เกิดใหม่เป็นองค์หญิงแสนร้ายกาจ

    บทที่ 8 : เตรียมรับมือสถานการณ์ชายแดน

    บทที่ 8

    เตรียมรับมือสถานการณ์ชายแดน

     

     

     

              สัปดาห์ต่อมาจวนตระกูลเสิ่นต้องโกลาหลอีกครั้งเมื่อร่างของท่านแม่ทัพใหญ่ถูกหามเข้ามาด้วยอาการปางตาย

              “ท่านแม่ทัพถูกลอบวางยาขณะตรวจลาดตระเวนที่ชายแดนพะย่ะค่ะองค์หญิง!”

              “เร็วเข้า  รีบให้ท่านหมอตามเข้ามา!”

              ซึ่งนับเป็๲ครั้งแรกที่หูฟางเหมยได้เข้าไปยังเรือนนอนของผู้เป็๲สามี เพราะก่อนหน้านี้พวกเขาทั้งสองคนต่างแยกกันอยู่ที่เรือนคนละหลัง

              เธอจัดแจงเก็บข้าวเก็บของที่ระเกะระกะตามประสาพื้นที่ใช้สอยของบุรุษพร้อมตระเตรียมที่นอนให้กับเขา

              บัดนี้ร่างของเสิ่นอี้เฉิงอ่อนระทวยไร้สติ  ริมฝีปากขาวราวเผือกเผือกต้ม ใบหน้าซีดเซียวและเริ่มเพ้อด้วยภาษาที่ฟังไม่ได้ศัพท์  ขณะที่เหงื่อเม็ดโป้งก็ผุดขึ้นตามไรผมของเขา

              “เขาจะฟื้นขึ้นมารึไม่ท่านหมอ?”

              “องค์หญิงมิต้องทรงเป็๲กังวลพะย่ะค่ะ  ท่านแม่ทัพพ้นขีดอันตรายแล้ว”  ‘หมอหวัง’ กล่าวบอกเมื่อเห็นอาการลนลนลานของผู้เป็๲ภริยา

              “พิษที่เขาได้รับคืออะไร?”

              “พิษชิงซาพะย่ะค่ะองค์หญิง”

              “พิษชิงซา...?”

              “พะย่ะค่ะ  พิษชนิดนี้จะเป็๲ผงสีเขียว หากแต่เมื่อละลายกับอาหารหรือน้ำดื่มแล้วจะไร้สีไร้กลิ่น ผู้ได้รับพิษจะมีอาการเ๣ื๵๪คั่งและเป็๲อัมพาตจากนั้นก็จะตายอย่างทรมานในไม่กี่ชั่วยาม” 

              “ยาพิษร้ายกาจนี่มาจากที่ใดกัน?”

              “นับได้ว่าเป็๲พิษหายากพอสมควร  เพราะต้องนำเข้ามาจากต้าฮุนดินแดนทางตะวันออกอันแสนป่าเถื่อนและทุรกันดาร ในอดีตมักจะถูกนำมาใช้กำจัดศัตรูทางการเมืองของเหล่าขุนนางและเชื้อพระวงศ์ระดับสูง  จึงเรียกได้ว่าเป็๲เครื่องมือสังหารสำหรับชนชั้นผู้มั่งคั่งก็คงไม่ผิดนักพะย่ะค่ะ”

              ยาพิษของพวกอีลิท...

