“ท่านอี้โยวขอรับพี่น้องเซวี่ยติดต่อกลับมาแล้วบอกว่าทิศทางที่รถม้าเคลื่อนตัวไปทางเมืองฉางไม่ผิดแน่ขอรับ”เหยาเวยรายงานตามกระดาษที่ได้รับ
“อืม...”อี้โยวเกาหัวหนักใจ
“เอ่อ...”ทุกคนหันไปมองหลงลิ่วเย่ “แล้วทางด้านหมอปีศาจจะทำอย่างไรดีขอรับ”
อย่างที่รู้พวกเขาเดินทางครั้งนี้มีเป้าหมายเดียวคือตามหาหมอปีศาจเพื่อช่วยถอนพิษในร่างของนายน้อยแต่ตอนนี้นายน้อยหายตัวไปอีกทั้งหมอปีศาจผู้นี้ก็ไม่เคยอยู่ติดที่หากพลาดโอกาสได้เจอกันก็พลาดเลย
ให้ตายเถอะผู้หญิงน่าตายผู้นี้ลักพาตัวนายน้อยไปก็ไม่ว่าเหตุใดต้องไปเมืองฉางด้วย
นางเคยดูแผนที่เป่ยเฉิงไหมหึ!เมืองโม่เสียนอยู่เขตตะวันออก แต่เมืองฉางอยู่เขตตะวันตก พูดง่าย ๆคือคนละฝั่งของเป่ยเฉิงเลยทีเดียว แล้วจะทำอย่างไรต่อละที่นี่
“หรือพวกเราติดต่อท่านโหวดีขอรับ”หลงลิ่วเย่เห็นไม่มีใครเอ่ยอะไรจึงเสนอ
อี้โยวหน้าเข้มขึ้นมองเขาตาขวางขืนตาเฒ่านั่นรู้ว่าเขาทำห่าวหลินหายตัวไปสาบานได้ว่าไม่เกินครึ่งวันตาเฒ่านั่นได้ตรงมาแหวกอกเขาเป็คนแรกแน่
เื่อะไรจะบอก!
หลงหยุนซานรู้ทันความคิดอี้โยวยิ้มแหย“ท่านอี้โยวขอรับ พวกเราออกตามหานายน้อยเอิกเกริกขนาดนี้ข้าน้อยคิดว่าตอนนี้ท่านโหวคงทราบเื่แล้วเป็แน่ไม่แน่อาจจะตามหาพวกเราอยู่ก็ได้”
อี้โยวเด้งตัวท่าทางจริงจังขึ้น“ช่างหัวหมอปีศาจ ไปตามหาห่าวหลินสำคัญที่สุด ออกเดินทาง”
ทั้งสามคนมองท่าทางร้อนรนรีบร้อนออกจากห้องพักของอี้โยวเพียงแค่มองตามหลังก็รู้แล้วว่ากำลังหนีใครบางคน
“จะไปไหน!”เสียงคำรามก้องดักทาง
ชายวัยกลางคนท่าทางแข็งกร้าวดุดันปรากฏตัวเบื้องหน้าดักประตูห้องพักดวงตาคมกริบกวาดมองทั้งสี่คนในห้องไม่มีแม้แต่เสียงแต่บรรยากาศที่แผ่ออกมาก็มากพอที่จะกดดันพวกเขาให้ยืนนิ่งไม่กล้าขยับตัว
เขาผู้นี้คือหลี่ฮ่านเทพาแดนเหนือที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็เป่ยเฉิงโหวนั่นเอง
ร่างกำยำในชุดขุนนางทหารเดินผ่านอี้โยวเข้ามาในห้องไม่เพียงแค่เดินผ่านยังคว้าคอเสื้อลากชายหนุ่มติดมือเข้ามาด้วยเช่นกัน
“พูด!”เสียงทรงอำนาจทำให้อีกสามคนสะดุ้ง
“คารวะท่านโหวเป็ความผิดของ...” ทั้งสามคนรีบคุกเข่าขออภัยทันทีหวังลดโทสะหลี่ฮ่าน
หลี่ฮ่านมีแววตาเข้มขึ้น“ข้าไม่้าคำขอโทษหรือคำแก้ตัว ข้าอยากรู้ว่าหลินเอ๋อร์อยู่ที่ไหนและพวกเ้ามีแผนการอย่างไรบ้างที่จะพาเขากลับมา”
อี้โยวสะบัดตัวหลุดจากมือหลี่ฮ่านรีบขยับตัวถอยห่างมือให้มากที่สุด มองไปทางหลงหยุนซาน
เ้าพูดสิ!เห็นหรือไม่ว่าตาเฒ่านี่โมโหเสียจนหนวดกระดิกแล้ว
หลงหยุนซานมองหน้าอี้โยวอยากร้องไห้แต่ร้องไม่ได้ทางไหนก็เ้านายข้าน้อยมีหรือจะกล้าขัด เฮ้อ...
