ในวังหลวง
ข่าวการที่ ฮองเฮา ถูกกักบริเวณกระจายไปทั่ววังหลวงอย่างรวดเร็ว ทุกตำหนักต่างเต็มไปด้วยเสียงกระซิบกระซาบและการนินทาที่ร้อนแรง
“ฮองเฮาถูกกักบริเวณหรือ? นี่มันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน”
“หรือฝ่าากำลังคิดจะปลดฮองเฮา?”
“บางทีตำแหน่งฮองเฮาอาจตกไปอยู่ในมือของกุ้ยเฟย” เสียงซุบซิบเหล่านี้ดังก้องไปทั่ว แม้แต่ขุนนางในราชสำนักเองก็เริ่มตั้งคำถามถึงความมั่นคงของตำแหน่งฮองเฮา
ในตำหนักของไป๋อวี้หลัน
ไป๋อวี้หลัน นั่งอยู่หน้ากระจกเงา นางปล่อยให้เสียงนินทาเ่าั้ไหลผ่านเข้าหูด้วยความสงบ ใบหน้าของนางไม่แสดงอารมณ์ใด แต่ดวงตาเต็มไปด้วยความมั่นคง
“พวกเขาคิดว่าข้ากำลังจะแย่งตำแหน่งฮองเฮา” นางพึมพำเบาๆ “บางที…พวกเขาก็ไม่ได้คิดผิดเสียทีเดียว”
นางกำนัลคนสนิทเข้ามากระซิบ “พระสนมเพคะ ข่าวลือเริ่มกระจายไปมากขึ้น มีบางคนคาดการณ์ว่าฮองเฮาอาจถูกปลดจริงๆ”
อวี้หลันยิ้มบางๆ “ปล่อยให้พวกเขาพูดกันไป ยิ่งพวกเขาพูดถึงข้ามากเท่าไร ข้าก็ยิ่งได้เปรียบ”
ขณะเดียวกัน หลี่หย่งเทียนกำลังซุ่มรวบรวมหลักฐานการฏของ องค์ชายสาม หลี่หยางเหอ โดยมีทหารที่ภักดีต่อพระองค์ทำงานอย่างลับๆ
“พวกเขาเคลื่อนไหวไปถึงไหนแล้ว?” พระองค์ถามเสียงต่ำ
ทหารคนสนิทถวายรายงาน “เราพบว่ามีกลุ่มขุนนางที่สนับสนุนองค์ชายสามกำลังวางแผนรวบรวมกำลังทหารในเขตชายแดน ขณะนี้พวกเขากำลังเตรียมเคลื่อนไหว”
หลี่หย่งเทียนกำหมัดแน่น ดวงตาของพระองค์ฉายแววกราดเกรี้ยว “ข้าจะไม่ปล่อยให้หลี่หยางเหอก่อฏได้สำเร็จ เราต้องเปิดโปงมันให้ได้ก่อนที่มันจะลงมือ”
แม้พระองค์จะมุ่งมั่นที่จะกำจัดองค์ชายสาม แต่ในใจลึกๆ พระองค์ยังไม่ละสายตาจาก ไป๋อวี้หลัน
“หลังจากข้าจัดการหลี่หยางเหอได้สำเร็จ…ข้าจะกลับไปจัดการเ้าไป๋อวี้หลัน เ้าจะต้องชดใช้ทุกสิ่งที่เ้าทำ”
ในขณะที่ทุกคนในวังหลวงต่างตกอยู่ในกระแสข่าวลือ อวี้หลันยังคงเดินหน้าตามแผนของตน นางรู้ดีว่าการกำจัดหลี่หยางเหอคือกุญแจสำคัญที่จะทำให้ตนเองขึ้นสู่จุดสูงสุดได้
“หลี่หยางเหอ…เ้าอาจคิดว่าเ้าใช้ข้าเป็เครื่องมือ แต่ข้าจะไม่ยอมเป็เพียงหมากในเกมของเ้า”
“ในเงามืดของวังหลวง…เกมแห่งอำนาจกำลังเดินหน้าอย่างไม่มีวันหยุด และผู้ที่ผิดพลาดแม้เพียงก้าวเดียว ย่อมต้องพ่ายแพ้”
ในตำหนักของฮองเฮา
