ทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยง(จำเป็น) ในยุค 80 【จบแล้ว】

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 82 ทำตัวเองแท้ๆ ใครจะช่วยได้

            "เธอจะตะโกนทำไม!" หญิงผู้นั้นตัดสินใจแล้วว่าจะเอาเรื่องต่งเสี่ยวเสี่ยวให้ถึงที่สุด"ตอนนี้ทุกคนเลิกงานกันหมดแล้ว ใครจะมาสนใจเธอกัน?"

            "ป้าช่วยเธอทำเรื่องเลวร้าย ป้า..."ต่งเสี่ยวเสี่ยวตั้งใจจะพูดเพื่อโน้มน้าวผู้หญิงคนนี้

            เธอยังไม่ทันพูดจบผู้หญิงคนนั้นก็กระชากมือเธออย่างแรง แล้วดึงไปด้านข้างทำให้เธอเสียหลักล้มลงกับพื้น

            บริเวณลานหินนั้นเดิมทีก็มีเศษหินเศษกรวดมากอยู่แล้วพอเข่าเธอกระแทกเข้ากับพื้น ความรู้สึกแสบร้อนแล่นขึ้นมาจากขาทันที

            แถมหลังของเธอก็ถูกครูดไปกับหินก้อนใหญ่อีก

            หลี่กุ้ยหวาที่เท้าติดอยู่ในร่องหินเมื่อกี้พอเห็นสภาพของต่งเสี่ยวเสี่ยว เธอก็เลิกสนใจความเจ็บของตัวเอง

            ก่อนจะหัวเราะเสียงดังลั่นแล้วสั่งผู้หญิงคนนั้น "รีบเข้าไปจัดการกดนางนั่นลงกับพื้นเลย!" 

            หลี่กุ้ยหวากัดฟันกรอด"ยังกล้าพูดถึงฉันต่อหน้าคนตั้งเยอะแยะเธอคิดว่าฉันจะยอมให้คนอื่นดูถูกได้ง่ายๆ งั้นเหรอ!"

            พอได้ยินคำพูดพวกนั้นต่งเสี่ยวเสี่ยวก็รู้สึกหนาวเย็นไปถึงขั้วหัวใจ

            ไม่แปลกใจเลยที่ว่าทำไมในยุคนี้ในชนบทบางแห่งถึงเกิดเรื่อง 'คนกินคน [1] ' ขึ้น ตอนนี้ดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องจริง

            สิ่งที่เรียกว่าคนกินคนก็คือพวกคนที่มีอำนาจ ข่มเหงรังแกคนที่อ่อนแอกว่าจนแทบจะจมดิน แต่ก็ไม่มีใครสนใจหรือให้ความช่วยเหลือ

            คนอย่างหลี่กุ้ยหวาไม่รู้ว่าทำร้ายคนไปมากเท่าไหร่แล้ว!

            "ป้า...ป้าอย่าเข้ามานะ!"ถึงต่งเสี่ยวเสี่ยวจะมีไหวพริบบ้างแต่เธอก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของผู้หญิงที่ทำงานหนักมาตลอดทั้งปีคนนี้

            เธอถูกผลักล้มลงบนพื้นอีกครั้งมือก็ยังเจ็บแสบร้อน ตอนนี้เธอไม่มีแรงมากพอที่จะสู้ได้เลย

            "หัวหน้ามาแล้ว!"

            "หัวหน้า รีบมาดูทางนี้เร็ว!"