นายน้อยท่านอยู่ไหนขอรับ?
.......
หวังหว่านเยี่ยนนอนเอกเขนกบนตั่งกุ้ยเฟย[1]มือข้างหนึ่งเคาะลงบนที่เท้าแขน ทอดสายตามองยังม่านกระโจม
ไม่นานอิ่งว่านสาวใช้ประจำตัวของนางก็วิ่งเข้ามาด้วยท่าทางร้อนรนส่ายหน้าไปมารัวเร็ว “ไม่มีข่าวจากทางอาหลางเลยเ้าค่ะ”
หวังหว่านเยี่ยนขมวดคิ้ว“เป็ไปได้อย่างไรกัน อาหลางเป็ขึ้นจอมยุทธระดับเทียนตันขั้นสี่จะมีใครฆ่าเขาได้”
ไม่เพียงแต่อาหลางที่เป็มือขวาของท่านพ่อยังมีนักฆ่าจากสำนักัโลหิตอีกยี่สิบกว่าคนที่นางส่งไปทุกคนล้วนเป็ยอดฝีมือทั้งสิ้น จะตายกันหมดเลยอย่างนั้นหรือไง?
เพราะแบบนี้ไงอิ่งว่านจึงกังวลจนอยู่ไม่ติด นี่พวกนางไปเผลอแตะแผ่นเหล็กเข้าแล้วใช่หรือไม่คนพวกนั่นเป็ใครกัน
“คุณหนูหรือว่าจะปล่อยคุณชายท่านนั้นไปดีเ้าคะ”
อย่างน้อยเอาไว้ถ่วงเวลาเ้าพวกนั้นดีหรือไม่อย่างน้อยก็ควรจะให้คุณหนูของนางกลับไปอย่างปลอดภัยก่อนเป็ดี
หวังหว่านเยี่ยนกัดฟันรู้สึกว่าคำพูดของอิ่งว่านมีเหตุผลแต่ศักดิ์ศรีของนางไม่ยินยอม นึกถึงใบหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่มที่ตอนนี้ยังสลบไสลไม่ได้สติก็รู้สึกเสียดาย
ไม่ทันได้กินสักคำก็ต้องคายแล้ว...นี่!นี่มันขาดทุนเกินไปแล้ว
ไม่ได้แบบนี้ไม่ได้!
“เ้าไปเตรียมการให้พร้อมวันนี้ข้ากับนายท่านของพวกเ้าจะเข้าหอด้วยกัน” หวังหว่านเยี่ยนตัดสินใจแล้วหากจะต้องทิ้งก็ต้องกินให้อิ่มเสียก่อน อย่างน้อยนางก็สามารถพูดได้ว่า ‘เคยกินแล้ว’
อิ่งว่านชะงักกัดริมฝีปากมีสีหน้าราวจะร้องไห้ได้ทุกเมื่อบรรพบุรุษน้อยของบ่าวอีกฝ่ายมีแค่หกคนแต่สามารถจัดการพวกอาหลางที่มีกว่ายี่สิบคนได้นะเ้าคะท่านยังจะกินลงอีกหรือ?