ภายในตำหนักที่บัดนี้เงียบสงัดเพราะการกักบริเวณ ฮองเฮา นั่งอยู่บนตั่งไม้ ดวงตาเต็มไปด้วยความเกลียดชังและโกรธแค้น เมื่อคิดถึงเื่ที่ฝ่าาลงโทษนางเพราะ ไป๋อวี้หลัน ความอัปยศครั้งนี้คือสิ่งที่นางไม่อาจทนได้
“ข้าจะไม่ปล่อยให้นางได้อยู่สุขสบาย!” ฮองเฮาตรัสเสียงเย็น
“พระองค์จะทำเช่นไรเพคะ?” นางกำนัลคนสนิทถามด้วยน้ำเสียงลังเล
ฮองเฮาหรี่ตาลง “ข้าจะให้นางรับรู้ถึงความเ็ป… แบบที่ข้าต้องทน และข้าจะไม่ปล่อยให้นางได้มีโอกาสขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดในวังหลังนี้”
ฮองเฮาหันไปมองนางกำนัลด้วยรอยยิ้มเ็า “จงนำกำยานหอมไปถวายที่ตำหนักกุ้ยเฟย บอกว่านี่เป็ของขวัญแทนคำขอโทษของข้า”
“แต่…” นางกำนัลอ้ำอึ้ง “หากฝ่าาทรงทราบ…”
“ฝ่าาไม่มีวันทราบ” ฮองเฮากล่าวขัด “และกำยานนั้นจะไม่ทำให้นางตายทันที มันเป็เพียงพิษอ่อนๆ หากดมไปทุกวัน ร่างกายของนางจะค่อยๆ อ่อนแอลง และในที่สุด…นางจะตายอย่างช้าๆ โดยไม่มีใครสงสัย” นางกำนัลก้มศีรษะรับคำ แม้จะรู้สึกหวั่นใจ แต่ก็ไม่กล้าขัดคำสั่ง
ในตำหนักของไป๋อวี้หลัน
หลายวันต่อมา นางกำนัลของฮองเฮาได้นำกำยานหอมมาถวายยังตำหนักของ ไป๋อวี้หลัน “พระสนมเพคะ กำยานนี้เป็ของขวัญแทนคำขอโทษจากฮองเฮาเพคะ”
อวี้หลันมองกำยานที่ถูกตกแต่งอย่างสวยงาม ดวงตาของนางฉายแววสงสัย แต่ก็ไม่ได้แสดงอาการออกมา นางเพียงยิ้มบางๆ “ฝากขอบคุณฮองเฮาด้วย ข้าจะรับไว้”
หลังจากนั้น กำยานถูกจุดในตำหนักของนางทุกวัน กลิ่นหอมละมุนแผ่กระจายไปทั่ว จนไม่มีใครทันสังเกตถึงความผิดปกติ
ผ่านไปหลายวัน ไป๋อวี้หลัน เริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติในร่างกาย นางมักมีอาการอ่อนเพลียและเวียนศีรษะโดยไม่มีสาเหตุ
“ข้ารู้สึกเหนื่อยง่ายขึ้น…หรือข้าจะพักผ่อนไม่เพียงพอ?” นางพึมพำ ขณะนั่งอยู่ในตำหนัก
นางกำนัลคนสนิทสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลง แต่ไม่ได้คิดว่านี่เป็เื่ร้ายแรง “พระสนมเพคะ อาจเป็เพราะ่นี้พระองค์ทรงทำงานหนักไป หม่อมฉันจะเตรียมยาบำรุงมาให้เพคะ”
ขณะเดียวกันในตำหนักที่เงียบงัน ฮองเฮา นั่งอยู่บนตั่ง ดวงตาของนางฉายแววพึงพอใจ เมื่อได้รับรายงานว่าไป๋อวี้หลันเริ่มมีอาการอ่อนแอ
“จงดมมันต่อไป… และอีกไม่นาน เ้าจะได้ัักับความเ็ปแบบที่ข้ารู้สึก”
ในใจของไป๋อวี้หลัน
แม้นางจะเริ่มรู้สึกถึงบางสิ่งที่ไม่ปกติ แต่ความทะเยอทะยานของนางกลับผลักดันให้นางไม่สนใจสุขภาพของตนเอง “ไม่ว่าข้าจะต้องเ็ปแค่ไหน… ข้าก็จะไม่มีวันหยุดเดินหน้าสู่เป้าหมาย”