บทที่ 4 นางกลับมาแล้ว
“โอ๊ย!”จู่ๆ ภาพความทรงจำในอดีตที่ฝังลึกอยู่ใต้จิตสำนึกของเ้าของร่างเดิมก็ไหลบ่าเข้ามาในโสตประสาทของหนิงเจียวโดยไม่มีท่าทีว่าจะหยุด จนเวลาผ่านไปสักพักความเ็ปนั้นจึงค่อยๆ จางหายไป
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า”หนิงเจียวเปล่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่งพร้อมน้ำตาที่เอ่อไหลนองหน้า ์ช่างเล่นตลกกับชีวิตของนางจริงๆเพราะคำอธิษฐานก่อนตายนั้นส่งผลให้นางไปเกิดอยู่ในยุคสมัยที่แตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิงและนางก็เกิดเป็เด็กกำพร้าที่ถูกทอดทิ้งจริงๆ เสียด้วย แต่์ก็ยังไม่พอใจส่งนางย้อนกลับมาในภพชาติเดิม ที่เต็มไปด้วยความชอกช้ำใจอีกครั้ง
“ช่างน่าสมเพชยิ่งนักที่ในภพชาติก่อนตอนเกิดเป็หนิงเจียวข้าก็เอาแต่เฝ้าถวิลหาผู้เป็บิดาและมารดามาโดยตลอดในทุกค่ำคืนข้ามักจะแหงนหน้ามองท้องฟ้าแล้วตั้งจิตอธิษฐานขอให้ตามหาบิดาและมารดาพบโดยเร็ววันเพื่อจะได้อยู่ร่วมกันอย่างพร้อมหน้าอีกครั้ง ช่างเป็เื่ตลกเสียจริง ฮ่า ๆ ๆ”หญิงสาวทรุดกายนั่งลงบนพื้นอันเย็นเฉียบ โดยไม่ห่วงภาพลักษณ์ใดๆท่าทางนั้นเต็มไปด้วยความสิ้นหวังและเสียใจอย่างถึงที่สุด
คุณหนู! เสี่ยวซินรีบวางถังน้ำ แล้ววิ่งเข้าไปโอบกอดเ้านายของตนไว้แน่นนางถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ปล่อยโฮออกมาเสียงดัง
“นับว่า์ยังเมตตาอยู่ในที่สุดคุณหนูก็ฟื้นขึ้นมาเสียที หากวันนี้คุณหนูยังไม่ฟื้นขึ้นมาบ่าว…บ่าวก็คงได้แต่ต้องฆ่าตัวตาย แล้วตามไปรับใช้คุณหนูที่ปรโลกเสียแล้วเ้าค่ะฮือ ฮือ ฮือ”
จ้าวหนิงเจียวหยุดร้องไห้คร่ำครวญอย่างกะทันหันแล้วเงยหน้าไปมองสาวใช้ผู้ซื่อสัตย์ ที่คอยอยู่เคียงข้างตนมาโดยตลอดในใจพลันรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาทันทีหญิงสาวยกมือเรียวงามขึ้นมาปาดน้ำตาที่สองแก้มของตนก่อนจะเอื้อมไปเช็ดน้ำตาบนใบหน้าของเสี่ยวซิน
“อย่าร้องเ้าต้องเข้มแข็งเข้าไว้รู้หรือไม่ เพราะในจวนแห่งนี้นอกจากท่านพ่อที่ประจำอยู่ชายแดนใต้ของแคว้นชางแล้วก็ไม่มีใครสามารถเป็ที่พึ่งให้กับพวกเราได้อีกเลยท่านย่า…หากไม่ใช่เื่ที่เกี่ยวกับสงอี๋เหนียง ซึ่งเป็หลานสาวตระกูลเดิมของนางและจ้าวลู่เสียนแล้วละก็ นางก็คร้านที่จะสนใจ ส่วนจ้าวฮูหยินนางก็เอาแต่เข้าข้างลำเอียงไปทางน้องสาวที่แสนดีของข้า ตอนที่ข้ายังไม่ฟื้นขึ้นมาเ้าที่ขี้ขลาดอ่อนแอเช่นนี้ คงโดนคนอื่นรังแกเป็อย่างมากสินะ”