“ทำไมเ้ามีปัญหากับข้า” ดวงหน้างดงามบูดเบี้ยวด้วยความขัดใจ
อิ่งว่านรีบสะบัดหัวส่ายไปมา“ไม่มีเ้าค่ะ ย่อมไม่มี บ่าวจะไปจัดการให้คุณหนูเดี๋ยวนี้เ้าค่ะ”
ตอนนี้ก็คงแค่ทำได้แต่อธิษฐานไม่ให้เ้าพวกนั้นมาถึงเร็วเกินไปและคุณหนูของนาง‘กิน’ อิ่มโดยไวแทน
อิ่งว่านออกจากกระโจมโบกมือให้สาวใช้จำนวนหนึ่งติดตามนางไปยังกระโจมที่ตั้งไม่ห่างกันมากนัก
กระโจมหลังนี้ยิ่งใหญ่หรูหราแทบไม่ต่างกับกระโจมของคุณหนูมากนักบ่งบอกให้รู้ว่าคุณหนูให้ความสำคัญกับนายท่านคนใหม่ผู้นี้มากมายเพียงใด
จ้าวห่าวหลินตื่นขึ้นมาด้วยอาการเมื่อยตัวกวาดมองไปรอบด้านด้วยความงัวเงียแปลกใจ ใตามลำดับ แต่ไม่มีเวลาให้เขาได้ตั้งสตินานนักกลุ่มหญิงสาวในชุดสาวใช้กลุ่มหนึ่งก็ปรี่เข้ามาในกระโจม
“คารวะนายท่านเ้าค่ะ”อิ่งว่านนำทุกคนคารวะจ้าวห่าวหลิน
“นายท่าน?ใคร?” เสียงทุ้มทรงอำนาจเอ่ยเสียงเยือกเย็น เสียงของเขาทรงอำนาจมากเสียจนสาวใช้บางคนยังต้องสั่นสะท้านใเกือบล้ม
อิ่งว่านรับใช้ข้างกายหวังหว่านเยี่ยนย่อมเคยชินกับเื่เช่นนี้นางไม่รู้สึกสะทกสะท้านแม้แต่น้อย
“คุณหนูมีคำสั่งว่าวันนี้้าเข้าหอกับนายท่านเ้าค่ะ”หญิงสาวพูดเสียงเรียบราวกับรายงานสภาพดินฟ้าอากาศไม่ปาน“พวกบ่าวมาช่วยท่านเตรียมตัวเ้าค่ะ”
ปึง!
เท้าหนาถีบอิ่งว่านเต็มแรงจนนางกระเด็นสาวใช้คนอื่นช่วยกันรับร่างนางเอาไว้
“เ้าเป็ใครกล้าดียังไงมาแตะเนื้อต้องตัวข้า!”
“นายท่าน”ทุกคนรีบคุกเข่าก้มหัว
บรรยากาศทรงอำนาจที่จ้าวห่าวหลินปล่อยออกมาแม้ไม่มีพลังยุทธเกี่ยวข้องก็ยังกดดันพวกเขาจนแทบหายใจไม่ออก
“สามี!”หญิงสาวร่างสะโอดสะองบิดกายเยื้องย่างเข้ามาภายในกระโจมเรียกความสนใจของจ้าวห่าวหลินให้หันไปมอง
นางโบกมือครั้งหนึ่งเหล่าชายฉกรรจ์หลายคนก็พุ่งเข้ามาจับแขนขาของจ้าวห่าวหลินมัดกับเตียงอย่างรวดเร็ว
“ปล่อย!ข้าบอกให้พวกเ้าปล่อย!”
จ้าวห่าวหลินเคยชินกับการใช้อำนาจสั่งการมาั้แ่เด็กเขาเคยต้องพบกับความอยุติธรรมเช่นนี้เสียเมื่อไรดวงตาคู่นั่นฝืนเขม็งมองหวังหว่านเยี่ยนจนแดงก่ำ เพื่อแสดงออกถึงความไม่พอใจของเขา
ยิ่งเห็นใบหน้าของนางเขาก็ยิ่งอยากแล่เนื้อเถือหนัง[2]นางยิ่งนัก
เหตุใดข้าจะต้องตกอยู่ในมือนางผู้หญิงวิปริตเพศยานางนี้ด้วยบัดซบที่สุด
“พวกเ้าออกไปก่อน”หวังหว่านเยี่ยนโบกมือไล่ทุกคนออกจากกระโจมนั่งลงข้างเตียงมองสบดวงตาแดงก่ำเคียดแค้นคู่นั่นรู้สึกพึงพอใจจนสั่นสะท้านไปด้วยแรงปรารถนา
ช่างเป็แววตาที่ถูกใจข้ายิ่งนัก!
