สงสัยฉันคงโชคดีละมั้งถ้าไม่นับรวมสถานการณ์ที่เจอก่อนหน้าอ่านะ =_=
06:02 p.m.
“ไปไหนครับน้องคนสวยของพี่?” พี่วินหลังมอเอ่ยถามด้วยท่าทางขี้เล่นแบบเดิมกับที่ฉันเจอมาตลอดหนึ่งปีหลังจากได้เข้ามาเรียนในมหา’ ลัยนี้ และผู้ชายคนนี้ก็มักจะเล่นหูเล่นตาตลอดทั้งที่ตัวเองก็มีเมียมีลูกแล้ว
“เหลียนภัตตาคารค่ะ” ฉันตอบแบบขอไปที อุตส่าห์เลือกเวลาออกมาที่คาดว่าพี่เขาจะไม่ได้ขับวินแล้วนะ แต่ดันไม่ใช่อย่างที่คิดซะงั้น สุดท้ายเลยได้แต่กรอกตามองบนแทน
พักผู้ชายคนนี้ไปก่อน เรามาอัปเดตกันดีกว่าว่าหนึ่งปีที่ผ่านมาของฉันมันเกิดอะไรขึ้นบ้าง
อันดับแรกเลยคือผู้หญิงคนนั้นเธอปลอดภัยดีหลังจากที่ได้ฟังมาจากพี่พนักงานคนเดิม ฉันเลยโล่งอกมากจนปล่อยโฮออกมาอย่างน่าอาย
ส่วนเื่ที่สองผู้ชายหลังกว้างคนนั้นก็หายไปเลย ฉันไม่เคยเจอเขาเลยสักครั้งตลอดระยะเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมา จนเผลอคิดไปว่าเขาอาจไม่ใช่คนหรือเปล่า...
และอีกเื่ที่ฉันได้เรียนรู้คือไม่ว่าจะเป็ชื่อโรงรับจำนำหรือสัญลักษณ์หมาป่าอะไรนั่น พี่แจมได้สอนฉันมาหมดแล้วเพียงแค่วันนั้นฉันดันเอาแต่กลัวจนลืมไปหมด
แต่ฉันก็ไม่พลาดที่จะเล่าทุกอย่างให้พี่แจมฟัง และทางนั้นเองก็ใมากจนฉันได้แต่คอยบอกให้รีบสงบจิตสงบใจก่อนไม่งั้นหลานจะพลอยใไปด้วย
อืม...เหตุผลที่พี่แจมกลับบ้านนอกก็เพราะท้องนี่แหละเลยทำงานต่อไม่ได้ แถมพ่อเด็กก็แย่มากเพราะเขาไม่คิดที่จะรับผิดชอบพี่แจมเลย
สุดท้ายพี่แจมเลยต้องกลับบ้านนอกแทน
ก็พอจะรู้แล้วว่าทำไมพี่แจมถึงได้ย้ำนักย้ำหนาว่าห้ามไปหลงกลคนเขตนี้
“เมื่อไรน้องเดือนดาวของพี่จะยอมรับพี่สุดหล่อคนนี้เข้าไปในหัวใจสักทีน้า”
“ฮะ?! อะไรนะคะ” แต่ด้วยความที่พี่แกพูดขณะขับรถเลยทำให้ฉันได้ยินแต่เสียงลม
“พี่บอกว่า...”
“โอ๊ย ไม่ได้ยินเลย” จากนั้นฉันก็แกล้งพูดว่าไม่ได้ยินต่อเมื่อพี่เขาชะลอความเร็วลง
“พี่จะบอกว่าน้องเดือนดาว...”
“อุ๊ย! จอดตรงนี้เลยก็ได้ค่ะ” ฉันรีบพูดแทรกก่อนจะตวัดขาลงจากรถอย่างไวและยัดเหรียญที่เตรียมไว้ลงหน้าตะกร้ารถ
จากนั้นก็ใส่เกียร์หมาวิ่งไปตึกข้างหน้า
“ดะ...เดี๋ยวสิน้องเดือนของพี่!”
