ดีจ้าวหยางจื่อรอบคอบคอยจิบละน้อย ถ้าเขากระดกลงไปเต็มคำ ไม่อยากจินตนาการเลยว่ามันจะออกมาเช่นไร วันถัดไปเขาคงต้องท้องผูกเป็แน่แท้
ถามว่ามันรสชาติแย่ขนาดนั้นเลยหรือ?
ใช่! รสเฝื่อนจนเขารับไม่ได้!
แม้ว่าเขาจะบ้วนออกมาจนหมดปาก กลิ่นสาบของดินโคลนยังติดอยู่ที่ลิ้นอยู่เลย!
เื่สุขอนามัยต้องรีบแก้ไขโดยด่วน!
ไม่เช่นนั้นต้องป่วยตายก่อนที่จะได้ทำอันใดเป็แน่!
ขณะที่จ้าวหยางจื่อกำลังครุ่นคิดวิธีแก้ปัญหา ซีซวนไม่รู้ว่าเดินมาั้แ่เมื่อไหร่ ได้พูดขึ้นจากทางด้านหลังของเขาว่า
“กำลังคิดเื่อันใดหรือเ้าคะ? ซวนเอ๋อร์เห็นท่านพี่ยืนเหม่อหลายครั้งหลายคราแล้วเ้าค่ะ”
ซีซวนหลังจากที่ทานอาหารอิ่มแล้วว่าจะมาดื่มน้ำ พอเห็นพี่ใหญ่เหม่อลอยก็เลยถามออกไปอย่างนึกสงสัย นานเข้าพี่ใหญ่ของเธอก็แปรเปลี่ยนไปทุกครา
“พอดีพี่กำลังคิดว่าวันรุ่งขึ้นเราจะหาเนื้อได้อีกหรือไม่? พี่อยากจะกินเนื้อต่อเพราะมันอร่อยอย่างมาก”จ้าวหยางจื่อตอบด้วยน้ำเสียงรื่นหูกับน้องสาว เพื่อปกปิดความกังวลในใจเขา
“ท่านพี่ยังคิดถึงเื่นี้อยู่เช่นนั้นหรือ อย่ากังวลไปเลยเ้าค่ะ ไก่ป่าจับได้ยากเย็นนัก วันนี้พวกเราโชคดีมากแล้วที่พบมันตอนาเ็ ไม่เช่นนั้นมันคงบินหนีเราไปเหมือนกับทุกครา”
“แล้วไปเถอะ ท้องฟ้ามืดค่ำจวนจะถึงเวลาเข้านอนได้แล้ว ค่อยพูดกันอีกทีวันถัดไป”
“เ้าค่ะ”ซีซวนตัวน้อยพยักหน้ารับอย่างเชื่อฟัง ก่อนที่เดินผ่านจ้าวหยางจื่อไปเพื่อดื่มน้ำอย่างมีความสุข วันนี้ช่างโชคดีนักที่ได้กินเนื้อ
เมื่อจ้าวหยางจื่อพูดจบเขาก็เดินจากไป ซีซวนใช้เวลาดื่มน้ำไม่นานนักก็เดินตามมา
ส่วนซีห่าวเขายังทานอาหารยังไม่อิ่ม เขายังทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อยไม่เปลี่ยนแปลง คงมีความสุขไม่น้อยที่ได้ทานเนื้อในมื้อนี้
จ้าวหยางจื่อเดินมาถึงเตียงนอน เขาก็เตรียมที่นอนรอเด็กน้อยทั้งสองคน การเตรียมที่นอนนั้นไม่ยากเลย เพราะมันมีเพียงแค่ผ้าหนาๆ ผืนเดียวใช้เป็ที่นอนเท่านั้น
ยังไม่พอทั้งสามคนยังนอนเตียงเดียวกันและไม่มีผ้าห่มแต่อย่างใด นับว่าน่าเวทนาโดยแท้จริง
พบเจอเื่แบบนี้แล้ว คนจากยุคใหม่อย่างจ้าวหยางจื่อก็รู้สึกท้อใจอย่างมาก
ทั้งสามคนทนอยู่มาถึงตอนนี้ได้อย่างไร?