“สามี”นิ้วเรียวเชยคางชายหนุ่มขึ้นมา
“ใครเป็สามีเ้า”จ้าวห่าวหลินสะบัดหน้าหนี รู้สึกอัปยศยิ่งนัก
หวังหว่านเยี่ยนหัวเราะไม่คิดมากมือเรียวไล้ไปตามแผงอกของชายหนุ่มอย่างสนุกสนาน “น่าเสียดายที่พวกเราสองคนไม่อาจมี่เวลาวสันต์นานนักแต่... ข้ารับรองได้ว่าจะทำให้เ้าพึงพอใจอย่างที่สุดเอง”
ใครจะไป้า!
จ้าวห่าวหลินกัดปากตัวเองจนห้อเืถึงแม้ว่าเขาจะยังคงงัวเงียแต่เขาก็พอคาดเดาได้แล้วว่าตัวเองคงโดยผู้หญิงนางนี้ลักพาตัวมาเสียแล้ว
หวังหว่านเยี่ยนบีบคางให้จ้าวห่าวหลินเปิดปาก‘กรอก’น้ำยาบางอย่างมีรสขมฝาดใส่ปากของชายหนุ่มก่อนจะบดจูบอย่างหยาบโลนกวาดดึงดูดแทบจะกลืนกินลิ้นของเขา
จ้าวห่าวหลินรู้สึกขยะแขยงตัวเองจนแทบร้องไห้เขามีชีวิตมาจนตอนนี้ผ่านความเป็ความตายมาหลายครั้งแต่ครั้งนี้เป็ครั้งแรกที่เขารู้สึกอัปยศและบัดซบที่สุดในชีวิต
“ข้าจะฆ่าเ้าให้ตาย!”เสียงทุ้มกลั่นมันออกมาจากความรู้สึกน้ำเสียงที่ออกมาเย็นะเืจนแม้แต่หวังหว่านเยี่ยนที่ไม่เคยหวาดกลัวสิ่งใดยังรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมา
นางผงะถอยหลังเล็กน้อยแต่พอสายตาเหลือบไปเห็นส่วนล่างที่เคยนูนดันขึ้นมาก็แย้มยิ้มเลียริมฝีปาก
แรงปรารถนาทำให้นางไม่สนใจสิ่งใดแล้วนางกำลังหิวโหยและมีอาหารเลิศรสอยู่ตรงหน้ามีหรือที่นางจะหยุดความกระหายนี้ได้หากไม่กินให้อิ่มจริงไหม?
“ปล่อยข้า! ปล่อย!”
จ้าวห่าวหลินทั้งดิ้นทั้งขยับแต่ไร้ผลกับหวังหว่านเยี่ยนนางสาละวนปลดชุดของเขาจนหมด เผยให้เห็นแผงอกแกร่งและส่วนล่าง ‘ชูชัน’ พร้อมรบของเขา
“ไม่คิดเลยว่าสายตาข้าจะเยี่ยมยอดขนาดนี้”มือเรียวขยับลูบไล้ไปตามแกนกลางชายของชายหนุ่มด้วยความหรรษาดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยแรงปรารถนา
ในตอนนั้นเองที่จ้าวห่าวหลินมีความรู้สึกร้อนรุ่นแผดเผาราวกับภายในร่างมีเพลิงขนาดใหญ่ขยายตัวจนแทบหายใจไม่ออกความขยะแขยงที่มีต่อัักลายเป็ความหวาบหวิว้า
เขาพยายามข่มความ้าตัวเองเพียงแค่คิดก็รู้สึกว่าตัวเองช่างสกปรกยิ่งนัก
หวังหว่านเยี่ยนปลดชุดจนเปลือยเปล่าอย่างรวดเร็วเพียงพริบตาร่างของนางก็คร่อมอยู่เหนือร่างของชายหนุ่มพร้อมเผด็จศึกครั้งนี้เรียบร้อยแล้วอาวุธจ่อที่ปากทาง
โครม....
