นับั้แ่วันนั้นเราใช้ศูนย์นิสิตกับตึกโดมเป็ที่ลงหลักปักฐานและเป็ที่หลับนอน เราเริ่มที่จะไม่กลับหอนานขึ้นนานขึ้นเพราะต้องเตรียมทำกิจกรรมเงียบ ถึงแม้ว่าเราจะเป็ห่วงลูกแก้วมากก็ตามแต่เราก็ไม่รู้ว่าลูกแก้วจะคิดยังไงกับการหายไปของเรา ่เวลาตลอดสามวันที่ผ่านมาเราแทบจะไม่เจอแก้วเลยด้วยซ้ำไม่ว่าจะที่คณะหรือที่องค์การ เราก็คิดแค่ว่าการหายไปสักพักของเรามันคงจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้นเอง
นิศา : ปาย ปาย
ปาย : ค่ะ!
นิศา : เหม่อไรเนี่ย? หรือว่าไม่สบายรึเปล่า?
ปาย : ป่าวค่ะแค่่นี้หนูนอนไม่ค่อยหลับ
นิศา : เอาน่าถึงจะยังไงแม้ว่างานเยอะเท่าไรเราก็ต้องไม่หวั่น ทำเพื่อประชาชน
ปาย : ค่ะหนูเข้าใจค่ะ
นิศา : งั้นปายกับประชารับผิดชอบแถบฝั่งธนนะ เอาแถววัดบางยี่ขันลากยาวไปถึงหอพักของปายเพราะประชาก็ไม่คุ้นพื้นที่แถวนั้นพี่เลยอยากให้เราไปเป็คนนำทาง พี่คงต้องวานหน่อยนะ
ปาย : ได้ค่ะ
นิศา : ทีมของเรามีเจ็ดคนนะเดี๋ยวมีจากมหาลัยอื่นมาด้วย ถ้างั้นก็ตกลงตามนี้นะ
เรากับพี่จากมหาลัยรวมประมาณสิบสามคนก็ลงพื้นที่ไปคุยกับประชาชนในเื่การถอนทัพอเมริกาแล้วก็เื่อื่นๆตามที่ศูนย์นิสิตมอบหมายแต่นั่นก็ยังไม่จบภารกิจั้แ่เย็นเราก็กลับไปที่ศูนย์ไปเอาโปสเตอร์มาติดตามถนนหนทางเพื่อประท้วงตามที่เราเคยทำทุกครั้ง เราเดินไปตามซอยบ้านประชาชนจากซอยนั้นไปซอยนี้แต่เรากลับไปประจัญหน้ากับพวกกระทิงแดงที่ดักพวกเราเอาไว้
ปาย : นี่พวกนายทำอะไรมิทราบ
กระทิงแดง : ป่าวแค่มากวนเฉยๆ
ปาย : แล้วมีอะไรล่ะ
กระทิงแดง : เลิกทำดิไอ้ที่พวกมึงกำลังทำ
ปาย : ไม่เลิกทำแล้วมีปัญหาหรอ
กระทิงแดง : เออกูมี มันน่ารำคาญ พวกมึงแต่ละตัวที่ออกมาประท้วงแต่ละทีแม่งสร้างแต่ปัญหาให้สังคมประเทศไม่สงบสักทีก็เพราะพวกมึง
ปาย : แต่ที่พวกเราเรียกร้องก็เพื่อสังคม เพื่อประชาชนทั้งนั้นนะพวกนายก็เคยผ่านมาไม่ใช่หรอ?
กระทิงแดง : กูไม่รู้กูไม่เคยทำ แต่สิ่งที่พวกมึงทำมันมีแต่คนรำคาญพวกมึงทำไปสุดท้ายก็ไม่มีห่าอะไรเกิดขึ้นหรอก
ปาย : แล้วเอาอะไรมาวัดล่ะ?
กระทิงแดง : ก็พวกกูไง ไม่ชอบขี้หน้าศูนย์นิสิตอย่างพวกมึงมานานล่ะ เลือกเอาว่าจะกลับบ้านไปแบบปกติหรือจะกลับไปแบบมีน้ำตา
ปาย : แกหนีไปทางนั้นนะเราจะหนีไปทางนี้ (กระซิบ)
ประชา : อืมตามนั้น เจอกันที่ศูนย์นะ (กระซิบ)
ปาย : ก็ได้ไม่ทำก็ได้
กระทิงแดง : เออทำแบบนี้ค่อยง่ายหน่อย ว่าแต่...........
