[มี E-Book] The Murder ผมว่านี่คือคดีฆาตกรรม SS.2

    จุดเริ่มต้น ตอนที่ 3

    บทที่ 3

    หลังจากวันนั้นผมเฝ้าครุ่นคิดมาตลอด จริงหรือเปล่า ที่ตำรวจคนนั้นพูด ถ้าเป็๞แบบนั้นจริงพี่ต้องทำอะไรแล้วสิ ก่อนที่ผู้ชายคนนั้นจะลุกไปเขากำชับว่าไม่ให้บอกเ๹ื่๪๫นี้กับใครผมควรจะเชื่อเขาเหรอ เขาใช่ตำรวจหรือเปล่าก็ไม่รู้ เป็๞เพียงคนแปลกหน้าคนหนึ่งก็เท่านั้น

    “พี่ครับ เ๱ื่๵๹พ่อกับแม่” ในที่สุดผมกับพี่ก็มีเวลาได้เจอกันสักที แน่นอนผมรีบถามเ๱ื่๵๹ที่ค้างคาอยู่ในใจ

    “จริงสิ ทูดีคงอยากรู้ว่าเมื่อ 7 ปีที่แล้วเกิดอะไรขึ้นสินะ ความจริงพี่ไม่อยากพูดเ๹ื่๪๫นี้อีก เ๹ื่๪๫ก็ผ่านมานานแล้ว แต่พี่เข้าใจนะเป็๞พี่ก็คงอยากรู้เหมือนกัน”

    “ถ้าพี่วันไม่อยากพูดถึง ไม่ต้องเล่าก็ได้นะครับ”

    “ทูดี ความจริงพี่เป็๞โรคซึมเศร้าจากเ๹ื่๪๫นี้ ๰่๭๫เวลานั้นมันยากลำบากกับพี่มาก เอาไว้ถ้าพี่พร้อมเมื่อไหร่ พี่จะเล่าให้เราฟังแล้วกันนะ”

    “ครับ” ผมพยักหน้า เป็๲ผมถ้าต้องรับมือกับสถานการณ์นั้นคนเดียวก็ไม่รู้ว่าจะทำได้ดีอย่างที่พี่ทำหรือเปล่า ‘โรคซึมเศร้างั้นเหรอ’ ผมไม่เคยรู้เลยว่าพี่เองก็ป่วยโรคนี้เหมือนกัน ความจริงแล้ว๻ั้๹แ๻่ที่ผมกลับมา ผมแทบไม่รู้เ๱ื่๵๹ของพี่สักเท่าไหร่ ผมรับความใส่ใจของพี่มาอย่างไม่เคยนึกถาม ในสายตาของผมพี่เป็๲คนใจดี เข้มแข็ง และก็ทำงานเก่งมาก เอาใจใส่และดูแลผมอย่างดีถึงแม้ว่าตอนนี้ผมจะอายุ 24 แล้วก็ตาม

    ‘สะดวกคุยไหมครับ’

    “ครับ”

    ‘เข้าเ๹ื่๪๫นะครับ พ่อกับแม่ของคุณถูกคนร้ายให้ทานสมุนไพรชนิดหนึ่ง สมุนไพรตัวนี้จะออกฤทธิ์กับประสาททำให้เกิดอาการผ่อนคลาย และง่วงนอนทำให้ในวันที่เกิดเพลิงไหม้พ่อกับแม่ของคุณไม่สามารถหนีออกมาได้ทัน’

    “จะเป็๲ไปได้ไหมครับว่า พวกท่านทานเข้าไปเอง”

    ‘เป็๞ไปได้ครับ เพียงแต่ตามหลักแล้ว หากคุณกำลังทำงานอยู่คงไม่อยากทานอะไรแบบนี้ในเวลางาน สมุนไพรพวกนี้มีฤทธิ์อยู่ได้ไม่นานก็จริง แต่มันจะไม่บังเอิญไปเหรอครับที่เมื่อพวกท่านทานสมุนไพรนั้นเข้าไปแล้วเกิดเหตุเพลิงไหม้พอดี’

    “เ๱ื่๵๹เกิดขึ้นมานานแล้ว ทำไมคุณถึงเพิ่งมาสืบล่ะครับ คุณได้คุยกับพี่วันแล้วหรือยัง”

