เกิดใหม่ครั้งนี้ขอเป็นสตรีไร้คุณธรรม [จบ]

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 63 ต้อนรับแขก

            นายหญิงรองนึกถึงตอนที่เยี่ยนเจาเจายกมือราดน้ำชาใส่หน้าหยวนอีเฉี่ยวขึ้นมาก็เกิดความกลัวอยู่ในใจ แต่เมื่อนางได้ยินบุตรสาวกล่าวเยี่ยงนี้ จึงอดที่จะขมวดคิ้วไม่ได้

            ทว่านางรู้ว่าบุตรสาวตนเองมีความคิดบางอย่างอยู่เสมอจึงหักห้ามใจแล้วเตรียมฟังว่าทั้งคู่จะกล่าวอะไร

            “ท่านแม่แทนที่จะต่อต้านเด็กอักษรกลางชิงสองคนนั่นมิสู้สร้างสัมพันธ์ที่ดีกับพวกเขาไว้เล่าเจ้าคะ”

            หยวนอีเจินผู้เป็นแฝดคนพี่กล่าวขึ้นก่อน

            เวลานี้พวกนางอยู่ในเขตของบ้านรองแล้วแม้สถานที่รอบๆ จะไม่ถึงกับลับตาผู้อื่น แต่คนของบ้านรองก็เต็มไปหมด หากกระซิบกระซาบคุยกันเช่นนี้ก็ย่อมไปไม่ถึงหูบ้านใหญ่แน่

            ใบหน้านายหญิงรองยังคงฉงนสงสัยแล้วหยวนอีอ้ายผู้เป็นแฝดคนน้องก็กล่าวต่ออย่างน่ารักไร้เดียงสา “ท่านแม่ ก่อนหน้านี้ข้าบอกท่านไปแล้วว่าอย่าทะเลาะกับพี่ชายน้องหญิงคนใหม่นั่นคือคนที่ท่านปู่เรียกกลับมาด้วยตนเองนะเจ้าคะเหตุใดเราต้องเอาตัวไปแปดเปื้อนด้วยเล่า”

            หากกล่าวสิ่งเหล่านี้กับนายหญิงใหญ่คนฉลาดอย่างนายหญิงใหญ่ย่อมกระจ่างในทันที แต่นายหญิงรองฉุนเฉียวและโผงผางเกินไป อีกทั้งยังหลักแหลมไม่พอนางจึงยังตามไม่ทัน

            “ท่านแม่ที่ลูกกล่าวกับท่านเมื่อวาน ท่านลืมอีกแล้วนะเจ้าคะ”หยวนอีอ้ายพิงไหล่ของนายหญิงรอง สีหน้าแลดูเหนื่อยหน่ายแต่ดวงตากลับสงบเกินอายุ

            “ท่านลองคิดสิเจ้าคะน้องหญิงก็เป็นแค่สตรี ไม่มีอะไรน่ากลัวเลยสักนิดพี่ชายคนใหม่ต่างหากคือกุญแจสำคัญ...มีพี่ชายคนใหม่ ใครกันจะโกรธที่สุดในจวนนี้เล่าเจ้าคะ?”

            หยวนอีเจินต่อประเด็นสนทนาอย่างอดทนชวนคล้อยตาม

            หลังจากอธิบายอย่างละเอียดในที่สุดนายหญิงรองก็เข้าใจ

            บ้านรองไม่ได้โชคดีเท่าไรนักอาภัพทายาทอย่างยิ่ง แม้นางและสามีรักใคร่กลมเกลียวกันดี แต่หลายปีผ่านไปก็ไร้ซึ่งบุตรชายมีเพียงบุตรสาวหัวแก้วหัวแหวนอย่างเจินเจินและอ้ายอ้ายเท่านั้น

            ดังนั้นถึงแม้บุตรชายคนโตคนใหม่จะมาก็ไม่มีสิ่งใดข้องเกี่ยวกับบ้านรองด้วยซ้ำ

            แต่สถานการณ์ของบ้านใหญ่กลับย่ำแย่กะทันหันเพราะทั้งชื่อและฐานะของบุตรชายคนโตตามกฎหมายได้โดนหยวนชิงชิวยึดครองไปแล้ว

            “ท่านลองคิดดูนะเจ้าคะหากท่านปู่ต้องการเปิดหอบรรพชนเพื่อบันทึกชื่อพี่ชายและน้องหญิงกลับลงแผนผังตระกูลอีกครั้งบ้านใหญ่จะไม่ร้อนรนหรือเจ้าคะ?”