“ฮือ ฮือ ฮือ”เสี่ยวซินยิ่งร้องไห้หนักกว่าเดิม เพราะสิ่งที่คุณหนูพูดออกมานั้นเป็ความจริงทั้งหมด ปีนี้นางมีอายุเพียง 14 ปีเท่านั้นตอนเจอคุณหนูครั้งแรกที่ตลาดค้าทาสเมื่อห้าปีก่อนจำได้ว่าตอนนั้นนางกำลังถูกเฆี่ยนตีอย่างหนักเนื่องจากโดนจับได้ว่าแอบไปขโมยซาลาเปาที่แม่ครัวทำไว้มากินเพราะอดทนต่อความหิวโหยไม่ไหวอีกต่อไปแม้แต่เกียรติยศและศักดิ์ศรีที่เคยหยิ่งทะนงมาโดยตลอด นางก็ไม่เอาแล้วขอเพียงท้องอิ่ม ไม่ว่าจะให้ทำอะไร นางก็ยอมทั้งนั้นทั้งหมดนี้เพียงให้ตนมีชีวิตอยู่รอดต่อไป เพื่อรอวันกลับไปแก้แค้นก็เท่านั้น แต่ใครจะไปคิดว่านายหน้าค้าทาสจะเฆี่ยนตีนาง หวังให้ตายไปข้าง เสี่ยวซินหลับตาลงอย่างสิ้นหวังในใจเต็มไปด้วยความเ็ปอย่างสุดซึ้ง แต่ในจังหวะที่แส้จะเฆี่ยนโดนหลังอีกครั้งกลับมีเสียงอันไพเราะของสาวน้อยวัยเจ็ดขวบ ดังขึ้นกะทันหัน “ข้าขอซื้อทาสคนนี้” พร้อมชี้นิ้วน้อยๆนั่นมาทางนาง ซึ่งนอนหายใจรวยรินใกล้ตายอยู่บนพื้น แม้จ้าวฮูหยินจะคัดค้านอย่างไรทว่าสาวน้อยกลับไม่ยอมฟัง และยอมควักเงินเก็บทั้งหมดของตนออกมาเพื่อซื้อตัวทาสที่ต่ำต้อยด้อยค่าเช่นนางมากถึงหนึ่งร้อยตำลึงซึ่งโดยปกติแล้วทาสเด็กอย่างนาง จะขายไม่เกินหนึ่งตำลึงด้วยซ้ำ แต่ด้วยคำสั่งจากผู้มีอำนาจที่อยู่เื้ัซึ่งเสี่ยวซินก็รู้ดีว่าเป็ใคร คอยกำชับนายหน้าค้าทาสเอาไว้เขาจึงได้แต่ต้องทำตามเท่านั้น นับั้แ่วันนั้นเป็ต้นมาเสี่ยวซินจึงยอมอุทิศชีวิตของตน ให้แก่จ้าวหนิงเจียวอย่างหมดหัวใจ
“เสี่ยวซินว่าแต่ข้าหมดสติไปนานแค่ไหนหรือ” จ้าวหนิงเจียวลูบหลังสาวใช้เบาๆเป็การปลอบประโลม ก่อนใช้น้ำเสียงนุ่มนวลเอ่ยถาม
เสี่ยวซินรีบผละตัวออกจากอ้อมแขนของเ้านายหลังจากใช้มือเช็ดน้ำมูกน้ำตาเสร็จแล้วจึงกล่าว “คุณหนูหมดสติไป เป็เวลาทั้งหมดสิบวันแล้วเ้าค่ะ”
จ้าวหนิงเจียวขมวดคิ้วมุ่น สีหน้าบ่งบอกถึงความตึงเครียดอย่างเห็นได้ชัดนางจำได้ว่าชาติก่อนตนต้องตายเพราะภัยพิบัติจากรอยสักบนอกด้านซ้ายที่มีมาแต่กำเนิดต่างหาก พอคิดย้อนกลับไปในตอนนั้น ที่นางต้องโดนจับตรึงแขนขาอยู่บนไม้กางเขนเพื่อทำพิธีบูชายัญดึงเอาตราสัญลักษณ์รอยสักรูปอัศวินขี่ัพ่นไฟไปจากตัว มันช่างแสนเ็ปทรมานราวกับมีคนเอามีดมากรีดที่หัวใจของนางอย่างช้าๆเพื่อรีดเอาเืออกมาจนหยุดสุดท้าย แต่ตอนนั้นใครจะไปรู้ว่า จู่ๆ ์จะพิโรธส่งสายฟ้าที่นับจำนวนไม่ถ้วน ผ่าลงใจกลางพระราชวังแคว้นชางจนพังพินาศไม่เหลือชิ้นดีนางเห็นฮ่องเต้สารเลว และไอ้โหรหลวงจิ้งหยางนั่นกลายเป็เถ้าถ่านกับตาก่อนทุกอย่างจะมืดดับไป
“บัดซบ!ไอ้ฮ่องเต้สารเลว วันนี้ข้ากลับมาแล้ว ความแค้นในชาติก่อน ข้าจะเอาคืนอย่างสาสม”หญิงสาวกำหมัดแน่นจนเส้นเืปูดโปน แววตามีแต่ความอาฆาตแค้น
เสี่ยวซินถึงกับผงะ ขนลุกตั้งชันทุกรูขุมขนในร่างกาย ‘เหตุใดคุณหนูในตอนนี้ ถึงให้ความรู้สึกน่ากลัวยิ่งนักผิดกับเมื่อก่อนอย่างสิ้นเชิง ราวกับเป็คนละคน’
