ผมได้แต่คิดถึเื่ของแม่และพ่อจนไม่ค่อยมีสมาธิเรียนเท่าไหร่ ทำให้ผมเหม่อ พลอยเองก็สังเกตเห็นความผิดปกติของผมอยู่ตลอด ด้วยสาตที่เป็ห่วง ่เที่ยงผมเหมือนจะเผลอหลับไป "นัท นัท!" เสียงเรียกที่แฝงไว้ด้วยความขุ่นเคืองดังขึ้นข้างหู ผมจึงได้สติกลับคืนมาจากห้วงฝัน ยกมือขึ้นนวดคลึงขมับ ปรับสายตาให้จับโฟกัส เมื่อหันไปก็พบใบหน้าเล็กๆ ของพลอย แก้มของเธอแดงปลั่ง ริมฝีปากเม้มแน่น ดวงตาฉายแววขุ่น ผมจึงตระหนักได้ว่าเสียงที่แว่วเข้าหูเมื่อครู่ แท้จริงแล้วเป็เสียงของพลอย เธอน่าจะเรียกผมมานานแล้ว แม้จะไม่แน่ใจว่าผมได้ปล่อยใจล่องลอยไปนานเท่าใหร่ แต่คงจะไม่ใช่เพียงชั่วครู่แน่ ผมลูบศีรษะตัวเองเบาๆ ส่งรอยยิ้มแหยๆไปให้เธอ "เป็อะไรไป ใครกันนะที่ทำให้พลอยไม่พอใจ?" เธอเบือนหน้าหนีไปทางอื่นอย่างไม่สบอารมณ์ ริมฝีปากเล็กๆน่ารักยื่นออกมาอย่างขัดใจ "ยังจะมาถามอีก! คนใจร้าย เมื่อกี้ตอนเรียนก็เอาแต่ใจลอย เรียกตั้งนานสองนานก็ไม่ยอมขานรับ คิดอะไรอยู่กันแน่?" ผมรีบดึงร่างของเธอเข้ามากอด พลอยขยับไหล่เล็กน้อยอย่างไม่เต็มใจ ใช้ท่อนแขนกระทบสีข้างผมเบาๆสองที แต่ก็ไม่ได้แสดงท่าทีขัดขืนผม ค่อยยังชั่วพลอยคงจะแค่งอนตามประสาเด็กๆ ยังไม่ถึงขั้นโกรธจริงจัง อยู่กับพลอยมานาน ผมย่อมอ่านความหมายจากคำพูดและการกระทำของเธอออก พวกเราสองคนมีความเข้าใจกันอย่างลึกซึ้งโดยไม่ต้องเอื้อนเอ่ย ผมกระซิบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "ก็ต้องคิดถึงพลอยสิ"
"เชอะ ปากหวานจริงนะ" พลอยใช้ศีรษะเล็กๆดันไหล่ผมเบาๆอย่างงอนๆ "ตัวจริงเสียงจริงยืนอยู่ตรงหน้า ยังต้องคิดถึงอะไรอีก? ฟังดูก็รู้ว่าพูดไม่จริง คนเ้าเล่ห์" พลอยกล่าว ผมยื่นมือไป ลูบต้นขาอ่อนนุ่มของเธออย่างแ่เบา "คนลามก อย่ามาซนนะ ในห้องเรียนยังมีคนอยู่นะ" พลอยตีมือผมเบาๆทีหนึ่ง แต่ไม่ได้ลงน้ำหนัก ไม่รู้สึกเจ็บเลยสักนิด เสียงของเธอนุ่มนวลราวเสียงกระซิบ เจือปนด้วยความเขินอาย ฟังแล้วหัวใจผมเต้นแรงขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ ในห้องเรียนยังมีเพื่อนร่วมชั้นอยู่เพียงสองสามคน ผมคิดว่าคงไม่เป็ไรหากจะแสดงความสนิทสนมกันบ้าง แต่พลอยเป็คนขี้อาย ผมจึงไม่อยากฝืนใจเธอ ผมกุมมือเล็กๆของเธอ ประสานมือกันไว้แน่น พลอยเองก็ไม่ได้ขัดขืน ยอมซบกายลงในอ้อมกอดของผมอย่างว่าง่าย เหมือนลูกแมวน้อยแสนเชื่องหากเป็เมื่อก่อน เธอคงจะะโผึงลุกขึ้น กวาดสายตามองซ้ายขวาอย่างระแวดระวังแล้วหันมาจ้องเขม็งใส่ผมด้วยสายตาตำหนิ ใครจะคาดคิดว่าเธอจะแปรเปลี่ยนเป็คนอ่อนหวานน่ารักถึงเพียงนี้ จนผมแทบจะอดใจไม่ไหวที่จะโน้มตัวลงไปจูบเธอตรงนี้เสียเลย เราซบกายกันอยู่ครู่หนึ่ง พลอยก็หน้าแดงระเรื่อผละออกจากอ้อมกอดของผม เธอกุมมือผมไว้แน่น เอ่ยกับผมด้วยน้ำเสียงแ่เบาอย่างขัดเขิน "นัท คราวหน้าอย่าใจลอยตอนเรียนอีกนะ ถ้าคะแนนสอบนายไม่ดี พวกเราจะทำอย่างไรกัน?"