            หยวนอีอ้ายปิดปากยิ้มเงียบๆ

            หยวนอีเจินเม้มริมฝีปากยกยิ้มบางเบาเช่นกัน

            บุตรสาวทั้งสองผลัดกันพูดทำให้ข้อสงสัยในใจนายหญิงรองค่อยๆ คลายลง

            หากตรึกตรองดูดีๆ เรื่องก็เป็นเช่นนั้นจริง

            “ดังนั้นต่อไปท่านก็อย่าสอดมือเข้าไปยุ่งเรื่องนี้อีกเลยเจ้าค่ะ...หากพวกเราพี่น้องเป็นมิตรกับพวกเขาก็จะมีแต่ภาพลักษณ์ดีๆ ของพวกเราต่อหน้าท่านปู่ไยต้องไปเกลือกกลั้วในน้ำโคลนบ่อนี้เล่าเจ้าคะ?”

            ในที่สุดมารดาและบุตรสาวทั้งสองคนก็กลับมาถึงห้องของตนเอง

            “เจินเจินเด็กดีอ้ายอ้ายเด็กดี หากพวกเจ้าไม่คอยเตือนแม่ตลอด แม่คงเลอะเลือนแล้วจริงๆ”

            นายหญิงรองกอดบุตรสาวทั้งสองไว้ในอ้อมแขนและค้างไว้พักหนึ่ง

            หยวนอีเจินและหยวนอีอ้ายมองหน้ากันแล้วแฝดคนพี่ก็เอ่ยขึ้นราวกับไม่สนใจ “มิน่าเล่าวันนี้ท่านแม่ถึงได้รีบไปช่วยพูดให้พี่หญิงใหญ่คนไม่รู้คงคิดว่าพี่หญิงใหญ่เป็นบุตรสาวสุดที่รักของท่านแม่ทำคนมองรู้สึกอิจฉาเลยเจ้าค่ะ”

            “ตอนนั้นข้าโกรธมากจริงๆชิงจ้าวช่างอารมณ์ร้ายแข็งกร้าวนัก ไม่เป็นธรรมกับเฉี่ยวเจี่ยเอ๋อร์เลย เดิมข้าทนมองไม่ไหวอยู่แล้วพอป้าสะใภ้ของเจ้ามองข้าแบบนั้น ข้ายิ่งรู้สึกโมโห เลยอดเอ่ยปากตำหนิไม่ได้”

            นายหญิงรองเป็นคนพูดจาตรงไปตรงมาจึงเอ่ยเช่นนี้

            แววตาของหยวนอีเจินหมองลงเล็กน้อยก่อนที่หยวนอีอ้ายจะเอ่ยอย่างลังเล “ท่านแม่เป็นถึงคุณหนูจากจวนกงโหว[1]ท่านป้าสะใภ้จะมาเทียบกับท่านแม่ได้อย่างไรเจ้าคะอย่าให้ผู้อื่นมองเป็นเรื่องขบขันว่าท่านแม่ถูกท่านป้าสะใภ้ปั่นหัวเล่นเลยเจ้าค่ะ”

            ใบหน้าของนายหญิงรองสับสนงงงวยแต่ก็เอ่ยปฏิเสธอย่างรวดเร็ว “ตอนข้าแต่งงานเข้ามาใหม่ๆ ก็มีแต่ท่านป้าสะใภ้เจ้าที่ดูแลให้ข้าอยู่สบายในจวนแห่งนี้นางไม่มีเจตนาอื่นแน่ พวกเจ้าสองคนช่าง ‘ขี้ระแวงยิ่งกว่าปี่กัน[2] เสียอีก’ เป็นเด็กเป็นเล็กจะคิดมากมายไปทำไม”