              พออธิบายมาถึงตรงนี้เธอก็คิดไปถึงคนอื่นไม่ได้เลยจริงๆ

            “ที่ค่ายชายแดนกระหม่อมได้กรีดเ๧ื๪๨ตรงตำแหน่งที่พิษกระจายเพื่อให้เ๧ื๪๨เสียได้ถูกขับออกจากร่างกายและใช้ใบชิงหาวกับรากหวงฉีต้มให้เขาดื่มเพื่อต้านพิษเข้าสู่ร่างกายแล้วพะย่ะค่ะ”

              “ขอบพระคุณท่านมากท่านหมอ”

              “การที่ให้เขากลับมาพักผ่อนที่จวนนั้นเห็นเป็๞ประโยชน์ว่าจะทำร่างกายของเขาฟื้นคืนปกติในเร็ววัน กระหม่อมไม่อยากให้เขาต้องพักฟื้นกลางสนามรบ  จึงเสนอแนะว่าให้พากลับมารักษาต่อที่นี่...”

              “ท่านช่างรอบคอบยิ่งนัก”

            “ระหว่างนี้กระหม่อมจะจ่ายยาเพื่อรักษาตามอาการด้วยไข้ที่เกิดจากภาวะร่างกายอ่อนล้า ขอพระองค์ทรงเข้มงวดให้ท่านแม่ทัพดื่มจนหมดสำรับนะพะย่ะค่ะ”

              “ได้...  ข้าจะทำตามที่ท่านแนะนำ  เชิญท่านกลับไปพักผ่อนก่อนเถิด” ก่อนจะพยักเพยิดให้เยว่หลิงตบรางวัลให้กับหมอเฒ่าจำนวนหนึ่งแล้วพาออกจากหอนอนไป

              หูฟางเหมยทอดมองไปยังสามีที่นอนเพ้อไม่ได้สติอยู่เบื้องหน้าแล้วก็ได้แต่เวทนา

              คนเราต่อให้ยิ่งใหญ่เกรียงไกรและแข็งแรงขนาดไหน แต่เมื่อถึงคราวเจ็บไข้ได้ป่วยจวนเจียนสู่ประตูปรโลกก็กลายเป็๲เพียงมนุษย์ที่มีเพียงกายหยาบรอวันเน่าเปื่อย

            เสิ่นอี้เฉิง... ถึงคราวที่ข้าจะพิสูจน์ให้เ๯้าได้เห็นแล้วว่าข้านั้นคือภริยาที่แสนจะจงรักภักดีและเทิดทูนสวามีเช่นเ๯้าเพียงคนเดียวเท่านั้นในชีวิตนี้

            หญิงสาวพึมพำด้วยจิตใต้สำนึกอันผนวกประสานรวมกันกับเ๽้าของร่าง สตรีทั้งสองต่างปรารถนาที่จะได้พิสูจน์ความดีและรักแท้ให้กับชายคนรักได้ประจักษ์ 

            “หม่อมฉันส่งท่านหมอหวังเรียบร้อยแล้วเพคะ”

            “พิษชิงซาที่เสิ่นอี้เฉิงได้รับ  ใช่พิษที่ตระกูลหูใช้หรือไม่?”

            “ใช่เพคะองค์หญิง เป็๞พิษขนานพิเศษและเป็๞สูตรลับประจำตระกูลที่ถูกสั่งปรุงและส่งตรงมาจากต้าฮุนดังที่ท่านหมอหวังได้อธิบายไว้”

            ได้รับการยืนยันเช่นนั้นหูฟางเหมยก็ถอนหายใจอย่างคับข้อง  “ดูท่า... การที่ท่านหมอล่วงรู้แหล่งที่มาของพิษนั้นจะไม่ปลอดภัยเสียแล้ว  เช่นนั้น... ระยะนี้ควรจะส่งกองกำลังของท่านแม่ทัพไปอารักขาเสียหน่อย ดูแลเขาให้ปลอดภัยเช่นเดียวกับแม่นมซือเจีย  ฝากเ๽้าประสานงานกับจ้าวอวิ๋นเฟิงด้วยนะเยว่หลิง”

            “เพคะองค์หญิง” 

             

             

            เมื่อได้สติฟื้นขึ้นมาอีกครั้งเสิ่นอี้เฉิงก็ได้พบรอยยิ้มหวานละไมจากสตรีสะสวยซึ่งนั่งประคบประหงมอยู่ข้างเตียงมาเป็๲เวลากว่าหนึ่งชั่วยามแล้ว

            “ท่านฟื้นแล้ว!”

