งานแข่งขันยอดบุปผางามได้จัดขึ้นต่อเนื่องเป็เวลาถึงสี่วันแล้ว โดยวันนี้ถือเป็การแข่งวันสุดท้ายแล้ว จะได้รู้ผลกันเสียทีว่า สตรีคนใดจะได้ ตำแหน่งยอดบุปผางามไป และในวันพรุ่งนี้ก็จะเป็งานเลี้ยงฉลองให้กับผู้ชนะ แต่ทว่าผู้ที่มาร่วมงานกลับดูครึกครื้นมากขึ้นทุกวัน ความตื่นเต้นดีใจของผู้คนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
จากแต่เดิมทุกคนเฝ้าจับตาดูว่าใครจะได้เป็ผู้คว้าตำแหน่งยอดบุปผางามไปครอง กลายมาเป็การเฝ้าคอยดูว่าคุณหนูเล็กแห่งตระกูลซอจะแสดงความสามารถอันใดออกมาให้พวกเขาเห็น
ทุกการกระทำของนางล้วนสะกดความสนใจของผู้คน ไม่ว่าจะเป็บุรุษหรือสตรี ทุกคนล้วนอยากจะรู้ว่านางจะเก่งกาจได้ถึงเพียงใด จะสร้างความแปลกใจเท่าใดให้กับพวกเขา
เมื่อวานฮายอนได้ใช้ฝีมือเอาชนะใจคนทั้งงานไปแล้ว วันนี้นางจะสร้างความประหลาดใจอันใดให้กับทุกคนอีก นี่เป็สิ่งที่คนจำนวนมากล้วนกำลังเฝ้ารอคอยอยู่
แม้กระทั่งองค์จักรพพรดิเองก็อยากรู้เช่นกัน ว่าวันนี้ฮายอนจะแสดงความสามารถเช่นใดออกมา
ความจริงที่ฮายอนเดิมเป็สตรีสติฟั่นเฟื่อนนั้นมีเพียงคนของเมืองชิลลาเท่านั้นที่รับรู้ แต่หลังจากที่ผ่านงานแข่งขันยอดบุปผางาม ผู้คนทั่วทั้งแผ่นดินล้วนรับรู้โดยทั่วกัน
อีกทั้งเื่ของนางยังถูกล่ำลือกันดุจตำนานอันน่าอัศจรรย์ บ้างก็พูดว่านางมีเทพเซียนมาสิงสถิตในร่าง บ้างก็ว่านางมีปีศาจมาสิงสถิต แน่นอนว่า คำพูดเหล่านี้ล้วนเป็สิ่งที่ผู้คนแอบซุบซิบนินทากันโดยทั่ว
การแข่งขันประเภทสุดท้ายคือ การเดินหมาก
การเดินหมากสำหรับชนชั้นสูงนั้นเป็การละเล่นสานสัมพันธ์กับฝ่ายตรงข้ามอย่างหนึ่ง แต่ในชนชั้นชาวบ้านทั่วไปนั้นไม่นิยมเล่นกัน เพราะพวกเขาไม่รู้ว่าจะเล่นไปเพื่ออันใดกัน แต่สำหรับสตรีหลายต่อหลายคนในการแข่งครั้งนี้ก็ถือได้ว่าพึ่งจะหัดเล่นเพื่อเตรียมไว้สำหรับแข่งขันโดยเฉพาะ
ทุกปีที่มีการเลือกยอดบุปผางาม ล้วนไม่มีใครได้คะแนนสูงจากประเภทการเดินหมากเลยแม้แต่คนเดียว ทุกคนล้วนแก้ได้เพียงแค่ กระดานเดียวเท่านั้น ยกเว้นก็แต่ องค์หญิงอูลิน ผู้ชนะเมื่อปีก่อน ที่สามารถแก้ได้ถึงสองกระดาน
แม้ฝีมือการบรรเลงพิณของนางจะเอาชนะคนมีฝีมือจำนวนมากได้ แต่การบรรเลงพิณนั้นใช้เพียงแค่การฝึกซ้อมและความพยายามเท่านั้น ต่างกับการเดินหมากที่ต้องใช้สติปัญญาอันชาญฉลาดด้วย