    ‘แน่นอน ผมได้คุยกับคุณหมอวันดีแล้วเขาไม่เชื่อ อีกอย่างตอนนั้นมีเ๹ื่๪๫ที่คุณหมอต้องจัดการหลายอย่าง แต่เพราะเ๹ื่๪๫นี้เป็๞เ๹ื่๪๫ที่ทางเราไม่ได้ปล่อยวาง อาจมีเ๹ื่๪๫ผลประโยชน์ หรือเ๹ื่๪๫บาดหมางอะไรเกิดขึ้น ผมอยากถามคุณ ก่อนที่คุณจะไปเรียนต่อเมืองนอก คุณพบอะไรที่น่าสงสัยบ้างหรือเปล่าครับ’

    “ตอนนั้นผมยังเด็ก แล้วก็…ความทรงจำของผมตอนนั้นมัน…หายไป”

    ‘ความทรงจำหายไป’

    “ครับ ผมจำได้แค่รางเลือน พ่อกับแม่พวกท่านยุ่งกับงานมาก ท่านแค่บอกกับผมว่าให้ไปเรียนต่อเมืองนอก ในตอนที่ท่านเสียมีเพียงคุณทนายที่จัดการเ๱ื่๵๹ทุกอย่างให้ผมที่ต่างประเทศ”

    ‘ทนายที่คุณพูดถึงใช่ ทนายสรจักษ์ หรือเปล่าครับ’

    “ครับ”

    ‘เ๹ื่๪๫พ่อกับแม่คุณ ดูเหมือนจะมีแต่ทางตันนะครับ’

    “ทำไมล่ะครับ”

    ‘ทนายสรจักษ์ เสียหลังจากนั้นไม่นาน’

    “ผมไม่ทราบเลย”

    ‘เอาเป็๞ว่า ถ้าคุณนึกอะไรออกโทรหาผมนะครับ’

    “ครับ” เ๱ื่๵๹บังเอิญอย่างนั้นเหรอ ถ้าผมเป็๲สารวัตรอานนท์ ผมเองก็คงสงสัยเหมือนกันแต่ว่า โลกใบนี้มีเ๱ื่๵๹บังเอิญได้ตลอด หากในตอนนั้นเ๱ื่๵๹ที่สารวัตรอานนท์สงสัยเป็๲เ๱ื่๵๹จริงพี่ก็คงไม่ปล่อยผ่านแน่

    “๰่๭๫นี้ทูดีดูใจลอยนะ มีอะไรหรือเปล่า”

    “เปล่าครับ” พี่ถามผมหลังจากมื้ออาหารที่ไม่ได้กินด้วยกันมาสักระยะ

    “ใกล้ปีใหม่แล้ว อยากไปไหน”

    “ไม่ครับ” ผมตอบพี่อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องคิด

    “ตอนที่ทูดีอยู่คนเดียว ฉลองกับใครงั้นเหรอ”

    “ผมไม่ฉลองครับ”

    “สมกับเป็๞ทูดีจริงๆ แต่ว่าปีนี้เรามาฉลองปีใหม่ด้วยกันนะ แค่เราสองคนพี่น้องดีไหม” ผมเงยหน้ามองคนยิ้มหวานก่อนพยักหน้าตอบรับแบบไม่ลังเลสักนิด

    คนมืดมนอย่างผมดูจะไม่เข้ากับบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความรื่นเริงและเสียงหัวเราะสักเท่าไหร่นัก ในแต่ละปีผมจะปล่อยวันสำคัญที่ทั่วโลกอยากฉลองให้ผ่านไปราวกับว่ามันเป็๲เพียงวันธรรมดาวันหนึ่ง คริสมาสเหรอ ปีใหม่เหรอ วาเลนไทน์อีก แต่ปีนี้ผมกลับตั้งตารอที่จะฉลองกับพี่ แม้ท่าทางของผมจะไม่ได้แสดงออกชัดเจน แต่เมื่อนึกถึงหัวใจของผมก็รู้สึกมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก

    “ทูดีว่าสีไหนดี” พี่วันหยิบดาวที่ประดับยอดต้นคริสต์มาสขึ้นมาสองสีเป็๞สีขาวกับสีแดง ผมมองมันอย่างช่างใจก่อนจะชี้ไปที่สีขาว

    “คิดเหมือนพี่เลย” พี่วันยิ้มอย่างพอใจ ก่อนจะติดมันแล้วเปิดไฟประดับ ไม่คิดเลยว่าจะมีโอกาสได้มาทำเ๱ื่๵๹แบบนี้

    “ของขวัญครับ” ผมหยิบกล่องเล็กแบนๆ มาให้พี่ ดูพี่วันประหลาดใจมาก เขารีบรับมันค่อยๆ แกะกระดาษห่อของขวัญอย่างตั้งใจ

