ยอดคุณพ่อขั้นเทพ

บทที่ 155 : ยังใช้ไม่ได้

ยังใช้ไม่ได้


“ฉันบอกให้ออกไป!” เซี่ยนจื่อเสวียนพูด น้ำเสียงเย็นชา ครั้งนี้ เธอไม่เพียงพูดอย่างเดียวเท่านั้น ยังยกฝ่ามือขึ้นมา เปลวเพลิงสีทองพวยพุ่งขึ้นมาจากฝ่ามือของเธอ 


ด้วยความที่ร่างกายของเธอเป็นร่างเพลิงศักดิ์สิทธิ์ เปลวเพลิงที่ใช้ออกมานั้นย่อมเป็นเพลิงศักดิ์สิทธิ์ 


ดวงตาของหั่วเฟิงเบิกกว้างแทบถลน เมื่อเห็นเปลวเพลิงสีทองที่ลุกโชติช่วงปกคลุมมือของเซี่ยนจื่อเสวียนอยู่ เปลวเพลิงนี้ทำให้เขาตกใจ กระทั่งรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมา 


“ฉะ...ฉันจะออกไปเดี๋ยวนี้!” ด้วยความรู้สึกหวาดกลัวที่มีต่อเปลวเพลิงในมือของเซี่ยนจื่อเสวียน หั่วเฟิงรีบพูดเสียงสั่น 


เขาไม่ใช่คนโง่ จากการที่เซี่ยนจื่อเสวียนมองเห็นเขา บวกกับเขามองพื้นฐานฝึกตนของเธอไม่ออก รวมกับเปลวเพลิงสีทองอันน่าหวาดกลัว เธอต้องเป็นผู้ฝึกตนที่แข็งแกร่งกว่าเขาอย่างแน่นอน 


ถ้าเขาอยู่ต่อ เกรงว่าจะถูกเธอฆ่าตาย ทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับเขาคือรีบออกไปจากที่นี่ แต่ออกไป แน่นอนว่าเขาจะไม่ปล่อยเซี่ยนจื่อเสวียนไป เขาต้องได้ดูดกลืนแก่นพรมจรรย์หยินของเธอ 


ในเมื่อเขาทำเองไม่ได้ เขาก็ได้แต่ขอให้อาจารย์ของเขาช่วย อาจารย์ของเขาเป็นผู้อาวุโสห้าของสำนักเพลิงสวรรค์ ระดับพื้นฐานฝึกตนอยู่ในระดับจักรพรรดิเทวะขั้นต้น 


ถ้าเขาขอให้อีกฝ่ายช่วย เขาไม่เชื่อว่าเซี่ยนจื่อเสวียนจะหนีรอดจากเงื้อมมือของเขาไปได้!


ในความคิดของเขา จริงอยู่ที่เซี่ยนจื่อเสวียนแข็งแกร่งกว่าเขา แต่ไม่มีทางที่จะแข็งแกร่งไปกว่าอาจารย์ของเขาไปได้อย่างแน่นอน 


โดยไม่รอช้า หั่วเฟิงรีบออกจากบ้านของเซี่ยนจื่อเสวียนในทันที 


เห็นว่าหั่วเฟิงออกไปแล้ว เซี่ยนจื่อเสวียนก็สลายเปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์ในมือ อดถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกไม่ได้ 


ถ้าหากหั่วเฟิงไม่ออกไป เธอคงต้องฆ่าอีกฝ่าย อาจารย์ของเธอสอนเสมอมา ไม่อาจมีความเมตตาต่อศัตรู 


แต่ถึงอย่างนั้น การฆ่าคนสำหรับเธอไม่ใช่เรื่องง่าย เธอต้องเตรียมใจอย่างมาก ถ้าไม่ถึงคราวจำเป็นจริงๆ เธอแน่นอนว่าไม่อยากที่จะฆ่าคน 


เธอส่ายหน้าไปมาเล็กน้อย เพื่อเลิกคิดเรื่องเหล่านี้ ก่อนที่จะเดินกลับเข้าไป เพื่อทำอาหารต่อ 


หลินเฉินที่ยืนออกกำลังกายอยู่หน้าบ้านของเขา มองเห็นหั่วเฟิงออกมาจากบ้านของเซี่ยนจื่อเสวียนด้วยใบหน้าน่าเกียจ เขาอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมา 


