> แรก
จังหวัดตัดสินใจเปิดโรงพยาบาลสนามโดยใช้พื้นที่ของสนามกีฬากลาง โรงพยาบาลอำเภอทุกแห่งต้องส่งเ้าหน้าที่มาผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนคราวละหนึ่งสัปดาห์ แต่ดูเหมือนว่ากำลังคนที่จัดสรรไม่เพียงพอสำหรับให้บริการผู้ป่วยพันกว่าคนต่อวัน จึงมีการดึงบุคลากรทางการแพทย์จากจังหวัดเคียงใกล้มาช่วยเหลือ ทั้ง ๆ ที่สถานการณ์ของแต่ละจังหวัดก็ย่ำแย่พอ ๆ กัน
ไม่ต่างจากโรงพยาบาลของผม ที่ส่งเ้าหน้าที่ส่วนหนึ่งไปเฝ้าโรงพยาบาลสนาม คนที่เหลือถูกแบ่งไปดูแลผู้ป่วยติดเชื้อซึ่งนอนรักษาในโรงพยาบาล และอีกส่วนซึ่งมีจำนวนน้อยกว่าต้องตรึงกำลังเยียวยาผู้ป่วยโรคอื่น ๆ เช่น โรคเบาหวาน โรคความดัน โรคไต ตลอดจนโรคจิตเวช
ผมรับอาสาไปโรงพยาบาลสนามเป็ทีมแรก มิใช่เพราะมีอุดมการณ์สูงส่งหรอกครับ แต่เป็เพราะว่าโรงพยาบาลมีเภสัชกรเพียงสี่คน น้องออมตั้งท้องประมาณสามสี่เดือน ไอ้แบงค์คือสามีน้องออม ส่วนพี่เต้ยหัวหน้าที่แสนดีกำลังจะเกษียณในอีกปีสองปีข้างหน้า
ผมสามารถเลือกได้ด้วยหรือครับ T_T
ทีมแรก วันแรก กับชีวิตไอ้แรก
รู้อยู่แล้วล่ะว่ามันต้องยุ่ง โกลาหลหน่อย ๆ
ทว่าที่เป็อยู่ตอนนี้ แม่ง คือวายป่วงชัด ๆ
“น้อง ๆ เภสัชแบ่งเป็สามกลุ่มนะครับ med reconcile* จ่ายยาเข้าข้างใน และสุดท้ายจ่ายยากลับบ้าน พี่ทำตารางรายชื่อมาให้แล้ว น้อง ๆ ทราบใช่มั้ยว่าทำงานั้แ่แปดโมงเช้าถึงเที่ยงคืน จากนั้นทีมโรงพยาบาลจังหวัดจะมาสับเปลี่ยนให้เรานอนพัก ตอนเช้ามารับเวรก่อนแปดโมง ทำจนครบหนึ่งสัปดาห์ จะมีทีมสองมาเปลี่ยน ใครไม่โอเคมั่ง”
ใครจะกล้าไม่โอเควะ ไม่โดนตบตาหลุดออกมาก็แปลกละ
"กลุ่มแรก นั่งกับพยาบาลสกรีน* เลยนะครับ จุดนี้ต้องใส่ชุด PPE นะ เพราะไม่รู้ว่าอาการของผู้ป่วยที่มาหาเราหนักหรือเบาอย่างไร ขอให้ใส่กาวน์กันน้ำ* N-95* face shield* และถุงมือให้เรียบร้อย”
“กลุ่มสอง pharmacy station ของเราจะแยกออกจากโซนผู้ป่วย ไม่ต้องใส่ชุด PPE ใส่เฉพาะ surgical mask* กับหมวกคลุมผมก็พอ แต่ให้เปลี่ยนชุดที่ใส่มาจากข้างนอกเป็ชุดที่เราจัดเตรียมให้ ตอนกลับให้ถอดชุดคืนลงในถุงสีแดง จะมีเ้าหน้าที่มาเก็บไปทำความสะอาด”
“กลุ่มสุดท้าย ประจำจุดจ่ายยาด้านหลังอาคาร จ่ายยาให้คนไข้ที่หายแล้ว แต่ยังต้องรับยาไปกินต่อที่บ้าน ให้ใส่ชุด PPE เหมือนกลุ่มแรก ถึงอาการของคนไข้จะดีขึ้น แต่ยังอาจมีเชื้ออยู่ เราต้องเซฟตัวเองก่อน”
พี่ก้าวแจกแจงงาน จากนั้นทุกคนจึงแยกย้ายไปอยู่ประจำจุดตามที่ได้รับมอบหมาย
ผมอยู่กลุ่มสอง มีหน้าที่จ่ายยาสำหรับคนไข้ที่พักรักษาตัวในโรงพยาบาลสนาม
มองเผิน ๆ ดูเหมือนงานสบายกว่าจุดอื่น เพราะไม่ต้องััผู้ป่วยโดยตรง แต่ความจริงไม่เป็อย่างนั้นครับ