ม่านกระโจมเหวี่ยงเปิดออกพร้อมกับร่างของอิ่งว่านลอยกระเด็นเข้ามาข้างเตียงกระอักเืข้นออกมาอึกใหญ่
หวังหว่านเยี่ยนและจ้าวห่าวหลินหันขวับไปมองคนมาใหม่พร้อมกัน
“ข้ามาขัดจังหวะพวกเ้าหรือไม่”อี้โยวเกาหัวมองภาพชายหนุ่ม เอ่อ...กำลังจะเข้าจังหวะก็รู้สึกกระอักกระอ่วนเล็กน้อย
“ใช่”เสียงหวานเอ่ยด้วยความหงุดหงิด
“ไม่”เสียงเข้มเต็มไปด้วยความโกรธ
อี้โยวถอนหายใจหนัก“ข้าว่านะ เ้าก็ลองเปิดใจให้นางหน่อยเป็ไร นางทุ่มเทสุดแรงเพื่อเ้าเชียว”
“ใช่แล้ว”หวังหว่านเยี่ยนรู้สึกว่าอี้โยวช่างพูดถูกใจนางนัก คิดจะสอดอาวุธเข้า
“ยังไม่เอาตัวนางเพศยานี่ออกไปอีก”จ้าวห่าวหลินะโแหกปากสุดเสียง ความคลื่นไส้ทะลักออกมาจนถึงคอหอย
พรึบ!
ก่อนที่อี้โยวจะทันได้ฟันตัดร่างของหวังหว่านเยี่ยนอิ่งว่านได้เหวี่ยงหวังหว่านเยี่ยนกระเด็นออกไปทางประตูกระโจมอย่างรวดเร็วส่วนนางก็รับคมดาบของอี้โยวแทน
ทั้งสองมองร่างสาวใช้ไหลลงกองกับพื้นแทนเ้านาย
“ปล่อย!”เสียงเข้มกระแทกเสียงสั่ง จะให้ข้านอนเช่นนี้อีกนานไหม?
“ไม่เจอกันนานโตขึ้นเยอะเลยนี่เ้าหนู”อี้โยวมองอาวุธตัวน้อยของจ้าวห่าวหลินอย่างทักทาย จ้าวห่าวหลินถลึงตาใส่เขาอี้โยวจึงฟันไปเชือกทั้งสี่มุมออก
จ้าวห่าวหลินรีบลุกขึ้นแต่งตัวอย่างรวดเร็วปกปิดร่างกายของตัวเองใบหน้ามืดดำฉายรังสีเข่นฆ่าออกมารุนแรง
“ฆ่านางฆ่านางให้ตาย แล่เนื้อถลกหนังนางออกมาให้ข้า”
อี้โยวมองจ้าวห่าวหลินดูเหมือนไม่ต้องถามแล้วสินะว่าจะให้จับเป็หรือฆ่าทิ้งเลยดี
“เ้านี่อำมหิตแท้อย่างน้อยครั้งหนึ่งนางก็ขึ้นชื่อว่าเกือบเป็ฮูหยินของเ้าเชียวนะข้าว่าควรฝังศพนางไว้ในสุสานสกุลเ้าดีไหม?”
“....”ตอนนี้ข้าอยากฆ่าเ้ามากกว่า
อี้โยวเลิกล้อเล่นคว้าไหล่ของจ้าวห่าวหลินออกนอกกระโจมด้านนอกมีหวงหยุนซานและเหยาเวยปักหลักรอพวกเขาอยู่ส่วนพี่น้องเซวี่ยและหลงลิ่วเย่กำลังปะทะกับ...
“นี่มันเื่บ้าอะไร?”อี้โยวขมวดคิ้วมองความวุ่นวายเบื้องหน้า
กลุ่มของพวกเขาหกคนกลุ่มของผู้หญิงนางนั้นสวมชุดเดินทาง แล้วพวกชุดดำอีกกลุ่มนี่มันใคร?
“เป้าหมายพวกข้าคือจ้าวห่าวหลิน คนที่ไม่เกี่ยวข้องหากไม่อยากตายก็ไสหัวไปซะ”สงสัยไม่ทันนานชายคนหนึ่งในกลุ่มคนชุดดำก็ประกาศเป้าหมายเสียแล้ว
พวกอี้โยวหันขวับระบุตัวจ้าวห่าวหลินพร้อมกันไม่พออี้โยวยังเอ่ยต่อ “พวกเขามาหาเ้า”
นี่เ้าโง่หรือซื้อบื้อ....