ฮายอนพลางแหงนหน้าขึ้นไปมองฟ้า นางคิดถึงเมื่อครั้งอดีตที่นางอาศัยอยู่กับบิดาและมารดาในหมู่บ้านเล็กๆ นอกเมือง บิดาของนางนั้นชื่นชอบการเดินหมากอย่างมาก นับว่าเป็เทพเซียนในการเดินหมากเลยก็ว่าได้ แต่เนื่องจากชาวบ้านทั่วไปไม่นิยมเล่นกัน จึงทำให้นางต้องคอยเป็คู่ซ้อมให้กับบิดาอยู่เสมอ
“เริ่มการแข่งขันเดินหมากรอบแรกได้” เสียงบุรุษสูงวัยกล่าวออกมา เมื่อผู้เข้าแข่งขันนั่งประจำที่เรียบร้อยแล้ว ผู้เข้าร่วมมีอยู่หลายร้อยคน รอบแรกจะเป็การจับคู่แข่งกันไปเรื่อยๆ จนกว่าจะได้ผู้ชนะครบห้าคน การจับคู่เป็ทางผู้จัดงานกำหนดขึ้น ซึ่งรอบนี้เห็นได้ชัดว่ามีการช่วยให้ชนชั้นสูงชนะได้โดยง่าย เนื่องจากจะจับคู่ระหว่างหญิงสาวชนชั้นสูงและหญิงสาวชาวบ้านมาแข่งขันกัน
“ขอคำแนะนำด้วยเ้าค่ะ” เสียงฮายอนกับคู่ของนางบอกกล่าวแก่กัน ก่อนที่จะก้มหัวลงให้แก่กันเล็กน้อยเพื่อแสดงความเคารพซึ่งกันและกัน ซึ่งฮายอนได้เริ่มการแข่งขันนั้นนางถือว่าได้เปรียบพอสมควรเพราะคู่แข่งนางในครั้งนี้เป็หญิงสาวทั่วไปที่ไม่ได้ถนัดเื่เดินหมากเลยนางผู้นั้นรู้วิธีการละเล่นเพียงผิวเผินเท่านั้น ดังนั้นสุดท้ายแล้วฮายอนจึงชนะไปได้อย่างไม่ยากเย็นในเวลาเพียงไม่นาน
สำหรับด้านคุณหนูยองอึนก็เช่นกัน แม้นางจะไม่ช่ำชองเื่การเดินหมาก เนื่องจากนางได้จับคู่กับหญิงชาวบ้านธรรดา นางจึงได้รับชัยชนะได้โดยง่าย โดยอาศัยการทุจริตเพียงเล็กน้อย
“ข้าเสนอทางเลือกให้เ้า ยอมแพ้ซะแล้วข้าจะจ่ายให้” คุณหนูยองอึน เอ่ยมาให้ได้ยินเพียงพวกนางทั้งสอง การแข่งรอบนี้มีผู้คุมเดินตรวจตราไปมาตลอดเวลาแต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีช่องว่างให้เกิดการทุจริตได้
“ตกลง เ้าค่ะ” หญิงสาวชาวบ้านนางนั้น รู้อยู่แล้วว่านางไม่มีทางชนะได้ จึงตกลงรับข้อเสนอนั้นทันที
การแข่งขันเดินหมากนั้นดำเนินต่อไป สตรีที่พ่ายแพ้ต่างถูกคัดออกไปเรื่อยๆ จนในที่สุดก็ถึงการแข่งรอบสุดท้าย ซึ่งเหลือผู้ร่วมแข่งขันเพียงแค่ห้าคนเท่านั้น ซึ่งสองในห้านั้นคือซอฮายอน และคุณหนูยองอึน
การแข่งขันเดินหมากรอบสุดท้าย
