“ เป็เ้า ! “
กู้เซียนเซียนกลับมาอยู่บนอารามเต๋าได้เกือบเดือนแล้ว รอบนี้มารดาให้นางมาอยู่เป็เพื่อนอาหญิงจนกว่าอาการป่วยของอาจารย์จะดีขึ้นซึ่งก็น่าจะกินเวลาไปอีกสองถึงสามเดือน
นางเองก็ชอบมาที่นี่ จึงไม่ได้มีปัญหาอะไรในการอยู่พำนักอยู่เป็เวลานาน แม้ว่าระยะหลัง มารดาจะส่งนางมาอยู่นานขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม นางก็เต็มใจ
เวลานี้ ขณะที่นางกำลังไล่ทำความสะอาดปัดฝุ่นที่โถงใหญ่ของอารามส่วนหน้า นางก็ได้พบกับเขาอีกครั้ง ต้นเหตุของความโชคร้ายของนางในปีก่อน แม้ตอนที่เขาเดินเข้ามานางจะไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าใดๆเลย จึงไม่รู้ว่าเขาหยุดยืนอยู่ด้านหลังนางนางเท่าใดแล้ว ปีนี้เขาดูสูงใหญ่ขึ้น แต่ความเ็าห่างเหินที่แสดงออกมานั้นยังคงเหมือนเดิม
ชายหนุ่มเองขณะนี้ก็กำลังมองตรงมาที่นางอยู่เช่นเดียวกัน แสงแดดที่ส่องประกายมาจากทิศเื้ัเขา ทำให้นางต้องหยุดเพ่งมองชายหนุ่มตรงหน้าอยู่ชั่วขณะก่อนจะกระตุกวาบในใจและเซถอยหลังไปสองสามก้าวทันที
วันนี้เขาใส่ชุดยาวสีน้ำเงินทั้งตัว รวบผมทั้งหมดไว้ด้วยหมวกแบบโปร่งสีดำครี่งศีรษะ ไม่เหมือนกับวันที่นางเจอครั้งแรก วันนี้ชายหนุ่มไม่มีภาพของโจรร้ายกาจที่คอยดักปล้นผู้คนเช่นในอดีต แท้จริงแล้วเขาเหมาะสมกับภาพของสุภาพชนที่แลดูบริสุทธ์สูงส่งเช่นนี้มากกว่าคนที่ไม่รู้อาจคิดว่าเขาเป็คุณชายจวนใหนซักจวน หรือกระทั่งเป็องค์ชายจากตำหนักใดตำหนักหนึ่ง
แต่ไม่ใช่กับนาง
ระหว่างนางกับเขา ไม่มีความทรงจำดีๆต่อกันเลยไม่ว่าจะเป็บุญคุณหรือความแค้น
‘ นี่เขากำลังเดินตรงมาที่นางใช่หรือไม่ ’ นางถอยหลังอย่างรวดเร็วอีกสองสามก้าวทันที
ขณะกำลังหันหลังเตรียมวิ่งหนี เพราะตระหนักดีว่าโจรยังไงก็เป็โจรวันยังค่ำ ไม่มีวันเป็คนดีไปได้ นางคิดถึงขั้นว่ารอบนี้เขาคงวางแผนมาปล้นอารามยากจนแห่งนี้แน่นอน
“ เ้ากำลังจะไปไหน “ นี่เป็ประโยคแรกที่เขาทักนาง
ตอนที่นางหันกลับมาในทิศทางที่เขายืนอยู่ไม่ไกลจากนางมากนัก มือสองข้างของเขาไขว้ไว้ทางด้านหลัง