ปาย : (วิ่ง) เจอกันนะประชา
กระทิงแดง : เห้ยไอ้ชิบหายรีบไปจับพวกมันเร็ว
เรากับประชาต่างวิ่งหนีกันอย่างสุดชีวิตด้วยที่ว่าเราคุ้นชินกับพื้นที่มากกว่าพวกกระทิงทำให้เราลัดเลาะตามทางจนสลัดพวกนั้นได้สำเร็จ เราได้มาหยุดที่ซอยหน้าหอพักเราลังเลอยู่ชั่วครู่ว่าจะเข้าไปที่ห้องไหม? เพราะเราไม่รู้ว่าแก้วจะคิดยังไงแต่เพื่อความปลอดภัยจากการหนีพวกกระทิงแดงยังไงเราก็ต้องหลับก่อนและถือโอกาสเก็บของไปค่ายอาสาด้วย เราออกจะดีใจนะที่จะได้เจอแก้วเพราะไม่ได้เจอมาหลายวันและอีกอย่างอาจจะเป็โอกาสดีที่เราจะได้ปรับความเข้าใจกับแก้วแต่ว่าภาพตรงหน้านั้น..........
ปาย : (เปิดประตู) แก้ว...........
ลูกแก้ว : ปาย! เอ่อ.........
ปาย : ออที่แท้แกก็พาผู้ชายขึ้นห้องนี่เอง
ลูกแก้ว : ปายเรา.......
ปาย : เราแค่มาเก็บของเตรียมไปค่ายอาสา ไม่มีอะไรหรอกเชิญเสวยสุขกับรักอันดื่มด่ำเถอะ
ลูกแก้ว : ปาย ปาย หยุกก่อนนะ
ปาย : มีไร
ลูกแก้ว : ..........
ปาย : เงียบทำไม
ลูกแก้ว : เราไม่ได้ทำอะไรกับพี่สรรค์เลยนะ
ปาย : แล้วที่จูบกันเมื่อกี้ล่ะมันคืออะไร?
ลูกแก้ว : เรา..........
ปาย : แกแม่ง สุดท้ายก็เป็ผู้หญิงที่บอกรักใครไปทั่ว เล่นกับความรู้สึกคนอื่นไปทั่ว มั่วผู้ชายไปทั่ว
ลูกแก้ว : (ตบหน้า) เราก็ไม่นึกว่าปายจะมีความคิดต่ำๆแบบนี้
ปาย : แล้วใครกันแน่ว่าที่มันเป็ต้นเหตุ
ลูกแก้ว : .........
ปาย : ตอบดิ เงียบทำไม ตอบ!
ลูกแก้ว : ...........
ปาย : เออได้ เราไปเอง
พี่สรรค์กับแก้วกำลังจูบกัน........มันช่างเ็ปไปหมดทั้งตัว เหมือนเรากำลังสูญเสียอะไรบางอย่าง ไฟฝันการต่อสู้ที่ถูกมอดดับพร้อมกับเธอผู้เป็ดั่งดวงใจมันทำให้เราแทบจะหมดใจไปซะทุกอย่าง เหมือนวันนั้น วันที่เราสูญเสียเธอคนนั้น คนที่เป็ดั่งไฟฝันแห่งการต่อสู้ของเรา
.
.
.
.
วันมหาวิปโยค
.
.
.
.