การแข่งขันรอบสุดท้ายนี้จะต่างไปจากเดิม ตรงที่บนเวทีจะมีกระดานหมากทั้งหมดสิบห้ากระดาน ใครที่สามารถแก้หมากได้มากที่สุดจะได้รับชัยชนะไป ซึ่งกระดานหมากทั้งสิบห้านั้น มีทั้งง่ายและยากประปนกันไป โดยมีเพียงห้ากระดานที่หลายปีมานี้ยังไม่เคยมีผู้ใดสามารถแก้ได้
ฮายอนได้เดินขึ้นไปบนลานแข่งท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบ ด้วยท่าทีสงบนิ่ง
“น้องเล็ก สู้ๆ” หลังจากที่ซอชอลซูเห็นคุณหนูยองอึนเดินขึ้นเวทีพร้อมกับสีหน้าที่ไม่เห็นผู้ใดอยู่ในสายตาแล้ว เขาก็รู้สึกไม่พอใจเป็อย่างมาก แม้ว่าคุณหนูยองอึนจะเป็หลานสาวของพระมเหสี แต่เขาก็ไม่แม้แต่จะเห็นนางอยู่ในสายตา เขาจึงได้ส่งเสียงให้กำลังใจน้องสาวสุดกำลัง
ฮายอนหันไปมองพี่ชายที่กำลังส่งเสียงให้กำลังใจตน พร้อมมอบรอยยิ้มขบขันกลับไปให้ รอยยิ้มนั้นช่างอ่อนโยนมาก สำหรับการแพ้ชนะนางมิได้ใส่ใจมาตั้งนานแล้ว อีกทั้งยังหาได้เก็บสิ่งเ่าั้มาใส่ใจไม่
นางเพียงแค่้าให้คุณชายยองกีและเมืองแพ็กเจรู้สึกเสียใจกับการกระทำที่เสียมารยาทของเขาในวันนั้นและการที่เขากล้าขอราชโองการเชิญนางมาร่วมงานแข่งขันยอดบุปผางามนี้อีกด้วย แต่ว่าตอนนี้นางต้องแสดงฝีมือให้สุดความสามารถเสียแล้ว เพื่อไม่ให้ท่านพ่อและตระกูลซอต้องขายหน้า
นางในวันนี้ยังคงมีรูปโฉมสวยงาม สะกดสายตาคนดู ดั่งเช่นทุกวันที่ผ่านมา และเป็อีกครั้งที่หนุ่มสาวทั้งหมดในงานล้วนต้องตกตะลึงไปกับความงามของนาง!
“เริ่มการแข่งขันเดินหมากรอบสุดท้ายได้” เสียงบุรุษสูงวัยคนเดิมกล่าวออกมา เมื่อสตรีทั้งห้านางล้วนก้าวขึ้นมายืนอยู่้าเวทีหมดแล้ว เมื่อผู้คุมการแข่งประกาศเริ่มการแข่ง สตรีทั้งห้าก็ต่างมุ่งตรงไปยังกระดานหมากที่ตนเองคิดว่าสามารถแก้ได้ทันที ก่อนที่จะมีผู้ใดมาแย่งชิงไปก่อน
สำหรับฮายอน นางเดินไปที่ด้านหน้าของกระดานหมากที่หนึ่ง นางทำเพียงแค่กวาดตามองไปนิ่งๆ อย่างนั้น โดยสีหน้าราบเรียบไม่เปลี่ยน ความจริงเมื่อยามที่นางเดินขึ้นมานั้น ก็ได้กวาดตามองไปยังกระดานหมากทั้งสิบห้ากระดานคร่าวๆ แล้ว
นางวางหมากในมือลงเบาๆ เพียงไม่กี่อัน ก็สามารถแก้หมากกระดานแรกได้อย่างง่ายดายแล้ว ความจริงแล้ว กระดานหมากทั้งสิบห้านี้ในสายตาของนางเป็เพียงแค่กระดานหมากให้เด็กเล่น นางสามารถแก้ได้ทั้งหมดเพียงชั่วอึดใจเท่านั้น หาได้ยากไม่
