เกิดใหม่ยุค 90 ทวงคืนวาสนาตัวข้าในวัย 8 ขวบ! 【จบ】

    เล่มที่ 6 บทที่ 151 พบเจอตัวจริง (4)

            โดยปกติแล้ว ลู่เชียนสวินเป็นคนกินอาหารอย่างสำรวมกิริยามาโดยตลอด เธอตักเพียงทีละน้อย เคี้ยวช้าๆ อย่างละเมียดละไม ท่วงท่าสง่างามชวนมองราวกับภาพวาด ทว่าในยามนี้ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับจักจั่นทอด อาหารรสเลิศที่ไม่เคยลิ้มลองมาก่อนในชีวิต เธอก็เผลอลดมาดกุลสตรีลงโดยไม่รู้ตัว

            เธอไม่เคยกินเนื้อสัตว์ชนิดไหนที่อร่อยล้ำเลิศขนาดนี้มาก่อน ไม่น่าเชื่อเลยว่า เจ้าแมลงตัวน้อย ที่เป็นของดีขุดจากดินจะมีรสชาติเลิศล้ำถึงขนาดนี้

            หลินทิงเสวี่ยมองดูพี่สาวที่กำลังเคี้ยวตุ้ยจนปากมันแผล็บ ก็อดไม่ได้ที่จะหลุดหัวเราะคิกคักออกมา

            เมื่อเห็นอีกฝ่ายหัวเราะ ลู่เชียนสวินก็รู้สึกแก้มร้อนผ่าวขึ้นมาทันที รีบคว้าผ้าเช็ดหน้ามาซับคราบน้ำมันที่เลอะริมฝีปาก เอ่ยถามอย่างเก้อเขินว่า “มีอะไรน่าขันหรือจ๊ะ? หรือเมื่อกี้ฉันกินมูมมามน่าเกลียดไปหรือเปล่า”

            หลินทิงเสวี่ยรีบโบกมือปฏิเสธพัลวัน “ไม่หรอกค่ะ พี่กินแบบนี้ก็น่าเอ็นดูดีนะคะ พี่เชียนสวิน... ฉันว่าการที่พี่กับแม่บุญธรรมต้องคอยระวังท่วงท่าตอนกิน เคี้ยวช้าๆ กลืนเบาๆ มันดูเหนื่อยจะตายไป กินของอร่อยทั้งทีก็ควรจะมีความสุขสิคะ ทำตัวตามสบายดีกว่าค่ะ ฉันรู้นะคะว่าแม่บุญธรรมอยากฝึกให้พี่เพียบพร้อม ทั้งการกินการอยู่ต้องดูสง่างามเสมอ ซึ่งมันก็ดีอยู่หรอก แต่ฉันว่าคงอึดอัดแย่”

            ลู่เชียนสวินถอนหายใจเบาๆ “อันที่จริง ตอนแรกฉันก็รู้สึกฝืนๆ เหนื่อยๆ เหมือนกัน แต่พอนานเข้าก็ชินไปเอง การได้กินอย่างเอร็ดอร่อยเต็มที่มันก็สบายใจดี แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่ามันดูไม่สุภาพ ไม่งามตาเอาเสียเลย”

            “พี่ก็กินให้เต็มที่เวลาอยู่กับคนในครอบครัวสิคะ ส่วนเวลาอยู่ต่อหน้าคนนอกค่อยวางมาดเรียบร้อยเหมือนเดิมก็พอแล้ว” หลินทิงเสวี่ยแนะนำยิ้มๆ

            ลู่เชียนสวินนิ่งคิดตามครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าเห็นด้วย “อืม ที่เธอพูดมาก็มีเหตุผล”

            เดิมทีลู่เชียนสวินตั้งใจจะค้างที่บ้านหลินทิงเสวี่ยแค่คืนเดียวแล้วกลับ เพราะต่อให้ทิวทัศน์รอบด้านจะงดงามเพียงใด แต่ความเป็นอยู่ก็นับว่าลำบากเอาการ

            ไหนจะส้วมหลุมที่ชวนขนลุก ไหนจะตัวบ้านที่คับแคบ ที่สำคัญคือไม่มีห้องน้ำเป็นสัดส่วน หากอยากอาบน้ำก็ต้องตักน้ำใส่กะละมังใบใหญ่แล้วเช็ดตัวในมุมมิดชิด ช่างน่าอึดอัดขัดเขินเสียจริง

            ทว่าภายใต้สภาพที่ค่อนข้างอัตคัดขัดสนนี้ ลู่เชียนสวินกลับรั้งอยู่ต่อถึงห้าวัน

            ช่วงเวลาที่อยู่ที่นี่ ลู่เชียนสวินได้ลองช่วยหลินทิงเสวี่ยขายซาลาเปา นั่งซักผ้าที่ริมแม่น้ำ ลองงมหอย จับปู จับปลา พอถึงวันตลาดนัด เธอก็ไปเดินเที่ยวกับหลินทิงเสวี่ย สัมผัสความคึกคักมีชีวิตชีวาของตลาดชนบทอย่างเต็มอิ่ม

