บทที่ 32 พบกับผู้าุโหลินที่ชั้นสองของหอคอยกระบี่ (รีไรต์)
ไปชั้นสองหรือ?
สิ้นเสียงศิษย์พี่หลัวเมิ่งฝานก็หันขวับกลับมามองด้วยความใ
ชั้นสองของหอคอยกระบี่เป็สถานที่ที่เขาปรารถนาจะไปมานานทว่าที่ผ่านมาเขายังไม่กล้าพอที่จะก้าวขึ้นไป
อีกทั้งเขายังรู้สึกว่าตนเองเพิ่งมาถึง และไม่มีคุณสมบัติพอที่จะขึ้นไปยังชั้นสองได้
เขาเฝ้ารอให้ศิษย์พี่หลัวเป็ฝ่ายพาเขาขึ้นไปชั้นสองด้วยตัวเอง และในที่สุดวันนี้ก็มาถึง
"จะไปชั้นสองทำไมหรือศิษย์พี่หลัว?" ถึงอย่างนั้น เมิ่งฝานก็ยังคงถามด้วยความอยากรู้
ก่อนหน้านี้ศิษย์พี่หลัวไม่เคยพูดถึงเื่การพาเขาไปชั้นสองเลย ครั้งนี้เป็เพราะอะไรและพาเขาไปชั้นสองเพื่อทำอะไรกันแน่?
ศิษย์พี่หลัวกล่าวว่า "ถึงเวลาที่ข้าจะพาเ้าไปพบผู้าุโหลินแล้ว เ้าหนู ขนาดจิตอาฆาตกระบี่ของกระบี่ิญญาเ้ายังทนได้ ข้าคิดว่าผู้าุโหลินน่าจะสนใจในตัวเ้าอยู่ไม่น้อยเช่นกัน"
เมื่อได้ยินคำพูดของศิษย์พี่หลัว ใบหน้าของเมิ่งฝานก็เผยความคาดหวังออกมาเล็กน้อย
สำหรับผู้าุโหลินผู้ลึกลับท่านนี้ เขาได้ยินเื่ราวจากปากของศิษย์พี่หลัวมาหลายครั้งแล้ว
พูดตามตรง เขาอยากรู้จริง ๆ ว่าผู้าุโหลินท่านนี้เป็คนอย่างไร
เมิ่งฝานกล่าวอย่างระมัดระวังว่า "ผู้าุโหลินไม่ได้เอ่ยปากเรียกพบหากข้าบุ่มบ่ามไปพบท่านเช่นนี้จะเป็การเสียมารยาทหรือไม่?"
ศิษย์พี่หลัวเห็นท่าทางประหม่าของเมิ่งฝานก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา
เขาพูดอย่างไม่ใส่ใจว่า "เ้าวางใจเถอะ ผู้าุโหลินเป็คนอารมณ์ดีและใจดีมาก"
เมิ่งฝานพยักหน้าและไม่คิดมากอีก
"เหลือเวลาอีกหนึ่งชั่วยามกว่าหอคอยกระบี่จะปิดหลังจากนั้นข้าจะพาเ้าไปพบผู้าุโหลินตอนนี้เ้าเพิ่งถูกจิตอาฆาตของกระบี่ม่ออวิ๋นโจมตีไปพักผ่อนก่อนเถอะ" ศิษย์พี่หลัวกล่าวอย่างใส่ใจ
เมิ่งฝานไม่ได้ฝืนตัวเอง เขากลับไปยังห้องและเริ่มนั่งสมาธิปรับลมปราณ
ในขณะเดียวกัน เขาก็ฝึกฝนวิชากระบี่มารเจ็ดตัดขาดที่เพิ่งเรียนรู้มาในห้วงความคิด
วิชากระบี่มารเจ็ดตัดขาดนี้แข็งแกร่งกว่าที่เมิ่งฝานจินตนาการไว้มาก!
วิชากระบี่ทั้งหมดที่เมิ่งฝานเคยััมา ไม่สามารถเทียบกับวิชากระบี่มารเจ็ดตัดขาดนี้ได้เลย
แม้แต่วิชากระบี่ตัดอารมณ์ไท่ซ่างหรือกระบี่ผ่าูเาที่แข็งแกร่งมากแล้ว ก็ยังห่างชั้นกับวิชากระบี่มารเจ็ดตัดขาดนี้อย่างสิ้นเชิง
เมิ่งฝานรู้สึกราง ๆ ว่าวิชากระบี่มารเจ็ดตัดขาดนี้ได้ก้าวเข้าสู่ระดับของจิติญญากระบี่แล้ว
จิติญญากระบี่ แก่นิญญากระบี่ สิ่งเหล่านี้เป็วิชากระบี่ระดับสูงที่เกี่ยวข้องกับขั้นของหยวนเสิน
ทว่าวิชากระบี่มารเจ็ดตัดขาดนี้ กลับเดินในทางที่ผิดเพี้ยน
มันตกสู่ฝ่ายอธรรม!
