หลังจากนั้น แม็ค พา นาฟเดินทางไป เต็นท์ที่อยู่ห่างไกลสุด อยู่ปีกฝั่งขวาของค่าย เป็หน่วยที่มีเต็นท์ขนาดเล็กที่สุดในหมู่หน่วยทั้งหมด แต่แปลกตรงมีแท่ง เสาอยู่ด้านหลังมีสายบางอย่างต่อเข้าไปข้างใน รูปร่างแปลกๆ แม็ค เห็นสีหน้านาฟแล้ว อดขำไม่ได้ “หน่วยคัดกรองหลักๆ เป็เื่ตรวจคุณสมบัติ และเป็เื่ของการทำเอกสารให้กับคนที่เข้าไปในอาณานิคม ไม่ได้ใช้คนในการทำงานเยอะ ข้างในเต็นท์นี้ก็มีอยู่ราวๆ4-5 คน นาฟ พยักหน้าเดินตาม แม็คเข้าไปภายในเต็นท์ ภายในมีเ้าหน้าที่ตามที่ แม็ค บอกไว้ แต่โต๊ะและเครื่องมือที่ใช้ ต่างจากหน่วยอื่น มีอุปกรณ์แปลกๆ มีตู้กลไกสี่เหลี่ยม วางเรียงรายอยู่ ถ้าสังเกตให้ดีมีสายต่อจากตู้เหล่านี้เชื่อมโยงไปหาแท่งเสาด้านนอก “แม็คแนะนำ เ้าหน้าที่ให้รู้ว่านาฟ มาขอใช้สิทธิ์เป็ ประชากรอาณานิคม เ้าหน้าที่สอบถามประวัติคร่าวๆ จากนั้นเ้าหน้าที่เดินเข้าไปอีกห้องเพื่อแจ้งให้หัวหน้าหน่วยทราบ ไม่นาน ปรากฏมีชายสูงวัยเดินออกมา ทุกคนในหน่วย รวมทั้ง แม็ค ยืนโค่งคำนับ สวัสดีครับท่านผู้เฒ่า “ชายสูงวัยพยักหน้าให้กลุ่มของ แม็ค
“ข้าพาน้องชายมาตรวจสอบสิทธิ์ก่อนเข้าเป็คนของอาณานิคมครับท่าน ผู้เฒ่า “เข้าใจแล้วเ้าออกไปรอข้างนอกก่อน” แม็ค ทำความเคารพ แล้วหันมาขยิบตาให้ นาฟแล้วเดินออกไป
“เ้าคือ “นาฟ สินะ “ ครับ! ผู้เฒ่าเดินสำรวจรอบๆ ตัวนาฟ “อืม รูปร่างหน้าตา ไม่เลว ได้ข่าวว่าจดจำเื่ราวในอดีตไม่ได้แต่ไม่เป็ไรขอให้ปลุกพลังได้ ก็พอ “นาฟพยักหน้าตาม แอบสังเกตท่านผู้เฒ่าไปด้วยผู้ใช้พลังนี่ถึงจะอายุ มากขึ้นแต่ แววตา ราศียัง เปล่งประกายเสมอ คนกลุ่มนี้เวลามองไม่ว่าจะเป็ หัวหน้ากราฟ หรือท่านผู้เฒ่าคนนี้ เหมือนมองครูนาธาน หรืออาจเป็สิ่งบ่งบอกว่าคุณสมบัติเท่าเทียมกัน
“เ้ามายืนตรงนี้สิ”ผู้เฒ่าเรียกให้ นาฟ มายืนอยู่บริเวณที่ มีกล่องสี่เหลี่ยมสูงประมาณ 2เมตร ขนาบเข้าสองฝั่ง “เ้าใช้พลังของสายไหนระดับที่เท่าไหร่ “นาฟ ครุ่นคิดสักพัก ข้าอยู่สายพลัง ระดับ1ครับ