            แม้ท่าทีของนายหญิงรองจะอยู่ในความคาดหมายของพี่น้องฝาแฝดอยู่แล้วทว่าคนน้องก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจพลางบ่นพึมพำเสียงเบา “หากนางเป็นคนดีจริงเหตุใดต้องกดข่มท่านแม่จนไม่มีสิทธิ์จะพูดในโถงหลักด้วยเล่าเจ้าคะนางกระทำโดยพลการเช่นนี้ แต่ท่านแม่ก็ยังเชื่อว่านางเป็นคนดี”

            หยวนอีอ้ายพึมพำเสียงแผ่วเบาจนนายหญิงรองได้ยินไม่ชัดเจนเมื่อนางกำลังจะเอ่ยถาม เจินเจินกับอ้ายอ้ายก็เบี่ยงประเด็นไปพูดเรื่องอื่นโดยไม่เอ่ยถึงอีก

            “สรุปคือต่อไปท่านแม่ก็ดีต่อพี่น้องสองคนนั่นบ้างไม่ถือว่าเสียหายบ้านรองของพวกเราจะได้ไม่แปดเปื้อนกับใครทั้งนั้น แม้ท่านย่าอาจไม่พอใจบ้าง แต่ผู้กุมอำนาจในจวนหลังนี้คือท่านปู่เจ้าค่ะ”

            “ถูกต้องยิ่งกว่านั้นท่านแม่เป็นหญิงอาวุโสที่สุดของพวกเราบ้านรอง หากมีเวลาว่างก็ไปดูการค้าของบ้านพวกเราบ้างก็ดีนะเจ้าคะ

            ไปช่วยนายหญิงใหญ่ดูแลการหุงหาอาหารทุกวี่ทุกวันคนรู้คงบอกว่าท่านแม่รักใคร่เหล่าสะใภ้คนไม่รู้คงหาว่าท่านแม่อยากได้อำนาจควบคุมห้องเครื่องจนอยากมาแทนที่เต็มแก่”

            นายหญิงรองมักเชื่อฟังบุตรสาวหัวแหลมทั้งสองของตนเองอยู่เสมอเมื่อบุตรสาวกล่าวเช่นนี้ นางจึงรับปาก

            ข้ามการทะเลาะเบาะแว้งและการสนทนาของบ้านใหญ่กับบ้านรองมาเยี่ยนเจาเจากับหนานหมิงเหอมาถึงห้องที่นายหญิงใหญ่เตรียมไว้ให้พวกเขาแล้ว

            เรือนนี้ใหญ่โตโอ่อ่ายิ่งนักโหม่วโหมวอบรมยังบอกว่าเรือนนี้สง่างามกว่าเรือนที่หยวนอีเฉี่ยวและหยวนหยางฮุยอาศัยอยู่เสียอีก

            ยิ่งใหญ่งดงามมากเกินไป ราวกับบรรยากาศร่ำรวยขึ้นมาฉับพลันจนแตกต่างจากทั้งสกุลหยวน

            หากเป็นเด็กไร้บุพการีที่เติบโตอย่างลำบากอยู่ข้างนอกจริงๆเกรงว่าคงซาบซึ้งกับการเอาใจใส่ตกแต่งจัดการของนายหญิงใหญ่มากทีเดียว

            แต่ต่อไปเมื่อบุตรหลานตระกูลใหญ่ของซูโจวคนอื่นๆไปมาหาสู่แล้วโดนเห็นเข้า ก็ไม่รู้ว่าจะหัวเราะเยาะกันอย่างไรบ้าง

            ในห้องไม่มีกระทั่งภาพเขียนหรือเครื่องลายครามสง่างามสูงค่าใดๆตกแต่งเช่นนี้ กลัวคนอื่นไม่รู้ว่าพวกตนเป็นคนโง่เง่าเรียนหนังสือมาน้อยที่เพิ่งกลับมากลางคันหรือ?