กระบี่มารเจ็ดตัดขาด... ในเมื่อชื่อว่ากระบี่มารย่อมเป็วิชากระบี่ฝ่ายอธรรม
แต่เมิ่งฝานไม่ได้รังเกียจหรือหลีกเลี่ยงมัน ฝ่ายอธรรมก็คือวิถีหนึ่ง เมิ่งฝานรู้สึกว่าเขาสามารถศึกษามันได้
อีกทั้งมหามรรคา 'ปฐมกาล' นั้นโอบอุ้มทุกสรรพสิ่ง ไม่ใช่ว่าจะไม่สามารถยอมรับฝ่ายอธรรมได้!
อย่างไรก็ตาม ในขณะที่เมิ่งฝานฝึกฝนวิชากระบี่มารเจ็ดตัดขาดในห้วงความคิด เขาก็ััได้ถึงความผิดปกติ
วิชากระบี่มารเจ็ดตัดขาดนี้น่าสะพรึงกลัวและมีอานุภาพร้ายแรงอย่างยิ่งจริง ๆ
แต่หากใช้วิชากระบี่มารเจ็ดตัดขาดนี้ จะทำให้ตกอยู่ในสภาวะ 'เข้าสู่มาร' จิตสังหารจะะเิออกมาจนยากจะควบคุม
มีความเป็ไปได้สูงที่จะทำร้ายผู้บริสุทธิ์!
แม้จะเป็เพียงการฝึกฝนในห้วงความคิด ไม่ได้นำออกมาใช้ในโลกความเป็จริง แต่เมิ่งฝานก็รู้สึกได้ว่าในหัวของเขาเต็มไปด้วยจิตสังหารอันไร้สิ้นสุดที่้าทำลายล้างทุกสิ่งรอบตัว
"สมกับเป็กระบี่มาร!" เมิ่งฝานหยุดการฝึกในห้วงความคิดและลืมตาขึ้น
ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็สีแดง และยังมีจิตสังหารไหลเวียนอยู่
"มิน่าเล่า จอมมารกระบี่แห่งลัทธิมารเงาผีผู้นั้นถึงมีข่าวลือว่าน่าสะพรึงกลัวและเข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์อย่างบ้าคลั่ง! หากฝึกวิชากระบี่นี้จนถึงขั้นสูงสุดมีความเป็ไปได้สูงว่าจะเสียสติและกลายเป็ร่างจำลองของมารจริง ๆ "
"แต่ว่า วิชากระบี่นี้อานุภาพมันแข็งแกร่งจริง ๆ!"
เมิ่งฝานส่ายหัวและเลิกคิดเื่เหล่านี้
หลังจากปรับลมปราณเป็เวลาหนึ่งชั่วยาม สภาพร่างกายของเขาก็ดีขึ้นมาก และความรู้สึกเจ็บแปลบในหัวก็หายไป
เมื่อถึงเวลาปิดหอคอยกระบี่ ศิษย์พี่หลัวก็มาที่หน้าห้องของเมิ่งฝานและกล่าวว่า "ศิษย์น้องเมิ่ง ไปกันเถอะ ข้าจะพาเ้าไปพบผู้าุโหลิน"
เมิ่งฝานรีบเดินออกจากห้องด้วยความตื่นเต้นเล็กน้อย
เขาเดินตามหลังศิษย์พี่หลัว ก้าวขึ้นบันไดที่มุ่งสู่ชั้นสองของหอคอยกระบี่
บันไดนี้เขาเห็นอยู่ทุกวันแต่ไม่เคยได้ก้าวขึ้นไปเลยสักครั้ง
ไม่นานนักเมิ่งฝานก็ขึ้นมาถึงชั้นสองของหอคอยกระบี่
พื้นที่ของชั้นสองเล็กกว่าชั้นแรกเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้เล็กจนเกินไป
เช่นเดียวกับชั้นแรก ชั้นสองของหอคอยกระบี่มีชั้นวางไม้เรียงราย ซึ่งบนชั้นวางแต่ละแถวล้วนเป็กระบี่ธรรมดา
เพียงแต่กระบี่ที่ชั้นสองทั้งหมดล้วนเป็กระบี่ิญญา
