ธาตุเวทระดับล่างศรเวทเพลิง
ศรเวทสี่ดอกส่องประกายในมือวิฬาร์อยู่แวบนึงก่อนพุ่งเข้าไปเสียบที่หัวเข่าและข้อเท้าทั้งสองข้างของภูตตัวเล็กในจังหวะที่มันไม่มีทางหลบหลีกได้ทันใดนั้นมันก็สะดุดขาตัวเองจนหน้าคว่ำ กลิ้งขลุกๆ ไปชนแง่งหินใกล้ๆ จนติดสถานะมึนงง
ความเฉียบคมในการใช้ทักษะระดับนี้ต่อให้เ้าภูตนั่นไวกว่านี้สองเท่าก็ยังหลบไม่พ้น
และแน่นอนว่าผู้เล่นทั้งสี่คนต่างก็ไม่ทันสังเกตเห็นการใช้ทักษะของวิฬาร์ด้วยเช่นกัน
เมื่อข้อเท้าถูกทำร้ายร่างกายก็ไม่อาจเคลื่อนที่ได้สะดวกเช่นเดิมเปิดโอกาสให้เพื่อนใหม่ทั้งสี่คนรุมสับมันอย่างดุดันจนกลายเป็เศษเนื้อแล้วะเิออกเป็กองไอเทมในที่สุด
“ฟู่วไม่ยากเลยเนอะ”
“ใช่กระจอกมากเลย แป๊บเดียวก็ตายแล้ว”
เซย่าหันมาคุยกับหมีขาวฯและพิรุณฯ ทั้งสามผลัดกันคุยโวโอ้อวดว่าเมื่อครู่ตนฟันมันอย่างไรไม่ก็แทงมันตรงไหนเรียกเืมันได้ตั้งกี่หน่วยอย่างสนุกสนานแล้วหัวเราะกันครึกครื้นดูท่าทางภูมิใจในตัวเองอย่างยิ่ง
“เฮ้เมื่อกี้ทำไมไม่เข้ามาช่วยพวกเราตีสัตว์อสูรล่ะ?”
คมวายุหันมาตำหนิวิฬาร์เสียงดังและยิ่งอยู่ในถ้ำ ก็ทำให้สุ้มเสียงก้องกังวานขึ้นกว่าเก่าแต่เมื่อวิฬาร์ได้ยินคำถามก็อดเลิกคิ้วอย่างแปลกใจไม่ได้ ช่วย?
เมื่อครู่ตนก็ช่วยตีไปแล้วไม่ใช่หรือไง?ยังจะมาวอแวอะไรอีก?
คำถามขึ้นเสียงเมื่อครู่ทำเอาเขาไปไม่เป็เลยทีเดียว
“เมื่อกี้ช่วยยิงเวทให้ไปแล้วนี่ไม่เห็นกันหรอ”
“อะไรยังไง ตอนไหน?”
สี่คนหันไปมองหน้ากันเองอย่างสงสัยดูท่าทางจะไม่มีใครทันสังเกตด้วยซ้ำว่าวิฬาร์ช่วยยิงศรเวทขัดจังหวะการเคลื่อนที่ของภูตเปิดช่องว่างให้พวกเขาจู่โจมได้ในที่สุดทำให้ตอนนี้กลุ่มคนพวกนี้เริ่มระแวงสงสัยกันแล้วว่า วิฬาร์กะจะมาดูดค่าประสบการณ์เฉยๆโดยไม่ทำอะไรหรือเปล่า
แต่ในเมื่อไม่มีใครพิสูจน์ได้ว่าเมื่อครู่วิฬาร์ยิงหรือไม่ยิงเวทก็ทำอะไรไม่ได้ สุดท้ายคมวายุจึงบอกให้วิฬาร์ตั้งใจเล่นมากขึ้นอย่าทำตัวเป็ภาระให้กลุ่มจนเป็ปัญหามากกว่านี้
วิฬาร์ฟังแล้วก็ยิ้มกว้างพยักหน้ารับอย่างโอนอ่อนผ่อนตามทำเอาคมวายุที่กำลังจะซัดต่ออีกสองสามยกถึงกับไปไม่ถูก มองซ้ายทีขวาทีอย่างมึนงงสุดท้ายจึงหันไปสั่งให้ทุกคนเดินหน้าแทน
………………..