“ ที่นี่ยากจนมาก เ้ามาปล้น ก็ไม่มีอะไรให้เ้าหรอก โจรเช่นเ้ามีมือมีเท้า เหตุใดถึงไม่ไปทำมาหากินอย่างอื่น “ นางกำมือแน่น พยายามพูดให้เสียงดัง เพื่อให้คนด้านในและด้านนอกห้องได้ยิน
ตอนนี้นางยืนอยู่ที่โถงกว้างของส่วนอารามหน้า ดังนั้นทั่วบริเวณจึงพอจะเห็นว่ามีคนเดินผ่านไปผ่านมาอยู่บ้าง ขอเพียงมีคนเห็น โจรชั่วคงไม่ถึงกับยกดาบมาฆ่านางในสถานที่ของพระพุทธองค์เช่นนี้
ตอนที่นางกำลังจับมือที่สั่นเทาของตัวเองอยู่ในแขนเสื้อนั้น จดจ้องกับการเคลื่อนไหวของชายหนุ่มตรงหน้าอยู่ตลอดเวลา
เขาก้าวยาวๆ เข้ามารวบต้นแขนของนาง ไม่ว่านางจะสะบัดตัวหนีอย่างไร ก็สู้นิ้วมือแข็งแรงข้างนั้นไม่ได้
ชายหนุ่มลากตัวนางไปที่มุมลับตาแห่งหนึ่งในห้องโถง
เซียวหลงมองไปที่นาง ก่อนก้มหัวลงเล็กน้อยเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเ็า
“ เ้ารู้เื้ัข้าดีอยู่แล้ว หากเอะอะโวยวาย ข้าจะฆ่าทุกคนในที่นี่ซะ “
นางตัวสั่นดั่งลูกนก กัดริมฝีปากล่างจนห้อเื ในหัวพลันขาวโพลนนึกอะไรไม่ออกชั่วขณะ
“ เ้า.. เ้ามาทำอะไรที่นี่ “ นางถามเสียงสั่น นี่สินะ หากตอนก่อนนี้นางได้เจรจากับเขาดีๆก่อนจากกันนางคงไม่ต้องหวาดกลัวเขาอยู่เช่นนี้ ที่แท้เขาก็เห็นนางขวางหูขวางตาอยู่จริงๆ
“ ข้าน่าหวาดกลัวถึงเพียงนี้เชียว “ เซียวหลงเลิกคิ้วเล็กน้อย
“ ข้าแค่มาปฏิบัติธรรม หลังจากฆ่าคนไปมาก เ้าเชื่อข้าใหม “ เขายังคงพูดจาอ่อนโยนกับนางด้วยโทนเสียงต่ำเจตนาให้ได้ยินกันแค่สองคน
กลิ่นสมุนไพรอ่อนๆยังคงเป็กลิ่นประจำตัวของเขา ในห้วงเวลานี้เซียนเซียนคิดว่าต่อให้เขาปิดหน้าปิดตา นางก็คงจำเขาได้อยู่ดีโดยไม่ต้องเห็นหน้า
“ คุณชาย ข้าจะไม่พูดกับใคร แต่ท่านต้องรับปากว่าจะไม่ทำร้ายใครเช่นกัน “ นางพูดตอบเขาเสียงสั่นดวงตากลมโตยังคงจดจ้องมองเขา
‘ อ่อ..ข้าเป็คุณชายได้แล้ว ’ เซียวหลงหัวเราะเยาะในใจ แต่ยังคงเลือกพูดจาข่มขู่นางต่อด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ ข้าจะเชื่อเ้าได้อย่างไร “
“ หากไม่เชื่อจะให้ข้าทำอย่างไร คนที่ควรกล่าวประโยคเชื่อไม่เชื่อควรเป็เ้าอย่างนั้นหรือ “
