เช้าวันใหม่ไม่ได้มาพร้อมกับความหวัง แต่มาพร้อมกับความจริงที่หนักอึ้ง เฉินเฟิงรู้ดีว่าเขาจะอยู่บ้านเฉยๆ ให้เป็เป้านิ่งไม่ได้ สิ่งแรกที่เขาต้องทำคือหา "ที่ยืน" ในสังคมที่เปลี่ยนไป และหาเงินมาจุนเจือครอบครัวโดยไม่พึ่งพาการพนัน
เขาตัดสินใจไปสมัครงานเป็พนักงานส่งของในตลาดค้าส่งใกล้บ้าน ร่างกายที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างหนักในคุกทำให้เขาแบกหามของหนักได้โดยไม่ปริปากบ่น แม้สายตาของคนรอบข้างที่รู้ประวัติเขาจะมองมาด้วยความเหยียดหยาม แต่เฉินเฟิงกลับนิ่งสงบดุจผิวน้ำ
"มองอะไรนักหนา! ทำงานไปสิ!" เสียงะโของเถ้าแก่โรงรถดังขึ้นเมื่อเห็นคนงานจับกลุ่มซุบซิบเื่ 'ไอ้คนขี้คุก'
ในขณะที่เฉินเฟิงกำลังเหงื่อท่วมกายอยู่นั้น อีกด้านหนึ่งของเมือง เฉินไห่ กลับกำลังเผชิญกับพายุทางอารมณ์ เขาเดินเตะฝุ่นอยู่ริมถนนด้วยความรู้สึกขัดแย้ง ในใจหนึ่งเขากลัวสิ่งที่พ่อทำในบ่อน แต่อีกใจหนึ่งเขากลับโหยหาความตื่นเต้นและอำนาจที่ได้เห็นจากปลายนิ้วของพ่อ
"อาไห่... ทำไมเดินหน้าบึ้งแบบนั้นล่ะจ๊ะ?"
เสียงหวานใสที่คุ้นเคยดังขึ้น เหมยลี่ ขับรถสปอร์ตสีแดงคันหรูมาจอดเทียบข้างทาง เธอไม่ได้สวมชุดเดรสสีแดงเหมือนวันก่อน แต่มาในชุดลำลองที่ดูเข้าถึงง่ายและเป็มิตร
"พี่เหมยลี่... ผมไม่มีเงินเหลือให้พี่หลอกแล้วนะ" เฉินไห่พยายามเดินหนี
"โถ่ ใครจะไปทำแบบนั้นอีกล่ะ พี่น่ะเสียใจจริงๆ นะเื่วันก่อน" เหมยลี่ทำหน้าเศร้า "พี่ไม่รู้จริงๆ ว่าที่นั่นจะโหดร้ายขนาดนั้น พี่แค่เห็นว่าเธออยากหาเงินช่วยแม่ พี่เลยอยากแนะนำงานดีๆ ให้"
เหมยลี่เปิดประตูรถ "ขึ้นมาสิ พี่มีเื่สำคัญจะบอก... เกี่ยวกับ 'ศัตรู' ของพ่อเธอ"
คำว่า 'ศัตรูของพ่อ' ทำให้เฉินไห่หยุดชะงัก เขาตัดสินใจก้าวขึ้นรถไปอย่างง่ายดาย โดยไม่รู้เลยว่านั่นคือก้าวแรกที่เขากำลังก้าวลงสู่หลุมพรางที่ลึกกว่าเดิม
เหมยลี่พาเฉินไห่มายังคาเฟ่ริมน้ำที่เงียบสงบ เธอเริ่มบทสนทนาด้วยการปั่นหัวเด็กหนุ่มอย่างช่ำชอง
"เธอรู้ไหมว่าทำไมพ่อเธอถึงติดคุก? ไม่ใช่เพราะเขาโชคร้ายหรอก แต่เพราะเขามันเืร้อนและใช้อารมณ์ตัดสินปัญหา" เหมยลี่จิบกาแฟ "และตอนนี้เขากำลังทำแบบเดิม เขาไปกระตุกหนวดเสืออย่างคุณหวังคุน เ้าพ่อใหญ่ของที่นี่ คุณหวังน่ะเป็คนใจกว้างนะ ถ้าพ่อเธอไปกราบขอโทษ เื่ทุกอย่างก็จบ... แต่พ่อเธอเลือกจะหยิ่งศักดิ์ศรี"
"แล้วผมต้องทำยังไง?" เฉินไห่เริ่มคล้อยตาม
"คุณหวังน่ะชอบเด็กหนุ่มที่มีไหวพริบอย่างเธอ" เหมยลี่ขยับเข้าใกล้ "เขาอยากให้โอกาสเธอพิสูจน์ตัวเอง ไม่ใช่การพนันแบบโง่ๆ แต่เป็การ 'คุมเกม' แทนเขา ถ้าเธอทำได้ เธอจะมีเงินหลักแสนส่งให้แม่ทุกเดือน โดยที่พ่อเธอไม่ต้องไปแบกหามของที่ตลาดให้เสียศักดิ์ศรีแบบตอนนี้"
ภาพของพ่อที่หลังขดหลังแข็งแบกกระสอบข้าวสาร ตัดกับภาพความหรูหราที่เหมยลี่หยิบยื่นให้ ทำให้กำแพงในใจของเฉินไห่พังทลาย
"ผมต้องทำอะไรบ้าง?"
"ง่ายมาก... แค่แอบเอาของสิ่งหนึ่งไปวางไว้ในถุงผ้าของพ่อเธอ แล้วถ่ายรูปส่งมาให้พี่" เหมยลี่ส่งห่อกระดาษสีขาวเล็กๆ ให้ "มันคือของขวัญที่คุณหวังอยากจะลองใจพ่อเธอเฉยๆ"
เฉินไห่รับห่อกระดาษมาด้วยมือที่สั่นเทา เขาไม่รู้เลยว่าข้างในนั้นคือยาเสพติดชนิดรุนแรง ซึ่งหากตำรวจตรวจพบ เฉินเฟิงจะต้องกลับเข้าคุกตลอดชีวิตโดยไม่มีโอกาสได้ออกมาเห็นแสงเดือนแสงตะวันอีก
ตกเย็น เฉินเฟิงกลับบ้านมาด้วยความเหนื่อยล้า เขาเห็นเฉินไห่นั่งเงียบๆ อยู่ในมุมมืดของห้อง
"กินข้าวหรือยังไห่? พ่อซื้อหมูแดงที่เ้าชอบมาให้" เฉินเฟิงพยายามชวนคุย
"ไม่ต้องมายุ่ง! เก็บเงินเอาไว้ไปเล่นพนันเถอะ!" เฉินไห่ตวาดแล้วเดินหนีเข้าห้องไป
เฉินเฟิงถอนหายใจยาว เขาเดินไปวางถุงผ้าใบเก่งไว้บนโต๊ะไม้ โดยหารู้ไม่ว่าเงาของลูกชายกำลังจ้องมองเขาจากรอยแตกของบานประตู พร้อมกับห่อกระดาษมรณะในมือ
ในเสี้ยววินาทีนั้น หูของเฉินเฟิงขยับเล็กน้อย... เขาสังเกตเห็นความผิดปกติจากเสียงลมหายใจของลูกชายที่ติดขัดและรวดเร็วเกินไป
วิชาฟังเสียงมัจจุราช บอกเขาว่า... มีบางอย่างที่ไม่ถูกต้องกำลังเกิดขึ้นในบ้านหลังนี้!