ผมมองลึกลงไปในดวงตาโตเป็ประกายของเธอ ในแววตาคู่นั้นฉายชัดถึงความกังวลใจ หัวใจของผมพลันกระตุกวูบ อดไม่ได้ที่จะหวนรำลึกถึงความคิดฟุ้งซ่านเื่แม่ ผมรู้สึกละอายใจจนต้องก้มหน้าลงต่ำ พลอยเป็ห่วงเป็ใยผมถึงเพียงนี้ ผมก็อดไม่ได้ที่จะดึงร่างเล็กๆของเธอเข้ามากอดอีกครั้ง
"ว้าย! อื้อ… นัท เป็อะไรไปหรือเปล่า?" เธออุทานเสียงเบา แต่ก็รับรู้ได้ถึงความผิดปกติของผม พลอยไม่ได้ผลักไส ปล่อยให้ผมกอดเธอไว้เช่นนั้น แล้วลูบแผ่นหลังของผมอย่างปลอบประโลม "ไม่สบายใจตรงไหนหรือเปล่า?" พลอยอ่อนโยนเสมอต้นเสมอปลาย ความสำรวมและความเอาใจใส่ของเธอ ช่างละม้ายคล้ายคลึงกับแม่ที่ผมรักและเทิดทูนยิ่งนัก ผมพยายามปรับสภาพจิตใจให้สงบลง คลายอ้อมกอดจากร่างเล็กๆของเธอ หลังเลิกเรียน ผมตรงดิ่งกลับบ้าน
"แม่ครับ ผมกลับมาแล้ว"
"กลับมาแล้วเหรอ รอแป๊บนึงนะ เดี๋ยวข้าวเย็นก็เสร็จแล้ว ไปพักผ่อนก่อนเถอะ"
แม่กำลังยุ่งอยู่ในครัว ผมมองจากห้องนั่งเล่นเข้าไป เห็นแผ่นหลังเพรียวบางของแม่ ผมย่องเข้าไปหาแม่จากด้านหลังอย่างเงียบเชียบ เหมือนสัตว์ร้ายที่จู่ๆ ก็กระโจนเข้าใส่ ผมโถมตัวเข้ากอดแม่จากด้านหลัง สอดมือทั้งสองข้างเข้าไปใต้ชายเสื้อ ลูบไล้ไปถึงหน้าอก เริ่มขยำหน้าอกคู่สวยอวบอิ่มของแม่ แม่ร้องอุทานด้วยความใ ร่างทั้งร่างแข็งทื่อ ไม่กล้าขยับเขยื้อน ผมบิดนิ้วและขยับนิ้วมืออย่างย่ามใจ เปลี่ยนรูปทรงของหน้าอก มือทั้งสองข้างขยำเคล้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า บางครั้งก็ใช้นิ้วจิกเบาๆที่ยอดอก แม่ร้องห้ามว่าไม่ได้ แต่ก็ไม่สามารถหนีรอดจากเงื้อมมือของผม ทำได้เพียงเม้มปากแน่น รับรู้ถึงความรู้สึกเสียวซ่านแสนประหลาดที่แผ่ซ่านมาจากหน้าอก ผมแนบชิดร่างของตัวเองเข้ากับแม่จากด้านหลัง