องค์หญิงชาวนาตัวน้อยผู้เป็นที่รัก 【จบ】

    เล่มที่ 4 บทที่ 107 งามล้ำเกินใคร

            "ใจคนเรามีเลือดมีเนื้อวันเวลาก็หมุนเวียนเปลี่ยนไปด้วยผู้คน หากเจ้ารักเขาจริงใจ เขาย่อมรับรู้ได้รักแท้มีอยู่ทุกที่ แม้แต่ในตระกูลสูงส่ง เจ้าเป็นเด็กดีมีหรือใครจะไม่รักใคร่เอ็นดู" พ่อเฒ่าอันเอ่ยปลอบใจนางอีกครั้ง

            "ก็คงมีแต่ท่านพ่อกระมังเจ้าคะที่มองว่าข้าดี" อันซิ่วเอ๋อร์ยิ้มบางๆแต่ในใจพลันคลายกังวลลงไปมาก

            ก่อนหน้านี้นางยังหวั่นใจว่าท่านพ่อจะคิดเห็นเช่นเดียวกับเหลียงซื่อแต่เมื่อได้ฟังคำพูดของท่าน พ่อเฒ่าอันกลับคิดตรงกับนาง ทั้งเข้าใจและเชื่อใจทำให้นางรู้สึกอุ่นใจขึ้น

            ในบทงิ้วเรื่องหวังเป่าฉวนกับเซวียเหรินกุ้ยนั้นผู้คนมักซาบซึ้งใจในการรอคอยอันยาวนานและทุกข์ทนของนางแม้จะหลั่งน้ำตาให้กับตัวละครแต่ก็ไม่มีพ่อแม่คนไหนอยากให้ลูกสาวของตนต้องเป็นอย่างหวังเป่าฉวน

            อันซิ่วเอ๋อร์ไม่อยากคิดฟุ้งซ่านวันข้างหน้ายังอีกไกล คิดไปก็ไม่มีประโยชน์อันใด นางเพียงอยากรอเขาอยู่ที่บ้านรอถามไถ่เรื่องราวให้กระจ่าง บอกความในใจให้ชัดเจน

            ทว่านางไม่คาดคิดเลยว่าเขาจะกลับมาเร็วถึงเพียงนี้

            หลังจากวันที่พ่อบ้านหลิวจากไปเพียงไม่กี่วันเมื่อช่วงเช้าเหลียงซื่อเพิ่งล้มป่วยลง จับมือนางพล่ามเรื่องไร้สาระกวนใจนางจนว้าวุ่น ช่วงบ่ายนางเพิ่งได้รับคำปลอบใจจากพ่อเฒ่าอันกำลังคิดว่าจะรออีกสักพักค่อยไปหาเขา ใครจะรู้ว่าพอตกเย็น เขาก็กลับมาแล้ว

            เขาควบม้าตัวใหญ่สง่างาม ฝุ่นตลบคลุ้งตามทางมุ่งตรงมายังบ้านตระกูลอัน

            ชาวบ้านที่เห็นจางเจิ้นอันต่างพากันซุบซิบนินทาคาดเดากันไปว่าจางเจิ้นอันคงไม่ต้องการอันซิ่วเอ๋อร์แล้วถึงกับมาขอถอนหมั้นด้วยตนเอง

            พวกเขาพากันเดินตามหลังม้ามาเพื่อรอดูเรื่องสนุกแต่จางเจิ้นอันหาได้สนใจไม่ พอมาถึงหน้าบ้านตระกูลอัน เขาก็ลงจากม้าเรียกชื่ออันซิ่วเอ๋อร์พลางเดินเข้าไปในบ้านทันที

            อันซิ่วเอ๋อร์นอนปักผ้าอยู่บนเตียงอย่างเซื่องซึมมือที่เคยคล่องแคล่ว วันนี้กลับดูเงอะงะ ด้ายเส้นเดียวถูกนางปักแล้วเลาะเลาะแล้วปักซ้ำๆ มองอย่างไรก็ไม่ถูกใจ

            นางขว้างสะดึงทิ้งอย่างหงุดหงิดทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงเรียกของจางเจิ้นอัน ใจนางเต้นระรัว คิดว่าตนเองหูแว่วไปพอตั้งใจฟังอีกครั้งแน่ใจแล้ว จึงรีบร้อนสวมรองเท้าหมายจะออกไปนอกห้อง