กู้เซียนเซียนใช้วิธีการเจรจากับโจรใบหน้างดงามผู้นี้แทน แผนการแยบยลของนางคือถ่วงเวลาให้คนมาเห็น แม้คนในนี้จะไม่มีฝีมืออะไรเลยก็ตาม แต่อย่างน้อยนางก็ไม่ตายโดยจับตัวคนร้ายไม่ได้ ต้องมีซักคนที่เห็นเขาอยู่กับนาง แม้ว่ามุมนี้จะค่อนข้าง… ลับสายตาอยู่บ้างก็ตาม
เซียวหลงรู้สึกขบขันจางๆที่เห็นนางข่มความกลัวและกระวนกระวายใจในน้ำเสียงและแววตา แล้วหันกลับมาทำท่าทางเหมือนลูกแมวข่มขู่เขาเช่นนี้
นางคงเป็คนที่เขาพูดด้วยมากที่สุดในรอบหลายปีนี้แล้ว หากไม่ใช่เห็นว่านางช่างน่าขันที่มองเห็นเขาเป็โจรถ่อย เขาคงไม่มาเสียเวลาข่มขู่นางเล่นอย่างสนุกสนานเช่นในเวลานี้
ตอนนั้นเซียวหลงเหลือบไปเห็นหยกสีขาวที่ห้อยอยู่บนคอของนาง เขาใช้มือเปล่าตัดเชือกและดึงมันออกมาทันที ตอนนี้เองที่แขนของกู้เซียนเซียนเป็อิสระจากการถูกยึดกุมไว้
“ข้าขอยืมก่อน หลังจากที่ข้าปลอดภัยลงจากเขาแล้วจะส่งคืนให้”
กู้เซียนเซียนหน้าซีดเผือด นางยอมให้ของมีค่าอื่นๆของนางแก่เขาได้ แต่จี้หยกนี่นางไม่เคยให้ห่างตัวแม้แต่วันเดียว มันคือของที่พี่ชายหนานมอบให้นาง พลันเมื่อจี้หยกถูกดึงออกไป น้ำตาของนางก็รื้อขึ้นทันที
“ ไม่ เอาคืนมาเดี๋ยวนี้” นางเอ่ยขึ้นขณะที่เขากำลังเพ่งมองไปที่เนื้อหยก ไม่ได้สนใจคำพูดนางแม้แต่น้อย
“ ข้าสัญญาว่าหากเ้าไม่ทำอะไรเกินเลย ข้าจะไม่บอกใครว่าเ้าเป็ใคร คืนให้ข้าเถอะ “
ชายหนุ่มยังคงไม่สนใจ
“เอาอย่างนี้ ในตัวข้ามีเงินติดตัวมาบ้างแม้ไม่มากแต่เพียงพอให้เ้าเอาไปใช้ได้ เ้าเอามันไปแทนเถอะ “ นางเริ่มพูดเสียงสะอื้น
เซียวหลงแปลกใจกับความ ‘ คุ้มดีคุ้มร้าย’ ของเด็กหญิงอยู่ชั่วขณะ เขาชูจี้หยกขึ้นสูงเหนือศีรษะนาง แม้นางจะพยายามดึงมือเขาหรือะโขึ้นเพื่อหวังจะเอาจี้หยกคืน แต่ด้วยความสูงที่ยิ่งห่างกันมากขึ้นจากปีก่อน นางเตะไปไม่ถึงข้อมือของเขาด้วยซ้ำ
“ของใคร มารดาของเ้า ? “ เขาถามเื่ไร้สาระนี้กับเด็กหญิงไปได้อย่างไร
“ ของพี่ชายข้า “ นางตอบเสียงสะอื้นไห้ที่เริ่มดังขึ้นทุกที
‘ เ้าเห็นข้าปัญญาอ่อนหรือ พี่ชายที่ไม่เคยใส่ใจเ้าคนนั้นจะมอบของมีค่าเช่นนี้ให้เ้าได้ยังไง ‘ เซียวหลงคิดพลันพินิจมองไปที่เสื้อผ้าและเครื่องประดับบนตัวของนาง
หากไม่บอกว่าเป็คุณหนูสี่ตระกูลกู้จะยังมีคนเชื่อหรือ หญิงสาวชาวบ้านทั่วไปยังมีเสื้อผ้าและเครื่องประดับมากกว่านางอีก