เพราะนอกจากยาต้านไวรัสที่คำนวณโดสตามน้ำหนักตัวผู้ป่วย ยังต้องคำนึงว่าผู้ป่วยอาจเป็โรคเรื้อรัง (เบาหวาน ความดัน และอื่น ๆ) ย่อมต้องได้รับยาประจำตัว การจัดเตรียมยาจึงมิได้มีเฉพาะยาแค่ตัวสองตัว หลังจากจ่ายยาให้พยาบาลนำไปส่งมอบแก่ผู้ป่วย ยังต้องมาลงบัญชีจ่ายยาอย่างละเอียด โดยเฉพาะยาต้านไวรัสที่จะหายไปแม้แต่เม็ดเดียวก็มิได้ ด้วยเป็ยาที่ถือว่าขาดแคลน เราได้หยุดพักหายใจจริง ๆ จัง ๆ ก็ตอนกินข้าวเท่านั้น
วันที่ห้าของการทำงาน ่หัวค่ำผมได้รับโทรศัพท์จากเฟิร์ส
“พักกินข้าวยัง กูกับไอ้อีเอาเสบียงมาส่ง”
ผมเดินออกมายังโรงอาหาร หวังให้พวกมันเอาพิซซ่าถาดโต ๆ มาฝาก เพราะกินแต่ข้าวกล่องจนเบื่อ
แต่ผิดคาดครับ ไอ้ฟ่าง ไอ้เฟิร์ส ไอ้อี และไอ้นอร์ท ช่วยกันลำเลียงถุงบรรจุกล่องสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ประเมินดูแล้วก็ร่วมร้อยกล่อง
“กาแฟกับบราวนี่จากร้าน ‘Brownie story’ สำหรับบุคลากรทางการแพทย์แทนคำขอบคุณครับ”
ไอ้เฟิร์สเสนอหน้าบอก มึงเป็เ้าของร้านหรือ
ส่วนไอ้นอร์ท วันนี้วันศุกร์มายืนยิ้มอยู่ในเมืองเลยนะมึง พี่เต้ยปล่อยมันลงดอยมาได้ไงวะ
กาแฟสมควรได้รับการยกย่องเป็น้ำจาก์
พอผมได้กาแฟปุ๊บ ร่างกายที่เหมือนปราศจากิญญาก็พลันสดชื่น
สมองซึ่งมึนตื้อั้แ่เช้าก็กลับมาทำงานได้ตามปกติ
“เออ ไอ้เฟิร์ส มึงช่วยกูทำยาเด็กหน่อยดิ ยาฆ่าเชื้อไวรัสตอนนี้มีแต่ชนิดเม็ด เด็กเล็ก ๆ กลืนไม่ได้ พวกกูต้องบดผสมน้ำหวานให้ แต่ก็ยังกลบรสขมไม่ได้อยู่ดีว่ะ เด็กบางคนอ้วกยาออกมาเลยนะ พยาบาลบอกว่า่ที่แย่ที่สุดคือ่เวลาให้ยานี่แหละ เด็กร้องไห้งอแงกัน กว่าจะป้อนได้แต่ละคน”
“ตั้งสูตรน่ะได้อยู่นะ แต่ถ้าไปผลิตที่คณะคงจะไม่ได้ กฎหมายระบุไว้ว่ามหาวิทยาลัยไม่มีหน้าที่ผลิตยาจ่ายให้กับผู้ป่วย มึงจำตอนอาจารย์ที่คณะทำยาทาน้ำกัดเท้าไปแจกสมัยน้ำท่วมได้มั้ยล่ะ เป็เื่เป็ราวจนคณบดีเกือบโดนฟ้อง จริง ๆ ก็เื่การเมืองทั้งนั้น แต่คนที่หวังดีกลายเป็ซวยเสียอย่างนั้น คนอยากช่วยน่ะเยอะแยะ จะติดก็ไม่มีสถานที่ให้ผลิตนี่แหละ”
“ไปทำที่โรงพยาบาลกูก็ไกลไป อาจารย์ผู้หลักผู้ใหญ่คงเมารถจนไม่ได้ทำอะไรอะ บาปกินหัวกูแน่”
“ไปทำโรงพยาบาลพี่ก็ได้ เดี๋ยวคุยกับผอ. ให้ ยังไงก็เป็โรงพยาบาลจังหวัด ทุกทีก็ทำยาเผื่อโรงพยาบาลอำเภออยู่แล้ว”
เสียงพี่ก้าวดังขึ้นมาจากข้างหลัง
เป็ครั้งแรกในรอบหลาย ๆ ปีที่ได้ยินเสียงพี่ก้าวเวอร์ชันนุ่มนวล หนล่าสุดคงเป็ตอนที่พี่แกรับปริญญา ก็ร่วมสิบปีเห็นจะได้
หลัง ๆ นี่ได้ยินเสียงทีไรก็มีแต่เสียวโดนกินหัว
“เอ่อ ไอ้เฟิร์ส มึงก็แค่ไปตั้งสูตร แล้วก็ไหว้วานอาจารย์คนอื่น ๆ ให้ไปช่วยทำก็พอ เดี๋ยวกูออกตังค์ค่าสารเคมีเอง ไม่ต้องไปรบกวนพวกอาจารย์” ผมเอ่ย