            แต่พอเดินไปถึงหน้าประตู นางพลันชะงักรีบจัดเสื้อผ้าหน้าผมให้เข้าที่ คว้าหวีมาสางผมลวกๆแล้วหยิบกระจกทองแดงมาส่องดูครู่หนึ่ง จากนั้นจึงเปิดประตูเดินออกไป

            จางเจิ้นอันนั่งคุยอยู่กับพ่อเฒ่าอันในห้องโถงแล้วพอเห็นอันซิ่วเอ๋อร์เดินออกมา เขาก็รีบลุกพรวดขึ้นไม่สนใจว่าพ่อเฒ่าอันจะนั่งอยู่ข้างๆ โผเข้ากอดนางไว้ในอ้อมแขน กล่าวเสียงพร่า“ซิ่วเอ๋อร์ ข้าขอโทษ ช่วงนี้ทำให้เจ้าต้องลำบากแล้ว”

            "ข้าไม่เป็นไรเจ้าค่ะ" อันซิ่วเอ๋อร์ส่ายหน้า พยายามขืนตัวเล็กน้อยด้วยความเขินอายจางเจิ้นอันอยากจะเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้นางฟังโดยละเอียดแต่เพราะเกรงใจพ่อเฒ่าอันที่อยู่ด้วย จึงจำต้องคลายอ้อมกอด

            อันซิ่วเอ๋อร์นั่งลงข้างกายเขาพ่อเฒ่าอันกระแอมเบาๆ แล้วถามเสียงขรึม "วันก่อนมีคนมาที่บ้านเราอ้างว่าเป็นตัวแทนจากตระกูลจาง จะมาขอถอนหมั้นซิ่วเอ๋อร์ เรื่องนี้มันอย่างไรกัน?"

            "คำพูดของเขาถือเป็นอันใช้ไม่ได้ซิ่วเอ๋อร์เป็นภรรยาของข้า ใครหน้าไหนจะมาบอกเลิกแทนนางได้?" จางเจิ้นอันกล่าวเสียงหนักแน่น "ข้าจะมีภรรยาเพียงคนเดียวคือซิ่วเอ๋อร์ครั้งนี้ที่ข้ารีบกลับมา ก็เพราะกลัวพวกท่านจะเข้าใจผิดไป"

            พ่อเฒ่าอันเห็นท่าทางเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัดของจางเจิ้นอันทั้งยังเหลือบเห็นแววตาเป็นห่วงของอันซิ่วเอ๋อร์ จึงได้แต่ถอนหายใจแผ่วเบาไม่ซักไซ้อะไรอีก

            ผ่านไปครู่หนึ่ง อันซิ่วเอ๋อร์จึงเอ่ยถาม"ท่านเป็นคุณชายใหญ่ตระกูลจางแห่งเมืองหมิ่นเยว่จริงๆหรือเจ้าคะ? ตระกูลของท่าน... มีอำนาจมากหรือ?"

            จางเจิ้นอันพยักหน้า เกรงว่านางจะคิดมากจึงรีบกล่าว "บ้านข้าก็ส่วนบ้านข้าตัวข้าก็คือตัวข้า ข้ายังเป็นคนเดิม"

            "แล้วครั้งนี้ท่านกลับมาจะต้องจากไปอีกหรือไม่เจ้าคะ?" อันซิ่วเอ๋อร์ถามต่อ

            จางเจิ้นอันเห็นแววตาเป็นประกายที่มองมารู้ว่านางคาดหวังสิ่งใด ในใจพลันหนักอึ้ง แต่ก็ยังกล่าวว่า"ที่บ้านมีเรื่องบางอย่างที่ข้าต้องกลับไปจัดการแต่เจ้าวางใจเถิด ครั้งนี้ข้าจะพาเจ้าไปด้วย"

            "จริงหรือเจ้าคะ?" คราวก่อนนางเคยขอตามเขาไป แต่เขาไม่ยอมไม่คิดว่าครั้งนี้เขาจะเป็นฝ่ายเอ่ยปากเอง