“ เ้าคิดว่าเ้าหลอกใครกัน ของทุกชิ้นบนตัวเ้า มีค่าซักเท่าไหร่กันเชียว หยกนี่มิใช่ขโมยมาหรือ " เซียวหลงกล่าวพร้อมปรายตามองไปที่นาง
ไม่สมควรเป็บุตรสาวนายท่านกู้เลยจริงๆ เขาเคยส่งคนลอบเข้าไปดูสถานการในบ้านตระกูลกู้บ่อยครั้ง พอรู้เื่ราวเหล่าคุณชายคุณหนูอยู่บ้าง และไม่มีใครจะน่าสมเพชเท่านางที่อยู่ตรงหน้าเขาอีกแล้ว
มารดาหมางเมิน บิดามัวแต่ทำการค้า พี่ชายนานๆจึงจะไปหานางทีหนึ่งที่เรือนหลัง
พี่สาวฝาแฝดสองคนแทบไม่ต้องพูดถึง ล้วนไม่เคยเห็นนางอยู่ในสายตา
เขาเคยไปที่ร้านค้าผ้าไหมตระกูลกู้ครั้งหนึ่งเมื่อสองเดือนก่อน เพราะตระกูลกู้ขยายการค้ากับนอกด่านมากขึ้น ผ้าสีสันและลวดลายแปลกตาที่รับมาจึงดึงดูดลูกค้าจำนวนมาก เขาเองก็ได้แวะไปเช่นกัน จน ’บังเอิญ’ ได้พบกับกู้หยุนและสองน้องสาวฝาแฝดของเขา ต้องบอกว่า แตกต่างจากเด็กหญิงตรงหน้าเขาในเวลานี้อย่างมาก กระทั่งเครื่องประดับชิ้นที่ถูกที่สุดบนร่างของพวกนางสองคน ก็น่าจะมีมูลค่ามากกว่าของทั้งหมดที่นางมีอยู่ในเวลานี้มากองรวมกัน
อาจจะยกเว้นจี้หยกที่เขาถืออยู่ในมือตอนนี้
เขายกยิ้มมุมปาก “ ในเมื่อเ้าไม่เอ่ยความจริงกับข้า เช่นนั้นข้ายืมไปก่อน ถึงเวลาข้าจะคืนมันให้เ้าเอง “ พูดจบเขาพลันหันหลังเดินจากไปโดยไม่สนใจนางอีก
“ โจรชั่ว เสียแรงข้าคิดจะให้โอกาสเ้า “ นางรีบวิ่งพุ่งเข้าไปแตะเข้าที่ขาของเขาทางด้านหลัง สุดแรง ด้วยความเร็วและแรงเหวี่ยงทำให้นางล้มครืนไปข้างหน้าทั้งตัว
เซียวหลงแม้ไม่ได้หันกลับมามอง แต่ยังสามารถหลบไปที่ด้านข้างได้อย่างรวดเร็ว
หลังจากนั้นเขาค่อยๆนั่งคุกเข่าลงด้วยขาข้างหนึ่ง มองดูนางอย่างขบขัน
เขาเองก็จำไม่ได้แล้วว่าครั้งสุดท้ายที่เขาเล่นสนุกแบบนี้เกิดขึ้นเมื่อไหร่ ตอนไหนกันที่เขาชอบแหย่เด็กหญิงแก้มซาลาเปาคนนี้
“ เ้าตั้งใจทำอะไรกัน ขัดพื้นไม่ได้ทำกันแบบนี้” เขาเอ่ยยิ้มๆไปที่กู้เซียนเซียน ที่ตอนนี้ยังลุกไม่ขึ้น แท้จริงแล้วในตอนแรกเขาตั้งใจจะช่วยนางไม่ให้ล้มลงแบบหมดสภาพเช่นนี้ แต่ท่าทางการล้มของนางดูแล้วไม่เป็อันตราย เขาเลยปล่อยเลยตามเลย สร้างภาพลักษณ์ของคนไม่ดีในสายตาของนางต่อไป