            คืนก่อนเดินทางกลับ ลู่เชียนสวินกับหลินทิงเสวี่ยนั่งเล่นบนม้านั่งหินหน้าลานบ้าน แหงนมองท้องฟ้ายามราตรีที่ประดับประดาด้วยดวงดาวระยิบระยับ

            “เสียวเสวี่ย ดูสิ ท้องฟ้าสวยจังเลย ดาวกะพริบวิบวับเหมือนกำลังหยอกล้อเราอยู่แน่ะ” ลู่เชียนสวินเอ่ยด้วยแววตาตื่นเต้น

            หลินทิงเสวี่ยมองดวงดาวดาษดื่นฟ้าแล้วเอ่ยขึ้นเนิบๆ “จริงๆ แล้วท้องฟ้าก็สวยงามแบบนี้อยู่เสมอแหละค่ะ เพียงแต่คนเรามักจะเงยหน้าขึ้นมองและชื่นชมความงามของมันก็ต่อเมื่ออารมณ์ดีเป็นพิเศษเท่านั้น สำหรับท้องฟ้าแล้ว ไม่ว่าเราจะมองหรือไม่ มันก็ยังคงอยู่ตรงนั้น ไม่เคยเปลี่ยนไปไหน”

            ลู่เชียนสวินพยักหน้า “อืม... คมคายนะเนี่ย”

            เงียบไปครู่หนึ่ง ลู่เชียนสวินก็วางมือลงบนบ่าของอีกฝ่ายเบาๆ “เสียวเสวี่ย เธอฉลาดหลักแหลมขนาดนี้ เคยคิดไหมว่าโตขึ้นอยากทำอะไร อยากเป็นนักเขียนหรือเปล่า”

            สำหรับคำถามนี้ หลินทิงเสวี่ยเคยขบคิดอย่างจริงจังมาแล้ว ไม่ว่าใครถามเธอก็มักจะให้คำตอบเดิม “ฉันอยากสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่ชอบ เอาใกล้ๆ ไม่ต้องไกลบ้านมาก แค่อยู่ในมณฑลก็พอ เลือกเรียนสาขาที่ชอบอย่างพวกวรรณคดีคลาสสิก พอจบมาก็เป็นครูสอนมัธยม ว่างๆ ก็เขียนหนังสือเล็กๆ น้อยๆ ฉันว่าชีวิตแบบนี้ก็ดีถมไปแล้วค่ะ แล้วพี่เชียนสวินล่ะคะ?”

            “ความฝันของฉันคือการเป็นนักเขียนเต็มตัวแน่นอน” ลู่เชียนสวินตอบเสียงหนักแน่น “ถ้าค่าต้นฉบับเลี้ยงตัวเองได้สุขสบาย ฉันก็จะยึดเป็นอาชีพหลักหลังเรียนจบ แต่ถ้าไม่... ก็คงต้องหางานประจำทำ อาจเป็นบรรณาธิการสำนักพิมพ์ นิตยสาร หรือหนังสือพิมพ์อะไรทำนองนั้น ฉันอยากทุ่มเทแรงกายแรงใจให้กับงานเขียน หวังว่าสักวันฉันจะเป็นนักเขียนที่มีชื่อเสียงโด่งดัง เป็นแบบที่ต่อให้คนไม่อ่านงานของฉัน ก็ยังต้องรู้จักว่าในวงการวรรณกรรมจีนมีนักเขียนที่ชื่อลู่เชียนสวินอยู่”

            “ฉันเชื่อว่าพี่ต้องทำสำเร็จแน่ๆ ค่ะ ส่วนฉันไม่ได้มีความทะเยอทะยานเรื่องงานเขียนขนาดนั้น ตอนนี้ที่เขียนอยู่ก็เพื่อหารายได้พิเศษ ถ้าในอนาคตยังเขียนหาเงินได้ก็ดีที่สุด แต่ถ้าถึงจุดหนึ่งที่เขียนไม่ออกแล้ว ฉันก็ไม่เสียใจอะไรค่ะ”

            “เสียวเสวี่ย ฉันหวังจริงๆ ว่าฉันจะประสบความสำเร็จ เพื่อให้คนคนนั้นรู้สึกเสียใจที่ทอดทิ้งฉันกับแม่ไปในวันนั้น ฉันอยากเห็นเขารู้สึกเสียดาย อยากเห็นเขาต้องมาภูมิใจในตัวฉัน หรือกระทั่งต้องบากหน้ามาขอความช่วยเหลือจากฉัน”

            คนที่ลู่เชียนสวินกล่าวถึงย่อมหมายถึงจางจ่ง พ่อแท้ๆของเธอ

            ยามเอ่ยถึงพ่อแท้ๆ ลู่เชียนสวินมักใช้คำว่า “คนคนนั้น” แทนเสมอ สีหน้ายามเอ่ยถึงดูซับซ้อนยากจะคาดเดา

            ตอนที่พ่อแม่หย่าร้างกัน ลู่เชียนสวินอายุแปดขวบแล้ว เธอเป็นเด็กฉลาดเกินวัย จึงรับรู้เรื่องราวความเป็นมาของการแยกทางได้เป็นอย่างดี