เมื่อนางหันไปมองสตรีอีกสี่นาง กลับเห็นทุกนางยังคงแก้กระดานหมากกระดานแรกด้วยใบหน้าเคร่งเครียด โดยเฉพาะคุณหนูยองอึนที่ถึงกับมีใบหน้าคล้ำขึ้นหลายส่วนเลยทีเดียว
นางจึงคิดว่าแค่แก้หมากกระดานเดียวก็เพียงพอแล้ว ยังไงเสียคงไม่มีผู้ใดแก้เสร็จเป็แน่ แต่ในวินาทีที่นางหันไปสบเข้ากับดวงตาเ็าขององค์ชายสาม ชายผู้เป็ที่รักของนางเมื่อครั้งอดีต ในดวงตานั้นยังคงแฝงไปด้วยความเ็าเช่นเดิม และแววตาดูถูกไม่เชื่อว่านางจะสามารถแก้กระดานหมากได้ ทำให้นางรู้สึกเ็ปใจขึ้นมาเล็กน้อย และรู้สึกอยากที่จะเอาชนะให้ได้
ฮายอนยิ้มด้วยมุมปากเล็กน้อย ก่อนจะเดินไปด้านหน้ากระดานที่สอง มือเรียวบางยกขึ้นเบาๆ และวางหมากลงไป จากนั้นนางก็เดินต่อไปด้านหน้ากระดานที่สาม มือเรียวบางทำเพียงแค่ยกขึ้นเบาๆ และวางหมากลงไปแบบเดิมซ้ำๆ
ณ ตอนนี้ฮายอนสามารถแก้หมากไปได้แล้วสามกระดาน ในขณะที่ สตรีคนอื่น ยังไม่สามารถแก้แม้กระดานแรกเสร็จเสียด้วยซ้ำ ทำให้สตรีทั้งสี่บนเวที เริ่มมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก โดยเฉพาะคุณหนูยองอึน และเมื่อยิ่งมองไปที่องค์ชายสาม เห็นพระองค์กำลังมองไปที่ฮายอน ก็ยิ่งรู้สึกริษยา เกลียดชังฮายอนเพิ่มขึ้นไปอีกเท่าตัว จนไม่มีสมาธิแก้หมากในกระดานตรงหน้าอีกแล้ว
เสียงพูดคุยของผู้คนด้านล่างเริ่มดังขึ้น
“เ้าคิดว่านางจะสามารถแก้ได้หมดหรือไม่?” ผู้คนด้านล่างต่างพูดคุยกัน
“ข้าว่าเป็ไปไม่ได้หรอก” ชายคนหนึ่งกล่าว
“หมากห้ากระดานในสิบห้านี้ หลายปีมานี้ยังไม่มีผู้ใดสามารถแก้ได้ สาวน้อยตัวเล็กๆ คนหนึ่งเกรงว่าจะแค่...ทำท่าไปอย่างนั้น” ชายอีกคนกล่าว
“แต่ว่าสตรีผู้นั้น ถือว่ามีฝีมือไม่น้อย สามารถแก้ได้ถึงสามกระดานเลยทีเดียว” ชายอีกคนกล่าวอย่างชื่นชม
“สาวน้อยผู้นี้อยากจะขายหน้าในวันนี้หรือ? อยากจะลองแก้หมากทั้งสิบห้ากระดานอย่างนั้นรึ หึหึ” คุณชายยองกีก็ส่ายศีรษะ เมื่อเห็นฮายอนเดินไปถึงหน้ากระดานที่แปดแล้ว
“ดูจากท่าทางของนาง เหมือนว่าจะไม่ใช่แค่ดูเท่านั้น” องค์ชายสามขมวดคิ้วเรียวยาวเข้าหากันเล็กน้อย เขาเริ่มจะดูคุณหนูเล็กแห่งตระกูลซอผู้นี้ไม่ค่อยออกเสียแล้ว
