เกิดใหม่ยุค 90 ทวงคืนวาสนาตัวข้าในวัย 8 ขวบ! 【จบ】

    เล่มที่ 3 บทที่ 71 เบื้องหลังเด็กแสบมักมีผู้ปกครองที่เข้าข้างลูกผิดๆ (1)

            ในโรงเรียน พวกนักเรียนมักจะเล่นเกมเล็กๆ น้อยๆ กัน หนึ่งในนั้นคือเกมที่ใช้กระดาษสองแผ่นพับเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส โดยที่ด้านหนึ่งของสี่เหลี่ยมจัตุรัสนั้นจะมีรูปสามเหลี่ยมสองรูปที่สมมาตรกันปรากฏอยู่ คนท้องถิ่นเรียกสิ่งนี้ว่า “ตบแผละ”

            “ตบแผละ” เล่นยังไง?

            ฝ่าย ก และฝ่าย ข จะมี “ตัวตบ” คนละอัน จากนั้นฝ่าย ก จะวางตัวตบของตนเองไว้บนพื้นก่อน ฝ่าย ข จะใช้ตัวตบฟาดลงไปข้างๆ หากสามารถทำให้ตัวตบของฝ่าย ก พลิกหน้าเป็นหลังได้ เขาก็จะชนะ และฝ่าย ก ที่ถูกตบจนพลิกจะต้องมอบตัวตบของตนเองให้ฝ่าย ข แต่ถ้าฝ่าย ข ไม่สามารถทำให้พลิกได้ ก็จะเปลี่ยนให้ฝ่าย ก เป็นฝ่ายฟาดบ้าง กติกาเหมือนกัน

            โดยทั่วไปแล้ว คนที่แพ้จะต้องมอบตัวตบของตนเองให้กับฝ่ายที่ชนะอย่างไม่มีข้อโต้แย้ง แต่จางเจี้ยนทุกครั้งที่เล่นเกมนี้กับคนอื่น มักเป็นพวกขี้แพ้ชวนตี

            เมื่อเขาแพ้และถูกยึดตัวตบไปตามกติกา ตอนแรกเขายังพอทนได้ แต่พอแพ้หลายครั้งเข้าก็ทนไม่ไหว วิ่งแจ้นกลับบ้านไปฟ้องพ่อแม่ว่าถูกรังแก แม่ของจางเจี้ยนจึงบุกมาโรงเรียนเพื่อทวงความยุติธรรมให้ลูกชาย

            หลังจากเกิดเรื่องแบบนี้หลายครั้ง ก็ไม่มีใครอยากเล่นเกมที่ต้องเดิมพันแพ้ชนะกับจางเจี้ยนอีก

            ครั้งนี้จางเจี้ยนถูกฉินหยวนเฟิงกับหวังกังซ้อมจนยับขนาดนี้ แม่ที่หวงลูกปานไข่ในหินจะยอมปล่อยเรื่องนี้ไปง่ายๆ หรือ?

            เมื่อเห็นลูกสาวถือตะเกียบนิ่งค้างทำท่าครุ่นคิด หลินกั๋วผิงก็อดหัวเราะไม่ได้ “เสียวเสวี่ย ไม่กินข้าว มัวแต่คิดอะไรอยู่ลูก?”

            เสียวเสวี่ยหัวเราะแห้งๆ “หนูไม่ได้คิดอะไรนี่คะ... พ่อคะ วันนี้พ่อขายซาลาเปาหมดไหมคะ?”

            พอพูดถึงเรื่องขายซาลาเปา หลินกั๋วผิงก็กระตือรือร้นขึ้นมาทันที “ขายหมดเกลี้ยงเลย! ขายดีมาก... เสียวเสวี่ย พ่อว่าสิ้นปีนี้บ้านเราคงซื้อโทรทัศน์ได้แล้วล่ะ”

            หาเงินซื้อโทรทัศน์สักเครื่องเป็นความฝันของสองพ่อลูก มีโทรทัศน์แล้วก็ไม่ต้องบากหน้าไปขอดูบ้านคนอื่นเขาอีก

            เมื่อได้ยินพ่อบอกข่าวดี ดวงตาของเสียวเสวี่ยก็เป็นประกายวิบวับ “ดีจังเลยค่ะพ่อ! หนูอยากซื้อทีวีสี ทีวีขาวดำดูไม่เห็นน่าสนุกเลย มีแค่สีขาวกับสีดำสองสีเอง ถ้าเป็นทีวีสีก็จะมีสีสันหลากหลาย ดูแล้วสบายตากว่าเยอะเลยค่ะ”

            หลินกั๋วผิงพยักหน้า “ได้สิลูก เราจะซื้อทีวีสีกัน”

