวใจของผมเต้นเร็วผิดจังหวะ ผมรู้สึกได้ เพียงแค่ได้ยินเสียงได้เห็นหน้า คนที่ผมเพิ่งเดินชนเมื่อครู่ เสียงเหมือนคนในฝันของผมเลยผมจำเสียงนั้นได้ดี
‘ใช่ หรือเปล่านะ’
“เราเจ็บตรงไหนหรือเปล่าครับ” เมื่อเห็นคนตรงหน้านิ่งไปแล้วเอาแต่มองหน้าเขา เหมือนสับสนอะไรบางอย่าง ซันจึงเอ่ยถามคนที่เดินมาชนเขาอย่างห่วงใย
“เอ่อ ผมไม่เจ็บครับ ขอโทษอีกครั้งนะครับที่เดินชน” เมื่อได้สติผมก็บอกขอโทษอีกครั้ง
“ยังซุ่มซ่ามไม่เปลี่ยนเลยนะ เราน่ะ” ซันบอกพร้อมอมยิ้มน้อย ๆที่มุมปาก
“พี่พูดเหมือนรู้จักผมเลย” ผมสงสัยกับประโยคก่อนหน้า ที่เหมือนคนตรงหน้าจะรู้จักผม
“อะไรกันหนิ ไม่เจอกันไม่เท่าไหร่ ลืมพี่แล้วเหรอ”คนตรงหน้าทำหน้าไม่เชื่อ
“เรารู้จักกันเหรอครับ ผมจำไม่ได้เลย”ผมพูดพร้อมกับจับจ้องใบหน้าหล่อเหลา ราว์ปั้นแต่ง ดวงตาทรงเสน่ห์ที่มองสบตาผมจนผมต้องหลบสายตาไปมองที่อื่นชั่วคราว เพราะไม่อาจสู้สายตานั้นได้
ซันพยักหน้า และคิดว่าทำไมรุ่นน้องคนนี้ ถึงจำเขาไม่ได้
“ก็น้องอะ ซุ่มซ่ามเดินชนพี่ที่คณะบ่อย ๆ ครั้งล่าสุดเรายังไปทานข้าวด้วยกันอยู่เลยลืมแล้วเหรอ”
คนตัวสูงเท้าถึงความหลัง เมื่อหลายเดือนที่ผ่านมา
ผมพยายามนึก แล้วมันก็มีภาพแว็บ ๆ ในหัวแต่ปะติดปะต่อเื่ราวไม่ถูก ผมยกมือกุมขมับเพราะเริ่มตาลาย และปวดหัวจี๊ด ๆ
“น้องเป็อะไรหรือเปล่า ไหวไหม” ซันเมื่อเห็นรุ่นน้องทำท่าไม่ดีก็เข้าไปประคอง พาไปนั่งที่เก้าอี้แถว ๆ หน้าห้องน้ำ
ผมยอมให้คนตรงหน้าประคองไปนั่งที่เก้าอี้แต่โดยดี เพราะตอนนี้ตาลายปวดหัว และมึนไปหมด อยากนั่งพักเหมือนกัน
“เป็อะไร เมาหรือเปล่า ให้พี่พากลับโต๊ะไหม” ซันถามอย่างห่วงใย
“ผมปวดหัวนิดหน่อยครับ ไม่เป็อะไรมาก” เมื่ออาการดีขึ้นผมจึงตอบออกไป พร้อมแอบสำรวจคนตรงหน้าอีกครั้ง
“พี่ครับ ผมจำพี่ไม่ได้จริง ๆ ขอโทษด้วยนะครับ”ผมพูดกับคนที่นั่งข้าง ๆ อย่างรู้สึกผิด
“พี่ไม่น่าจำขนาดนั้นเลยเหรอ” ซันพูดแบบหน้านิ่ง ๆ
“ไม่ใช่แบบนั้นครับ คือเมื่อหลายเดือนก่อน ผมเกิดอุบัติเหตุพอฟื้นขึ้นมาก็มีบางเื่ที่ผมจำไม่ได้ครับ” ผมรีบเล่าถึงสาเหตุให้ฟังกลัวคนนั่งข้าง ๆ เข้าใจตัวเองผิด
เมื่อซันได้ฟังก็รู้สึกผิดทันที ที่เข้าใจผิด คิดว่ารุ่นน้องจอมซุ่มซ่ามคนนี้ลืมเื่ราวก่อนหน้านี้ได้อย่างง่ายดาย