ยิ่งเดินเข้าถ้ำเข้าไปลึกเท่าไหร่สัตว์อสูรก็เริ่มปรากฏตัวขึ้นถี่มากขึ้น พร้อมตัวจำนวนที่มากกว่าเดิมจากที่ปากทางปรากฏเพียงตัวเดียวตอนนี้ที่ส่วนท้ายของดันเจี้ยนก็โผล่มาทีละห้าตัวแล้ว ใน่แรกที่จำนวนสัตว์อสูรน้อยทั้งกลุ่มก็ช่วยกันตีสัตว์อสูรอย่างมันมือ แต่พอสัตว์อสูรมีจำนวนทวีขึ้นความอ่อนแอทางฝีมือก็เริ่มเด่นชัดขึ้นมา
หลังจากที่คมวายุต่อว่าวิฬาร์เขาก็ชักมีดออกมาช่วยต่อสู้ในแนวหน้า แต่ด้วยท่าทียึกยักๆ จะเข้าก็ไม่เข้าจะถอยก็ไม่ถอย กลับทำให้ทั้งสี่ส่งสายตาดูแคลนปนสงสัยเขามาเป็พักๆ แทน
วิฬาร์เป็เทสเตอร์มาก่อนประสบการณ์ ความรู้ ความสามารถในการปรับตัวเขามีพร้อม ทว่าเมื่อมาเจอกลุ่มหน้าใหม่ทั้งสี่คนที่สู้แบบไร้จังหวะก็พาลให้สมองวิฬาร์เกิดความสับสนจนแทบลัดวงจร เมื่อมีจังหวะดีๆ เกิดขึ้นทั้งสี่คนก็จะพุ่งถลาเข้าไปในช่องว่างนั้นราวพยัคฆ์กระหายเนื้อ คนเล่นสายดาราเวทและธาตุเวทอย่างหมีขาวฯกับเซย่า แทนที่จะอยู่วงนอกช่วยตอดจากระยะไกลก็ดันพาตัวเข้าประชิดขัดจังหวะการทำดาเมจของพวกเดียวกันเอง
มอนสเตอร์ในถ้ำนี้ส่วนใหญ่ก็เป็แค่ภูตตัวเล็กๆจึงยิ่งทำให้จับตัวได้ยากจนทำให้ไม่มีที่สอดประสาน และพอถูกสัตว์อสูรยันกลับมาทั้งสี่ก็แตกพ่ายไปคนละทิศละทางทำให้เขาอดปวดเศียรเวียนเกล้าไม่ได้ ครั้นจะรุกก็ไม่มีที่ให้เข้าครั้นจะถอยก็ทุลักทุเล จึงทำได้แค่แทงมีดใส่สัตว์อสูรได้ไม่กี่ทีเท่านั้น เขาจึงถูกคนทั้งสี่ค่อนแคะมาตลอดทางว่าหาทางอู้ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วเขาไม่มีที่ให้สอดมือต่างหาก
แต่มาตอนนี้ที่สัตว์อสูรเริ่มเพิ่มจำนวนขึ้นในที่สุดวิฬาร์ไม่ได้ขึ้นไปสู้ที่แนวหน้าเหมือนตอนแรกอีกแล้วเพียงแต่ถอยมาช่วยปาเวทมนตร์ฟื้นพลังไปให้ทั้งกลุ่มอย่างรวดเร็วแทน
สำหรับผู้เล่นทั่วไปปกติมักจะนิยมพกยาฟื้นพลังติดตัวจำนวนไม่น้อยเพื่อใช้ฟื้นพลังเวทมนตร์และเืหลังจากการต่อสู้ดังนั้น แม้ว่าฝีมือจะด้อยกว่าสัตว์อสูรแต่ส่วนใหญ่ก็สามารถยื้อเืผ่านการต่อสู้ไปได้ ทว่าน้ำยาพวกนี้ก็ไม่ใช่ว่าได้ฟรีเพราะต้องซื้อหาจากร้านของระบบหรือที่ผู้เล่นปรุงขึ้นมาขาย ดังนั้นก็สามารถกล่าวได้ว่าการต่อสู้แบบนี้คือการใช้เงินฟาดสัตว์อสูรก็ไม่ผิดนัก