            เป็นไปตามที่เสียวเสวี่ยคาดการณ์ไว้ไม่มีผิด จางเจี้ยนถูกฉินหยวนเฟิงกับหวังกังยำจนน่วมขนาดนั้น พ่อแม่ของเขาย่อมไม่ยอมเลิกราง่ายๆ แน่นอน ถึงแม้ว่าลูกชายตัวดีจะเป็นฝ่ายผิดก่อนก็ตาม

            เช้าวันรุ่งขึ้น เมื่อเสียวเสวี่ยมาถึงหน้าประตูโรงเรียน ก็ได้ยินเสียงแว้ดๆ ของแม่จางเจี้ยนดังลั่นออกมาจากห้องเรียนของฉินหยวนเฟิง

            เสียวเสวี่ยรีบเร่งฝีเท้า ตอนนี้หน้าห้อง ป.3/2 ที่ฉินหยวนเฟิงเรียนอยู่มีคนมุงล้อมกันแน่นขนัด

            แม่ของจางเจี้ยนยืนเท้าสะเอวอยู่บนแท่นหน้าชั้นเรียน ชี้หน้าด่าฉินหยวนเฟิงกับหวังกังอย่างสาดเสียเทเสีย

            “ไอ้พวกเด็กเวร! มีแม่แต่ไม่มีใครสั่งสอน! พวกแกกล้าดียังไงมาทำลูกฉันเจ็บขนาดนี้? คุกเข่าขอโทษลูกฉันเดี๋ยวนี้!”

            ฉินหยวนเฟิงและหวังกัง “...”

            “แม่จางเจี้ยนครับ ลูกชายคุณต่างหากที่ขโมยเงินของฉินหยวนเฟิงก่อน พวกผมก็เลยต้องสั่งสอน... หัวขโมยก็ต้องโดนซ้อมสิครับ ผิดตรงไหน?”

            หวังกัง หัวหน้าห้องผู้ใจกล้าเอ่ยสวนอย่างมั่นใจ ดวงตาเล็กหยีของเขาสบเข้ากับดวงตาสามเหลี่ยมที่ลุกเป็นไฟของแม่จางเจี้ยนอย่างไม่เกรงกลัว

            ฉินหยวนเฟิงรีบเสริมทัพ “จางเจี้ยนขโมยเงินผมก่อนจริงๆ ครับ เขาขโมยเงินผม โดนซ้อมแค่นี้ยังน้อยไปด้วยซ้ำ”

            “ฉันไม่ได้ขโมย! พวกมันใส่ร้ายฉัน!” จางเจี้ยนตะโกนเสียงหลง ยืนกรานปฏิเสธเสียงแข็ง แน่นอนว่าแม่บังเกิดเกล้าย่อมเลือกเชื่อลูกชายตัวเองมากกว่าหลักฐานใดๆ

            ทันใดนั้นหลินหงเหมยที่กลัวว่าเรื่องจะไม่ใหญ่พอ ก็ก้าวออกมาผสมโรง “คุณน้าคะ น้องชายถูกใส่ร้ายค่ะ! น้องชายเป็นเด็กดี จะไปขโมยเงินคนอื่นได้ยังไงกันคะ?”

            จังหวะเดียวกัน หวังเหว่ยไฉก็โผล่หน้ามาช่วยรุม “ใช่ครับ! ฉินหยวนเฟิงกับหวังกังรังแกจางเจี้ยนชัดๆ ผมเห็นกับตา!”

            หลินหงเหมยชอบดูเรื่องสนุกไม่กลัวเรื่องบานปลาย ส่วนหวังเหว่ยไฉก็แค่อยากแก้แค้นฉินหยวนเฟิงเป็นการส่วนตัว

            นักเรียนคนอื่นๆ ในห้อง บางคนเลือกที่จะดูละครเงียบๆ ส่วนพวกที่หมั่นไส้จางเจี้ยนมานานแล้วก็แอบเอาใจช่วยฉินหยวนเฟิงกับหวังกังอยู่ในใจ

            ยิ่งได้ยินเด็กๆ เถียงคำไม่ตกฟาก แม่ของจางเจี้ยนก็ยิ่งโมโห เธอถลันเข้าไปหมายจะกระชากคอเสื้อหวังกังกับฉินหยวนเฟิง ตั้งใจจะลงไม้ลงมือสั่งสอนเด็กปากดีพวกนี้ให้หลาบจำ ด้วยความได้เปรียบทางสรีระที่เป็นผู้ใหญ่ร่างยักษ์ ต่อให้เด็กสองคนจะเก่งแค่ไหน ก็เป็นแค่ลูกไก่ในกำมือ

            ฉินหยวนเฟิงกับหวังกังรู้ตัวว่าสู้แรงไม่ได้ จึงพยายามจะวิ่งหนี แต่หน้าประตูห้องเรียนถูกฝูงชนออจนแน่นขนัดจนปิดทางหนีทีไล่หมด

            ในวินาทีวิกฤตนั้นเอง เสียงสวรรค์ก็ดังขึ้น

            “ครูหลิวมาแล้ว! ครูหลิวมาแล้ว!”