“เป็เ้าเอง! ฆ่ามันซะ”
กลุ่มของหวังหว่านเยี่ยนถอนหายใจอย่างโล่งอกมองดูกลุ่มชุดดำกลุ่มใหม่พุ่งเข้าปะทะกับกลุ่มของชายหนุ่ม
“คุณหนูพวกเรารีบไปกันเถอะขอรับ” องครักษ์คนหนึ่งรั้งตัวหวังหว่านเยี่ยนไว้ให้ถอยออกไป
หวังหว่านเยี่ยนกัดฟันกรอดเจ็บใจยิ่งนักงานนี้นอกจากจะขโมยไก่ไม่ได้ ยังต้องเสียข้าวสารอีกกำมือ[3]นอกจากจะขโมยตัวเป้าหมายไม่ได้แล้วชายบำเรออีกสี่คนที่นางพาติดมือมาด้วยก็ล้วนตกตายหมด
เหลือบมองไปทางความวุ่นวายตรงนั้นแล้วก็ต้องตัดใจตอนนี้อาหลางไม่ได้อยู่ข้างตัวนางนางไม่ได้โง่ไร้สมองถึงไม่รู้ว่าตอนนี้สถานการณ์ของนางเสี่ยงขนาดไหน
แม้จะเจ็บใจนางก็เลือกที่จะถอยหนีอย่างปลอดภัยเสียดีกว่าไม่ตายก็หาชายหน้าตาดีใหม่ได้
ก็แค่ชายบำเรอคนเดียว...คิดว่าข้าจะสนหรือ
สน!บ้าที่สุดมาช้ากว่านี้ไม่ได้หรือไง?
อี้โยวเหวี่ยงจ้าวห่าวหลินไปอยู่ข้างหลังเข้าปะทะกับกลุ่มคนชุดดำตรงหน้า เมื่อเห็นสถานการณ์ไม่สู้ดี“จำสัญลักษณ์ของพวกเราได้ใช่ไหม ข้าจะไปตามหาเ้า”
จ้าวห่าวหลินเข้าใจสถานการณ์ทันทีตอนนี้สถานการณ์คับขัน จนอี้โยวไม่สามารถคอยปกป้องเขาไปด้วยได้
“ข้าจะล่วงหน้าไปก่อน”
อี้โยวแย้มยิ้ม“รอข้าเค่อเดียว”
หลงลิ่วเย่ที่ประกบจ้าวห่าวหลินอีกข้างคิ้วกระตุก‘เค่อเดียว’ อีกแล้วหรือนายท่าน
จ้าวห่าวหลินหนีเอาตัวรอดออกมาจากค่ายปะทะเข้ากับกลุ่มคนชุดดำอีกกลุ่มที่มาดักรออยู่ก่อนแล้วชายหนุ่มใช้วรยุทธแมวสามขาของตัวเองหลบหลีกถึงจะมีาแฉกรรจ์ตามตัวจำนวนมากแต่ก็เลี่ยงจุดตายได้อย่างฉิวเฉียด
เพียงแค่เค่อเดียวอย่างที่เคยประกาศไว้อี้โยวตามมาจนถึงตัวจ้าวห่าวหลิน หลงลิ่วเย่ใช้วิชาตัวเบาพาดจ้าวห่าวหลินบนหลังม้า
ป้าบ!
มาวิ่งออกไปเต็มแรงอย่างไร้ทิศทางจนกระทั่งถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่งชายหนุ่มคลำทางท่ามกลางความมืดคว้าลาตัวหนึ่งขึ้นมาขี่ ใช้กิ่งไม้แทงมันให้เ็ปลาตัวนั้นก็วิ่งต่อไปเรื่อย ๆ
เขาไม่รู้ว่าตัวเองห่างจากจุดปะทะมาไกลแค่ไหนแล้วและไม่รู้ด้วยซ้ำว่าลาตัวนี้กำลังพาไปยังที่ไหน
ปึง!