ท่อนล่างก็แข็ง ดันแทงอยู่ที่หว่างขาของแม่ แม่ขยับสะโพกอย่างกระสับกระส่าย การเสียดสีโดยไม่ได้ตั้งใจนั้นกลับทำให้ส่วนปลายควยขยายใหญ่รู้สึกเสียวอย่างยิ่ง ผมไม่ยั้งคิด กระชากเสื้อและกระโปรงของแม่ออกอย่างแรง เหลือเพียงร่างเปลือยเปล่าขาวผ่องอวบอิ่มและผ้ากันเปื้อนที่คาดอยู่ด้านหน้า มือข้างหนึ่งที่ขยำหน้าอกเลื่อนต่ำลงไป ััได้ถึงช่องสวาทที่เริ่มเปียก นิ้วมือเปรอะเปื้อนไปด้วยของเหลวเหนียวข้น สิ่งนี้เติมเต็มความมั่นใจให้ผมอย่างล้นปรี่ ผมยืดตัวขึ้น ประคองท่อนล่าง สอดใส่เข้าไปในส่วนสงวนของแม่ กระแทกกระทั้นอย่างแรง เริ่มรุกล้ำแม่จากด้านหลัง
"นัท เป็อะไรไป ยืนเหม่ออยู่ตรงนี้ได้"
เสียงแม่ดึงผมกลับสู่โลกแห่งความจริงอีกครั้ง ผมมองแม่ที่อยู่ในครัว ฝืนใจกดข่มความคิดฟุ้งซ่านที่อยากจะทำต่อ ก้มตัวลงแล้ววิ่งพรวดเข้าไปในห้อง
ผมทิ้งตัวลงบนเตียง ในหัวมีแต่ภาพแม่ ร่างเปลือยเปล่า การร่วมเพศ ลมหายใจก็เริ่มถี่กระชั้น เหตุผลบอกผมว่าต้องหยุด แต่ความ้ากลับกระซิบข้างหูไม่หยุด ผมพลิกตัว กดทับลงไปแรงๆให้ร่างกายกดทับท่อนควยที่แข็งจนแทบปวด แล้วค่อยๆโยกตัว จินตนาการว่ากำลังกดแม่ลงใต้ร่าง ขยับเข้าออกอย่างช้าๆ ลึกบ้างตื้นบ้าง หลังจากช่วยตัวเองแบบเบาๆ ต่อเนื่องอยู่พักหนึ่ง ถึงจะยังไม่เสร็จ แต่ความกระวนกระวายในร่างกายก็ค่อยๆ สงบลง พอดีกับที่แม่เรียกให้ออกไปกินข้าว ผมดึงผ้าปูที่นอน จัดเสื้อผ้า ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วเดินออกไป ฝีมือทำอาหารของแม่ยังคงยอดเยี่ยมเหมือนเดิม ไม่ว่าเมนูไหนรสชาติก็ถูกปากผมไปหมด แม่ดูผิดปกติ แม่เอาแต่เงียบ ไม่พูดไม่จา เหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
"เป็อะไรไปครับแม่ คิดอะไรอยู่เหรอ?"