            ผู้หญิงคนนั้นกำลังจะเข้ามาใกล้ต่งเสี่ยวเสี่ยวก็ส่งเสียงดังขึ้นทันที

            "รีบมาดึงฉันขึ้นไปพวกเราต้องหนีไปกันก่อน!" พอหลี่กุ้ยหวาได้ยินว่าหวังฮั่นเหลียงมาสีหน้าก็ตื่นตระหนก

            จนถูกต่งเสี่ยวเสี่ยวจับสังเกตได้

            เมื่อผู้หญิงคนนั้นได้ยินคำพูดของหล่อนก็รีบเข้ามาดึงตัวหล่อนเอาไว้ เดินไปทางทิศตรงกันข้าม ก่อนจะอ้อมกลับไปทางเดิม

            ต่งเสี่ยวเสี่ยวนั่งอยู่ตรงที่ที่เธอถูกผลักล้มลง

            เธอรออยู่สักพักก็ไม่เห็นหวังฮั่นเหลียงแต่กลายเป็นสวีซิ่วที่วิ่งเข้ามา

            "สวีซิ่ว?" ต่งเสี่ยวเสี่ยวเห็นเธอเดินมาทางนี้ จึงพูดขึ้นมาว่า "ทำไมถึงเป็นเธอล่ะ คนที่มาไม่ใช่หัวหน้าเหรอ?"

            สวีซิ่วรีบเข้ามาพยุงเธอขึ้น"ฉันถามจากคนแถวนั้น ฉันนึกว่าพี่จะกลับไปแล้วโชคดีที่มีป้าคนหนึ่งแอบบอกฉันว่า พี่ถูกพวกนั้นหลอกมาที่นี่" 

            สวีซิ่วได้ยินแบบนั้นก็รีบมาทันทีเห็นตอนที่คนพวกนั้นรังแกต่งเสี่ยวเสี่ยว

            ตอนแรกเธอคิดจะเข้าไปช่วยแต่พอนึกขึ้นได้ว่าตัวเองผอมแห้งแรงน้อยขนาดไหนถ้าเข้าไปก็อาจจะกลายเป็นภาระให้ต่งเสี่ยวเสี่ยวแทนหรือไม่ก็อาจจะถูกผู้หญิงคนนั้นกับหลี่กุ้ยหวากดลงกับพื้นแล้วรุมทำร้าย

            ถ้าแบบนั้นสู้ตะโกนเสียงดังออกไปไม่ดีกว่าเหรอ 

            โชคดีที่มันได้ผลพอทั้งสองคนได้ยินว่าหัวหน้ากำลังมา ก็รีบวิ่งหนีไป

            "ไปกันเถอะ!"

            สวีซิ่วพยุงต่งเสี่ยวเสี่ยวออกจากที่นี่

            พอเดินออกมาจากตรงนั้นได้แล้วต่งเสี่ยวเสี่ยวเห็นว่ากางเกงของตัวเองขาด แถมเสื้อด้านหลังก็มีรอยขาดเล็กน้อย

            เรื่องเสื้อผ้าที่ขาดไม่เป็นไรแต่จะให้พวกเด็กๆ เห็นแผลไม่ได้

            "ถ้าพวกเขารู้ว่าเธอช่วยฉัน..."ต่งเสี่ยวเสี่ยวรู้สึกกังวล "หลี่กุ้ยหวาจะมาหาเรื่องเธอหรือเปล่า?"

            เรื่องนั้นเป็นไปได้แน่นอนแต่สวีซิ่วไม่ได้พูดออกมา

            ต่งเสี่ยวเสี่ยวก็พอจะเดาได้บ้างเธอจับมือของสวีซิ่วไว้แน่น "เธอต้องกล้ากว่านี้ถ้าเธอไม่กล้า พวกเขาจะรังแกเธอไปตลอด!"

            "มีอะไรก็มาหาฉันได้เลย"

            ต่งเสี่ยวเสี่ยวให้ที่อยู่ไว้แล้วบอกลาสวีซิ่ว ก่อนจะเดินกะเผลกกะเผลกกลับบ้านไป

            เพิ่งจะมาถึงหน้าหมู่บ้านต่งเสี่ยวเสี่ยวก็เห็นเด็กสามคนรอเธออยู่ตรงนั้น

            พอเห็นเธอ ฉินไห่เยว่ก็วิ่งเข้ามาเหมือนผีเสื้อน้อยที่กระพือปีกด้วยความตื่นเต้น เด็กน้อยเข้ามาในอ้อมกอดของเธอและกอดคอเธอเอาไว้แน่น "แม่คะ!"