ในสายตาของกู้เซียนเซียนในเวลานี้ การที่เห็นยกยิ้มของโจรชั่วคือการเยาะเย้ย เขารอซ้ำเติมนางด้วยคำพูดและการกระทำอยู่ตลอดเวลา ครั้งนี้ก็เช่นกัน แต่เพราะเขามานั่งอยู่ใกล้นางเกินไป จี้หยกที่ถืออยู่จึงห่างจากนางแค่เอื้อม นางแสร้งทำท่าลุกไม่ขึ้น แสร้งร้องไห้อย่างคนาเ็ น้ำตาที่ไหลออกมาก็สมจริง เพราะนางกลัวไม่ได้จี้หยกคืน
ตอนที่เซียวหลงลังเลจะช่วยหรือไม่ช่วยนาง หางตาก็เห็นเด็กหญิงพุ่งเข้ามาตะบบที่มือของเขา
มือเล็กๆนุ่มนิ่มสองข้างของนางกุมมือเขาไว้ทั้งหมด
“ เ้าล่วงเกินข้าอยู่ “ เขากล่าวน้ำเสียงราบเรียบและมองไปที่นางซึ่งตอนนี้โถมตัวมากดมือเขาไว้ทั้งตัว
นางพยายามแกะมือเขาที่กำหยกไว้ แต่ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหนก็ไม่อาจแกะได้แม้แต่นิ้วๆเดียวของเขา
เซียวหลงมองการกระทำนั้นก่อนถามนางด้วยเสียงทุ้มต่ำเพื่อกลั้นเสียงหัวเราะ
“ เ้าหาอะไรอยู่กันแน่ คิดจะล่วงเกินข้าไปถึงเมื่อไหร่ “
เขาดึงมือกลับมาเพียงเบาๆ ก่อนค่อยๆลุกขึ้นยืนโดยมีกู้เซียนเซียนยึดแขนข้างหนึ่งของเขาไว้แน่น กลายเป็เขาช่วยนางลุกขึ้นมาแล้ว
‘ เด็กนี่วางแผนเจ็บตัวเพื่อสร้างสถานการณ์หรือเปล่า ถ้าใช่ก็ต้องถือว่าฉลาดล้ำยิ่งนัก ‘
เขาประเมินคู่ต่อสู้ไว้สูงเกินไป แท้จริงแล้วนางทำไปโดยสัญชาตญาณเท่านั้น
และการกระทำต่อมาที่เขาเห็นทำให้เขาล้มเลิกความคิดว่านางฉลาดทันที เพราะนางอ้าปากมากัดมือเขาอย่างแรง
“ นี่เ้า เป็บ้าไปแล้วหรือ “ เขามองไปที่ปากนางที่กำลังกัดมือเขาอยู่ จะให้สะบัดนางออก ก็เกรงว่าฟันนางจะหัก หรืออย่างน้อยๆปากก็อาจจะแตกได้
แม้ความเจ็บแค่นี้จะไม่ทำให้เขาแสดงอาการใดๆเลยแม้กระทั่งขมวดคิ้ว ตอนนี้เขาแค่กำลังตัดสินใจว่าจะให้นางปล่อยเขาได้อย่างไร
‘ น้ำตาของนางไม่ไหลอีกแล้ว ช่างเสแสร้งได้เก่งจริง’ ระหว่างที่เขาคิดไปเรื่อยเปื่อย เขาก็ค่อยๆคลายมือออกไปด้วย กู้เซียนเซียนเห็นเขาคลายมือออกแล้ว นางรีบปล่อยปากที่กัดเขาอยู่ทันที พร้อมเอามือสองข้างจับฝ่ามือเขาหงายขึ้นมา
นอกจากมือที่มีรอยช้ำและมีเืซึมอยู่เป็รูปฟันของนาง ในมือของเขากลับว่างเปล่า ไม่มีจี้หยกของนางอยู่