“อืม! เ้ายื่นมือ ออกไปข้างหน้าแล้วปลดปล่อยความรู้สึกของพลังตัวเองออกมาแต่ห้ามใส่พลังโจมตีเข้าไป
“นาฟ เลือกใช้ความรู้สึกของพลังหมัด “ฟู่!!!!” ปี๊บ ๆ ๆ ๆ เสียงจากกล่องสี่เหลี่ยมด้านข้างดังออกมา
ท่านผู้เฒ่าเดินไปดูข้อมูลจาก ข้างหลังกล่องสี่เหลี่ยม “อืม! ปลุกพลังได้แล้วจริงเป็สายพลัง แต่ !! “เ้าแน่ใจนะว่าอยู่ระดับ 1” “ครับ ข้าพึ่งจะปลุกพลังได้มาไม่นานนี้เอง “เข้าใจละ ท่านผู้เฒ่าส่งข้อมูลต่อให้เ้าหน้าที่ทำเอกสารต่อ “เ้าหนุ่มนี่ถ้าใช้พลังโจมตีสุดกำลัง น่าจะมีพลังเทียบเท่า ขั้น2 ระยะปลายเลยนะ
เ้าหน้าที่ทำเอกสารอยู่สักพักได้เป็บัตรสี่เหลี่ยม ขนาดเล็กเท่าครึ่งฝ่ามือ “เรียบร้อยแล้วครับท่านหัวหน้าพลางส่งบัตรให้กับท่านผู้เฒ่า
ผู้เฒ่านำบัตรมาตรวจดูอีกรอบ พยักหน้า ถือไปเสียบเข้าช่องกลไกเป็ตู้สี่เหลี่ยม ที่อยู่ด้านหลัง จากนั้นได้ยินเสียง “ปี๊บ ๆ” ได้รับการอนุมัติและส่งข้อมูลเข้าส่วนกลางแล้ว “จากนี้ไปเ้าเป็พลเมืองของอาณานิคมแล้ว พร้อมดึงบัตรออก แล้วยื่นให้ นาฟ “นาฟ โค่งคำนับ และรับเอาบัตรมา “บัตรนี้เป็เครื่องยืนยันตัวตนของเ้าเก็บรักษาไว้ให้ดี บัตรนี้ยังมีคุณสมบัติอีกหลากหลายซึ่งต่อไปเ้าจะได้รู้เอง เ้าไปได้แล้ว
นาฟ โค่งคำนับ อีกครั้งแล้วเดินออกมาจากเต็นท์
แม็ค ยืนรอ นาฟอยู่ภายนอกสักพักแล้ว เห็นนาฟเดินออกมา “เป็ไงบ้างน้องชาย เรียบร้อยมั๊ย! “เรียบร้อยดี ขอบคุณท่านมากที่ช่วยข้า
“ไม่เป็ไรหรอก มันเป็ความสามารถของตัวเ้าเอง อีกอย่าง ท่านหัวหน้าหน่วยก็กำชับข้ามาว่าให้ช่วยเ้าหน่อย “นาฟทำหน้างง หัวหน้ากราฟนะหรือ “ข้าบอกแล้ว ท่านหัวหน้าถึงจะดู ดุแต่จริงๆท่านใจดีแล้วเ้าจะเอายังไงต่อไป เข้าไปในอาณานิคม เลยมั๊ย “ยังไม่รู้เลยแต่ข้าว่าจะใช้เวลาอยู่ที่นี่สักหน่อยรอใครบางคน “ก็แล้วแต่เ้า แต่ก็อย่าให้นานนักเพราะข้าอยากให้เ้าเข้าไปรับการศึกษาข้างในเพราะในนั้นยังมีอะไรให้เ้าเรียนรู้อีกมากมาย
วันนั้นทั้งสองแยกย้ายกันกลับ นาฟกลับมาคิดว่าจะเอายังไงต่อดีอยู่ตรงนี้นานไปก็คงไม่ช่วยให้ ความทรงจำกลับมา แต่ในใจลึกๆ ยังมีบางสิ่งที่อยากจะทำอยู่