            ต่งเสี่ยวเสี่ยวอุ้มฉินไห่เยว่ขึ้นมาเธอฝืนทนกับความเจ็บปวดตามร่างกาย

            "แม่คะ" ต่งเสี่ยวเสี่ยวอุ้มฉินไห่เยว่ไว้ในอ้อมแขนเด็กน้อยเอื้อมมือโอบรอบคอของเธอ "ช่วงสองวันนี้มีคนไปจับปลาเยอะแยะเลยพวกเราก็ไปด้วยกันดีไหมคะ?"

            "ใช่แล้วครับ!"

            ฉินไห่หยางที่อยู่ข้างๆกระโดดโลดเต้นด้วยความตื่นเต้น “ถึงช่วงนี้ของปีแล้วเขาจะปล่อยน้ำเข้ามา ปลาในนั้นใครจับได้ก็เป็นของคนนั้นเลยบางทีก็อาจมีปลาดุกด้วยก็ได้นะครับ”

            "ตอนกลางวันพวกเขาจับกันทั้งวันตอนนี้ไม่มีใครแล้ว พวกเราไปดูกันหน่อยไหมครับ?"

            ตอนนี้ก็ถึงเวลาอาหารเย็นแล้วทุกคนจึงแยกย้ายกลับไปทำอาหารที่บ้าน

            ตามที่คนในหมู่บ้านบอกวันแรกเท่านั้นที่จับปลามาได้ หลังจากนั้นก็แทบจะไม่ได้อะไรเลย

            ต่งเสี่ยวเสี่ยวลังเลอยู่สักพัก

            พอเด็กทั้งสามคนที่กระตือรือร้นต่งเสี่ยวเสี่ยวก็ลูบหัวของฉินไห่หยาง "ลูกๆคงอยากจะไปตั้งนานแล้ว แต่รอแม่อยู่ใช่ไหม?"

            ฉินไห่หยางยิ้มกว้าง"ฮิฮิ!"

            ต่งเสี่ยวเสี่ยวไม่ได้พูดถึงเรื่องขาของตัวเองแค่เป็นแผลถลอกนิดๆ หน่อยๆ เมื่อกี้นี้เธอหาสมุนไพรตามทางมาทาบริเวณแผลตอนนี้ดีขึ้นมากแล้ว

            ในเมื่อเด็กสามคนอยากไป งั้นก็ไปด้วยกัน

            ต่งเสี่ยวเสี่ยวก็ยังไม่เคยเห็นตอนปล่อยน้ำเลยสักครั้ง

            ฉินไห่หยางเดินนำหน้าพวกเขาเดินอ้อมไปทางด้านหลังของหมู่บ้าน ทำให้เห็นธารน้ำในร่องเขาที่กว้างมากฉินไห่หยางชี้ไปที่พื้นที่ราบด้านบนสุด

            "น้ำจะไหลลงมาจากตรงนั้นทุกปีจะมีการปล่อยน้ำ หลายครอบครัวก็จะเริ่มปลูกข้าวกันครับ"

            ตอนนี้น้ำถูกปล่อยมาหมดแล้วแล้วธารน้ำที่พวกเขาเพิ่งมาถึง มีเพียงบริเวณที่เป็นแอ่งเล็กๆ เท่านั้นที่ยังมีน้ำอยู่

            ไม่มีปลาอะไรเลย

            ฉินไห่หยางเห็นแบบนั้นสีหน้าก็หงอยลง"ตอนกลางวันพวกเราแอบมาดูตรงนี้ คนเยอะมากแถมน้ำยังไหลเชี่ยวมากด้วยนะครับ!"

            "ใช่ๆหลายครอบครัวจับปลาตัวใหญ่ได้ด้วย!"