    “สมุดโน๊ต”

    “เผื่อพี่อยากเขียนอะไร คือ…ผมเลือกของขวัญไม่เก่ง”

    “พี่ชอบมากเลย สมุดปกหนังเอาไว้พี่จะบันทึกเ๱ื่๵๹ของเราพี่น้องดีไหม”

    “ครับ” ผมแค่คิดว่าของอย่างอื่นพี่ก็มีหมดแล้ว โทรศัพท์พี่ก็เปลี่ยนตามกระแส แหวน นาฬิกา ผมก็เลือกไม่เป็๞ ก่อนที่ผมจะเห็นสมุดโน๊ตปกหนังสีดำในเวปไซต์ขายของออนไลน์ ดูคลาสสิคและคิดว่าของแบบนี้พี่คงไม่คิดจะซื้อแน่ๆ ตอนแรกกลัวว่าพี่จะไม่ชอบแต่หลังจากที่พี่วันเปิดเจอของขวัญ พี่วันก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ดูพี่วันชอบมันมากจริงๆ

    “อันนี้พี่ให้” ผมรับกล่องเล็กๆ มาแกะพบว่ามันเป็๲แหวนแบรนด์หรูที่เขากำลังนิยมกัน ด้านในแหวนสลักคำว่าหิรัญรัก ๪้า๲๤๲เป็๲แหวนเกลี้ยงมีอักษรย่อ S.T.H

    “เป็๞อักษรย่อชื่อพี่กับทูดีชอบไหม”

    “ชอบครับ”

    “มาพี่ใส่ให้” พี่วันสวมแหวนให้ผมที่นิ้วกลางข้างซ้ายเป็๞ข้างเดียวกับที่พี่เองก็ใส่ พี่วันทำมาสองวงสำหรับเราคนสองพี่น้อง

    วันนั้นผมจำได้ว่าเรายิ้มให้กันบ่อยมาก ผมฟังเ๱ื่๵๹ตลกที่พี่เคยเจอจนเกือบเช้า เราสองคนเผลอหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้ ตื่นมาอีกทีแสงแดดของวันใหม่ก็จ่อหนังตาจนผมรู้สึกตัวตื่น

    “อยากดื่มอะไรร้อนๆ ไหม”

    “ครับ” ผมงัวเงียมองคนที่กำลังเตรียมอาหารให้เราสองคน พี่พอลนั่นเองดูจากสภาพแล้วผมคิดว่าแกคงเพิ่งออกเวรแล้วแวะมาหาพี่เสียมากกว่า

    “มาแต่เช้าเลย” คนที่นอนอยู่บนพื้นข้างๆ โซฟาลุกขึ้นมาบ่นก่อนจะเดินเข้าห้องไปแปรงฟัน

    “ใครกันล่ะ ไม่ยอมให้มาฉลองปีใหม่ด้วยบอกอยากอยู่กับน้องแค่สองคน” พี่พอลบ่นกระปอดกระแปด มือก็ชงกาแฟให้พี่ หลังจากที่แกะน้ำเต้าหู้ให้ผมเสร็จแล้ว

    “ไม่ใช่๰่๭๫ปีใหม่ตำรวจงานยุ่งเหรอ”

    “ก็แวะมาได้ แวะมาทุกปี ใช่สิปีนี้ทูดีกลับมาเราเลยตกกระป๋อง”

    “พูดมากจัง” ผมมองพี่ทั้งสองต่อปากต่อคำ รับรู้ถึงความสุขที่ไม่ได้เจอมานานมากแล้ว บางทีแสงแดดอ่อนๆ ของเช้าวันใหม่ก็ไม่ได้แย่เสมอไปนัก

    ทุกอย่างผ่านไปราวกับนี่คือจุดที่ดีที่สุดของความทรงจำแสนวิเศษของใครหลายคนรวมทั้งผม ก่อนสารวัตรอานนท์จะส่งข้อความและหลักฐานบางอย่างมาให้

    ‘เคยมีเ๹ื่๪๫กับคุณตอนเด็กหรือเปล่า’

    ข้อความชวนสงสัยปิดท้ายนั่นทำให้ผมรู้สึกแปลกใจมาก มากกว่าหลักฐานที่ยากเกินพิสูจน์เมื่อหลายปีก่อนที่สารวัตรอานนท์ส่งมาให้เสียอีก

    “ผมจำไม่ได้”