ปาย : เราว่าเราออกจากที่นี่ก่อนดีกว่าไหมเพียง
เพียง : อยู่ก่อนสิกำลังดุเดือดเลยนะ
ปาย : แต่แนวหน้ามันคือตำรวจนะ เขามีอาวุธมี่พร้อมจะฆ่าพวกเราตลอดเวลา แล้วดูเราสิเรามีแต่มือเปล่านะ
เพียง : ก็มือเปล่าไง ถ้ามันกล้ายิงเรา มันก็ไม่ใช่คนแล้ว
ท่ามกลางสถานการณ์ปราศรัยอันดุเดือดเรากับเพียงเพื่อนสาววัยสิบหก เราสองคนมาจากต่างจังหวัดที่ถูกส่งมาเรียนในกรุงทพและเป็จุดเปลี่ยนให้เราสองคนตื่นตัวทางการเมืองอย่างมาก เราสองคนกำลังนั่งฟังการปราศรัยที่ลานใหญ่พร้อมกับประชาชนนับแสนแต่ด้วยสถานการณ์อันล่อแหลมที่เสี่ยงต่อการปราบผู้ชุมนุมและเวลาก็ยิ่งล่วงเลยเข้าไปจนเกือบรุ่งสางแกนนำก็นำพาคนนับแสนไปที่หน้าสวนจิตร แกนนำก็ได้ประกาศให้ทุกคนร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี
" ข้าวรพุทธเ้า เอามโนและศิรกราน "
ท่ามกลางเสียงของผู้คนเรืองแสนทุกคนล้วนกอดคอกันด้วยความภาคภูมิที่ได้มายืนอยู่และต่อสู้เพื่อประชาชน ทุกคนล้วนร้องขออวยพรให้การชุมนุมเป็ไปอย่าสงบแต่ทว่ามันกลับไม่เป็ไปอย่างที่พวกเราคิด จู่ๆตำรวจก็ใช้ตะบองฟาดผู้ชุมนุมด้วยความบ้าคลั่งและเหตุการณ์ก็เริ่มบานปลายตำรวจเริ่มใช้อาวุธที่รุนแรงขึ้น เราสองคนรีบฝ่าฝูงชนออกไปด้วยใจที่หวังว่าจะปลอดภัย
เพียง : ปายเอาไงดี?
ปาย : เราว่าไปปีนกำแพงตามคนอื่นเข้าสวนจิตรดีกว่านะ เราหลบก่อนค่อยกลับ
เพียง : ปลอดภัยจริงๆใช่ไหม? ปายมั่นใจใช่ไหม?
ปาย : อืมเรามั่นใจ
เราสองคนะโลงคูน้ำข้างรั้ววังตามคนอื่นๆบางคนปีนกำแพงวังเข้าไปส่วนเรายังโชคดีที่เหลือไปเห็นเ้าหน้าที่กำลังเปิดประตูเราสองคนเลยวิ่งนำทุกคนเข้าไปภายในสวนจิตร เราเข้าไปอยู่ในสวนจิตรั้แ่รุ่งสางจนถึงแปดโมงเช้าจนเราแน่ใจแล้วว่าทุกอย่างมันสงบแล้วเรากับเพียงเลยตกลงกันที่จะกลับบ้าน
เพียง : ปายว่าถนนมันเงียบแปลกๆไหม เราดูมันมีอะไรไม่ชอบมาพากลอะ
ปาย : คงไม่หรอก เดี๋ยวเราไปส่งเพียงที่บ้านเอง
เพียง : ไปทางไหนอะ
ปาย : เราจะพาลัดตรงนี้ข้ามผ่านฟ้าแล้วนั่งเรือกลับ
เพียง : อืมปายจะพาเราไปทางไหนเราไปหมดนั่นแหละ
แต่ใครจะไปรู้ว่า.....
ปีศาจร้ายร่างใหญ่จอมทมิฬ รอจ้องกินพวกท่านอย่างอดสู
ไม่เหลือใครไว้ให้ได้เชิดชู เพราะที่อยู่ไม่คู่ควรเฉดเช่นมัน
เสียงห่าะุกระหน่ำใส่ประชาชนมือเปล่า ไม่เว้นแม้กระทั่งนักเรียนอย่างพวกเรา คนข้างหน้าล้มแล้วล้มอีก บางคนแน่นิ่ง บางคนยังวิ่งไว้ บางคนร้องโหยหาคนมาช่วยด้วยความทรมาน เราสองคนต้องรีบไปหลบหลังรถยนต์ที่ถูกจอดทิ้งไว้
เพียง : เอาไงดีปาย เราไปตรงไหนไม่ได้เลยนะ
ปาย : เราว่าต้องไปตรงนู้นต้องไปหลบก่อน
เพียง : มันจะดีหรอปาย? สู้หลบตรงนี้ดีกว่าจะไม่ดีกว่าหรอ?
ปาย : เชื่อเรา ถ้าเรายังอยู่ตรงนี้มันก็จะยิงเรา แต่อย่างน้อยถ้าเราหนีอย่างน้อยเราก็ไม่ตาย
เพียง : ปายมั่นใจนะ?
ปาย : อืมเรามั่นใจ
เพียง : ถ้างั้นเราจะไปก่อนปาย ปายตามมานะ
สิ้นเสียงคำสัญญาเพียงวิ่งออกไปด้วยสายตาที่หวังจะรอดแต่..........ห่าะุกลับสาดใส่หญิงสาวบริสุทธิ์อย่างไร้ความปราณีเพียงเสี้ยววินาทีเพียงก็ล้มลง
ปาย : เพียง!