ดูเหมือนว่าลูกศิษย์คนนี้ของเขายังใช้ไม่ได้ การที่ไม่ฆ่าอีกฝ่ายไป ก็เท่ากับปล่อยให้เสือเข้าป่า เมื่อมันไปเรียกพวกพ้องมาช่วย ย่อมเกิดอันตรายตามมา 


หลินเฉินส่ายหน้า เขาไม่มีความคิดอ่อนแอเหมือนกับเซี่ยนจื่อเสวียน เห็นว่าร่างของหั่วเฟิงพุ่งทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้า เขาก็ยื่นมือออกไป ก่อนที่จะกำแรงๆ ครั้งหนึ่ง 


บนท้องฟ้าในจุดที่หั่วเฟิงอยู่ เงาร่างฝ่ามือขนาดใหญ่ปรากฏออกมาต่อหน้าของเขา ก่อนที่จะกำมือเข้า 


“นะ...นี่มันอะไร?!” เผชิญหน้ากับสถานการณ์วิกฤต หั่วเฟิงร้องออกมาเสียงหลง เขาระเบิดพลังออกมาทั้งหมด เพื่อที่จะต่อต้าน 


แต่น่าเสียดาย เขาไม่อาจที่จะต่อต้านได้เลยสักนิดเดียว ถูกเงาร่างฝ่ามือขนาดใหญ่กำร่างจนแหลกเละเป็นเศษเนื้อ เลือดล้วนสาดกระจายไปทั่วทิศทาง 


แม้แต่ตอนตาย หั่วเฟิงก็ยังไม่รู้ว่าใครเป็นคนฆ่าเขา รวมถึงไม่เข้าใจด้วยว่าทำไมถึงฆ่าเขา 


จากจุดนี้ เห็นได้ชัดว่าหั่วเฟิงคนนี้เป็นคนโง่ ถ้าเขาใช้สมองคิดเล็กน้อย เขาจะรู้ได้ไม่ยากว่าทำไมถึงมีคนลงมือฆ่าเขา 


หากเขาเป็นคนฉลาด เขาจะรู้ได้ในทันทีว่าคนที่ฆ่าเขาต้องเกี่ยวข้องกับเซี่ยนจื่อเสวียนอย่างแน่นอน 


หลังจากที่ฆ่าหั่วเฟิง หลินเฉินก็กลับเข้าไปในบ้าน อาบน้ำ และกินข้าวเช้ากับทุกคนในครอบครัว บรรยากาศล้วนเต็มไปด้วยความสุข 


หลังมื้ออาหาร หลินเฉินก็พาหลิงหลิง เสี่ยวไป๋และมู่อิงเสวี่ยไปเที่ยวเล่น 


ด้วยความที่โรงเรียน เพิ่งจะปิดเทอม เด็กๆ ทั้งสองคนจึงไม่จำเป็นที่จะต้องไปโรงเรียน ชีวิตส่วนมากของเด็กน้อยทั้งสองคนตอนนี้ ล้วนใช้เวลาอย่างมีความสุขกับการไปเที่ยว 


วันนี้หลินเฉินพาทุกคนมาเล่นสวนน้ำ ภายในสวนน้ำล้วนเต็มไปด้วยความสนุกสนาน มีคนหลายคนที่มาเที่ยวเล่นที่นี่ในวันนี้ 


“คุณจะไม่ตามใจลูกไปหน่อยเหรอ?” มู่อิงเสวี่ยนในชุดว่ายน้ำยืนอยู่ข้างสระน้ำ มองไปที่หลิงหลิงและเสี่ยวไป๋ พลางพูดออกมา 


หลินเฉินยิ้ม “ไม่เห็นเป็นอะไรเลย ขอแค่พวกเธอมีความสุขก็พอแล้ว” 


มู่อิงเสวี่ยอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมา แต่ก็พบว่าไม่สามารถโต้แย้งคำพูดของสามีได้ 


“ไปเล่นน้ำกันเถอะ” หลินเฉินพูด โดยไม่รอคำตอบจากมู่อิงเสวี่ย เขาดึงมือเธอกระโดดลงน้ำในทันที ส่งผลให้มู่อิงเสวี่ยร้องออกมาเล็กน้อยด้วยความตกใจ 


“คุณทำอะไรเนี่ย?” ท่ามกลางร่างที่เปียกปอน มู่อิงเสวี่ยหัวเราะและพูด 


หลินเฉินตอบเธอด้วย โดยการสาดน้ำใส่ 


...............................................