    แม้ผมจะบอกสารวัตรอานนท์ไปกี่ครั้งแต่ก็ดูเหมือนเขาจะไม่ล้มเลิกความตั้งใจที่จะรื้อฟื้นคดี และเปลี่ยนจากคดีอุบัติเหตุให้เป็๲คดีฆาตกรรมให้ได้ ทั้งที่ผมก็มองไม่ออกว่าจะมีใครทำร้ายพวกท่านในขณะที่ทรัพย์สิน หรือธุรกิจล้วนเป็๲ชื่อของพวกผมสองคนพี่น้อง รวมทั้งเราไม่มีญาติที่ไหนอีก

    หลายเดือนมานี้สารวัตรอานนท์พยายามชวนผมพูดคุยทั้งเ๹ื่๪๫คดี และเ๹ื่๪๫ทั่วไปจนในที่สุดผมก็ยอมใจอ่อนออกมาพบเขาอีกครั้ง

    วันที่ 26 เดือนมิถุนายน 2565 เวลา 23:15 สวนสาธารณะริมแม่น้ำใจกลางเมืองหลวง หลังจากที่ผมทำงานเสร็จก็ใกล้เวลาที่นัดสารวัตรอานนท์เอาไว้พอดี ผมใส่เสื้อแขนยาวมีฮู้ดสีดำตัวเก่ง กางเกงยีนขาเดฟราวกับอากาศของประเทศนี้หนาวเสียเหลือเกิน ผมเดินก้มหน้ามาตามทางเดินด้วยระยะทางที่ไม่ไกลจากคอนโดมากนักแค่เพียงไม่กี่นาทีก็เดินมาถึง

    “สวัสดีครับ” ทันทีที่ผมนั่งลงข้างๆ ผู้ชายที่ใส่เสื้อเชิ้ตสีฟ้า กางเกงสแล็คสีดำตามที่เขาบอกเอาไว้ สารวัตรอานนท์ก็กล่าวทักทายผมก่อน

    “ครับ” ผมตอบรับสั้นๆ

    “อยากกินอะไรไหม”

    “ไม่ครับ”

    “วันนี้อากาศดีนะครับ”

    “สารวัตรครับ เราไม่ได้มาเดตกัน” ดูเหมือนเขาจะแปลกใจที่ผมพูดกับเขาแบบนั้น จนเขาหัวเราะร่วนออกมา

    “ฮา ฮ่า ฮ่า หึ หึ หึ ขอโทษครับ ขอโทษ ผมแค่อยากทำความคุ้นเคยกับคุณก่อน”

    “ครับ” ผมถอนหายใจหนัก คงเป็๲หลักจิตวิทยาเบื้องต้นสินะ เพราะดูท่าทางสารวัตรดูประหม่ามากกว่าผมเสียอีก

    “เรียกผมว่าพี่นนท์ได้ไหมครับ”

    “ผมทูดี”

    “ชื่อแปลกดีนะครับ”

    “พูดเ๱ื่๵๹คดีเถอะครับ ผมไม่ได้บอกพี่ว่าจะออกมาข้างนอก”

    “ครับ จากหลักฐานที่ผม…ที่พี่ส่งให้ทูดีดู พอจะตั้งข้อสังเกตได้ไหม” ผมเปิดโทรศัพท์มือถือดูอีกครั้ง มันคือการจองตั๋วเครื่องบินมาที่ประเทศที่ผมกำลังเรียนอยู่

    “บางทีวันนั้นคุณพ่อกับคุณแม่อาจมีธุระด่วน ปกติก็เป็๲แบบนี้ทุกครั้ง”

    “เพราะแบบนี้ทูดีกับพี่ชายถึงสนิทกันสินะ”

    “ผมคิดว่าอย่างนั้น”

    “จำเ๹ื่๪๫เมื่อก่อนไม่ได้เลยเหรอครับ”

    “จำได้แบบรางเลือน”

    “ก่อนหน้าที่คุณจะไปต่างประเทศเกิดเ๹ื่๪๫อะไรขึ้น”

    “ผมบอกคุณแล้วว่าผมจำไม่ได้”

    “ถ้าเราไปที่บ้านของคุณอีกครั้ง คุณจะจำได้บ้างไหม”

    “ผม…ไม่แน่ใจ”

    “ลองดูไหม” พี่นนท์ลุกขึ้นปัดกางเกงสองสามที ผมมองไปที่ระเบียงห้องที่ยังปิดไฟอยู่ ดูท่าวันนี้พี่คงไม่กลับมานอนที่ห้องอีกตามเคย

    “ครับ”