“พี่ขอโทษเรานะ ที่เข้าใจเราผิด แล้วก็เสียใจด้วยเื่อุบัติเหตุ”
“ไม่เป็ไรครับ ตอนนี้ผมก็กำลังพยายามนึกอยู่แต่ก็ยังไม่คืบหน้าเท่าไหร่”
“พี่ว่ามันต้องมีอะไรมากระตุ้นแหละ ถึงจะนึกออก” ซันบอกความคิดที่คิดว่าเป็ไปได้ออกมา
“ผมก็ว่างั้นแหละ” ผมก้มหน้ายิ้มให้กับตัวเอง เหมือนปลงกับชีวิต
“งั้นเอางี้ไหม เดี๋ยวพี่แนะนำตัวกับเราใหม่ อย่างนี้เราก็รู้จักกันแล้วโอเคป้ะ”
ลมหนาวพยักหน้าเข้าใจ “โอเคครับ”
“พี่ชื่อซันนะ เป็รุ่นพี่เราปีหนึ่ง ตอนนี้อยู่ปี 3 คณะบริหารธุรกิจเราสองคนเคยเจอกันหลายครั้งแล้ว แต่ละครั้งที่เจอเราจะเป็คนเดินมาชนพี่ตลอดเลยพี่เคยพาเราไปห้องพยาบาลมาแล้ว ส่วนล่าสุดก็พาไปทานข้าวที่หน้ามอมา น่าจะ 5เดือนแล้วมั้ง หลังจากนั้นพี่ก็ไม่เจอเราอีกเลย จนวันนี้แหละที่ได้เจอ”
ซันเล่าเื่ราวให้รุ่นน้องฟัง เผื่อเ้าตัวจะจำได้บ้าง
“โห วีรกรรมผมเยอะน่าดู แต่ละครั้งที่เจอ ก็ชนพี่ตลอด รู้สึกผิดเลย”
“อ๋อ นึกออกอีกอย่างเราลืมเลี้ยงข้าวพี่หนึ่งมื้อนะ” ซันพูดถึงสิ่งที่รุ่นน้องเคยบอกว่าจะเลี้ยงข้าวเขาอยู่
“จริงหรือครับ ผมจำไม่ได้” ผมยิ้มแหย ๆ ให้กับตัวเองลืมรุ่นพี่ยังไม่พอ ยังลืมเลี้ยงข้าวรุ่นพี่อีก ไอ้หนาวเอ๊ย
“จริง ก็ล่าสุดพี่เลี้ยงเรา เราก็เลยบอกว่าครั้งหน้าขอเลี้ยงพี่คืน”ซันกลัวรุ่นน้องไม่เชื่อ เลยอธิบายเพิ่ม
“งั้นก็ได้ครับ พี่สะดวกวันไหน นัดผมได้เลย”ผมคิดว่าคงต้องเลี้ยงข้าวรุ่นพี่ตามสัญญาที่เคยให้ไว้ ถึงแม้ผมจะจำไม่ได้ก็ตาม
“งั้นขอมายดีหน่อย เดี๋ยวพี่ทักไป” ซันควักโทรศัพท์ออกมาแล้วกดเข้าแอปพลิเคชันมายดีทันที
“อ๋อได้ครับ นี่ครับมายดีผม” ลมหนาวยื่นโทรศัพท์ที่โชว์คิวอาร์โคดให้ซันสแกนเพิ่มเพื่อนในแอปมายดี
“โอเค เดี๋ยวพี่ทักไปนะ”
“โอเคครับ งั้นผมกลับโต๊ะก่อนนะครับ”
“แล้วเจอกัน”
ลมหนาวเดินกลับโต๊ะตัวเอง ส่วนซันเมื่อเข้าห้องน้ำเสร็จแล้วก็เพิ่งนึกออกว่าลืมอะไรบางอย่าง
“แม่ง นี่กูลืมถามชื่อน้องเขาเหรอวะ รู้จักกันมาตั้งนานชื่อก็ไม่เคยรู้ พอจะถามก็มีอะไรมาขัดตลอด”
แต่เหมือนซันจะนึกอะไรออก จึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูมายดีที่เพิ่งเพิ่มเพื่อน
“LN Wayuwat ชื่อเพราะจังน่าจะเป็ชื่อจริง เลยไม่รู้ชื่อเล่นเลย ครั้งหน้าค่อยถามละกัน”
***************