เหลียน (莲) ภัตตาคาร
“…” ฉันนั่งมองซ้ายมองขวาสำรวจสิ่งที่เห็นด้วยสายตาตื่นใ เพราะไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็มีแต่ของตกแต่งที่เป็ัและทองเต็มไปหมด
แถมทางเข้าก็มีแต่คนต่างชาติเดินไปมา ถึงฉันจะไม่ได้เข้าทางนั้นแต่ก็คิดว่าในร้านนี้คงมีแต่ลูกค้าคนต่างชาติเยอะแน่
หลังจากแยกกับพี่วินฉันก็มาทางหลังร้านตามที่พี่แจมเคยบอกไว้ จากนั้นก็มาขอเข้าพบพี่ผู้จัดการก่อนจะบอกไปว่าฉันคือคนที่พี่แจมแนะนำมา
วันนี้เป็วันแรกที่ฉันมารายงานตัวเพื่อเข้าทำงานในภัตตาคารสุดหรูแห่งนี้ พี่แจมเคยบอกว่าไม่ใช่เื่ง่ายเลยที่จะได้เข้ามาทำงานที่นี่ แต่ดีที่พี่แจมลาออกจึงทำให้มีที่ว่างและฉันก็เข้ามาเสียบแทนอย่างที่เห็น
“คุณฐิตา จันทรประการ” เสียงเรียกทำให้ฉันหลุดออกจากภวังค์ความคิด
“หนูค่ะ”
วันหยุดสุดสัปดาห์
เหลียน (莲) ภัตตาคาร
08:12 p.m.
“ขอโทษด้วยนะน้องเดือนที่พี่เรียกออกมากะทันหัน” พี่ผู้จัดการเดินเข้ามาจับมือฉันแล้วเขย่าเบา ๆ พลางทำหน้ารู้สึกผิด
“เดือนว่างอยู่แล้วไม่ต้องขอโทษหรอกค่ะ อันที่จริงเหงาด้วย ดีใจนะที่พี่รุ้งเรียกเดือนมา” ฉันเองก็บีบมือเธอตอบพลางส่งยิ้มน่ารักไปให้
พี่คนนี้เธอชื่อรุ้งเป็ผู้จัดการของที่นี่และเป็คนที่รับฉันเข้ามาทำงานด้วย เธอเป็เพื่อนรักพี่แจมก็เลยเอ็นดูฉันมาก ก็พี่แจมเล่นเล่าแต่เื่ของฉันให้เธอฟัง เธอเลยดีใจที่ได้เจอฉัน
ตอนแรกก็กังวลเพราะกลัวจะกลายเป็เหมือนเพื่อนในมหา’ ลัย สรุปดันดีเกินกว่าที่คาดไว้มาก
พี่เขาใจดีกับฉันและเป็กันเองแม้จะรู้จักกันได้ไม่นาน
ห้องประชุม
“ในเมื่อมากันครบแล้วพี่จะเริ่มเลยแล้วกัน”
“อย่างที่ทุกคนรู้กันเนอะว่าพรุ่งนี้จะเป็วันสำคัญมากและห้ามผิดพลาดเด็ดขาด เพราะฉะนั้นวันนี้พี่จะแบ่งหน้าที่แต่ละโซนว่าใครทำอะไรที่ไหน” ฉันพยักหน้ารับพลางลอบมองคนอื่นที่เริ่มทำหน้าตาจริงจัง
ถึงจะไม่รู้เื่กับเขาว่ามันคือวันอะไรแต่ก็ตามน้ำไปก่อนดีกว่า
หลายนาทีผ่านไป
การประชุมจบลงโดยที่ฉันมีหน้าที่ค่อยช่วยอยู่ในครัวไปก่อนเพราะเป็เด็กใหม่ ฉันเองที่ยังไม่พร้อมเสี่ยงในวันสำคัญก็ดีใจมากที่ได้อยู่ในครัว และก็ได้รู้ว่าวันสำคัญที่ว่าก็คือการรวมตัวกันของผู้มีอิทธิพลแต่ละเขต
