โฮปขับรถมาจอดหน้าบ้านหลังใหญ่ทาโร่มองออกไปนอกรถและกลืนน้ำลาย
บ้านหลังใหญ่ขนาดนี้คุณโฮปบอกว่าอยู่คนเดียว ถ้าเป็เขาคงกลัวผีตายเลย
โฮปเปิดประตูรถให้ทาโร่ที่มัวแต่นั่งอึ้งเหม่อมองบ้านอยู่
“ลงมาสิทาโร่ เดี๋ยวจะพาไปดูห้องนะ” โฮปยิ้มให้ ทาโร่ค่อยๆ ก้าวลงจากรถคันใหญ่ของเขาและมองไปรอบๆ พร้อมกับมองดูสภาพตัวเอง
จะมีไกด์คลาสกลางอย่างเขาสักกี่คนกันนะที่ได้เหยียบย่างเข้ามาในบ้านหลังใหญ่ขนาดนี้
โฮปเดินไปเปิดท้ายรถและหยิบกระเป๋าเสื้อผ้าของทาโร่ออกมาทาโร่จะเข้าไปถือของๆ ตัวเอง แต่โฮปดึงกระเป๋าหนี
“นายเพิ่งเจาะหลังมาของหนักๆ ฉันถือให้ดีกว่า”
“อะ…..ครับขอบคุณครับคุณโฮป”
โฮปพาทาโร่ขึ้นไปบนชั้นสองและนำทางเขาไปยังห้องที่มีประตูสีขาว
พอเข้าไปด้านในทาโร่ก็ได้แต่เหลียวมองรอบตัวจนหัวหมุน ห้องๆ เดียวกว้างกว่าอพาร์ตเม้นท์ที่เขาอยู่เสียอีก
“คุณโฮปครับ ผมว่า….มันกว้างเกินไป…..” ทาโร่พูดเบาๆ โฮปหัวเราะ
“ห้องฉันอยู่ถัดไปมีอะไรก็เรียกได้เลยนะ ตามสบาย”
โฮปวางกระเป๋าให้ทาโร่บนเตียงนอนและออกไปจากห้อง
ทาโร่กวาดตามองไปรอบๆห้องใหญ่จนเขารู้สึกว่า ตัวเองเหลือตัวเล็กนิดเดียว
ตอนอยู่ที่โรงพยาบาลทาโร่ปฏิเสธที่จะมาอยู่บ้านของโฮป โฮปก็ไม่ได้พูดจาโน้มน้าวอะไรอีกบอกเพียงแต่ว่าจะมาส่งทาโร่ที่อพาร์ตเม้นท์เท่านั้น ทาโร่จึงตอบตกลง
แต่เมื่อขึ้นลิฟท์และเดินมาถึงหน้าห้องของตัวเองทาโร่กลับไม่กล้าเข้าไป
ภาพน้าจักรที่ไม่รู้ตัวและทำร้ายเขากลับเข้ามาในหัวความรู้สึกของตัวเองตอนใกล้สิ้นลมผุดขึ้นมาจนตัวสั่น แผลที่ศีรษะเต้นตุบๆ
โฮปที่ยืนอยู่ข้างหลังเห็นทาโร่ยืนตัวแข็ง ก็เดินมาข้างหน้าและสวมกอดเขาทันที
ทาโร่ยืนหอบหายใจอยู่ในอ้อมกอดของเขาเหงื่อแตกตัวเย็น และยกมือขึ้นกอดโฮปแน่น
สุดท้ายเขาจึงตอบตกลงมาอยู่กับคุณโฮปที่บ้านของเขา
ทาโร่อาบน้ำเปลี่ยนใส่เสื้อผ้าสบายๆความรู้สึกปวดหลังและมึนงงยังคงมีอยู่ จึงคิดจะกินยาทาโร่เดินถือยาออกไปจากห้องและลงไปชั้นล่าง แล้วก็ยืนงงอยู่ที่เชิงบันได
“ห้องครัวอยู่ไหนนะ ลืมถามคุณโฮปไปเลย” ทาโร่เหลียวซ้ายแลขวาแล้วก็ตัดสินใจเดินไปทางหนึ่งเพื่อหาห้องครัว