สภาพการเป็อยู่เช่นนี้ในฤดูหนาวไม่แข็งตายหรือ?
นอกจากเื่สุขอนามัย เื่การเป็อยู่ควรปรับปรุงโดยด่วน!
หลังจากที่ได้หลอมรวมความทรงจำ จ้าวหยางจื่อก็รับรู้แล้วว่าเขาไม่มีทางได้กลับไปยุคเดิมของตนเองได้อย่างแน่นอน คงต้องใช้ชีวิตอยู่ในยุคนี้จวบจนวันตาย
ถามว่าเขารู้ได้อย่างไรนะหรือ? ก็เพราะเขารับรู้แล้วนะสิว่าเขามาที่นี่ได้อย่างไร!
ความจริงเลยก็คือ ระหว่างที่เขากำลังเดินทางไปทำงานอย่างปกติสุขในกรุงปักกิ่ง จู่ๆ ก้อนหินขนาดเท่ากำปั้นลอยลงมาจากฟากฟ้า ร่วงหล่นลงมากระทบเข้ากับศีรษะเขาพอดิบพอดี
ทำให้ตกตายอย่างไม่ต้องสงสัย มีหรือที่กะโหลกบางๆ จะป้องกันไว้ได้ก้อนหินที่หล่นจากที่สูงได้
ส่วนคนที่มีชื่อเดียวกับเขา ไม่สิ! ตอนนี้ต้องกล่าวว่าคนที่เขาสวมร่างอยู่นี้ก็ตกตายเหมือนกับเขาทุกสัดส่วน
ในตอนนั้นเ้าของร่างเดิมกำลังนั่งชมพระอาทิตย์ตกดินอยู่ดีๆ ก็ได้มีดาวตกปริศนาร่วงหล่นใส่ศีรษะเขาเช่นกัน
เื่ทั้งหมดก็เป็มาแบบนี้เอง ทั้งคู่ตกตายเหมือนกันโดยบังเอิญ หรือว่าจะเป็ความตั้งใจของใครบางคนก็ไม่อาจทราบได้
ส่วนเื่ทุ่งหญ้าพื้นที่หนึ่งหมู่นั้น ก็ไม่ทราบเช่นกันว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร รู้สึกตัวอีกทีก็อยู่ที่นั่นเสียแล้ว ถ้าได้ตรวจสอบอีกรอบก็น่ารู้มากกว่านี้..
ขณะที่จ้าวหยางจื่อกำลังคิดเพลินๆ อุ้งมือเล็กๆ ของซีซวนก็กระตุกเสื้อเขาเพื่อเรียกสติ
“พี่ใหญ่เ้าคะ พี่ใหญ่!? พี่ใหญ่เ้าคะ!!”
“ว่า..ว่า!!”
“พี่ใหญ่เหม่อลอยอีกแล้ว เป็แบบนี้มาหลายคราแล้วเ้าค่ะ หรือว่าพี่ใหญ่จะป่วย..”น้ำเสียงของเด็กสาวแสดงความเป็ห่วงออกมาอย่างชัดเจน
“พี่ใหญ่แค่คิดไปเรื่อยเปื่อยเท่านั้น ซวนเอ๋อร์อย่าเพิ่งกังวลไป เข้านอนกันเถอะเริ่มจะมืดค่ำลงไปทุกที”จ้าวหยางจื่อพยายามบ่ายเบี่ยงเพื่อให้น้องสาวไม่สงสัย
“เ้าค่ะ”ซีซวนได้แต่ปล่อยเื่นี้ผ่านไปอย่างจำยอม เพราะเธอเริ่มง่วงแล้วเช่นกัน
สาเหตุที่ง่วงนอนเร็วเช่นนี้นั้นอาจเป็เพราะตอนกลางวันใช้แรงมากเกินไป คิดถึงเมื่อตอนกลางวันก็เผลอยิ้มออกมา หวังว่าวันข้างหน้าจะโชคดีเช่นวันนี้
ต่อจากนั้นร่างเล็กก็ถอดรองเท้าก่อนที่จะค่อยๆ คลานเข่าขึ้นเตียงไป ทว่าจ้าวหยางจื่อยังไม่ตามขึ้นไปในทันที เขาต้องรอซีห่าวก่อน เพราะเขาต้องเป็คนดับไฟตะเกียง
ไม่นานซีห่าวก็ตามมา แม้จะในความมืดเลือนราง ทว่าจ้าวหยางจื่อก็สังเกตเห็นว่าซีห่าวกำลังใช้มือเล็กลูบท้องตัวเองไปมาอย่างอารมณ์เบิกบาน เขาก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยหยอกล้อ
“เ้าตัวเล็ก กินเยอะไปไม่ดีนะรู้ไหม ถ้าปลุกพี่ใหญ่ให้ออกไปข้างนอกกลางดึก พี่ไม่ไปเป็เพื่อนหรอกนะ!”
“ไม่นะพี่ใหญ่..”พอได้ยินพี่ใหญ่พูดเช่นนั้นซีห่าวก็หวาดกลัว ประกอบกับคำพูดท่านยายหาน ซีห่าวก็ยิ่งกลัวมากขึ้นไปอีก
เห็นว่าน้องชายกลัวจริงๆ จ้าวหยางจื่อก็รีบเอ่ยขึ้นเพื่อคลายความกังวล
“พี่ใหญ่แค่ล้อเล่น ใครจะกล้าปล่อยให้น้องชายไปคนเดียวแบบนั้น”
“ข้าตกอกใหมด อย่าล้อข้าเล่นแบบนี้อีกนะพี่ใหญ่”ซีห่าวพูดเสียงเบา เพราะว่ายังรู้สึกกลัวไม่หาย
เห็นว่าใช้เวลานาน ซีซวนก็พูดเร่งเร้าเสียงใส
“ซีห่าว รีบตามขึ้นมาข้าง่วงมากแล้ว!”
“ขอรับท่านพี่!”
ถึงทั้งคู่จะเป็แฝดกันแต่ซีห่าวก็เคารพซีซวนอย่างมาก เพราะนอกจากซีซวนจะเข้มแข็งกว่าแล้ว เด็กสาวยังมีความคิดที่เป็ผู้ใหญ่มากกว่า
หลังจากที่เด็กน้อยวัยสิบขวบทั้งสองคนเข้าที่ของตนเองเรียบร้อย จ้าวหยางจื่อก็ดับไฟตะเกียง ทำให้ความมืดมิดปกคลุมทันที
หลังจากนั้นก็ไม่มีกล้าใครส่งเสียงอีก เพราะถึงยามต้องหลับพักผ่อนแล้วนั่นเอง
..
หนึ่งชั่วยามผ่านไป จ้าวหยางจื่อยังข่มตาหลับไม่ลง เขาใช้เวลานี้เองใช้ความคิดอย่างหนักว่าจะทำอย่างไรต่อวันพรุ่งนี้
สังเกตเห็นว่าคู่ฝาแฝดหลับสนิทแล้ว จ้าวหยางจื่อก็กลับเข้าไปในมิติย่อยอีกรอบ
แค่ชั่วลมหายใจ ทันทีที่จ้าวหยางจื่อลืมตาขึ้น เขาก็กลับมายังมิติเอกเทศ บรรยากาศต่างๆ ภายในที่แห่งนี้ยังคงเงียบสงบและสดชื่นเหมือนเดิม
ด้วยความกระหายที่ยังไม่ทันได้ดื่มน้ำสักหยด พอสังเกตเห็นน้ำพุใส จ้าวหยางจื่อก็พุ่งไปตรงเข้าหามันอย่างรีบเร่งทันที..
สามารถกดหัวใจ ส่งของขวัญ เป็กำลังใจให้นักเขียน หรือคอมเมนต์พูดคุยกันได้นะครับ
ช่วยกดติดตาม กดแชร์ให้เพื่อนๆ อ่าน จะเป็พระคุณอย่างยิ่งของคนเขียนครับ
หรือติดตามได้ที่ Tiktok: @denwriternovel