นาฟ ยังรอ เสี่ยวซูอยู่ ่วันว่าง นาฟ จะเดินที่ตลาดแลกเปลี่ยนหาเนื้อไม้ดีๆ เอามาแกะสลัก และทุกๆ วันจะเข้าไปช่วยเหลือ คนในเต็นท์หน่วยพยาบาลเพื่อเป็แรงงานช่วยเหลือปฐมพยาบาล ผู้าเ็
วันนี้ก็เป็อีกวันที่นะยังทำเื่เดิมๆ คือเข้าไปช่วยเหลือคนในเต็นท์หน่วยพยาบาล วันนี้มีผู้าเ็เยอะกว่าปกติ ส่วนมากเป็คนที่สวมเครื่องแบบ แคมป์กลาง เป็หนึ่งในหน่วยสำรวจ “เ้าหน้าที่ปฐมพยาบาลบอกว่าเป็หน่วยสำรวจที่2 กับที่ 3 ออกไปเก็บเก็บวัตถุบางอย่าง
บังเอิญไปเจอสัตว์แปลง เลยโดนทำร้ายกลับมา
ไม่นานมีคนหามเปลใหญ่เข้ามาเห็นชายรูปร่างใหญ่ แขนขาด ขาขาด มีาแเต็มตัว “ช่วยพี่ใหญ่ข้าด้วย ท่านหัวหน้าหลิง อยู่ ๆ ก็มีหญิงสาว อายุราวๆ 30ปีใส่ชุดผ้าฝ้ายธรรมดา ดูเหมือนคนทั่วๆไปแต่ถ้ามองเข้าไปในแววตารู้ทันทีว่า เป็ผู้ใช้พลัง “ใจเย็นๆ วางคนลงก่อน” นาฟที่ช่วยปฐมพยาบาลอยู่ที่ห่างๆเริ่มค่อยๆ ขยับตัวเข้ามาดูใกล้ๆ เห็นหญิงสาวชุดผ้าฝ้ายวางมือลงบริเวณร่างกายส่วนที่ขาด จู่ๆ แสงสีฟ้าอ่อนปรากฏขึ้น
เซลล์กล้ามเนื้อ ขยับตัวค่อยๆ เลื่อนมาปิดแผล เืค่อยๆ หยุดไหล
“ห้ามเื ให้แล้วเดี๋ยวให้คนจัดยามาให้ “ขอบคุณท่านหัวหน้าหน่วยที่ช่วยพี่ชายข้าครับ “หญิงสาวพยักหน้าแล้วหันไปช่วยคนอื่นต่อ ระหว่างหันไป สบตากับ นาฟ ที่ยืนดูอยู่ข้างๆ มองนาฟอยู่พักหนึ่ง พยักหน้าให้แล้วเดินออกไป
วันนี้ นาฟ ช่วยงานที่สถานพยาบาลจนถึง่เย็นเพราะวันนี้คนาเ็เยอะ หลังจากช่วยเหลือ เสร็จกำลังจะเดินทางกลับ เดินออกมาจากเต็นท์เห็นหญิงสาวเสื้อผ้าฝ้าย เดินมาจากไหนไม่รู้กำลังเดินกลับเข้าไปในเต็นท์ จู่ๆ นางก็หยุดลง มองหน้า นาฟ “เ้าดูใช้ได้นะ”
นาฟ ยังนิ่งเพราะไม่รู้จะพูดอะไร “อันนี้ข้าให้ หญิงสาวหยิบของบางอย่างยื่นใส่มือนาฟ มองไปคุ้นๆ ขวดขาวขนาดเล็ก เหมือนเป็สิ่งของที่อาจารย์โจเคยให้ รู้ทันทีว่าเป็ตัวยาจำพวกเสริมพลัง พอรับมา ก็โค่งคำนับ “ขอบคุณครับ” หญิงสาวชุดผ้าฝ้ายยิ้มมุมปากแล้วก็เดินเข้าไปในเต็นท์