            "จริงแท้แน่นอน" จางเจิ้นอันพยักหน้ายืนยัน "ก่อนหน้านี้ข้ากังวลว่าเจ้าไปถึงเมืองหลวงแล้วจะไม่คุ้นเคยคิดว่าอีกไม่กี่เดือนข้าก็จะกลับมา แต่ดูท่าแล้วคงไม่ง่ายอย่างนั้น"

            อันซิ่วเอ๋อร์รู้สึกว่าในน้ำเสียงของเขามีแววเย็นชาแฝงอยู่เล็กน้อยแต่นางก็เพียงก้มหน้าลง ไม่ได้ถามอะไรต่อ

            จางเจิ้นอันเองก็ไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่มเพราะมีพ่อเฒ่าอันนั่งอยู่เกรงว่าหากท่านได้ยินเรื่องราวบางอย่างแล้วจะพาลกังวลไปด้วยเขาจึงคิดว่ารอถึงตอนกลางคืนค่อยคุยกับนางตามลำพังดีกว่า

            "ท่านพ่อตา ข้าต้องขอโทษด้วยก่อนหน้านี้ข้าปิดบังฐานะที่แท้จริง" จางเจิ้นอันหันไปกล่าวขอโทษพ่อเฒ่าอันอย่างจริงจัง

            "ไม่เป็นไร พวกเราก็ไม่ได้ซักถามอะไร"พ่อเฒ่าอันส่ายหน้า แม้ตามปกติพ่อตากับลูกเขยมักไม่ค่อยลงรอยกันนักแต่เขากลับดูเข้าอกเข้าใจจางเจิ้นอันเป็นอย่างดี

            วันนี้จางเจิ้นอันไม่ได้สวมเสื้อผ้าฝ้ายเนื้อหยาบเช่นเคยหากแต่สวมเสื้อคลุมแขนแคบสีคราม เกล้าผมเรียบร้อยประดับด้วยปิ่นหยกแม้ใบหน้าจะดูอิดโรย แต่กลับฉายแววองอาจสง่างามผิดกับแต่ก่อนลิบลับแม้แต่บุคลิกก็เปลี่ยนไปจนพ่อเฒ่าอันเองยังรู้สึกเกร็ง ไม่กล้าซักถามอะไรมาก

            กลับเป็นจางเจิ้นอันที่รู้สึกผิดเขาเอ่ยขอโทษก่อนแล้วจึงเปิดเผยฐานะ สุดท้ายจึงถามพ่อเฒ่าอัน"เหตุใดจึงไม่เห็นท่านแม่ยายขอรับ?"

            "แม่เขาล้มป่วยน่ะ" พ่อเฒ่าอันตอบ

            "ป่วยหรือขอรับ? อาการหนักหรือไม่? ได้ตามหมอมารึยังขอรับ?"จางเจิ้นอันขมวดคิ้ว แสดงความห่วงใยคนในบ้านอันอย่างเห็นได้ชัด

            "หมอมาดูแล้ว อาการไม่หนักหรอกแค่เพลียแดด อากาศร้อนๆ อย่างนี้ก็เป็นธรรมดา" พ่อเฒ่าอันตอบจางเจิ้นอันจึงบอกว่าจะขอเข้าไปเยี่ยมนาง

            อันที่จริงห้องที่เหลียงซื่อนอนพักอยู่ก็ติดกับห้องโถงนี่เองบทสนทนาระหว่างจางเจิ้นอันกับพ่อเฒ่าอัน นางได้ยินชัดเจนทุกคำพอได้ยินว่าจางเจิ้นอันจะเข้ามาเยี่ยม ในใจก็รู้สึกผิดขึ้นมาจับจิต

            เมื่อนึกถึงเรื่องเมื่อเช้าที่ตนเพิ่งพูดเกลี้ยกล่อมให้ลูกสาวไปแต่งกับคนอื่นนางก็ยิ่งรู้สึกละอายใจ พอจางเจิ้นอันเข้ามาเยี่ยมนางจึงรีบดึงผ้าห่มผืนบางขึ้นมาคลุมหน้าไว้

            จางเจิ้นอันก็ไม่ได้ถือสาเพียงถามไถ่อาการสองสามคำตามมารยาท แล้วก็ออกมาพร้อมพ่อเฒ่าอันและคนอื่นๆเพราะอย่างไรเสียนี่ก็คือแม่ยาย จะเซ้าซี้มากไปก็ดูไม่เหมาะ