ดังนั้นการมีสายซัพพอร์ตช่วยฟื้นพลังแทนจะประหยัดไปได้มาก ผู้เล่นสายฟื้นพลังจึงเป็ที่้าของทุกปาร์ตี้
ความไม่เป็ระเบียบของสมาชิกใหม่ทั้งสี่คนนี้ล้วนเป็เื่ที่พบเจอได้ทั่วไปกับพวกมือใหม่ วิฬาร์เองก็เข้าใจดี จึงพยายามช่วยยื้อเอาไว้อย่างถึงที่สุด
ตอนนี้สัตว์อสูรห้าตัวที่โผล่ออกมาถูกรุมจนเหลือเพียงสองสถานการณ์คับขันนับว่าผ่านพ้นไป เืของเพื่อนใหม่ทั้งสี่ยังเหลืออีกเกือบหนึ่งในสามหากมองกันหยาบๆ ก็คงบอกได้ว่าผ่านมาได้อย่างไม่ยากเย็นแต่ใครเล่าจะรู้ว่าถ้าเกิดวิฬาร์ไม่ถอยมาช่วยฟื้นพลังที่แนวหลังคนทั้งสี่ตอนนี้จะเหลือให้นับนิ้วหรือเปล่าก็ยังพูดยาก
อย่าว่าแต่ไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำว่าเวทฟื้นพลังที่วิฬาร์ร่ายให้ไปนั้นหากจะเทียบกับผู้เล่นเลเวลเท่าๆ กันแล้วยังมีประสิทธิภาพสูงกว่ากันอย่างน้อยครึ่งหนึ่ง แถมความเหนือชั้นกว่านั้นก็คือวิฬาร์ใช้พลังเวทมนตร์เพียงเล็กน้อยเท่านั้นในการร่าย ทำให้จวบจนตอนนี้เขายังไม่เสียยาฟื้นพลังสักขวดเลยอีกด้วย
หลังจากสัตว์อสูรล้มกองกำลังชั่วคราวขบวนนี้ก็แบ่งของกันตามที่ตกลงไว้ แต่คราวนี้สายตาดูิ่ก็เบาบางลงเพราะเมื่อครู่เกิดการต่อสู้ขนานใหญ่ขึ้น ทั้งคนทั้งสัตว์อสูรตะลุมบอนอยู่นานและการร่ายเวทฟื้นฟูก็ต่างจากการร่ายเวทโจมตี เพราะเป้าหมายที่ถูกเวทฟื้นพลังจะรู้สึกคล้ายกำลังอาบน้ำที่เย็นสบายนอนใต้แสงอาทิตย์อันอบอุ่นดังนั้นคนทั้งกลุ่มจึงรู้ตัวอยู่ตลอดเวลาว่าเมื่อครู่วิฬาร์ช่วยฟื้นพลังให้พวกตนไปกี่รอบต่อกี่รอบทำให้พอจะหุบปากลงได้บ้าง
“เอาละต่อไปเป็ห้องบอสส่วนสุดท้ายแล้ว พวกเราพักกันสักแป๊บ จะได้มีแรงไปสู้กับบอสต่อ”คมวายุที่ตั้งตัวเป็หัวหน้าขบวนพาคนทั้งหมดเดินต่อมาอีกอึดใจก็พบกับทางเส้นหนึ่งที่มีประตูโลหะบานใหญ่ปิดไว้สองบาน