"เอ๊ะ? ไม่มีอะไรๆ นัทกินเยอะๆนะลูก กับข้าวตั้งเยอะตั้งแยะ" แม่ทำท่าเหมือนจะสะดุ้งนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร แค่ตักกับข้าวใส่จานให้ผมพูนเลย
ผมมองมือแม่แล้วก็ขำๆปนเอ็นดู กับข้าวอร่อยแค่ไหนก็ยัดขนาดนี้ไม่ไหว
ผมเลยรีบจับมือแม่ที่ตักกับข้าวเหมือนหุ่นยนต์ แล้วคีบหมูชิ้นใหญ่ใส่จานแม่บ้าง
"แม่ก็กินบ้างสิครับ ตักให้ผมคนเดียวหมดจาน ผมก็กินไม่ไหวเหมือนกัน"
แม่หัวเราะเบาๆ อย่างอายๆ "กินเข้าไป กินเข้าไป ลูกกำลังโตนี่นา อยากสูงไม่ใช่รึไง"
"อยากสิแม่!" ผมรีบพยักหน้า "จะได้ปกป้องแม่ ไม่ให้ใครมารังแกได้ไง"
"เรานี่นะ เอาตัวเองให้รอดก่อนเถอะ" แม่ยิ้มอ่อนโยน กินข้าวเสร็จ ผมช่วยแม่เก็บจานไปล้าง แล้วชวนแม่มานั่งคุย เห็นแม่หน้าเศร้าๆ ผมก็อยากทำอะไรให้แม่สบายใจขึ้นบ้าง ผมนั่งดูทีวีเป็เพื่อนแม่ เราสองคนไม่ได้มีบทสนทนากันเลย เรานั่งแบบนั้นเรื่อยๆ ประตูก็เปิดดัง "เอี๊ยด" ขึ้นมาพวกเราสองคนหันขวับไปมองทางประตู ร่างที่คุ้นเคยก็ก้าวเข้ามาในบ้าน เป็พ่อที่หายหน้าหายตาไปนานนั่นเอง
"นัท" พ่อเรียกชื่อผมเสียงเรียบ เหมือนเจอคนหน้าคุ้นเคยข้างถนนแล้วทักทาย แล้วก็ปิดประตูดังปัง เหมือนไม่อยากสุงสิงกับใคร รีบเดินลิ่วๆเข้าห้องไปเลย แม่นั่งแข็งทื่อ หน้าแดงก่ำผมเองก็ไม่คิดว่าพ่อจะไม่สนใจแม่ขนาดนี้ ไม่แม้แต่จะทักทายสักคำเ็ากว่าคนแปลกหน้าเสียอีก "แม่…" ผมจับมือแม่ แม่ตัวเย็นเฉียบถึงผมจะโกรธพ่อแต่ก็อยากปลอบใจแม่ให้ดีที่สุด "นัท แม่ขอเข้าไปข้างในก่อนนะ" เสียงแม่พยายามกลั้นสะอื้น แต่ผมก็ยังรู้สึกถึงความอัดอั้นตันใจ แม่เป็คนเรียบร้อย เ้าระเบียบ มีความเป็กุลสตรีสูง ไม่ค่อยแสดงความรู้ออกมาตรงๆ
"โครม!" ประตูห้องนอนพ่อแม่ปิดดังสนั่น ผมอยากจะเดินไปฟังใกล้ๆแต่ยังไม่ทันเข้าไปก็ได้ยินเสียงพ่อตวาดลั่นบ้านแม่เองก็พยายามเถียงแต่ก็สู้พ่อที่เหมือนะเิลงไม่ได้ ผมอยากจะวิ่งเข้าไปช่วยแม่ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะช่วยอะไรได้ แล้วในห้องก็มีเสียงข้าวของตกแตกดังตามมา เสียงทะเลาะกันรุนแรงขึ้นเรื่อยๆจนเสียงดังลั่นบ้าน สุดท้ายเหมือนพ่อจะะโว่า "ถ้ายังเป็แบบนี้ก็ไป หย่า!" แล้วในห้องก็เงียบกริบ ไม่มีเสียงอะไรอีกเลย ผมค่อยๆ นั่งลงที่เดิม ไม่รู้จะทำยังไงดี ผมอยากให้พ่อแม่คืนดีกัน อยากให้ครอบครัวเรากลับมามีความสุขเหมือนเดิม แต่ทุกอย่างมันเหมือนฝันลมๆ แล้งๆ ตอนนี้มันเหมือนเป็แก้วที่แตกแล้วจะต่อให้ดียังไงมันก็มีรอยร้าว เมื่อก่อนพ่อแม่ก็เคยทะเลาะกันบ้าง แต่ไม่เคยรุนแรงขนาดนี้ในใจลึกๆผมรู้สึกว่า บ้านเรากำลังจะแตกแล้วจริงๆ ผมอยากจะเป็กาวประสานรูปครอบครัวที่กำลังจะแตกใบนี้ แต่ก็พบว่าตัวเองช่างไร้ประโยชน์สิ้นดี