ทาโร่ได้กลิ่นอาหารจึงเดินตามไปจนเจอห้องครัวที่อยู่ด้านหลัง เขาชะโงกหน้าโผล่ประตูเข้าไปดูอย่างกล้าๆ กลัวๆและเห็นผู้หญิงคนหนึ่งยืนทำอาหารอยู่หน้าเตา ดูแล้วน่าจะอายุประมาณห้าสิบปี
“ทำอะไรอยู่ทาโร่” เสียงของโฮปดังมาจากข้างหลัง ทาโร่ที่กำลังแอบมองคนในครัวอยู่ถึงกับสะดุ้ง
“อ้าว คุณโฮป มาแล้วเหรอคะ”คุณป้าคนนั้นหันมายิ้มให้และมองสบตาทาโร่ที่ทำหน้าตาเหลอหลาอยู่ที่ประตูครัว
“เด็กคนนี้ที่คุณโฮปบอกใช่มั๊ยคะ น่ารักเชียว” คุณป้ายิ้มให้ ทาโร่มองตาของป้าแล้วก็โล่งใจ
คุณป้าเป็คนธรรมดาเพราะมีดวงตาสีดำไม่ใช่เซนติเนล
โฮปโอบไหล่ทาโร่และพาเขาเดินเข้าไปในครัว“ทาโร่ คนนี้เป็แม่บ้านที่นี่นะ ชื่อป้านวล”
ทาโร่ยกมือไหว้ป้านวลยิ้มให้เขาและยกมือขึ้นรับไหว้ทาโร่
“ว่าไง หิวเหรอทาโร่ถึงเดินมาเข้าครัว” โฮปถามพลางยิ้ม
“ผมจะกินยาครับเลยมาหาน้ำดื่ม”
“อ้อ จริงด้วยป้านวล ทาโร่ต้องกินยาอีกหลายวันป้านวลช่วยจัดน้ำเข้าไปไว้ในห้องให้ทาโร่ด้วยนะครับ”
“ค่ะ คุณโฮป”ป้านวลตอบและหันมายิ้มให้ทาโร่
กินยาเสร็จทาโร่ก็ผล็อยหลับไปตื่นขึ้นมาอีกทีก็ใกล้ค่ำแล้ว
ทาโร่เดินลงมาชั้นล่างและเดินเข้าห้องครัวเพราะรู้สึกหิวป้านวลยังอยู่ พอเห็นทาโร่ก็ยิ้มให้
“คุณทาโร่ ทานข้าวมั๊ยคะป้าจะตั้งโต๊ะให้”
“ป้านวล เรียกผมว่าทาโร่เฉยๆ ก็พอครับ” ทาโร่ยิ้ม“คุณโฮปกินข้าวหรือยังครับป้านวล”
“อ๋อ คุณโฮปไม่ค่อยกินข้าวที่บ้านหรอกค่ะนี่ก็ออกไปข้างนอกั้แ่เย็นแล้ว”
“เหรอครับ” ทาโร่หน้าจ๋อยลงนิดหนึ่ง “ป้านวลไม่ต้องตั้งโต๊ะหรอกครับผมตักกับราดข้าวนั่งกินที่นี่ก็ได้”
“เอาอย่างนั้นเหรอคะ” ป้านวลลังเล แต่เห็นทาโร่พยักหน้าหงึกหงักจึงยิ้ม“ได้ค่ะ เดี๋ยวป้าตักข้าวให้นะ”
“ไม่เป็ไรครับป้านวล ผมทำเอง” ทาโร่เดินไปหยิบจานช้อนและตักข้าวมานั่งที่โต๊ะตัวเล็กในครัวป้านวลนั่งดูเ้าตัวน้อยกินข้าวตุ้ยๆ แล้วก็ยิ้ม
“ป้านวลกินข้าวกับผมมั๊ยครับ”ทาโร่เอ่ยชวน
“ป้ากินแล้วค่ะ” ป้านวลถอนใจ “นานๆ จะมีคนมากินกับข้าวฝีมือป้าซักทีคุณโฮปก็ไม่ค่อยอยู่บ้านเดือนนี้ทั้งเดือนก็เพิ่งจะมีวันนี้แหละที่เรียกป้ามาเข้าครัว”
ทาโร่ยิ้ม“ไม่เป็ไรครับป้านวล ผมจะกินกับข้าวฝีมือป้านวลเองป้านวลทำกับข้าวอร่อยมากเลยครับ”