            ยิ่งไปกว่านั้น ในห้องกลับวางเครื่องเรือนเงินทองประดับทั้งหมดไม่ต้องพูดถึงเลยว่าหากเด็กๆ ไม่ระวังจนทำเครื่องเรือนแตกเสียหายเข้าค่าชดเชยคงจะทำให้มือไม้อ่อนทีเดียว

            ขณะที่โหม่วโหมวกำลังพูดยกยอนายหญิงใหญ่ไม่หยุดหย่อนเยี่ยนเจาเจาก็ไม่ได้เอ่ยสิ่งใด นางเพียงเม้มริมฝีปากเผยรอยยิ้มที่อธิบายไม่ได้ยากที่คนจะมองออก

            หลังจากไล่โหม่วโหมวอบรมออกไปได้เยี่ยนเจาเจาก็รีบปราดไปข้างกายหนานหมิงเหอทันที นางถลกแขนเสื้อของเขาขึ้นเพื่อดูแผลบนหลังมือที่ถูกน้ำร้อนลวกเมื่อสักครู่

            ด้านหลังมือยังพอดูได้ แม้จะบวมเล็กน้อยแต่ไม่มีแผลพุพอง บาดแผลไม่ลึกถึงกล้ามเนื้อและกระดูก

            กว่าท่านหมอที่นายหญิงใหญ่เชิญจะมาถึงก็ผ่านไปพักใหญ่เขาทำท่าดูร่องรอยบนหลังมือของหนานหมิงเหอเหมือนตั้งใจแต่กลับตรวจอย่างขอไปทีเมื่อจดใบสั่งยาราคาแพงทว่าเป็นแค่ขี้ผึ้งไร้ประโยชน์เสร็จก็จากไป

            ในห้องทั้งร้อนทั้งอบอ้าวมองแวบเดียวก็ดูออกว่าอยู่ใต้ลมและอากาศไม่ถ่ายเท ยิ่งไม่มีพัดลมน้ำแข็ง[3] ภายในห้องเช่นนี้นั่งได้พักเดียวก็เหงื่อออกท่วมตัว

            เจาเจามั่นใจว่านายหญิงใหญ่ตั้งใจจัดการให้เป็นแบบนี้หากไม่ใช่ เจาเจายอมตัดศีรษะตนเองออกมาให้พวกกเฬวรากตระกูลหยวนเอาไปเตะเล่นเลย

            นางไม่กลัวคนในสกุลหยวนจะมองว่านางจัดการยากเพราะถือดีว่าตนได้รับความโปรดปรานตราบใดที่นางสามารถสร้างความลำบากใจแก่นายหญิงใหญ่ได้ เยี่ยนเจาเจาก็คิดว่าคุ้มค่าดังนั้นนางจึงฉวยโอกาสนี้แผลงฤทธิ์บงการให้หงซิ่วทุบถ้วยชาสองใบจนโหม่วโหมวนอกประตูแตกตื่นวิ่งหนีไป

            หลังจากนั้นไม่นานน้ำแข็งก็ถูกส่งมาที่เรือนหงซิ่วนำน้ำแข็งส่วนหนึ่งไปทำพัดลมน้ำแข็ง ส่วนเยี่ยนเจาเจาหยิบน้ำแข็งมาทุบแล้วห่อใส่ผ้าเช็ดหน้าก่อนจะนำมานวดรอยแดงบนหลังมือหนานหมิงเหออย่างแผ่วเบา

            “ใครก็ไม่อาจรังแกท่านได้”

            เยี่ยนเจาเจาโมโหจนหน้าบวมราวกับปลาปักเป้าที่กำลังพองตัวด้วยความโกรธ

            หนานหมิงเหอหลุดหัวเราะออกมาเขาหยิกแก้มนางด้วยมืออีกข้างพลางเอ่ยว่า “ยังมีอยู่”

            “ใครกัน? ข้าจะไปจัดการมันผู้นั้นเสียคิดรังแกพี่ชายข้า ช่างไม่รักชีวิตจริงๆ!”