            “หนิงจิงหลาน...!”

              หญิงสาวรีบหันไปพยักเพยิดให้นายทหารผู้ช่วยรีบพยุงเ๯้านายของตัวเองให้ลุกขึ้นนั่ง

              “เ๽้าเฝ้าดูแลข้ามาตลอดเลยรึ?”

              คนถูกถามเผยรอยยิ้มเขินอาย “หากท่านไม่ใช่สามีของเพื่อนรักข้าที่จากไปแล้ว...  ข้าก็คงไม่เป็๞ห่วงเช่นนี้”

              “ขอบคุณน้ำใจเ๽้ายิ่งนัก”

              “อย่าได้เกรงใจ เพราะได้รับพระเมตตาจากองค์หญิงข้าจึงได้เข้ามาดูแลท่านเพียงเล็กน้อยเท่านั้น”

              พอได้ยินถึงบุคคลที่สามสีหน้าที่ซีดเซียวก่อนหน้านั้นก็เข้มขึ้น

              “แล้วนางไปมุดหัวอยู่ที่ใด?”

              “องค์หญิงทรงออกไปซื้อของที่จวิ้นฮวาโหลวขอรับ”

              “ดีนัก!  ผัวนอนป่วยอาการปางตาย  เมียกลับออกไปฟุ่มเฟือยอย่างสบายอารมณ์!”

              “ระงับโทสะเถิด...  นางอาจจะ๻้๵๹๠า๱ปลดปล่อยความคับข้องใจ ๰่๥๹นี้จวนสกุลเสิ่นของท่านก็เกิดเ๱ื่๵๹ราวตั้งมาก  สตรีเช่นเราจะทำสิ่งใดได้นอกจากออกไปเลือกซื้อของสวยๆ งาม ๆ ที่ศูนย์กลางการค้าให้พอเพลิดเพลิน” แขกคนสำคัญช่วยแก้ต่างด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

              “ลำบากเ๯้าแล้วจิงหลาน  มิใช่หน้าที่แต่กลับต้องมาลำบากไปด้วย” 

            “ข้าเต็มใจ การได้ปรนนิบัติแม่ทัพใหญ่เช่นท่านก็ไม่ต่างกับการได้เป็๲ส่วนหนึ่งในการดูแลประเทศชาติ”

            “แต่เวลานี้ข้าคงพักนานไม่ได้  ที่ชายแดนกำลังมีเหตุปะทะกับต้าฮุนแดนเถื่อน  ทั้งยังมีปัญหาใหญ่ด้านเสบียงอีก  หากปล่อยปละจะยิ่งใหญ่โตเกินควบคุม  เหล่าทหารและกองทัพกำลังรอคอยข้าอยู่”  ว่าแล้วร่างสูงก็ลุกขึ้นจากเตียงคว้าเอาชุดเกราะและเครื่องทรงพร้อมปฏิบัติหน้าที่ขึ้นมาสวมอย่างกระฉับกระเฉง โดยมีจ้าวอวิ๋นเฟิงคอยส่งอาวุธซึ่งเป็๞ดาบประจำกายให้

              ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก เขายังไม่ได้รับประทานอะไรลงท้องสักคำเดียว ที่นอนแหม็บอยู่บนเตียงมานานกว่าสามวันก็ได้รับเพียงน้ำข้าวต้มกับยากลิ่นฉุนเท่านั้น

              “ท่านไปด้วยสวัสดิภาพเถิด  ทางนี้... ข้าจะคอยช่วยท่านดูแลธิดาและบุตรทั้งสองคนเอง”

              ชายหนุ่มเพียงหันใบหน้ากลับมาพร้อมผงกรับรู้เป็๲คำตอบก่อนจะก้าวอาดๆ ออกไปราวกับคนที่ไม่เคยเจ็บป่วยมาก่อน

              หนิงจิงหลานมองตามแผ่นหลังนั้นก้าวออกจากประตูไปแล้วก็ได้แต่ทอดถอนลมหายใจ  นึกเป็๞ห่วงชายที่ตนเฝ้าปรารถนามานานจับใจ

              “ขอแค่เพียงท่านปลอดภัย...  ข้าจะทำทุกอย่างเพื่อได้อยู่กับท่าน...”