“ใครไม่ต้องออกตังค์อะไรหรอก เดี๋ยวกูโทรหาคุณทิพย์ เอาสารเคมีของบริษัทมาใช้ จะเอาอะไรมั่งล่ะ”
ไอ้อีพูดถึงพี่สาวต่างแม่ที่ตอนนี้ดูแลบริษัทนำเข้าเคมีภัณฑ์ของพ่อมัน
ลืมไปเลยว่าเพื่อนอีของเราสรรหาได้ทู้กอย่าง ขนาดเอาโดรนบินส่งยาก็ทำมาแล้ว นับประสาอะไรกับสารเคมีที่เจียดมาใช้นิดหน่อยก็คงไม่กระทบยอดขายของบริษัท
แล้วไอ้นอร์ท มึงจะมองอะไรมันนักหนา แถมยิ้มน้อยยิ้มใหญ่น่ากลัวชะมัด
“น่าจะใช้หลายอย่างอยู่ ฟังจากไอ้แรกแสดงว่ายาไม่ค่อยละลายน้ำ ต้องหาสารช่วยทำละลาย ถ้าไม่ละลายจริง ๆ คงทำเป็ syrup* ม่ได้ ต้องปรับไปเป็ suspension* เดี๋ยวกูสรุปรายการให้มึงนะอี”
การตั้งสูตรตำรับแต่ละครั้งมิใช่เื่ง่าย ต้องเลือกตัวทำละลายที่สามารถละลายผงยาได้มากที่สุด สารเพิ่มความหนืด เพิ่มการแขวนลอยของผงยา สารช่วยกลบรสขม สารแต่งกลิ่น ทุกอย่างต้องมีสัดส่วนที่พอดี แต่นั่นก็คงไม่เกินความสามารถของอาจารย์เฟิร์สไปได้
เพื่อน ๆ ลากลับไปนานแล้ว ผมนั่งจัดแบ่งยาใส่ถุงตระเตรียมไว้ใช้สำหรับวันพรุ่งนี้
รู้สึกหนังตาหนักขึ้นเรื่อย ๆ ทั้ง ๆ ที่เพิ่งกินลาเต้ร้อนของฟ่างตอนหัวค่ำ
ไม่รู้ว่าฟุบหลับไปเมื่อไหร่ มาตื่นก็ตอนที่ไอ้ทอยมาเปลี่ยนเวร
“หมดแรงเลยสิมึง ห้าวันติด ทนอีกสองวันนะ เดี๋ยวได้พักแล้ว”
“เออ ไม่เป็ไร อะเสื้อมึง ขอบคุณมาก”
ผมดึงเสื้อที่คลุมบนตัวยื่นคืนไอ้ทอย
“ของกูที่ไหน กูมาก็เห็นคลุมอยู่บนตัวมึงละ แต่เสื้อสีนี้กูเคยเห็นที่ไหนน้า อ๋อ เสื้อพี่ก้าว”
ฟุ่บ
ผมทำเสื้อหลุดมือตกลงพื้นโดยไม่ตั้งใจ
med reconcile* : มาจากคำว่า medication reconciliation คือการสัมภาษณ์รายการยาทั้งหมดที่ผู้ป่วยใช้ ถ้าหากผู้ป่วยตอบหรือจำชื่อยาไม่ได้ ก็ต้องโทรไปตามโรงพยาบาลที่เ้าตัวรับยา รวมถึงยาที่ซื้อมากินเอง มิว่าจะเป็ วิตามิน อาหารเสริม หรือสมุนไพร เพื่อประเมินว่าคนไข้จำเป็ต้องใช้ยาตัวใด และยาที่ใช้เดิมมีผลต่อโรคหรือยาที่กำลังจะได้รับใหม่หรือไม่
พยาบาลสกรีน*: พยาบาลจุดซักประวัติผู้ป่วย เป็จุดคัดกรองว่าผู้ป่วยอาการหนักแค่ไหน หากอาการไม่เข้าเกณฑ์นอนรักษาก็ให้รับยาและกลับบ้าน
กาวน์กันน้ำ*: เสื้อคลุมตัวยาว แขนยาวรัดข้อมือ สามารถกันน้ำได้ ใช้ป้องกันสารคัดหลั่งและละอองฝอย เช่น น้ำมูก น้ำลายที่ผู้ป่วยไอจาม
N-95* : หน้ากากทางการแพทย์ที่สามารถป้องกันอนุภาคขนาดเล็กได้
face shield* : กระจังป้องกันใบหน้าและดวงตาจากสารคัดหลั่งของผู้ป่วย
surgical mask* : หน้ากากอนามัยทางการแพทย์ เป็หน้ากากหนาอย่างน้อยสามชั้น ด้านนอกเป็วัสดุกันน้ำที่เป็ละอองฝอย
syrup*: ยาน้ำเชื่อม มีลักษณะใส ยาจะละลายสารละลายทั้งหมด
suspension*: ยาน้ำแขวนตะกอน จะเห็นผงยาเล็ก ๆ แขวนลอยอยู่ในสารละลาย ก่อนใช้ต้องเขย่าให้ผงยากระจายตัวก่อน
©©©