“ใช่แล้ว ทุกกระดานนางล้วนวางหมากลงไป อย่างรวดเร็ว” องครักษ์ซองเอามือลูบคางตัวเองเบาๆ เสมือนในสมองกำลังคิดอะไรอยู่
ฮายอนค่อยๆ เดินลงจากลานแข่ง นางยังคงมีท่าทีสบายๆ เช่นเดิม มีเพียงเหล่าขุนนางและผู้ชมที่ยืนดูอยู่บริเวณโดยรอบล้วนตกตะลึงจนตาค้าง เวลานี้กระดานหมากทั้งสิบเอ็ดที่อยู่บนเวที ในจำนวนนั้นมีห้ากระดานที่ถูกขนานนามว่าเป็กระดานหมากที่ไม่มีผู้ใดแก้ได้นั้นกลับถูกแก้ไปจนหมดสิ้น... เหลือเพียงแค่สี่กระดานเท่านั้น ที่สตรีอีกสี่นางยังแก้ไม่สำเร็จ
คุณชายยองกี เองก็รู้สึกตกตะลึงไม่น้อย เหลือเชื่อเป็อย่างยิ่ง สตรีสติฟั่นเฟื่อนถึงห้าปี จะสามารถเป็อัจฉริยะได้ในเวลาอันสั้นนี้ได้เช่นใดกัน
อีกหนึ่งคนที่นอกจากจะรู้สึกตกตะลึงเช่นกันแล้ว ก็ยังรู้สึกขุ่นเคืองใจเป็อย่างมากคือ พระมเหสีอินฮอน แผนการที่นางวางไว้อย่างดี ที่้าให้หลานสาวได้รับชัยชนะ และประทานราชโองการ ให้แต่งงานกับองค์ชายสาม กลับถูกฮายอนทำจนพัง เพียงเพราะความสามารถที่เก่งกาจเหนือผู้คนของนาง
“สมบูรณ์แบบจริงๆ ” โอรส์กล่าวออกมาด้วยความชื่นชม พร้อมกับประกาศยุติการแข่งขันทันที แม้ว่าจะยังไม่หมดเวลา เนื่องด้วยสตรีคนอื่นแม้หมดเวลาแล้วก็คงยังมิสามารถแก้กระดานหมากได้สำเร็จ อีกทั้งก็คงไม่สามารถทำคะแนนชนะฮายอนได้อีก เนื่องจากทุกกระดานถูกแก้สำเร็จไปหมดแล้ว ด้วยฝีมือของนาง
ตำแหน่งยอดบุปผางาม จึงตกเป็ของคุณหนูซอฮายอน จากตระกูลซอ อย่างไม่ต้องสงสัย การแข่งขันที่ผ่านมาแม้จะมีที่เสมอกันหนึ่งประเภท แต่อีกสามประเภทที่เหลือนั้น คุณหนูยองอึนไม่สามารถเอาชนะ และทำตัวให้โดดเด่นสะดุดสายตาได้เท่าฮายอน และยิ่งการแข่งสุดท้ายยิ่งตอกย้ำความพ่ายแพ้ของคุณหนูยองอึน เพียงเพราะฮายอนสามารถแก้กระดานหมากที่ไม่เคยมีผู้ใดแก้ได้สำเร็จ
คุณชายยองกี องค์ชายสามและองค์รัชทายาทกำลังจ้องไปที่ฮายอนซึ่งยืนอยู่บนเวที ศีรษะของนางประดับด้วยมงกุฏดอกไม้ ที่แสดงถึงชัยชนะในตำแหน่งยอดบุปผางาม
คนหนึ่ง รู้สึกยากจะเชื่อว่าสตรีสติฟั่นเฟื่อนผู้นั้น กลับกลายเป็สตรีอัจฉริยะในเวลาอันสั้นได้อย่างไร และยังรู้สึกเสียดาย เสียหน้าที่ปล่อยสตรีผู้นี้หลุดมือไป
อีกสองนั้น รู้สึกอยากสตรีตรงหน้าเสียให้ได้ ทั้งสองกำลังคิดวางแผนการในใจเพื่อทำให้นางมาอยู่ในของตนให้จงได้