“ จี้หยกเ้าไม่ได้อยู่ในมือข้า เ้าควรให้ข้าทำยังไงสำหรับาแที่เ้าฝากไว้นี่ “ เขามองไปที่มือของตัวเองพลิกมือไปมาสองสามทีแล้วจึงมองตรงไปที่นาง
‘ จี้หยกข้าหล่ะ หายไปไหนแล้ว’ นางกำลังสับสนมึนงงอยู่ขณะที่เซียวหลงเอ่ยปากคุยกับนาง
พลันความโกรธก็เข้าครอบงำจิตใจทันที
“ไร้ยางอาย เ้ายังกล้าทวงความยุติธรรมอีกหรือ! “ ตอนนี้กู้เซียนเซียนโมโหจนลืมความกลัวเมื่อครู่ไปหมดแล้ว นางรีบมองไปที่มืออีกข้างของเขาทันที ก่อนที่จะเอื้อมไปคว้ามาตรวจสอบ ที่แท้แล้วเขาเอาจี้หยกของนางไปไว้ที่ไหน
‘นี่ก็ไม่มี’ นางมองไปที่ปลายแขนเสื้อกว้างของเขาก่อนที่นางจะยกมือเล็กๆของนางไปลูบคลำ เขาพลันยกมือหนีไขว้หลังไว้ทันที
“ เด็กน้อย การกระทำของเ้าตอนนี้ต่างหากที่เรียกว่าไร้ยางอาย “ เซียวหลงก้มตัวไปพูดเบาๆกับนางและถอยหลังออกห่างจากนางไปสองสามก้าว
ไม่ใช่ว่าเขากลัวนางจะเข้ามากัดอีก แต่เพราะรู้ว่ากำลังมีคนเดินมาทางที่พวกเขาอยู่ตรงนี้
ตอนที่กู้เซียนเซียนกำลังคิดหาวิธีจะค้นหาจี้หยกอีกรอบ อาจารย์หญิงและเฝิงหรานก็เดินเข้ามาในห้องโถงหลักแห่งนี้พอดี
อาจารย์หญิงมองหน้าชายหนุ่มเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้กู้เซียนเซียนต้องเบิกตากว้างอย่างตะลึงลาน
“ คุณชายเซียว ข้ากำลังตามหาท่านอยู่ เชิญตามมาทางนี้เถอะ “ อาจารย์หญิงเอ่ยกับเซียวหลงอย่างสนิทสนม
“ ทำให้อาจารย์ลำบากแล้ว “ เซียวหลงเอ่ยตอบและยกมือแสดงความเคารพกลับไป ในแววตาฉายแววพึงพอใจที่ได้เห็นการแสดงออกของเด็กหญิงเมื่อครู่
กู้เซียนเซียนยังคงยืนตัวแข็งทื่ออยู่ที่เดิม ระหว่างที่ชั่งใจว่าจะเปิดเผยความจริงต่ออาจารย์ ว่าแท้จริงแล้วชายหนุ่มหน้าอ่อนผู้นี้เป็โจรหวังเข้ามาปล้นอาราม ไม่ใช่คุณชายเซียวที่อาจเป็ชื่อปลอมของเขา
“ อาจารย์ ศิษย์มีเื่จะกล่าวแก่ท่าน “ นางเหลือบมองไปที่อาจารย์ก่อนเอ่ยขึ้นมาเบาๆ
ตอนที่มองไปนั่นเอง นางพลันเห็นจี้หยกของนางที่บัดนี้พันอยู่บนข้อมือของโจรแซ่เซียวผู้นั้นอย่างน่าอัศจรรย์ เขาเจตนายกมือขึ้นปัดไปมาบนเสื้อผ้าเบาๆเพื่อเตือนให้นางได้เห็นว่าเขามีสิ่งที่นาง้าอยู่ในมือและนั่นยังเป็มือข้างที่นางกัดเขาจนเืซึมนั่นเอง