แม้ชั้นแรกจะมีกระบี่ิญญาอยู่บ้าง แต่นั่นก็น้อยนิดราวกับ 'ขนหงส์เขาสัตว์' แต่ที่ชั้นสองนี้กลับไม่มีกระบี่ธรรมดาอยู่เลยแม้แต่เล่มเดียว
เมิ่งฝานมองดูเหล่ากระบี่ิญญาที่ละลานตาด้วยความตกตะลึง
หากเขาสามารถดูดซับจิตอาฆาตกระบี่ของกระบี่เหล่านี้ได้ทั้งหมด จะสะสมรากฐานได้มหาศาลเพียงใด
และหากดูดซับต้นกำเนิดกระบี่ทั้งหมดอีกรอบ ตัวเขาจะสามารถบรรลุถึงระดับใด
ที่สำคัญที่สุดคือหอคอยกระบี่ยังมีชั้นสาม ชั้นสี่ และชั้นห้าอีกด้วย
เมื่อคิดถึงตรงนี้หัวใจของเมิ่งฝานก็ร้อนรุ่มด้วยความตื่นเต้น
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าหอคอยกระบี่แห่งนี้คือดินแดนแห่งโชคลาภของเขาจริง ๆ!
ที่มุมทิศใต้ของชั้นสองหอคอยกระบี่ มีผู้าุโคนหนึ่งนั่งอยู่บนเบาะรองนั่ง ดูเหมือนกำลังหลับตาพักผ่อน
ท่านนี้เป็ผู้าุโจริง ๆ ไม่เหมือนศิษย์พี่หลัวที่เป็ของปลอม
"ผู้าุโหลิน นี่คือศิษย์เฝ้ากระบี่คนใหม่ของหอคอยกระบี่ หลังจากมาที่นี่เขามีผลงานโดดเด่นมาก ข้าจึงพาเขามาพบท่านขอรับ" ศิษย์พี่หลัวเดินมาหยุดตรงหน้าผู้าุโหลินและทำความเคารพ
เมิ่งฝานรีบทำความเคารพตาม พร้อมกับลอบสังเกตผู้าุโท่านนี้อย่างเงียบ ๆ
ฐานะอันสูงส่งของหอคอยกระบี่ ส่วนใหญ่เป็เพราะการมีอยู่ของผู้าุโท่านนี้
เห็นได้ชัดว่า ผู้าุโท่านนี้คือตัวตนที่แข็งแกร่งอย่างยิ่ง
ผู้าุโหลินค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ในพริบตาที่ท่านลืมตา เมิ่งฝานดูเหมือนจะเห็นกระบี่เล่มหนึ่งเลือนลาง
หรือจะพูดให้ถูกคือ ดูเหมือนผู้าุโหลินท่านนี้ได้กลายเป็กระบี่เล่มหนึ่ง
ร่างกายที่เป็มนุษย์ แต่กลับให้ความรู้สึกแก่เมิ่งฝานว่าเป็กระบี่ที่คมกริบ!
'การรวมคนและกระบี่เป็หนึ่ง'
ความคิดนี้ผุดขึ้นมาในหัวของเมิ่งฝาน
หากเป็เมิ่งฝานก่อนที่จะหยั่งรู้ศิลาเทพกระบี่ย่อมไม่มีทางมองสิ่งนี้ออก ต่อให้มีวิถีกระบี่หยั่งรู้เทพก็มองไม่ออก
เพราะวิถีกระบี่หยั่งรู้เทพเป็เพียงพร์ที่ฝืนลิขิตฟ้า แต่ไม่สามารถเพิ่มประสบการณ์ให้แก่เมิ่งฝานได้
แต่การหยั่งรู้ศิลาเทพกระบี่ทำให้เมิ่งฝานมี 'ประสบการณ์' ในวิถีกระบี่เพิ่มขึ้นมากมาย!
การรวมคนและกระบี่เป็หนึ่ง ไม่ใช่ระดับขั้นแต่เป็สภาวะอย่างหนึ่ง
หลายคนฝึกกระบี่ชั่วชีวิต หรือแม้แต่ฝึกจนถึงระดับที่สูงส่งยิ่งก็ยังไม่สามารถก้าวเข้าสู่สภาวะนี้ได้
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าผู้าุโหลินท่านนี้แข็งแกร่งมาก!