            เยี่ยนเจาเจาทำหน้าถมึงทึงตามคาด

            หนานหมิงเหอเห็นเช่นนั้นก็อดขำอีกครั้งไม่ได้เขายื่นมือไปลูบผมนางแล้วกล่าวว่า “เกรงว่าเจาเจาคงต้องฆ่าตัวเองก่อนเลย”

            การออกเสียงว่า ‘จ้าว’ในชื่อชิงจ้าว แทบไม่ต่างจาก ‘เจา’ ในชื่อเจาเจา[4] เมื่อเรียกรัวพร้อมกันจึงดูปกติจนแทบไม่มีใครแยกออก

            “…หา?”

            เยี่ยนเจาเจางุนงงไปพักหนึ่งหลังจากใช้เวลาครู่ใหญ่จึงเข้าใจความหมายว่ายังมีนางที่สามารถกลั่นแกล้งเขาได้

            “ร้ายกาจเสียจริงเมื่อก่อนไม่กล่าวสิ่งใดสักคำ มาตอนนี้วาจาคมคายขึ้นเรื่อยๆทั้งยังพูดออกมาไม่ชะงักสักนิด”

            เยี่ยนเจาเจาอดไม่ได้ที่จะแขวะเขาทว่าใบหน้ากลับประดับไปด้วยรอยยิ้ม รู้สึกมีความสุขขึ้นมาดื้อๆ 

            หลังประคบน้ำแข็งเสร็จเยี่ยนเจาเจากับหนานหมิงเหอก็พูดคุยเล่นกันต่อเพียงเล็กน้อย แล้วจบบทสนทนา

            ทั้งคู่ต่างรู้ว่ากำแพงมีหูประตูมีช่องกอปรกับเมื่อจิตใจผ่อนคลายลง เยี่ยนเจาเจาก็รู้สึกเกียจคร้านและปวดเมื่อยไปทั้งตัว หงซิ่วจึงปรนนิบัติเจาเจาอาบน้ำและส่งเข้านอน

            หนานหมิงเหอควานหาของบางอย่างในย่ามตัวเองอยู่เนิ่นนานสักพักก็หยิบยาเม็ดเนื้ออ่อนออกมา

            เขาบี้ยานั้นด้วยนิ้วมือเบาๆก่อนจะชิมรสเล็กน้อย เมื่อคิดว่ารสชาติพอรับได้ก็วางลงในขวดกระเบื้องเคลือบข้างๆ จากนั้นจึงกำชับหงซิ่วว่าเมื่อเจาเจาตื่นจงละลายยาด้วยชาอุ่น แล้วนำให้เนางดื่ม

            เจาเจาตื่นขึ้นก่อนมื้ออาหารเที่ยงหลังจากดื่มยาละลายน้ำชาก็รู้สึกแจ่มใสขึ้นทันที นางเลียริมฝีปากตนเองและสัมผัสได้ถึงรสเปรี้ยวของยาพุทราแดง[5]

            อันที่จริงนางก็กินยาพุทราแดงมาตลอดการเดินทางแต่มันไม่ได้ผลเลย เบื่ออาหารอย่างไรก็ยังเบื่ออยู่เหมือนเดิม แปลกที่ครั้งนี้กลับรู้สึกดีขึ้นมา

            ทว่านางก็ไม่ได้คิดอะไรมากจนกระทั่งถึงเวลาอาหารเย็น เมื่อเห็นรอยแผลเป็นซีดขาวเล็กๆขนาดเท่าเมล็ดข้าวบนนิ้วมือของหนานหมิงเหอ นางจึงนึกออกทันทีว่ามีบางอย่างผสมอยู่ในยาพุทราแดงที่นางดื่มเมื่อตอนเที่ยง