คนทั้งห้านั่งลงกับพื้นที่หน้าห้องบอสต่างคนต่างหยิบอาหารฟื้นพลังเล็กน้อยขึ้นมารับประทานกัน แน่นอนว่าหน้าที่ฟื้นพลังระหว่างการต่อสู้มักจะมอบหน้าที่ให้คนที่มีทักษะประเภทเวทฟื้นพลังแต่จะให้ฟื้นจนเต็มหลอดคนสี่คนก็เป็เื่เกินตัวไปหน่อยดังนั้นเืส่วนที่เหลือ แต่ละคนก็ต้องรับผิดชอบตัวเองด้วย
“บอสค้างคาวตัวนี้ตียากมั้ย?มีอะไรที่ต้องระวังหรือเปล่า?” วิฬาร์เห็นพวกเพื่อนใหม่นั่งล้อมวงกินอาหารกันอย่างเงียบเชียบก็อดที่จะเปิดประเด็นขึ้นมาไม่ได้ เพราะขึ้นชื่อว่าบอสยังไงก็ต้องมีความแตกต่างจากพวกลูกกระจ๊อกตามรายทางอยู่ไม่น้อยยิ่งดูจากเพื่อนร่วมทีมที่ยังไม่แข็งของตนแล้ว เขาก็รู้สึกเป็กังวลเล็กน้อยจึงพยายามกระตุ้นเตือนทางอ้อม เพื่อให้แต่ละคนกระตือรือร้นมากขึ้นกว่าเดิมสักหน่อย
“อืมน่าจะไม่ยากมั้ง ไม่รู้สิ?”พิรุณกระหน่ำฟ้าเอ่ยขึ้นอย่างแม่แน่ใจพลางส่งสายตาเป็เชิงถามไปที่คมวายุที่ตั้งตัวเป็หัวหน้าทีมส่วนคนที่เหลือก็มองตามสายตานั้นไปเช่นเดียวกัน
“อืมไม่ยากหรอก คราวก่อนที่เคยเข้ามาในดันเจี้ยนนี้ก็ไม่ยากถึงกลุ่มเราจะอ่อนกว่ากลุ่มของฉันตอนนั้นหน่อย แต่ก็คงเสียเวลาตีเพิ่มขึ้นเท่านั้นแหละสัตว์อสูรเลเวลต่ำไม่มีอะไรมากหรอก เพื่อนฉันคนหนึ่งเคยบอกเอาไว้” คมวายุโบกมือเป็เชิงไม่ต้องสนใจ
วิฬาร์ได้ยินดังนี้ก็รู้แล้วว่าเดี๋ยวจะต้องเกิดเื่ขึ้นทว่าหากตอนนี้เขาออกปากพูดอะไรไป เกรงว่าจะเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาเนื่องจากถูกเขม่นมาั้แ่เข้าดันเจี้ยน วิฬาร์จึงลองใช้คำเตือนทางอ้อมทำทีเป็เอาเื่จากบอร์ดสาธารณะขึ้นมาคุย
“ลองเปิดบอร์ดสาธารณะดูสักหน่อยมั้ย?เผื่อในนั้นมีวิธีตีบอสง่ายๆ เราจะได้ไม่ต้องเสียเวลากันเยอะไง?”
“ก็แล้วแต่”หัวหน้าทีมตอบแบบส่งๆ
เขารับคำแล้วเปิดบอร์ดขึ้นมาแล้วบอกจุดแข็งจุดอ่อนของบอสตัวนั้นให้เพื่อนร่วมทีมฟังทีละข้อ
ทว่าหลังจากเข้าห้องบอสไปเื่ทั้งหมดที่เขาเตือนเอาไว้ ก็ยังเกิดขึ้นอยู่ดี