“ เซียนเซียน เ้ากำลังทำอะไรอยู่กันแน่ แค่ปัดกวาดอารามส่วนหน้าเพียงเท่านี้ เหตุใดดูยุ่งเหยิงนัก” อาจารย์หันไปมองหน้ากู้เซียนเซียนอย่างไม่เข้าใจอยู่บ้าง
‘อาจารย์หญิงท่านจะไปเข้าใจอะไร สภาพข้าตอนนี้เป็เพราะเพิ่งไปกัดกับสุนัขมา จะให้เรียบร้อยอย่างที่ท่าน้าได้อย่างไร’ กู้เซียนเซียนก้มหน้า ก่อนชำเลืองมองไปที่เซียวหลง
ตอนนี้เขามีสภาพแตกต่างกับนางยิ่งนัก เสื้อผ้าหน้าผมของชายหนุ่มยังคงเรียบร้อยสะอาดสะอ้านอยู่เช่นเดิมเหมือนกับสภาพตอนที่เขามา
อาจารย์หญิงส่ายหัวเบาๆและไม่ได้รอคำตอบของกู้เซียนเซียนอีก แค่ผายมือให้เซียวหลงและเดินนำหน้าพาเลี้ยวไปทางที่พักส่วนแขกชาย
คล้อยหลังของอาจารย์หญิง กู้เซียนเซียนถึงได้เอ่ยประโยคหนึ่งขึ้นมา
“ อาจารย์.. ท่านได้เข้าใจอันใดผิดหรือไม่ “ นางหันไปหาเฝิงหรานทันที
“ คุณหนู พวกเราต่างหากที่เข้าใจผิด ที่แท้คนผู้นั้นเขาคือคุณชายสามของจวนสกุลเซียว นามเซียวหลง”
เดิมทีเฝิงหรานก็ไม่รู้เื่นี้มาก่อน กระทั่งเมื่อหลายวันก่อน ขณะที่ดูแลอาจารย์หญิงอยู่ในห้อง นางสั่งให้เฝิงหรานไปแจ้งทางคนดูแลพื้นที่ ดูแลห้องพักให้กับคุณชายเซียวที่กำลังจะเดินทางขึ้นเขามาสักการะเทพและพักรักษาอาการป่วยที่อารามแห่งนี้
วันนี้ตอนที่เดินมาพบกับแขก นางจำเขาได้ในทันที
“ใครกัน” เซียนเซียนยังคงไม่รู้จักอยู่ดี
“คุณหนู เอาเถอะ เอาเป็ว่าเขาไม่ใช่โจรอย่างที่ท่านเข้าใจ ท่านไม่รู้จักตระกูลเซียว รวมถึงคุณชายเซียวซวี่สหายคุณชายใหญ่ใช่หรือไม่” เฝิงหรานเอ่ยต่อ
“ไม่รู้จัก” เด็กหญิงก้มหน้าลง หากเขาไม่ใช่โจร เช่นนั้นเขาคงจะคืนหยกให้นางในไม่ช้า
“ เอาไว้บ่าวจะมาเล่าให้ฟังอีกที “ เฝิงหรานรีบเร่งเดินตามอาจารย์หญิงออกไป จึงไม่ได้มีเวลาบอกกล่าวอะไรกับเซียนเซียนอีก
กู้เซียนเซียนยังยืนสับสนอยู่ชั่วขณะ พอหวนนึกถึงดวงตาเ้าเลห์คู่นั้นนางพลันรู้สึกกระวนกระวายใจอยู่ตลอดลางสังหรณ์ไม่ดีผุดขึ้นมาในหัวไม่หยุด
ไม่ว่าคนผู้นั้นจะเป็ใคร นางจะต้องสืบให้รู้แน่ชัด ไม่เช่นนั้นอาจนำภัยมาสู่ทุกคนในอารามแห่งนี้ภายหลัง
นี่เป็ความตั้งใจของกู้เซียนเซียนหลังจากที่ได้รู้จักนามของเซียวหลงในครั้งแรก