ค่ำคืนนั้น นาฟ สูดดมละอองสาร จากขวดสีขาวเข้าไปเร่งปรับสภาพร่างกายทันที ครั้งนี้ ความรู้สึกเริ่มเป็ธรรมชาติขึ้น บางสิ่งกระจายไปทั่วทุกอณูของร่างกายกระตุ้นเซลล์ทุกจุดของร่างกาย อย่างเช่นคราวก่อน
แต่ครั้งนี้ร่างกายตอบสนองอย่างเต็มที่ ความรู้สึกแข็งแกร่งขึ้นเหมือนก้าวขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง คงมาถึงขั้นกลางของระดับ 1แล้ว นึกถึงการต่อสู้คงใช้ความสามารถได้นานขึ้นรู้สึกขอบคุณ ผู้หญิงชุดผ้าฝ้ายเป็อย่างสูง
่เวลานั้น นาฟ ก็มีอยู่2 อย่างคือการแกะสลักไม้กับ การเข้าไปช่วยปฐมพยาบาล ที่หน่วยพยาบาล ผ่านมาหลายวันยังไม่ได้ข่าวคราวของเสี่ยวซู เลย
นาฟ คิดว่าจะต้องเข้าไปดูที่แคมป์ 13สักวัน นาฟที่กำลังจะออกจากที่พักจู่ๆ ได้ยินเสียง “นาฟ ข้ามาแล้ว !” เสี่ยวซูวิ่งเข้ามาพร้อม กระเป๋าสะพายด้านหลัง “ขอโทษที่ทำให้เสียเวลาข้าระมัดระวังตัวอย่างให้เ้าบอก ค่อยๆ เคลื่อนไหวปรับตัวตามพื้นที่ “ไม่เป็ไรแค่เ้าปลอดภัยก็ดีแล้ว แล้วเป็ยังไงได้ของมารึเปล่า ! เสี่ยวซู รีบดึง นาฟ กลับเข้าไปในเต็นท์ เปิดกระเป๋าหยิบกล่องขนาด เล็กออกมาเปิดให้นาฟดู เป็หินเท็นซี่สีแดง ขนาดเท่ากำปั้น 5 ก้อน “นาฟพยักหน้า แล้วสถานการณ์ทางแคมป์ที่ 13เป็ยังไงบ้าง “โกลาหลวุ่นวายอย่างหนักแคมป์อื่นรอบๆบุกเข้ามาปล้นชิงเอาทรัพย์สินที่เรามีอยู่ ไปเกือบหมด ดีที่มีคนรีบปล่อยตัว รองหัวหน้า กุ้มหลง ออกมาแก้สถานการณ์ พี่เสี่ยวหมาน ก็ออกมามีาแฟกช้ำเต็มตัวไปหมด แต่ก็ไม่ถึงขั้น ร้ายแรง
ข้าบอกทางชุมชนของเราว่าให้มีกำลังใจเพราะเดี๋ยวนายจะช่วยเหลือจัดการให้ ทุกคนฝากขอบคุณมาถึงนายกันทุกคน ไม่มีใครคิดต่อว่านายแม้แต่คนเดียวมีแต่คนสาปแช่ง เ้าซูหม่า กันทั้งหมด
จากนั้น ข้าบอกกับ พี่เสี่ยวหมานว่าขอออกไปทำธุระเงียบๆไม่ต้องเป็ห่วง “นาฟรับฟังเื่ทั้งหมดแล้วพยักหน้าให้เสี่ยวซู “ฉันยังพอเหลือเงินอยู่นิดหน่อยนายเอาเงินก้อนนี้ ไปให้รองหัวหน้าแคมป์จัดการดูแลไปก่อน แล้วเดี๋ยวฉันจะ รีบตามไปสมทบ “ได้เลยนะขอบคุณมากนาฟ