            มิน่าเล่าถึงต้องผสมกับน้ำชาหากไม่ใช้ชามากลบเช่นนี้ กลิ่นคงแรงจนโดนนางจับได้แน่

            ตกค่ำงานเลี้ยงต้อนรับพี่ชายน้องหญิงคนใหม่ก็ถูกจัดขึ้นโดยที่หยวนอีเฉี่ยวไม่ได้มาร่วมงานด้วยนายหญิงใหญ่เองก็กล่าวเพียงว่านางมิอาจปลีกตัวจากบุตรสาวได้ จึงขอให้นายหญิงรองต้อนรับเยี่ยนเจาเจาและหนานหมิงเหอแทนนาง

            ส่วนนายหญิงผู้เฒ่าไม่มาดังคาดและท่าทีของนายหญิงรองก็ดีขึ้นอย่างกะทันหัน นายหญิงสามจึงมีใบหน้าประดับรอยยิ้มอยู่ตลอด งานนี้เลยถือว่าครึกครื้นกันทั้งเจ้าของงานและแขกเหรื่อ

            ผู้คนในเมืองซูโจวดูเหมือนจะมีธรรมเนียมประเพณีเล็กๆคือต้องดื่มสุราในงานเลี้ยงต้อนรับแขก แต่เพราะในจวนมีเด็กหลายคน สุราในงานเลี้ยงจึงเปลี่ยนเป็นสุราผลไม้แทนเพื่อให้พวกเด็กๆ ดื่มกันได้นิดๆ หน่อยๆ โดยไม่ใช่ปัญหาใหญ่

            สุราผลไม้มีรสเปรี้ยวอมหวานจึงดื่มง่ายหลังจากหนานหมิงเหอชิมดูก่อนและบอกว่าไม่มีปัญหา เจาเจาถึงดื่มได้

            ตอนอยู่ในเมืองเซียงเฉิงองค์หญิงมักกล่าวว่าสุราทำให้เสียการเสียงาน สวนมวลบุปผาหอมเลยไม่เคยได้กลิ่นสุราแม้แต่น้อยคราวนี้จึงนับเป็นการเปิดโลกครั้งแรกของเยี่ยนเจาเจา เมื่อชิมแล้วนางก็รู้สึกเพียงว่าสุราผลไม้นี้มีรสชาติเปรี้ยวหวานไม่ต่างจากน้ำผลไม้เลย

            เมื่อหนานหมิงเหอหันมาเห็นอีกทีเยี่ยนเจาเจาก็ดื่มไปสามจอกรวดแล้ว เขาตกใจ รีบหยิบสุราผลไม้รอบตัวออกไปทันควัน และไม่อนุญาตให้เยี่ยนเจาเจาได้ลิ้มรสอีกแม้แต่หยดเดียว

            เจาเจาน้อยใจอย่างยิ่งแต่นางจะสู้พี่ชายรองผู้ใจแข็งได้อย่างไร สุดท้ายเลยพ่ายแพ้หมดรูป

            งานเลี้ยงจบลงอย่างรวดเร็วเพราะพวกเด็กๆต้องรีบเข้านอน หนานหมิงเหอจึงพาเยี่ยนเจาเจาอำลาทุกคนและกลับเรือน

            ทว่าเมื่อมาถึงเรือนเยี่ยนเจาเจากลับเอ้อระเหยไม่พูดเรื่องพักผ่อน เอาแต่ลากหนานหมิงเหอมาเล่นไพ่เฉียวไผ[6] ท่าเดียว

            พี่ชายรองมองออกว่าเยี่ยนเจาเจาคงจะตื่นตัวหลังดื่มสุราผลไม้ในใจจึงโทษตนเองที่ปล่อยให้น้องสาวดื่มสุราตั้งแต่อายุยังน้อยพลางเล่นไพ่เป็นเพื่อนนางอย่างแบ่งรับแบ่งสู้

            หลานเล่อถูกทิ้งให้เฝ้าข้าวของสัมภาระอยู่ห้องข้างๆส่วนเด็กรับใช้ที่นายหญิงใหญ่ส่งมาปรนนิบัติก็ล้วนโดนเยี่ยนเจาเจาขับไล่ออกมา จึงเหลือเพียงหงซิ่วอยู่คนเดียว