เราวิ่งเข้าไปลากเพียงอย่างทุลักทุเลด้วยความหวังที่ว่าจะให้เพียงรอดแต่นั้นกับต้องแลกมาด้วยะุปืนที่เฉียวไหล่ แต่ความเ็ปยังไม่เท่าการที่ต้องมามองหน้าคนรักถูกยิงอย่างเ็ปต่อหน้าต่อตา
ปาย : เพียง เพียง อย่าเป็ไรนะเพียง
เพียง : ปาย............
เพียง : ขอบคุณนะปายที่อยู่กับเรามาตลอด ปายสัญญาได้ไหมว่าปายจะยังอยู่ ฮึก อยู่เพื่อเรา
ปาย : ทำไมเพียงต้องพูดแบบนั้น เพียงต้องอยู่กับเราก่อนเพียงต้องไม่ตาย
เพียง : เพียง.............รัก.............ปาย.............นะ
ปาย : เพียง เพียง เพียง!!!
ผชน : น้องลุกเร็วทหารมันเคลื่อนมาแล้ว
ปาย : ไม่หนูจะอยู่เพียง เพียงจะต้องไม่ตายเพียงต้องรอด
ผชน : เพื่อนน้องตายแล้ว ปล่อยเขาเถอะ
ปาย : เพียงยังไม่ตาย เพียงยังไม่ตาย
ผชน : พี่ขอโทษนะ นายมาช่วยเราหน่อย
ปาย : ปล่อยหนู หนูจะกลับไปหาเพียง ปล่อยเว้ย ปล่อย!!!!!
การตายของเพียงกลายเป็ตราบาปและแผลฝังใจเรามาั้แ่ตอนนั้น เราสัญญากับตัวเองว่าหากเราได้รักใครเราจะปกป้องเขาด้วยชีวิตเหมือนกับอุดมการณ์ที่ยึดถือแต่ว่าครั้งนี้เรากับปล่อยเธอให้จากไป เธอคนนั้น คนที่เปรียบดั่งด้วยใจของเรา
นิศา : อ้าวปายทำไมมานั่งอยู่ตรงนี้คนเดียวล่ะ แล้วลูกแก้วไปไหนล่ะปกติก็อยู่ด้วยกันไม่ใช่หรอ?
ปาย : พี่นิศา.......
นิศา : อ้าวร้องไห้ทำไม
ปาย : หนูเจ็บพี่นิศา หนูเจ็บ
นิศา : เป็อะไร ใครทำอะไรปายบอกพี่ได้นะ
ปาย : หนูเจ็บ หนูเจ็บที่ปล่อยเขาไปให้คนอื่น หนูเจ็บใจตัวเองพี่นิศา หนูน่าจะตอบรับเขาเข้ามาในชีวิตให้เร็วกว่านี้
นิศา : ลูกแก้วใช้ไหม?
ปาย : อืม
นิศา : เห้อ ทำใจเถอะปายเราบังคับจิตใจใครไม่ได้หรอกนะ เขาคงเลือกในทางของเขาแล้วเราก็มีหน้าที่แค่ให้กำลังใจเขาแล้วอีกอย่างเราทก็ทำได้แต่ทำใจลืมเขาในสถานะอื่นแล้วเป็เพื่อนที่ดีต่อกันก็พอ
ปาย : หนูทำแบบนั้นไม่ได้หรอก มันเจ็บมาเลยพี่นิศา
นิศา : พี่เชื่อ พี่เชื่อว่าเราทำได้ ทำไมเราจะทำไม่ได้ถ้าไม่พยายาม
ปาย : พยายาม
นิศา : ใช่พยายาม เช็ดน้ำตาแล้วรีบไปจัดของเถอะพรุ่งนี้ต้องไปแต่เช้านะ
ปาย : ค่ะหนูจะรีบไป
ถึงแม้ว่าเธอเป็ดั่งดวงใจจะหายไปและไฟฝันถูกมอดดับแต่เราก็ไม่อาจจะขาดไฟเพราะอุดมการณ์จะไม่เกิดหากขาดไฟฝันหล่อเลี้ยง เราก็คงต้องเติมไปให้ตัวของเราเองเป็กำลังยามยาก เป็ดวงใจที่มีแค่เราเข้าใจตัวเราเอง