            ตกค่ำจางเจิ้นอันจึงอยู่ร่วมรับประทานอาหารเย็นที่บ้านตระกูลอันทุกคนต่างดีใจที่จางเจิ้นอันกลับมา แต่พอเห็นการแต่งกายที่แตกต่างไปจากเดิมทั้งยังรับรู้ฐานะที่ไม่ธรรมดาของเขา ก็อดที่จะรู้สึกห่างเหินอยู่บ้างทั้งยังกังวลว่าอาหารบ้านๆ จะไม่ถูกปากเขา

            อันเถี่ยมู่ที่เพิ่งจะรู้สึกสนิทสนมกับจางเจิ้นอันได้ไม่นานวันนี้กลับรู้สึกว่าเขาดูสูงส่งเข้าถึงยาก ทำได้เพียงคีบอาหารให้เขาบ่อยๆพลางกล่าวขออภัยที่ต้อนรับไม่ดี ราวกับกำลังปฏิบัติต่อแขกเหรื่อคนสำคัญ

            มีเพียงอันหรงเหอที่ยังคงเป็นเหมือนเดิมเขานั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามจางเจิ้นอัน คอยชำเลืองมองอาเขยเป็นระยะด้วยแววตาเปี่ยมสุข

            ระหว่างมื้อค่ำ ทุกคนต่างพูดคุยกันอันหรงเหอก็คอยรบเร้าถามจางเจิ้นอันเกี่ยวกับเรื่องราวในเมืองหลวงไม่หยุดจนต่งซื่อต้องเอ็ดเบาๆ "ท่านน้องเขยยังไม่ทันได้พักผ่อนเจ้าก็ถามโน่นถามนี่เสียมารยาทจริง"

            "ไม่เป็นไรหรอกขอรับไว้คราวหน้าอาเขยจะพาเจ้าไปเที่ยวเมืองหลวงด้วยกัน" จางเจิ้นอันกล่าวพลางยิ้มเขายังคงเอ็นดูเด็กน้อยอันหรงเหอผู้นี้เป็นอย่างมาก

            อันหรงเหอพยักหน้ารับอยากจะคุยกับจางเจิ้นอันต่ออีกสักหน่อย แต่ต่งซื่อคอยปรามอยู่เห็นว่าฟ้ามืดแล้วจึงให้รีบเข้านอน เขาจึงได้แต่มองจางเจิ้นอันตาละห้อย กล่าวว่า"ท่านอาเขย เช่นนั้นข้าไปนอนก่อนนะขอรับพรุ่งนี้ค่อยมาคุยกับท่านใหม่ ท่านไม่รู้หรอก ตอนท่านไม่อยู่ชาวบ้านพูดถึงท่านไม่ดีเยอะแยะเลย"

            จางเจิ้นอันเพียงยิ้มรับ เขาไม่ใส่ใจจริงๆว่าใครจะว่าร้ายตนอย่างไร สิ่งเดียวที่เขาให้ความสำคัญคืออันซิ่วเอ๋อร์เท่านั้น

            คิดดังนั้น เขาก็หันไปมองอันซิ่วเอ๋อร์นางส่งยิ้มตอบกลับมาพ่อเฒ่าอันเห็นดังนั้นก็พอจะเดาได้ว่าคนทั้งสองคงมีเรื่องอยากคุยกันตามลำพังจึงไม่รบกวนเวลาของหนุ่มสาว กล่าวขึ้นว่า "ฟ้ามืดแล้วเจิ้นอัน เจ้าเดินทางมาทั้งวันคงเหนื่อยแล้ว รีบไปพักผ่อนเถอะ"

            "เหนื่อยจริงๆ ขอรับเช่นนั้นข้าขอตัวก่อน ท่านพ่อตา พี่เถี่ยหมู่ก็พักผ่อนเร็วๆ นะขอรับ" จางเจิ้นอันกล่าวพลางลุกขึ้นยืน จูงมืออันซิ่วเอ๋อร์เดินออกไปข้างนอก