อีกด้านหนึ่ง โรงแรมแห่งหนึ่งในเซี่ยงไฮ้ ภายในห้องวีไอพี ชายชราคนหนึ่งในชุดสีเข้ม ผู้ซึ่งนั่งหลับตาอยู่ได้ลืมตาขึ้นมา ใบหน้าของเขายังคงสงบ แต่ว่าดวงตานั้น เต็มไปด้วยความเย็นเยียบ 


“เฟิงเอ๋อร์ตายแล้ว...” เขาพึมพำกับตัวเองเสียงเบา 


เฟิงเอ๋อร์ที่เขาพึมพำถึงย่อมเป็นหั่วเฟิง จากจุดนี้ ย่อมไม่ยากจนเกินไปที่จะคาดเดาถึงตัวตนของเขา เขาย่อมเป็นผู้อาวุโสห้าของนิกายเพลิงสวรรค์โดยธรรมชาติ รวมไปถึงเป็นอาจารย์ของหั่วเฟิง ผู้ซึ่งมีชื่อว่าหั่วเจี้ยน 


“คิดไม่ถึงว่าเพิ่งจะออกหามาประสบการณ์ จะถูกใครบางคนฆ่าตายแบบนี้ เจ้าคนไร้ประโยชน์!” หั่วเจี้ยนสบถออกมาอย่างอดไม่ได้ มองเศษหินผลึกชีวิตที่แตกสลายของหั่วเฟิงในมือ ก่อนที่จะโยนทิ้งอย่างไม่ใส่ใจ 


หั่วเฟิงแม้เป็นศิษย์ของเขา แต่เขาก็ไม่สนใจในความเป็นความตายของหั่วเฟิงมากนัก เพราะอีกฝ่ายไม่ใช่ลูกศิษย์ที่โดดเด่นที่สุดของเขา ตายไปก็ตายไป ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับเขา และเขาแน่นอนว่าไม่มีความคิดที่จะแก้แค้นให้กับหั่วเฟิงแม้แต่น้อย 


ถ้าหากจะถามว่าทำไมนั้น มันล้วนเป็นเพราะว่าเขาไม่มีเวลาไปสนใจ ตอนนี้ระดับพื้นฐานฝึกตนของเขามาถึงคอขวดแล้ว เพื่อที่จะแข็งแกร่งขึ้นและทะลวงไปยังระดับจักรพรรดิเทวะขั้นกลาง เขาจำเป็นที่จะต้องค้นหาวิธีทำลายคอขวด 


“ซีหยาง” หั่วเจี้ยนพลันตะโกนออกไป 


พริบตานั้น ชายหนุ่มคนหนึ่งก็ปรากฏตัว 


“ท่านอาจารย์เรียกข้าหรือ?” ชายหนุ่มคนนี้ถามอย่างเคารพ เขามีชื่อว่าหั่วซีหยาง เป็นลูกศิษย์คนหนึ่งของหั่วเจี้ยน 


สาเหตุที่เขามีแซ่หั่วเช่นเดียวกัน ล้วนสืบเนื่องมาจากทุกคนที่เข้าสู่นิกายเพลิงสวรรค์ จะต้องเปลี่ยนแซ่เป็นหั่วกันหมด 


หั่วเจี้ยนพยักหน้า พูดออกมาอย่างราบเรียบ “เฟิงเอ๋อร์ตายแล้ว ข้าจะกลับนิกายก่อน ส่วนเจ้าจะอยู่หรือว่าจะกลับก็เลือกเอาแล้วกัน” 


โดยไม่รอคำตอบจากหั่วซีหยาง ร่างกายของหั่วเจี้ยนพร่าเลือน ก่อนที่จะหายไปในที่สุด 


ทางด้านหั่วซีหยางตกตะลึง จากนั้นก็ยิ้มออกมา “คิดไม่ถึงว่าหั่วเฟิงจะตายแล้ว เรื่องนี้ค่อนข้างน่าสนใจ ไม่รู้ว่าใครเป็นคนฆ่ามัน”


จบบทที่ 155

คล้ายกับเรื่องยอดคุณพ่อขั้นเทพ ที่คุณอ่าน