            แม่ของลู่เชียนสวินเป็นคุณหนูจากในเมือง ส่วนจางจ่งผู้เป็นพ่อนั้นเป็นชายหนุ่มบ้านนอกที่มีความทะเยอทะยานสูง

            ทั้งสองพบรักกันในรั้วมหาวิทยาลัยในช่วงวัยที่งดงามที่สุด คนหนุ่มสาวที่มีพื้นเพแตกต่างกันอย่างสุดขั้วกลับตกลงปลงใจครองคู่กัน

            จางจ่งและลู่ตันชิงต่างเป็นหนุ่มสาวเปี่ยมพรสวรรค์ โดยเฉพาะจางจ่ง ที่ไม่เพียงมีน้ำเสียงทุ้มนุ่มน่าฟัง แต่ยังตวัดพู่กันจีนได้งดงาม สีเอ้อร์หูได้อย่างไพเราะ ไม่ว่าเครื่องดนตรีชนิดไหน ขอเพียงได้เรียนรู้สักนิด เขาก็สามารถจับเคล็ดลับและเล่นได้อย่างคล่องแคล่ว

            เพื่อเอาใจคนรัก จางจ่งถึงกับลงทุนหัดเปียโน และในวันเกิดของลู่ตันชิง เขาก็บรรเลงบทเพลงฟอร์เอลิสเพื่อสารภาพรักกับเธอ

            ในยุคสมัยที่ยังมีความวุ่นวายหลงเหลืออยู่ การที่จางจ่งกล้าใช้วิธีแสนโรแมนติกเช่นนี้สารภาพรัก ย่อมแสดงถึงความกล้าหาญและความมุ่งมั่นของเขาได้เป็นอย่างดี

            หลังเรียนจบ ทั้งคู่กลับไปทำงานที่เมืองหลางหยาด้วยกัน ลู่ตันชิงทำงานในหน่วยงานรัฐ ส่วนจางจ่งได้รับการบรรจุเข้าทำงานในรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่

            ด้วยความต่างทางฐานะ ครอบครัวฝ่ายหญิงจึงคัดค้านหัวชนฝา แต่ลู่ตันชิงในยามนั้นถูกความรักบังตา ยืนกรานจะแต่งงานกับจางจ่งให้ได้ ครอบครัวสกุลลู่ไม่อาจขัดใจลูกสาว จึงจำต้องยอมจำนนในที่สุด

            ปีถัดมาหลังจากวิวาห์ ลู่เชียนสวินก็ลืมตาดูโลก

            เดิมทีลู่ตันชิงวาดฝันครอบครัวพ่อแม่ลูกที่เปี่ยมสุขตลอดไป แต่ใครจะคาดคิดว่าชีวิตแต่งงานจะพังทลายลงในเวลาเพียงเก้าปี

            จางจ่งเองก็รักและเอ็นดูลูกสาวคนนี้มาก ทว่าลึกๆ เขายังปรารถนาลูกชาย ก่อนปี 1980 นโยบายลูกคนเดียวยังไม่เข้มงวดเท่าปัจจุบัน แม้แต่คนมีทะเบียนบ้านในเมืองก็ยังพอมีลูกคนที่สองได้

            เขาพยายามรบเร้าให้ลู่ตันชิงมีลูกชายอีกคน แต่เพราะตอนคลอดลูกสาว ลู่ตันชิงต้องทรมานจากการคลอดยากอย่างแสนสาหัส เธอจึงขยาดและยืนกรานเสียงแข็งว่าจะไม่มีลูกอีก ไม่ว่าจางจ่งและครอบครัวจะเกลี้ยกล่อมอย่างไรก็ตาม

            เธอคิดว่ามีลูกสาวคนเดียวก็พอแล้ว ที่บ้านไม่ได้มีสมบัติพัสถานให้สืบทอด จะดิ้นรนมีลูกชายไปทำไม ค่านิยมรักลูกชายมากกว่าลูกสาวมันคร่ำครึล้าสมัยไปแล้ว เธอไม่เข้าใจเลยว่าทำไมจางจ่งที่อุตส่าห์เรียนสูงจบมหาวิทยาลัย ถึงยังสลัดความคิดล้าหลังพวกนี้ไม่หลุด

            การยืนกรานของลู่ตันชิงทำให้จางจ่งค่อยๆ หมดใจ พอเข้าสู่ช่วงต้นยุค 80 จางจ่งก็ได้เลื่อนตำแหน่งจากพนักงานระดับล่างขึ้นเป็นผู้บริหารระดับกลาง สำหรับชายหนุ่มวัยสามสิบเศษที่หน้าที่การงานกำลังรุ่งโรจน์ แต่งตัวภูมิฐาน ย่อมเป็นช่วงเวลาที่มีเสน่ห์ดึงดูดเพศตรงข้ามอย่างที่สุด

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ยุค 90 ทวงคืนวาสนาตัวข้าในวัย 8 ขวบ! 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808