จ้าวหนิงเจียวหรี่ตาแคบเป็แววอันตราย “ข้าหมดสติไปสิบวันนั่นไม่เท่ากับว่าวันนี้ ไอ้ฮ่องเต้สารเลวนั่นจะต้องส่งคนมานำตัวข้าเข้าวังหรอกหรือ” แต่มีสิ่งหนึ่งที่นางไม่เข้าใจก็คือตลอดระยะเวลาสิบวันที่ผ่านมานี้ ฮ่องเต้ได้ออกพระราชโองการไปทั่วแคว้นชางใครก็ตามที่เกิดยามเฉิน ปีมะโรง ต้องเข้าไปแสดงตัวตนกับนายอำเภอของท้องที่นั้นๆโดยมุ่งเน้นไปที่บุรุษเพศอย่างเดียว แต่เหตุใดเมื่อชาติที่แล้ว ฮ่องเต้ถึงได้รู้และมั่นใจว่านางคือคนที่มีรอยสักรูปอัศวินขี่ัพ่นไฟทั้งๆ ที่นางเป็อิสตรีเว้นแต่จะมีคนไปบอกความลับนี้แก่พระองค์ และคนที่รู้ว่านางมีรอยสักบนอกด้านซ้ายก็มีเพียงสามคนเท่านั้น นั่นก็คือบิดากับมารดาผู้ให้กำเนิดและจ้าวเฟยเฟิ่งซึ่งเป็น้องสาวคนรองของนาง แต่หลังจากที่นางมีนางอายุครบหนึ่งขวบบิดาก็ได้ออกไปประจำการอยู่ที่ชายแดนใต้ และไม่ได้กลับมาอีกเลย ซึ่งในตอนนั้นจ้าวเฟยเฟิ่งยังอยู่ในครรภ์มารดาอยู่เลย
“จ้าวฮูหยินและน้องสาวที่แสนดีของข้า หวังว่าคงจะไม่ใช่ฝีมือของพวกเ้าคนใดคนหนึ่งหรอกนะไม่อย่างนั้นก็จงสวดมนต์ ภาวนาไว้ให้ดีเถิด เพราะตัวข้าผู้นี้หาใช่จ้าวหนิงเจียวคนเดิมอีกต่อไปแล้ว”
เสี่ยวซิน ยังคงนั่งแหงนหน้า ปากอ้าตาค้าง มองดูเ้านายอย่างโง่งมจนน้ำตาที่ไหลอาบแก้มแห้งสนิทก็ยังไม่รู้ตัว
จ้าวหนิงเจียวหันกาย เดินตรงเข้าไปยังห้องแต่งตัวอย่างเร่งรีบนางกวาดสายตามองไปยังโต๊ะเครื่องแป้ง แต่แล้วก็ต้องรู้สึกผิดหวังเพราะเครื่องสำอางเหล่านี้ด้อยคุณภาพเกินไปเมื่อเทียบกับยุคที่เต็มไปด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีขั้นสูง ที่ตนเพิ่งจะจากมา
“เสี่ยวซิน”
เสี่ยวซินได้สติโดยพลัน จึงรีบขานรับ “เ้าคะคุณหนู”
“เ้าสามารถหาไขมันพืชหรือไขมันสัตว์มาให้ข้าในตอนนี้ได้หรือไม่”
เสี่ยวซินแม้จะรู้สึกมึนงง ว่าคุณหนู้าสิ่งเหล่านี้ไปทำไมแต่ปากก็เอ่ยตอบไปตามความเป็จริง “บ่าวมีขี้ผึ้งอยู่ไม่รู้ว่าจะใช้ได้หรือไม่เ้าคะ”
“อืมเ้ารีบไปเอามาให้ข้าเถิด อ้อ! ไปเอาน้ำมันหมูที่ครัวมาด้วยนะ”
“เ้าค่ะคุณหนู” หลังกล่าวจบเสี่ยวซินก็หันหลังวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว
จ้าวหนิงเจียวไม่รอช้า รีบเทแป้งฝุ่นสีขาวใส่ถาด แล้วบดเปลือกไม้สีน้ำตาลจนกลายเป็ผงละเอียดก่อนนำมาผสมกับน้ำสีชมพู ที่สกัดจากดอกไม้ข้างเรือนในระหว่างนั้นเสี่ยวซินก็นำขี้ผึ้งและน้ำมันหมูมาถึงพอดี หญิงสาวออกคำสั่งต้มขี้ผึ้งให้ละลาย พักไว้ให้หายร้อนแต่ไม่เย็น แล้วเติมน้ำ น้ำมันหมูและเทส่วนผสมทั้งหมดที่หามาได้ตามสภาพให้เข้ากัน จนเวลาผ่านไปสักพักนางก็ได้ในสิ่งที่้า