ทันใดนั้น เมิ่งฝานก็เต็มไปด้วยความเคารพต่อผู้าุโหลินผู้แปลกหน้าท่านนี้
มนุษย์ย่อมมีความเคารพต่อผู้แข็งแกร่งโดยสัญชาตญาณ
ผู้าุโหลินมองเมิ่งฝานแวบหนึ่ง พร้อมกับเผยรอยยิ้มบาง ๆ บนใบหน้า
"เ้าทำได้ไม่เลว"
น้ำเสียงของท่านอ่อนโยนและสายตาที่มองเมิ่งฝานก็เต็มไปด้วยความพึงพอใจ
เห็นได้ชัดว่าแม้่เวลาที่ผ่านมาเมิ่งฝานจะไม่เคยพบท่าน แต่ท่านต้องคอยเฝ้าสังเกตเมิ่งฝานอยู่แน่นอน
เมื่อได้ยินคำแรกที่ผู้าุโหลินเอ่ยออกมาเป็การชื่นชมเมิ่งฝาน ศิษย์พี่หลัวก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกอิจฉาเล็กน้อย เขาอยู่ที่หอคอยกระบี่มาหลายปี แต่ยังไม่เคยได้รับคำชมจากผู้าุโหลินเลยแม้แต่คำเดียว
นอกจากจะไม่ได้รับคำชมแล้ว เขายังมักจะเห็นแววตาผิดหวังจากผู้าุโหลินอยู่บ่อยครั้ง
ในฐานะศิษย์จดนาม เขาไม่อาจทำให้ผู้าุโหลินพึงพอใจได้จริง ๆ
"คารวะผู้าุโหลิน ข้าคือศิษย์เฝ้ากระบี่คนใหม่ของหอคอยกระบี่ เมิ่งฝานขอรับ" เมิ่งฝานแนะนำตัวอีกครั้ง
ผู้าุโหลินพยักหน้า แสดงว่าจดจำชื่อนี้ได้แล้ว
จากนั้นท่านก็พินิจพิจารณาเมิ่งฝานอย่างละเอียดครู่หนึ่ง
"ความปรารถนาของเ้าคืออะไร?" หลังจากนั้นครู่หนึ่ง ผู้าุโหลินก็เอ่ยถามเมิ่งฝาน
เมิ่งฝานถึงกับงง เขาไม่คิดว่าประโยคแรกที่ผู้าุโหลินคุยกับเขาจะไร้ที่มาที่ไปเช่นนี้
เขานึกถึงรายการวาไรตี้ที่เคยดูในชาติก่อน
พวกอาจารย์ที่เผชิญหน้ากับลูกศิษย์ ประโยคแรกที่พูดคือ "ความฝันของเธอคืออะไร?"
ความปรารถนากับความฝัน ดูเหมือนจะไม่ต่างกันเท่าไหร่นะ
ทำไมถึงรู้สึกคุ้น ๆ เหมือนกำลังจะถูกหลอกให้ฝันหวานกันนะ
...
ครู่ต่อมา เมิ่งฝานมองผู้าุโหลินด้วยความกระอักกระอ่วน ผ่านไปครึ่งค่อนวันก็ยังคิดคำตอบไม่ออก
"เอ่อ... ผู้าุโหลิน ตอนนี้ข้ายังนึกไม่ออกว่าตนเองมีความปรารถนาสิ่งใด"
ผู้าุโหลินยิ้มแล้วลุกขึ้นยืน ยื่นมือมาตบไหล่เมิ่งฝานอย่างแ่เบา
"ไม่รีบ ค่อย ๆ คิด มีเวลาอีกเยอะ"
เมิ่งฝานงงจริง ๆ เขารู้สึกว่าผู้าุโหลินท่านนี้ดูแปลก ๆ
อย่างน้อยการพูดคุยสื่อสารกับผู้าุโหลินท่านนี้ก็รู้สึกขัด ๆ
พูดตามตรง หากเมิ่งฝานกับผู้าุโหลินสลับฐานะกันเมิ่งฝานคงตบหน้าผู้าุโหลินไปฉาดหนึ่งแล้วะโใส่หน้าว่า 'พูดจาให้รู้เื่หน่อย'
น่าเสียดายที่ทำได้เพียงจินตนาการ
ในความเป็จริง เมิ่งฝานกล่าวกับผู้าุโหลินอย่างว่าง่ายว่า "ศิษย์โง่เขลาไม่อาจเข้าใจความหมายของผู้าุโหลินได้ขอรับ"
ผู้าุโหลินมองศิษย์พี่หลัวแวบหนึ่ง จากนั้นก็มองมาที่เมิ่งฝาน
"ข้าอยากรับศิษย์สายตรงมาตลอด ก่อนหน้านี้ข้าเคยพิจารณาเสี่ยวหลัว แต่น่าเสียดายที่เขายังไม่เอาไหนและห่างไกลจากจุดนั้นเกินไป"
ผู้าุโหลินกล่าวกับเมิ่งฝานว่า "ความจริงั้แ่วันแรกที่เ้าเข้าสู่หอคอยกระบี่ ข้าก็จับตามองเ้าแล้ว ตอนแรกข้าผิดหวังมาก คิดว่าเ้าสู้เสี่ยวหลัวไม่ได้ด้วยซ้ำ แต่่เวลาที่ผ่านมา เ้าทำให้ข้าประหลาดใจได้ไม่น้อย!"