            เมื่อเข้ามาในห้องของอันซิ่วเอ๋อร์ประตูห้องเพิ่งปิดลง เขาก็กอดนางจากด้านหลังทันที เสียงแหบพร่ากระซิบข้างหู"ช่วงเวลาที่ผ่านมา ข้าคิดถึงเจ้าเหลือเกิน"

            ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดต้นคอทำให้อันซิ่วเอ๋อร์รู้สึกวาบหวามนางหันกลับไปกอดตอบเขา กล่าวว่า "ข้าก็คิดถึงท่านมากเช่นกันเจ้าค่ะ"

            เขาโน้มตัวลงมองใบหน้านางเนิ่นนานจึงเอ่ยว่า "เพียงไม่กี่วันเจ้าดูผอมไปนะ"

            "ท่านต่างหากที่ดูดีขึ้น"อันซิ่วเอ๋อร์กล่าวด้วยน้ำเสียงเจือน้อยใจ เขาดูสง่างามขึ้นแต่นางกลับดูซูบโทรมลง นี่ไม่ใช่สัญญาณที่ดีเลย "ท่านแม่ของท่านส่งคนมาบอกว่าจะถอนหมั้นข้าข้าเดาว่านางคงกำลังหาหญิงคนใหม่ให้ท่านอยู่เป็นแน่"

            "ข้าบอกแล้ว เรื่องของข้านางไม่มีสิทธิ์เข้ามายุ่ง" จางเจิ้นอันกอดนางแน่นขึ้นกล่าวว่า "ครั้งนี้ข้าจะพาเจ้ากลับไปด้วยกันถึงตอนนั้นนางอาจจะจงใจพูดจาให้เจ้าไม่สบายใจ ก็อย่าไปใส่ใจนางเลย"

            อันซิ่วเอ๋อร์พยักหน้า แต่ในใจยังคงว้าวุ่น"แม่ของท่าน... ดุมากหรือไม่เจ้าคะ?"

            "ไม่หรอก" จางเจิ้นอันส่ายหน้า แต่ในใจก็รู้ดีว่าอูซื่อไม่ใช่คนที่จะรับมือได้ง่ายๆสตรีจากตระกูลใหญ่ที่ถูกอบรมมาอย่างดี เป็นนายหญิงแห่งเรือนหลังย่อมมีท่าทีสูงส่งและเย็นชาต่อผู้อื่นอยู่บ้างเป็นธรรมดา

            "อย่างไรก็ตาม อย่ากลัวไปเลยถึงตอนนั้นข้าจะพาเจ้าไปพบนางสักครั้งพอเป็นพิธี นางถามอะไร ถ้าอยากตอบก็ตอบไม่อยากตอบก็เงียบไว้ ตระกูลจางใหญ่โตนัก พวกเรามีเรือนพักของเราเองไม่จำเป็นต้องไปอยู่ร่วมกับนาง" จางเจิ้นอันกลัวว่าอูซื่อจะทำให้นางต้องลำบากจึงคิดหาทางหนีทีไล่เตรียมไว้ให้

            "อืม" อันซิ่วเอ๋อร์พยักหน้ารับตอนนี้นางมีเพียงบุรุษตรงหน้าอยู่ในใจไม่อยากนึกถึงเรื่องราวซับซ้อนของตระกูลจางให้มากความเพราะเพียงแค่คิดถึงตระกูลใหญ่โตมั่งคั่งเช่นนั้น หัวใจนางก็พลันหวั่นไหวแม้แต่ความยินดีที่ได้พบหน้าเขาอีกครั้ง ก็ยังถูกความกังวลนี้บั่นทอนลงไปส่วนหนึ่ง

            จางเจิ้นอันเห็นนางไม่ได้ซักถามอะไรต่อเขาก็ไม่ได้เล่ารายละเอียดเพิ่ม เพราะกังวลว่าหากบอกกล่าวเรื่องราวทั้งหมดอาจจะทำให้นางตกใจกลัวไปเสียก่อน เขาคิดว่าต่อให้ตระกูลจางจะเป็นดั่งถ้ำเสือจริงแต่ตราบใดที่มีเขาคอยปกป้องอยู่ข้างกาย นางก็ไม่จำเป็นต้องหวาดกลัวสิ่งใด

             

    คล้ายกับเรื่ององค์หญิงชาวนาตัวน้อยผู้เป็นที่รัก 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405