หลังจากอยู่มาหนึ่งปีฉันก็พอรู้คร่าว ๆ มาบ้างว่าแต่ละเขตจะมีผู้นำดูแลไม่ให้เกิดเื่ผิดปกติกับเขตตัวเอง และคนพวกนั้นก็น่ากลัวมาก คล้ายกับแก๊งมาเฟีย แต่ส่วนใหญ่คนที่อยู่ระดับสูงจะไม่มาให้เห็นง่าย ๆ หรอก ส่วนใหญ่ก็จะเป็พวกชายชุดดำที่ฉันเคยเจอนั่นแหละ
และอีกเื่ที่สำคัญมากคือผู้นำของแต่ละเขตไม่ถูกกันชนิดที่เรียกว่าถ้าแกหลงมาเหยียบเขตฉันนั่นเป็วันที่ชะตาของแกได้ขาดลงแล้ว
ฉันเลยงงไงว่าทำไมพรุ่งนี้เขาถึงจะมารวมตัวกันล่ะ แบบนี้คงจะไม่มีเื่นองเืหรอกใช่ไหม
“ทำหน้าแปลกจังเดือน” พี่ที่เป็หัวหน้างานแยกอีกทีเอ่ยถามฉันเสียงสั่นและปิดปากหัวเราะตามหลัง
เธอต้องมาพาฉันทัวร์ร้านพร้อมกับอธิบายงานก่อนวันจริงก็เลยทำให้ฉันยังต้องอยู่ที่นี่ต่ออีกสักพัก
“เดือนไม่เข้าใจว่าทำไมคนที่ไม่ถูกกันถึงได้มารวมตัวกัน”
“แจมไม่ได้เล่าให้ฟังเหรอ” เธอถามต่อ
“ไม่ค่ะ หรืออาจจะเล่าแต่เดือนลืมเอง” ฉันหัวเราะแห้ง
ที่จริงมันก็เป็ปัญหาแค่กับผู้นำนะ เพราะถ้าเป็ชาวบ้านอย่างฉันก็เข้าออกได้ปกติเพียงแต่อาจยากหน่อย ส่วนใหญ่ก็เลยค้าขายกันแต่ในเขตแดนของตัวเองมากกว่า
“ถ้างั้นก่อนที่เราจะไปดูหน้างานเอาเป็ว่าพี่จะทวนความจำให้เดือนก่อนแล้วกันนะ”
“เริ่มจากตรงไหนดี” และเธอก็เหมือนจะพยายามนึกอะไรสักอย่าง
“อืม...คงต้องย้อนกลับไปั้แ่ที่พี่ยังเด็ก พี่ได้ยินจากแม่ของพี่ว่ายุคนั้นทุกเขตอู้ฟู่มาก แถมผู้คุมแต่ละเขตก็ช่วยกันบริหารอย่างดีเพราะพวกเขาเป็เพื่อนรักกัน” ระหว่างที่เล่าเราสองคนก็เดินไปตามทางโดยมีจุดหมายคือห้องครัวของร้าน
“แต่ก็เกิดเหตุการณ์น่าสลดขึ้นมาเมื่อเพื่อนที่เคยรักกันมากเกิดฆ่ากันเอง” ฉันพยักหน้าตาม
ขัดกันเพราะผลประโยชน์หรือเปล่า
ก็สิ่งที่เรียกว่าผู้คุมมันก็เหมือนเป็งานหนึ่งงานที่ทำแล้วได้เงินนี่นา
“และก็มีหนึ่งคนเสียชีวิตในเหตุการณ์นั้นทำให้เื่ราวการแบ่งแยกเขตแดนและตั้งตัวเป็ศัตรูกันเริ่มขึ้นมาั้แ่สมัยนั้นเลย” อย่างนี้นี่เอง จากเพื่อนรักกลายเป็ศัตรู ไม่ได้มีแค่ฉันคนเดียวสินะที่เคยเจอ ถึงแม้จะไม่ใช่สถานการณ์เดียวกันก็ตาม
—————— ༻・ॐ・༺ ——————
ปล.หากอ่านแล้วชอบหยกรบกวนนักอ่านที่น่ารักช่วย กดถูกใจ กดเพิ่มเข้าชั้น และพิมพ์คอมเมนต์ ส่งเข้ามาเป็กำลังให้หยกหน่อยนะคะ ????
————— ꧁༻・ॐ・༺꧂ —————
ฝากกดติดตามกันด้วยน้า : เพจ Sunisayok - นักเขียนนิยาย
(https://www.facebook.com/SunisayokWriter)
—————— ༻・ॐ・༺ ——————