            เฉินเฉินกับฉินไห่หยางกระโดดโลดเต้นอยู่ข้างๆต่งเสี่ยวเสี่ยวก็สังเกตเห็นความผิดหวังของเด็กๆ

            เธอก้มลงไปมองที่แอ่งน้ำมองไปมองมาก็ยื่นมือไปข้างหน้าแล้วหยิบอะไรบางอย่างขึ้นมาวางมันลงบนพื้นพวกเขาเห็นมีปลาดุกตัวหนึ่ง ดิ้นไปดิ้นมา

            "ว้าว!"

            เด็กทั้งสามคนเหมือนจะพบกับสิ่งใหม่ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

            ครั้งที่แล้วจับปู ครั้งนี้จับปลาดุกได้

            ต่งเสี่ยวเสี่ยวจับปลาได้แม่นมากจริงๆฉินไห่หยางวิ่งกลับไปเอาถังน้ำเล็กๆ ที่บ้านมาด้วย

            ต่งเสี่ยวเสี่ยวกับคนอื่นๆเดินตามลำธารขึ้นไปด้านบนเรื่อยๆ พอมาถึงบริเวณเขื่อน ก็จับปลาดุกได้ครึ่งถังและยังได้ปลาชนิดอื่นมาอีกหนึ่งตัว

            "พอแล้วล่ะ!"

            ก็เป็นผลสำเร็จที่ดีอีกครั้งต่งเสี่ยวเสี่ยวรู้สึกเธอโชคดีมาตลอด

            เวลาที่ขึ้นไปบนภูเขาก็มักจะหาสัตว์ได้แม้แต่ในร่องน้ำที่ชาวบ้านจับปลาจนหมดแล้วก็ยังคลำหาปลาดุกที่ซ่อนตัวอยู่ในโคลนได้อีก

            จะมีก็แต่พวกหลี่กุ้ยหวานั่น!

            ระหว่างทางกลับบ้าน ต่งเสี่ยวเสี่ยวลองเดาๆดูว่าพวกหลี่กุ้ยหวาน่าจะรังแกคนไปเยอะ

            คนแบบนี้ควรจะได้รับการลงโทษ

            แต่เรื่องนี้ไม่ใช่ว่าจะจัดการได้ภายในวันสองวันเธอจึงคิดจะค่อยๆ วางแผนเอาไว้ก่อน

            เด็กทั้งสามคนเดินลงมาเรื่อยๆต่งเสี่ยวเสี่ยวมองเขื่อนที่อยู่ไกลๆ น้ำถูกปล่อยมาหมดแล้วในนั้นจะต้องมีปลาดุกกับกุ้งอีกแน่

            อีกสองวันค่อยมาดูอีกที

            วันนี้ปลาดุกในถังก็เยอะพอให้พวกเขากินแล้ว

            เธอถือปลาดุกกลับไปบ้านระหว่างทางก็เห็นต้นซานจา เด็กทั้งสามคนอยากกิน พวกเขาเลยเก็บซานจาสดๆกลับไปทำซานจาจิ่ว

            ต่งเสี่ยวเสี่ยวกลับบ้านก็ไปทำอาหารต่อพอทำอาหารเสร็จ ทุกคนก็นั่งกินข้าวกันในลานบ้าน

            ฉินซู่นั่งอยู่บนเก้าอี้ที่ทำขึ้นมาพิเศษเขาดูเหมือนจะอารมณ์ดีขึ้นมาก วันนี้ตอนบ่ายยังกินข้าวเพิ่มอีกชาม

            "ซุปปลาดุกผักกาดดองอร่อยจริงๆ!" 

            ฉินซู่ยืนยันว่าอาหารของต่งเสี่ยวเสี่ยวอร่อยทุกคนในครอบครัวอยู่กันอย่างมีความสุข แต่บ้านป้าหลิวที่อยู่ข้างๆ กลับต่างออกไป

            เชิงอรรถ 

            [1] คนกินคน (人吃人)เป็นสำนวนจีนที่หมายถึงการกระทำที่ทารุณหรือโหดร้ายจนถึงขั้นที่คนทำร้ายกันเองหรือเอารัดเอาเปรียบในระดับที่รุนแรง

             

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยง(จำเป็น) ในยุค 80 【จบแล้ว】 ที่คุณอ่าน