            เกมไพ่เฉียวไผดำเนินไปจนถึงเที่ยงคืนเยี่ยนเจาเจายิ่งคึกไม่ยอมเลิกหนานหมิงเหอเลยจำต้องไปเรียกหงซิ่วให้ตามหลานเล่อที่ห้องด้านข้างไปหยิบยาเม็ดแก้เมามา

            ทว่าเขาเพิ่งจะเรียกหงซิ่วไปข้างหลังก็มีมือหนึ่งยื่นออกมาปิดประตูเสียงดังโครม

            เขาหันกลับมา พลันโดนใครบางคนกดเข้ากับบานประตู

             

            เชิงอรรถ

            [1] กงโหว หมายถึงชื่อบรรดาศักดิ์ก้ำกึ่งระหว่างชั้นกงกับชั้นโหว

            [2] ปี่กัน หมายถึง ชื่อของขุนนางซื่อตรงที่มีตัวตนอยู่จริงในสมัยราชวงศ์ซาง(ก่อนคริสต์ศักราช 1125 – 1063 ปี) เขาเป็นคนฉลาดปราดเปรื่องมากสติปัญญามาตั้งแต่เยาว์วัยตามตำนานเล่าว่า “อินโจ้วอ๋อง” จอมทรราช ได้ประหารขุนนางผู้ภักดีไปมากมาย ทั้งยังหลงใหลในนางสนม“ต๋าจี (妲己)” ซึ่งเป็นปีศาจจิ้งจอกเก้าหางแปลงกายมาทำให้บ้านเมืองเดือดร้อนไปทั่ว แต่ในราชสำนักยังมีขุนนางภักดีอยู่ หนึ่งในนั้น คือพระเจ้าอา “ปี่กัน (比干)” ปี่กันไล่สังหารบรรดาจิ้งจอกพี่น้องของนางต๋าจี จนนางต๋าจีเคียดแค้นปี่กันจึงหมายผลาญชีวิตให้ตาย โดยการแสร้งป่วยแล้วบอกว่ายาที่จะรักษาโรคนี้ได้ คือ‘หัวใจอันปราดเปรื่องที่มี  7  ห้อง’ ซึ่งคนนั้นก็คือปี่กัน เมื่อโจ้วอ๋องทราบจึงบังคับให้ปี่กันควักหัวใจออกมาให้

            [3] พัดลมน้ำแข็ง หมายถึงการเอาน้ำแข็งเอาใส่ถาดหยกมาวางไว้เพื่อคลายร้อน หากยังเย็นไม่พอ นางกำนัลจะนำพัดลมโบราณวางไว้ข้างหลังถาดเพื่อพัดให้ความเย็นกระจายไปทั่วห้อง

            [4] ตัวอักษร ‘จ้าว’ ในชื่อชิงจ้าวเขียนว่า ‘照’ ส่วนตัวอักษร ‘เจา’ ในชื่อเจาเจา เขียนว่า ‘昭’ นอกจากจะเขียนคล้ายคลึงกันแล้ว เมื่อพูดออกเสียงก็ยังแยกแยะยาก

            [5] ยาพุทราแดง หมายถึงยาที่มีรสชาติเหมือนซานจาหรือพุทราแดง มีรสชาติเปรี้ยวอมหวาน และมีสรรพคุณ คือช่วยเรื่องระบบการย่อยอาหาร โดยสามารถใช้ได้ดีในคนที่ย่อยยาก ทานอาหารแล้วท้องอืด หรือปวดแน่นท้องหลังทานอาหาร นอกจากนี้ยังมีสรรพคุณที่ช่วยกระตุ้นระบบการทำงานของม้ามและกระเพาะ อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นความอยากอาหารด้วย

            [6] ไพ่เฉียวไผ หมายถึง ไพ่บริดจ์ เป็นเกมไพ่ประเภทหนึ่งที่ใช้ไพ่ป๊อกในการเล่น

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ครั้งนี้ขอเป็นสตรีไร้คุณธรรม [จบ] ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668