หัวใจของเมิ่งฝานกระตุกวูบ หรือว่าผู้าุโหลินท่านนี้้ารับเขาเป็ศิษย์สายตรง?
หากเป็เช่นนั้นเขาก็เหมือนได้ก้าวขึ้น์เพียงชั่วพริบตา!
ศิษย์สายงานจิปาถะ ศิษย์สายนอก ศิษย์สายใน ศิษย์สายตรงของเ้าสำนัก นี่คือการแบ่งระดับศิษย์ของสำนักกระบี่สู่ซาน
แม้เมิ่งฝานจะไม่รู้ว่าผู้าุโหลินท่านนี้เป็ใคร แต่ท่านเป็ผู้ดูแลหอคอยกระบี่ ฐานะคงไม่ด้อยไปกว่าเ้าสำนักมากนัก
หากได้เป็ศิษย์สายตรงของผู้าุโหลิน ฐานะและตำแหน่งย่อมเหนือกว่าศิษย์สายในอย่างแน่นอน!
"อาจารย์โปรดรับการคำนับจากศิษย์ด้วย!" เมิ่งฝานในฐานะผู้ทะลุมิติจากยุคปัจจุบันย่อมมีความหน้าด้านเป็ทุนเดิมอยู่แล้ว
ในขณะที่ผู้าุโหลินเพิ่งจะแสดงความประสงค์ออกมาเพียงเล็กน้อย เขาก็รีบฉวยโอกาสไต่เต้าคุกเข่าลงต่อหน้าผู้าุโหลินเพื่อกราบเป็ศิษย์ทันที
"เ้าหนูนี่หัวไวไม่เบา แต่ข้ายังพูดไม่จบเลยนะ" ผู้าุโหลินกล่าวปนยิ้ม
"อาจารย์โปรดสั่งการมาได้เลยขอรับ!" เมิ่งฝานทำหน้าจริงจัง
ศิษย์พี่หลัวที่อยู่ด้านข้าง มองเมิ่งฝานด้วยอาการอ้าปากค้าง
อยู่กับเมิ่งฝานมานานขนาดนี้ เขาไม่เคยพบเลยว่าเมิ่งฝานจะเป็คนหน้าด้านได้ถึงเพียงนี้
ก่อนหน้านี้ยังคิดว่าเ้าเด็กคนนี้ซื่อตรงและไร้เดียงสา
ตอนนี้ดูเหมือนว่าเขาจะมองคนผิดไป
จริง ๆ ด้วย ไม่ว่าชายหรือหญิง ขอแค่หน้าตาดี จิตใจมักจะร้ายกาจ!
ในขณะเดียวกัน ศิษย์พี่หลัวก็รู้สึกอิจฉาเมิ่งฝานเล็กน้อย หากตอนนั้นเขามีความหน้าด้านเช่นนี้ บางทีเขาอาจมีโอกาสได้เป็ศิษย์สายตรงของผู้าุโหลิน
น่าเสียดายที่เขากลายเป็คนซื่อบื้อเสียเอง!
ผู้าุโหลินมองเมิ่งฝาน แม้ในแววตาจะมีความพึงพอใจ แต่กลับปรับสีหน้าให้เคร่งขรึมแล้วกล่าวว่า "หากอยากเป็ศิษย์ของข้า จะต้องผ่านการทดสอบเสียก่อน!"