ป้านวลยิ้มจนแก้มปริและถามทาโร่ว่าชอบกินอะไรจะได้ทำให้กินบ่อยๆ
ป้านวลกลับออกไปตอนสามทุ่มบ้านของป้านวลอยู่ถัดไปอีกสองซอย ตอนนี้จึงเหลือทาโร่อยู่คนเดียวในบ้านที่กว้างใหญ่จนหัวใจรู้สึกอ้างว้างโหวงเหวง
ทาโร่กลับขึ้นห้องและไปยืนที่หน้าต่างกระจกบานกว้างจากตรงนี้มองออกไปจะเห็นหน้าบ้าน ถนนทางเข้ามีแสงไฟตามทางแต่ไม่มีแสงไฟจากหน้ารถให้อุ่นใจสักนิดเดียว
เงียบบ้านเงียบมากจริงๆ ทาโร่ยืนเกาะกระจกหน้าต่างมองออกไปด้านนอก สี่ทุ่มแล้วคุณโฮปก็ยังไม่กลับมา
ทาโร่หยิบโทรศัพท์มือถือตัวเองขึ้นมาเสียบแอร์พอร์ตเข้าที่หูและเปิดเพลงฟังเพื่อทำลายความเงียบชวนวังเวงใจ
พรุ่งนี้ต้องเข้ามหาวิทยาลัยแถวนี้มีรถอะไรผ่านบ้างหรือเปล่านะ บ้านคุณโฮปอยู่ไกลจากมหาวิทยาลัยค่อนข้างมากไม่เหมือนอพาร์ตเม้นท์ที่ทาโร่อยู่ เดินไปครู่เดียวก็ถึง
อาจจะต้องเรียกแกร๊บแท็กซี่ไปก่อนค่าใช้จ่ายตอนนี้ยังไม่มีอะไรมาก แต่ประหยัดได้ก็ควรประหยัดอาจจะต้องหางานพาร์ทไทม์ทำไปด้วยเพื่อเอาไว้ใช้จ่าย
ถึงแม้ว่าตอนนี้ทาโร่จะได้เงินประกันชีวิตกับเงินค่าทำขวัญจากโรงพยาบาลมารวมๆแล้วก็เป็ตัวเลขเกือบเจ็ดหลัก แต่เขาก็ไม่คิดอยากแตะต้องเงินส่วนนั้นเลยเพราะมันแลกมาด้วยชีวิตของทาโก้
พอคิดถึงทาโก้น้ำตาทาโร่ก็เอ่อขึ้นมา
โฮปไปกินข้าวกับไกด์คลาสเอสที่รู้จักกันและไกด์ดิ้งกันบ่อยๆ
“โฮปครับ วันนี้โฮปดูเหม่อๆนะ” ธันวาพูดพลางยิ้มให้
“อ่อ….อืม่นี้มีแต่เื่เครียดๆ ที่ทำงานน่ะ”
ธันวาเอื้อมมือไปจับมือโฮป“เอ พลังก็ไม่ลดนี่ แต่ทำไมดูโฮปไม่สดชื่นเลย ให้ผมช่วยดีกว่านะ”
ธันวาขึ้นมานั่งบนตักของโฮปโน้มใบหน้าลงไปหาเขาและประกบปากจูบดูดดื่ม สองมือค่อยๆแกะกระดุมเสื้อเชิ๊ตของโฮปออกและล้วงมือเข้าไปลูบไล้แผ่นอกขาวกว้างของเขา
ธันวาผละลิ้นเรียวเล็กตัวเองออกจากปากโฮปและไล่จูบไปตามลำคอจนถึงแผ่นอก
“ธันวา พอก่อน”โฮปเอ่ยเบาๆ
ธันวาหยุดจูบซุกไซ้แต่มือเลื่อนลงไปปลดเข็มขัดของโฮปแทน
“ธันวา พอแล้ว” โฮปจับมือของธันวาไว้ ไม่ให้เขาทำอะไรไปมากกว่านี้ธันวามองโฮปงงๆ
“วันนี้โฮปเป็อะไร ทำไมแปลกๆ” ธันวาขมวดคิ้ว แก้มน้อยๆแดงเรื่อเพราะอารมณ์ปรารถนาที่จุดติดแล้ว