ลาสะดุดก้อนหินหรือบางอย่างท่ามกลางความมืดมันล้มลงชายบนหลังมันเองก็กลิ้งตกลงลงมาเช่นกัน แรงกระแทกทำให้าแทั่วร่างะเืชายหนุ่มกระอักเืคำโต คลานไปตามถนนดินไปทางก้อนหินใหญ่ข้างทาง
แสงจันทร์อาบร่างของชายหนุ่มที่โชกไปด้วยเือาบย้อมไปทั่วร่างจนน่ากลัวดวงตาดำมืดคู่นั้นมองไปยังลาที่ตายห่างกับตัวเองไม่มากนักเห็นเลือนรางว่าขาทั้งสี่ของมันเต็มไปด้วยาแคงเพราะมันวิ่งสะเปะสะปะไร้ทิศทางจนมาถึงที่นี่เป็แน่
จ้าวห้าวหลินกัดฟันกรอดหลับตาลงด้วยความโกรธแค้น... นี่ข้า กำลังจะตายสินะ
หึทุกอย่างมันเริ่มผิดเพี้ยนไปั้แ่เมื่อไรกัน เหตุใดข้าจึงมาจบลงที่นี่
ภาพความทรงจำครั้งวัยเยาว์ปรากฏขึ้นมาในความทรงจำ
ถนนเมืองหลวงปูด้วยอิฐตึกรามบ้านช่องเต็มไปด้วยความเจริญและคึกคักสองข้างทางเต็มไปด้วยเหล่าประชาชนมากมายในชุดหลากสีสัน ดูมีชีวิตชีวาและมั่งคั่ง
แต่สีหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดโกรธแค้นต่างพากันพ่นถ้อยคำหยาบคายใส่ขบวนรถม้าที่กำลังวิ่งผ่าน
เสียงะโก่นด่าอย่างหยาบคายทำให้รู้ว่าคนที่อยู่ในรถม้าทำเื่ที่เลวร้ายจนพวกเขายากที่จะให้อภัย
“ปีศาจร้ายที่ฆ่าพี่ชายตัวเอง”คือคำที่ใช้เรียกเด็กน้อยวัยห้าขวบ
จ้าวห่าวหลินฆาตกรที่ถูกขับไล่จากเมืองหลวงเพราะฆ่าพี่ชายคนโตั้แ่อายุเพียง 5 ขวบ
จ้าวห่าวหลินใช้แรงเล็กน้อยหัวเราะเยาะตัวเอง“เด็กน้อยแค่ห้าขวบ กลับฆ่าพี่ชายคนโตอายุยี่สิบกว่าได้คงมีแค่พวกโง่อย่างชาวบ้านอกไร้รอยหมึก[4]เท่านั้นที่จะเชื่อ”
ท่านพี่ฮ่าว....บอกข้าหน่อยใครกันที่ฆ่าท่านแล้วโยนความผิดให้ข้า
หากถามว่าในชีวิตนี้เขาอาลัยสิ่งใดมากที่สุดก็คงเป็เื่ที่ยังไม่สามารถสืบหาสาเหตุการตายของท่านพี่ฮ่าวและคนที่อยู่เื้ัใส่ร้ายให้เขากลายเป็ฆาตกร
จ้าวห่าวหลินก้มลงมองเืที่ไหลไม่หยุดของตัวเองแล้วก็ต้องยิ้มเยาะ
ดูเหมือนจะสายเกินไปแล้ว
ภาพทรงจำเลือนรางแต่เขาก็ยังจำใบหน้าและรอยยิ้มอ่อนโยนของท่านพี่ฮ่าวได้เป็อย่างดีจนทำให้เขาเผลอยิ้มออกมา
ขอโทษนะขอรับท่านพี่ข้าคง....ต้องตามท่านไปแล้ว
ลมหายใจสุดท้ายของชายหนุ่มขาดห้วงสิ้นสุดลงในที่สุดนี่คือ่เวลาสุดท้ายของเขา ในที่ห่างไกลผู้คน ในที่ที่ไม่มีใครมองเห็นไม่มีพยานพบเจอ จ้าวห่าวหลินได้ตายลงแล้วในที่สุด
-------------------------------------------
[1] ตั่งกุ้ยเฟย คือเป็เก้าอี้ยาวมีที่เท้าแขนข้างหนึ่งให้เอนนอนได้ ถือกำเนิดในสมัยราชวงศ์ถังโดยสตรีสูงศักดิ์ในวังนิยมใช้เอนกายพักผ่อนอิริยาบถ
[2] แล่เนื้อเถือหนังเป็การปะาที่ทรมาณอย่างมากแบบหนึ่ง ด้วยการค่อย ๆ ตัดชิ้นส่วนต่าง ๆ บนร่างกายสุดท้ายจึงค่อยตัดหัว
[3] ขโมยไก่ไม่ได้ยังต้องเสียข้าวสารอีกกำมือ เป็สำนวนหมายถึงคิดจะทำร้ายคนอื่นแต่นอกจากจะทำร้ายเขาไม่ได้แล้ว ยังต้องเจ็บตัวเองอีกด้วย
[4] อกไร้รอยหมึกหมายถึงคนที่ไม่ได้ร่ำเรียนมามาก