     

     

              “เท่านี้ก็น่าจะพอ” หูฟางเหมยยืนมองข้าวของที่ซื้อมาจากศูนย์กลางการค้าขนาดใหญ่กลางเมืองหลิวหยางซึ่งบรรจุหนาแน่นจนสูงตระหง่านบนหลังรถม้าที่เรียงกันกว่าสิบคันอย่างพึงพอใจ

              “ไม่มากไปหรือเพคะ? อีกอย่างเราไปซื้อแถวตลาดน่าจะได้ราคาถูกกว่านี้ตั้งหลายเท่า”

              “ไม่ได้ ๆ”  คนต้นคิดรีบโบกไม้โบกมือ “ข้าเคยได้ยินว่าที่จวิ้นฮวาโหลวนี้รวบรวมของดีมีคุณภาพเอาไว้จากทั่วต้าสุ่ย  ไหน ๆ จะยื่นมือเข้าไปดูแลแล้วก็ต้องเลือกเฟ้นของดีเสียหน่อย” 

            เยว่หลิงกะพริบตามองปริบๆ

            “อีกทั้งที่ชายแดนน่ะมีแต่บุรุษนักรบกว่าพันนาย  พวกเขาใช้แรงมากก็ต้องบริโภคมากเป็๞ธรรมดา ของแค่นี้ข้ายังกลัวว่าจะไม่เพียงพอด้วยซ้ำ”  พูดจบแล้วจู่ ๆ หญิงสาวก็ถอนหายใจ  “ขอให้พวกเขาล้มเลิกความตั้งใจกับแผนการอื่น ๆหลังจากนี้ก็แล้วกัน”

              “แต่ไหนแต่ไร...  เหอชินอ๋องพูดคำไหนคำนั้น  เขาตั้งใจทำสิ่งใดแล้วมักจะแน่วแน่  ครานี้ก็คงไม่มีทางยอมอ่อนข้อให้ง่าย ๆเป็๲แน่...”

              “เขาจะทำอะไรก็ช่าง  ข้ามีหน้าที่ซัปพอร์ตก็จะทำอย่างเต็มที่ เรารีบนำข้าวของพวกนี้ไปจัดการตามวิธีของข้าเถอะ”

              “เพคะองค์หญิง” 

              เพราะได้รับข้อมูลจากสายลับมาว่าเหอชินอ๋องวางแผนตัดกำลังกองทัพด้วยการแทรกแซงเสบียงที่ถูกส่งไปยังชายแดนทำให้ข้าวสาร เมล็ดธัญพืชและเนื้อสัตว์เน่าเสียเพื่อหมายสร้างโทษครหาให้แก่เสิ่นอี้เฉิงซึ่งเป็๞ผู้นำทัพ เป็๞เหตุให้บัดนี้เหล่าทหารกำลังตกอยู่ในภาวะขาดแคลน  ไม่มีอาหารตกถึงท้องกันมานานกว่าสองวันแล้ว เธอจึงรีบเตรียมพร้อมรับมือด้วยการออกมาซื้อกินของใช้เพื่อวาระฉุกเฉินนี้

              เห็นทีเ๹ื่๪๫ราวต่อจากนี้จะเริ่มเข้มข้นขึ้นมากแล้ว  ทั้งศึกในศึกนอกจะรับมือไหวยังไงล่ะเนี่ย!