ประตูห้องเปิดออกอีกครั้ง ผมเห็นแม่ตาบวมแดงก่ำ น้ำตาแทบจะเหือดแห้ง แม่สะอื้นเบาๆ เดินมานั่งข้างๆผม วางแขนลงบนโต๊ะ แล้วซบหน้าลงกับท่อนแขน นิ่งเงียบไม่พูดไม่จา "ไม่เป็ไรนะแม่ พ่อคงไม่ได้ตั้งใจพูดแค่อารมณ์ชั่ววูบ แม่ไม่ต้องคิดมาก" ผมรู้ว่าคำพูดพวกนี้มันไม่ได้ช่วยอะไร แต่ก็ยังพยายามปลอบแม่ ผมลูบหลังแม่เบาๆ ในความทรงจำของผม ภาพของแม่นั้นดูเข้มแข็งมาตลอด เหมือนร่มคันใหญ่ที่คอยปกป้องผม แต่ตอนนี้มองดูแล้ว กลับดูอ่อนแอ บอบบาง ผมอยากจะพูดอะไรอีกสักหน่อย แต่ก็ได้ยินเสียงสะอื้นเบาๆของแม่ แม่ซบหน้าลงกับโต๊ะ ไม่อยากให้ใครเห็นด้านที่อ่อนแอ แต่ผมก็ได้ยินอยู่ดี ผมลูบหลังแม่เบาๆเหมือนกล่อมเด็ก แล้วก็คิดว่าจะพูดอะไรกับพ่อดี ในใจสับสนวุ่นวาย จนสงบลงไม่ได้ ไม่นานพ่อก็ลากกระเป๋าเดินทางออกมา ดวงตาของพ่อแดงก่ำเส้นเืฝอยเต็มไปหมด เบิกตากว้าง ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความโกรธ เหมือนคนใกล้บ้า แค่เห็นก็รู้สึกกลัวจนขนลุก คำต่อว่าที่ผมเตรียมจะพูดเลยต้องกลืนกลับลงไป "ที่ฉันยอมทนมาตลอด ก็เพราะไม่อยากให้กระทบกับการสอบเข้า ม.ปลายของนัท แต่เธอมันได้ใจเอาใหญ่ ฉันบอกไว้เลยนะ เธออย่าหวังว่าจะได้อยู่สุขสบาย ผู้หญิงอย่างเธอ สักวันจะเจอดี"
พ่อพูดจบก็กระแทกประตูปิดดังปัง เสียงประตูปิดแรงจนใจผมสั่น ผมเอามือกุมหน้าอก ใจยังเต้นไม่หาย ส่วนแม่ก็กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ร้องไห้เสียงดังมาก ใบหน้าที่สวยงามเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตา หน้าแดงก่ำ เห็นแม่เป็แบบนี้ ผมก็รู้สึกเ็ปใจมาก ผมกอดไหล่แม่ แล้วก็พูดปลอบใจไปเรื่อยเปื่อยว่า แม่ครับอย่าร้องไห้เลยนะ ผมยังอยู่ตรงนี้ คำปลอบโยนพวกนี้มันอาจจะไม่ได้ผลเท่าไหร่ แต่มีไว้ก็ยังดีกว่าไม่มี ผมพยายามนึกหาทุกวิถีทาง ที่จะทำให้แม่หยุดร้องไห้ พยายามอย่างที่สุดที่จะปลอบโยนไม่ให้แม่เสียใจอีก น่าเสียดาย ที่แผนไปสวนสาธารณะกับพ่อแม่เพื่อกระชับความสัมพันธ์ก็ต้องพังไม่เป็ท่า ผมไม่เคยคิดเลยว่าความขัดแย้งของคนสองคนจะรุนแรงได้ขนาดนี้ และไม่คิดว่าพ่อจะทำกับแม่ได้ถึงขนาดนี้ ในใจผมเลยเริ่มเกลียดพ่อมากขึ้นเรื่อยๆถึงขั้นคิดหาวิธีแก้แค้นพ่อในใจ แต่แม้แต่ตัวผมเองก็ยังไม่รู้ตัวเลยว่า จริงๆแล้วผมไม่ได้รู้สึกเสียใจอะไรมากมายขนาดนั้น สิ่งที่ผมโกรธจริงๆก็คือ พ่อยังจะทำให้แม่ต้องเสียใจขนาดนี้อีก ในใจลึกๆของผม เหมือนจะไม่ได้รังเกียจเื่ที่พ่อแม่จะหย่ากัน พ่อไม่คู่ควรกับคำว่าสามีอีกต่อไปแล้ว ตอนนี้คนที่ใกล้ชิดแม่ที่สุดคือผม ผมต่างหากที่เป็เ้าของแม่แต่เพียงผู้เดียว เรื่อ
งนี้กลับทำให้ผมรู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูก