บทที่ 15 สายฟ้าฟาด! (รีไรต์)
ชาวบ้านทั้งหลาย...
ต่างพากันอึ้งตะลึงงันกับการกล่าวโทษแบบโยนความผิดให้ผู้อื่นเช่นนี้
คนตระกูลทังช่างไร้ยางอายสิ้นดี!
บุกมาทำร้ายเขาถึงบ้านทว่าทำงานไม่สำเร็จจนถูกขับไล่ออกไป ยามนี้กลับพลิกลิ้นกลายเป็ผู้ถูกกระทำเสียอย่างนั้น ช่างเป็แผนการที่แยบยลและลุ่มลึกเหลือเกิน!
แม่เฒ่าทังร่ำไห้จนเสียงขาด่ "โปรดให้ความเป็ธรรมแก่ข้าด้วยเถิด! ความยุติธรรมอยู่ที่ใด! มโนธรรมฟ้าดินอยู่ที่ใดกันเล่า!"
แม่เฒ่าหลี่ะโด่ามาจากในลานบ้าน "พวกเ้ายังรู้จักคำว่ามโนธรรมอยู่อีกหรือ รังแกเสี่ยวหยวนเป่าและแม่ลูกเหล่านี้ไม่สำเร็จ ยังบังอาจมาปั้นน้ำเป็ตัวใส่ร้ายเขาอีก ไม่กลัวฟ้าผ่าตายหรืออย่างไร!"
วาจานี้ทำให้ดวงตาของเสี่ยวหยวนเป่าพลันเป็ประกายขึ้นมา
หึ นางรู้แล้วว่าควรจะจัดการอย่างไรดี
หัวหน้าหมู่บ้านมีบารมีในหมู่บ้านตระกูลทังไม่น้อย เขาเดินเข้ามาในลานบ้านเพื่อสอบถามความเป็ไป เมื่อมีพยานอยู่มากมายเพียงนี้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นย่อมกระจ่างชัดแจ้ง
ทว่าแม่เฒ่าทังกลับร่ำไห้โวยวายอย่างน่าเวทนาอยู่ด้านนอก ประกอบกับพวกทังต้าหลงที่ถูกเสี่ยวหยวนเป่าเหวี่ยงกระเด็นออกไป ต่างก็มีรอยฟกช้ำตามร่างกายดูน่าสงสารไม่น้อย
หัวหน้าหมู่บ้านครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนกล่าว "ทังโหย่วไฉ นิสัยใจคอของคนบ้านเ้าเป็อย่างไรข้าย่อมรู้ดี ส่วนพวกเ้าไฉ่ซื่อ การที่กระด้างกระเดื่องต่อผู้าุโนั้นก็ถือว่าไม่ควร แคว้นต้าเยี่ยนของเรายึดถือความกตัญญูเป็ที่ตั้ง เอาเช่นนี้เถิด เื่บ้านตระกูลทังข้าจะยื่นมือมาจัดการเป็ครั้งสุดท้าย ทุกเื่ควรยึดความสงบสุขเป็สำคัญ ไฉ่ซื่อเป็เพียงแม่เลี้ยง แต่ต้าเป่าและน้อง ๆ อย่างไรเสียก็คือเืเนื้อเชื้อไขตระกูลทัง หากสามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันได้ ก็จงพยายามอยู่ด้วยกันไปเถิด"
ผู้เฒ่าทังทำหน้าหนารับคำ "อืม ข้าฟังตามท่านพี่"
ต้าเป่าและน้องชายต่างโกรธจนใบหน้าแดงก่ำ พวกเขาไม่ปรารถนาจะกลับไปใช้ชีวิตที่แสนรันทดเช่นนั้นอีก
ยามนี้พวกเขามีข้าวกิน มีน้ำดื่ม ชีวิตเพิ่งจะเริ่มมีความหวัง ทว่าคนบ้านทังเห็นชัดว่าจ้องจะเอาเสบียงของพวกเขามาเป็ของตน จึงได้คิดอุบายจะรับพวกเขากลับไป
หากเสบียงหมดสิ้นลงเมื่อใด คนพวกนี้ย่อมหาเื่ขับไล่ไสส่งพวกเขาไม่ต่างจากเดิมแน่นอน ซานเป่ากล่าวด้วยความร้อนรน "ท่านปู่หัวหน้าหมู่บ้าน พวกเราไม่อยากกลับไปแล้ว... กลับไปก็ต้องอดอยากไร้เสื้อผ้ากันหนาว พวกเขาเพียงอยากได้ข้าวของพวกเราเท่านั้น..."
หัวหน้าหมู่บ้านใช้ชีวิตมาจนป่านนี้ มีหรือจะดูเล่ห์เหลี่ยมพวกนี้ไม่ออก
"หลานเอ๋ย พวกเ้าแม่ลูกอยู่นอกบ้านเพียงลำพังมันลำบากนัก เชื่อปู่เถิด กลับไปอยู่รวมกันเป็ครอบครัวย่อมดีกว่า อย่างไรเสียพวกเขาก็คือปู่ย่าแท้ ๆ หาใช่คนอื่นไกล คนในบ้านลิ้นกับฟันกระทบกันบ้าง จะโกรธเคืองข้ามคืนไปทำไม"
ผู้เฒ่าทังรีบขานรับเป็พัลวัน
หัวหน้าหมู่บ้านกล่าวต่อ "ทว่าหากพวกเ้าเพียงจ้องจะเอาข้าวของเด็ก ๆ น่ะ ไม่ได้เด็ดขาด! ดังนั้น วันนี้ข้าจะขอเป็พยานให้! ทังโหย่วไฉ พวกเ้าสองสามีภรรยาจงรับปากต่อหน้าข้า ว่าจะดูแลห้าแม่ลูกด้วยความจริงใจ เลี้ยงดูเด็ก ๆ ให้เติบโตเป็ผู้ใหญ่ อย่าให้มีเื่การขายคนหรือขับไล่คนเกิดขึ้นอีก!"
แม่เฒ่าทังหยุดร้องไห้ทันที นางเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ
ผู้เฒ่าทังรับคำ "รับปาก ข้ารับปากแน่นอน"
ในใจคิดเพียงว่า ขอเพียงได้ข้าวหลายร้อยชั่งนี้กลับบ้านไปก่อน เื่อื่นค่อยว่ากันทีหลัง
ต้าเป่าและน้อง ๆ เริ่มกระวนกระวาย พวกเขาไม่ได้อยากกลับบ้านตระกูลทัง ทว่าหัวหน้าหมู่บ้านออกหน้ากล่าววาจาเพียงนี้ ย่อมยากจะโต้แย้ง
ในตอนนั้นเอง เสี่ยวหยวนเป่าที่เฝ้ามองด้วยดวงตากลมโตมาโดยตลอดก็เอ่ยปากขึ้น
เสียงนุ่มนิ่มใสซื่อของเด็กน้อยถามผู้เฒ่าทังและแม่เฒ่าทังว่า "พวกท่านทั้งสอง กล้าสาบานต่อฟ้าดินหรือไม่เ้าคะ"
หัวหน้าหมู่บ้านเสริมขึ้น "ถูกแล้ว โหย่วไฉ พวกเ้าสองคนจงสาบานต่อหน้าผู้คนเถิด ว่าจะดูแลเสี่ยวหยวนเป่าและพี่ชายด้วยใจจริง เพื่อให้เด็ก ๆ คลายกังวลและเพื่อให้ข้าเบาใจด้วย"
ความสงบสุขของหมู่บ้านคือสิ่งสำคัญ หากมีเื่วุ่นวายภายในบ้านเช่นนี้แพร่ออกไป ในฐานะหัวหน้าหมู่บ้านเขาย่อมเสียหน้าไม่น้อย
ชาวชนบทล้วนมีความเชื่อในเื่เหล่านี้
การสาบานต่อฟ้าดินกลางวันแสก ๆ โดยทั่วไปคนย่อมตั้งมั่นอยู่ในสัจจะ ทว่าทังโหย่วไฉและภรรยาไม่ใช่คนทั่วไป ทั้งสองสบตากันเพียงชั่วครู่ก็เข้าใจความหมายในแววตาของกันและกัน
ขอเพียงหลอกล่อเอาข้าวของเสี่ยวหยวนเป่ามาให้จงได้ เื่อื่นไม่ได้สำคัญอีกต่อไป ทั้งสองเอ่ยออกมาพร้อมกันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
"พวกเราขอสาบาน ว่าจะดูแลเสี่ยวหยวนเป่าและพี่น้องให้ดีด้วยใจจริง เลี้ยงดูจนเติบใหญ่เป็ผู้ใหญ่... หากผิดคำสาบาน ขอให้ฟ้าผ่าตาย!..."
เสี่ยวหยวนเป่าเฝ้ารอเวลานี้มานานแล้ว มือน้อย ๆ ซ่อนอยู่เื้ั ลอบร่ายอาคมและพึมพำวาจาบางอย่างอย่างรวดเร็ว
ทันใดนั้นเอง! เสียงฟ้าร้องดังกึกก้องประดุจสายฟ้าฟาดกลางวันแสก ๆ ดังขึ้นสองครั้งติด!
เปรี้ยง!
เปรี้ยง!
ผู้คนรอบข้างต่างพากันสะดุ้งสุดตัวด้วยความใ จากนั้น สายฟ้าฟาดสองสายพลันพุ่งตรงลงมาที่ศีรษะของสองเฒ่าตระกูลทังทันที
เส้นผมของทั้งคู่ไหม้เกรียมจนกลายเป็ทรงผมหยิกหยอย ดวงตาเบิกโพลงค้าง ใบหน้าดำปิ๊ดปี๋...
สิ่งที่ผู้อื่นไม่อาจมองเห็น มีเพียงเสี่ยวหยวนเป่าเท่านั้นที่เห็น คือผีขาดมโนธรรมสองตนที่เกาะบ่าประกาศบารมีอยู่ ถูกสายฟ้าฟาดจนสลายกลายเป็ควันสีเขียวจางหายไป
สิ้นซากไม่เหลือ!
สายฟ้านี้เน้นไปที่การกำจัดผีร้ายทังสอง ผู้เฒ่าทังและแม่เฒ่าทังจึงรอดชีวิตมาได้อย่างหวุดหวิด
ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์พากันร้องะโด้วยความหวาดกลัวและก้าวถอยหลังไปหลายก้าว
"์เอ๋ย! นี่คือผลกรรมที่ตามมาทันตาเห็นแท้ ๆ!"
"ฟ้าผ่าจริง ๆ ด้วย ทังโหย่วไฉช่างยอดนัก! จิตใจโฉดชั่วจนเทพยดาเบื้องบนยังไม่อาจทานทนได้..."
"ฮ่า ๆ ข้าใช้ชีวิตมาจนผมขาวโพลน เพิ่งจะเคยเห็นคนสาบานแล้วโดนฟ้าผ่าคาที่ก็วันนี้เอง!"
……
ใบหน้าของเสี่ยวหยวนเป่าซีดขาวเล็กน้อย การใช้อาคมเรียกอัสนีเมื่อครู่ถือว่าเกินกำลังของนางในยามนี้ไม่น้อย ทว่าเมื่อเห็นผีขาดมโนธรรมทั้งสองตนถูกกำจัดไปแล้ว นางก็รู้สึกภาคภูมิใจยิ่งนัก
หึหึ
เพียงแต่ยามนี้รู้สึกง่วงนอนเหลือเกิน พลังจิติญญาถูกใช้ไปจนหมดสิ้น อยากจะหลับลงเสียเดี๋ยวนั้น
คราวก่อนที่นางร่ายอาคมทำให้บ้านถล่ม นางก็ผล็อยหลับไปทันทีหลังจบคำ อาคมเหล่านี้สำหรับเด็กน้อยอย่างนาง นับว่าหนักแรงยิ่งนัก ทว่านางจะหลับไม่ได้ ต้องฝืนทนไว้ เพราะคนชั่วคนอื่นยังไม่ได้หนีหายไป...
เ้าก้อนแป้งน้อยใช้มือน้อย ๆ ทั้งสองข้างดึงเปลือกตาตนเองไว้ไม่ให้ปิดลง พลางหาวหวอดครั้งแล้วครั้งเล่า
ช่างเป็ภาพที่น่าเอ็นดูยิ่งนัก
พวกต้าเป่าไม่ล่วงรู้ถึงการกระทำลับ ๆ ของน้องสาวเลย คิดเพียงว่าฟ้าดินมีตา เหล่าเด็กชายพากันคุกเข่าต่อหน้าหัวหน้าหมู่บ้าน ยืนกรานหนักแน่นว่าไม่อาจยกโทษให้คนบ้านทังได้ และไม่ปรารถนาจะกลับไปสู่ขุมนรกแห่งนั้นอีก
พวกเขาเล่าถึงพฤติกรรมอันโหดร้ายของคนบ้านทังที่กระทำต่อแม่ลูกกลุ่มนี้ด้วยหยาดน้ำตา
ผู้คนที่ได้ยินต่างพากันเวทนาและสงสารจับใจ
ผู้เฒ่าทังและภรรยาถูกสายฟ้าฟาดจนสติเลอะเลือน ไม่อาจเอ่ยปากกล่าววาจาใดได้อีก
สะใภ้ใหญ่และสะใภ้รองก็หวาดกลัวจนสั่นเทิ้ม ไม่กล้าเอ่ยปากส่งเดช เพราะเกรงว่าตนเองจะถูกฟ้าผ่าลงมาอีกคน
สุดท้าย ต้าเป่าขอให้หัวหน้าหมู่บ้านช่วยเป็พยานในการแยกบ้านครั้งนี้ และขอตัดขาดความสัมพันธ์กับบ้านทังให้สิ้นซากเด็ดขาด
ชาวชนบทล้วนเคร่งครัดในความเชื่อ
หัวหน้าหมู่บ้านเองก็ไม่กล้าขัดต่อเจตจำนงแห่ง์ เขาถอนหายใจยาว "โหย่วไฉเอ๋ย! ทั้งหมดนี้เป็เพราะพวกเ้าทำตัวเองแท้ ๆ! เด็กดี ๆ เช่นนี้พวกเ้ากลับไม่้า วันหน้าพวกเ้าจะต้องเสียใจภายหลังแน่นอน..."
เขานึกถึงหลานชายที่บ้านตนเองแล้วก็ได้แต่ทอดถอนใจ
หลังกล่าวจบ หัวหน้าหมู่บ้านได้ประกาศต่อหน้าผู้คน ยินยอมให้ไฉ่ซื่อและลูกทั้งสี่แยกบ้านจากตระกูลทังอย่างเป็ทางการ นับจากนี้หาต้องข้องเกี่ยวกันอีก บ้านทังไม่ต้องเลี้ยงดูเด็ก ๆ และแม่ลูกทั้งห้าก็หาต้องปรนนิบัติเลี้ยงดูคนบ้านทังยามแก่ชราไม่
ทุกคน ณ ที่แห่งนั้นล้วนเป็พยาน
เมื่อเสร็จสิ้นกิจธุระ หัวหน้าหมู่บ้านจึงกล่าวว่า "พวกเ้ายังจะยืนบื้ออยู่อีกหรือ รีบพาปู่ย่าของพวกเ้ากลับไปพักรักษาตัวเดี๋ยวนี้!"