            ครูหลิวคือครูประจำชั้นจอมโหดของห้องนี้

            พอได้ยินชื่อครูหลิว เหล่าชาวมุงทั้งหลายที่อออยู่หน้าห้องก็แตกฮือเหมือนผึ้งแตกรัง เปิดทางโล่งทันที

            เจ้าของเสียงเตือนภัยนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน... เสียวเสวี่ย นั่นเอง

            เธอต้องการเปิดทางหนีทีไล่ให้เพื่อน จึงตะโกนหลอกล่อออกไป ฉินหยวนเฟิงหูไวจำเสียงเสียวเสวี่ยได้แม่นยำ พอเห็นทางสะดวกเขาก็ไม่รอช้า รีบพุ่งตัววิ่งฝ่าวงล้อมออกไปทันที โดยมีหวังกังวิ่งตามติดมาติดๆ

            แม่ของจางเจี้ยนคว้าไม้เรียววิ่งไล่กวดเด็กสองคนออกไป ท่าทางดุดันเกรี้ยวกราดราวกับนางยักษ์ขมูขี ใครเห็นเป็นต้องหวาดกลัว

            เมื่อเห็นเพื่อนทั้งสองหนีรอดไปได้ เสียวเสวี่ยก็ถอนหายใจโล่งอก

            ฉินหยวนเฟิงกับหวังกังหัวไวพอตัว พวกเขาวิ่งตรงดิ่งไปยังห้องพักครูใหญ่ บังเอิญว่าครูใหญ่เพิ่งจะมาถึงห้องทำงานพอดี

            ถึงแม้แม่ของจางเจี้ยนจะบ้าบิ่นแค่ไหน แต่เธอก็ยังพอรู้จักกาละเทศะอยู่บ้าง เมื่อเห็นฉินหยวนเฟิงกับหวังกังวิ่งเข้าไปหลบภัยในห้องครูใหญ่ เธอก็ไม่กล้าบุกเข้าไปอาละวาดต่อ จึงเปลี่ยนเป้าหมายเดินปึงปังตรงไปยังห้องพักของครูหลิวแทน

            การที่แม่ของจางเจี้ยนมาอาละวาดที่โรงเรียนบ่อยๆ ทำให้ครูหลิวหมิงปวดเศียรเวียนเกล้าจนอยากจะลาออกวันละหลายรอบ

            เมื่อฉินหยวนเฟิงกับหวังกังถึงมือครูใหญ่ เรื่องราววิวาทของเด็กประถมจึงกลายเป็นวาระแห่งชาติไปโดยปริยาย

            ครูใหญ่ของโรงเรียนหมู่บ้านต้าเหอแซ่จ้าว

            ครูใหญ่จ้าวลงมาจัดการเรื่องนี้ด้วยตนเอง เขาพาคู่กรณีทั้งสอง พร้อมด้วยครูหลิวและแม่ของจางเจี้ยน กลับไปยังห้องเรียน ป.3/2 ที่เกิดเหตุ

            “ครูใหญ่คะ! ดูสิคะ ลูกชายฉันถูกไอ้เด็กนรกสองตัวนี้รุมซ้อมจนน่วมไปหมดแล้ว! บ้านเราไม่เรียกร้องค่ารักษาพยาบาลสักแดงเดียว ขอแค่ให้พวกมันคุกเข่าขอโทษลูกฉันต่อหน้าทุกคน ฉันก็จะยอมจบเรื่องค่ะ!”

            แม่ของจางเจี้ยนชี้ไปที่ใบหน้าบวมเป่งราวหัวหมูของลูกชาย พลางคร่ำครวญกับครูใหญ่จ้าว เธอเก็บกรงเล็บนางมารร้ายซ่อนไว้มิดชิด เปลี่ยนบทบาทเป็นคุณแม่ผู้ถูกกระทำที่น่าสงสารทันควัน

            ครูใหญ่จ้าวมองสภาพดูไม่ได้ของจางเจี้ยนแล้วขมวดคิ้ว ก่อนจะหันไปซักฟอกจำเลย

            “นักเรียนฉินหยวนเฟิง... นักเรียนหวังกัง... พวกเธอสองคนทำร้ายจางเจี้ยนจริงหรือเปล่า?”

            ฉินหยวนเฟิงยืดอกรับอย่างลูกผู้ชาย “ผมทำจริงครับครูใหญ่จ้าว ถ้าจะลงโทษก็ลงโทษผมเถอะครับ ผมรู้ตัวว่าผมผิดที่ใช้ความรุนแรง แต่จางเจี้ยนขโมยเงินผม ผมโมโหจนขาดสติ ทั้งที่ความจริงผมควรจะแจ้งครูหลิว”

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ยุค 90 ทวงคืนวาสนาตัวข้าในวัย 8 ขวบ! 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592