“ลืมไป ว่าวันนี้ต้องกลับเร็ว มีธุระที่บ้านน่ะ”โฮปขยับตัวออกมาและติดกระดุมเสื้อ ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดู “ไปก่อนนะ ไว้เดี๋ยวค่อยนัดกันใหม่”
พูดจบ โฮปก็เดินออกไปทันทีทิ้งให้ธันวานั่งงงอยู่คนเดียว
ขณะกำลังขับรถโฮปก็นึกแปลกใจตัวเองอยู่เหมือนกันว่าทำไมวันนี้เขาถึงนึกอยากกลับบ้านขึ้นมาจนไม่อยากทำอย่างอื่น
ทุกทีเวลาเจอกับธันวาเขาก็มักจะนอนค้างกับธันวาเสมอหลังจากไกด์ดิ้งกันแต่วันนี้รู้สึกอยากกลับบ้านเอามากๆ
เพราะมีทาโร่อยู่ที่บ้านงั้นเหรอ
โฮปขมวดคิ้วปัดความคิดนี้ทิ้งไปและส่ายหน้า แต่ก็ต้องกลับเอามาคิดใหม่อีกที
เวลาที่ไม่ได้ช่วยดึงพลังไกด์โอเวอร์โฟลวถึงแม้ว่าพลังไกด์คลาสบีของทาโร่จะน้อยนิดเมื่อเทียบกับเซนติเนลคลาสเอสอย่างเขาแต่ทาโร่ก็ตั้งใจถ่ายเทพลังของตัวเองมาให้โฮปทุกครั้ง กระแสพลังที่เหมือนสายน้ำอบอุ่น นุ่มนวลกลับดูจะประทับตรึงตรามากกว่าพลังจากไกด์คลาสเอสและคลาสเอที่มีให้เขาอย่างเต็มเปี่ยม
โฮปชอบความรู้สึกนั้นชอบมองใบหน้าตั้งอกตั้งใจของทาโร่เวลาที่ไกด์ดิ้งให้เขา ชอบความอบอุ่นนุ่มนวลที่ส่งมาให้
เอ….อย่างนี้เรียกว่าเสพติดได้ไหมนะ โฮปกลอกตาไปมาอย่างครุ่นคิด
เมื่อถึงบ้านโฮปเข้าไปอาบน้ำ เปลี่ยนใส่ชุดนอน แล้วจึงมาแง้มประตูห้องของทาโร่ดู
ทาโร่ยังไม่ได้ปิดไฟในห้องโฮปเห็นั้แ่ขับรถเข้าบ้านมาแล้ว นึกว่าทาโร่ยังไม่นอน ที่ไหนได้คนตัวเล็กนอนขดตัวกลมอยู่บนเตียง เสียบแอร์พอร์ตไว้ที่หู หลับไปเรียบร้อยแล้ว
โฮปจึงปิดไฟให้เปิดไว้เพียงไฟหัวเตียง และห่มผ้าให้ทาโร่ พอผ้าห่มโดนตัวทาโร่ก็สะลึมสะลือลืมตาขึ้นมาและเกี่ยวสองแขนรอบคอโฮปทันที “กลับมาแล้วเหรอ”
โฮปมองหน้าคนตัวเล็กที่พูดงึมงำและหลับตาลงอีกครั้ง
“อะ….อือ….กลับมาแล้ว”โฮปตอบ
“มานอนกันเถอะ” ทาโร่งึมงำขึ้นมาอีกครั้งและกอดแขนโฮปเอาไว้แน่น
โฮปจึงขึ้นมานอนข้างทาโร่พอล้มตัวลงนอนปุ๊บ ทาโร่ก็สอดแขนกอดเขาหมับ ซุกหน้าแนบกับอกของเขาทันทีและไม่ขยับตัวอีก
โฮปยกมือขึ้นลูบผมนุ่มสีน้ำตาลนั้นเบาๆตะแคงหน้าซบลงบนหมอน และค่อยๆ หลับไป
สองคนนอนห่มผ้าผืนเดียวกันนอนกอดกันกลมอยู่บนเตียงจนเช้า