“นั้นสิครับ ผมมานั่งรอ แล้วไม่เห็นมีใครพูดอะไรเลย”น้องชายตัวดี ฟางเจินหันไปตอบผู้เป็แม่
น้องชายเธอปีนี้อายุ18 ปีแล้ว กำลังจะได้ขึ้นมหาวิทยาลัย เธอคงไม่ได้อยู่ดูตอนน้องชายรับปริญญาตรีแล้ว
“ผมก็ไม่รู้อยู่ๆลูกก็มานั่ง แล้วบอกว่ามีเื่จะคุยยังมาทำหน้าเศร้าๆให้เห็นอีก แล้วหัวที่แตกก็ไม่บอกว่าไปโดนอะไรมา ผมก็เลยนั่งรอฟังอยู่นี้ล่ะ” คุณพ่อฟางหรงหันไปตอบคำถามเมียรัก แม่ยอดดวงใจของเขา
“นั้นสิลูก หัวลูกไปโดนอะไรมาเมื่อกี้แม่ว่าจะถามเราอยู่ เจ็บมากไหมลูก” แม่วันเพ็ญเดิมอ้อมโต๊ะมาดูแผลบนหัวของลูกสาว
แม้เธอจะอายุ52ปีแล้วก็ยังดูสาวและสวยอยู่มาก และที่สำคัญยังดูเด็ก กว่าคุณพ่อฟางหรงที่ มีอายุ50ปีซึ่งน้อยกว่าคุณแม่สองปี
“หนู ไม่เป็อะไรแล้วค่ะ ทานข้าวเถอะค่ะหลังทานเสร็จเราไปนั่งคุยกันที่โซฟานะคะ” ฟางเซียน ก้มหน้าทานอาหาร ที่ผู้เป็แม่ทำให้กิน น้ำตาคลอเบ้า แต่เธอไม่กล้าให้มันไหลออกมา
หลังจากรับประทานอาหารกันเสร็จทุกคนก็พากันเดิน ไปนั่งที่โซฟา
ที่ทุกคนมัก มานั่งพูดคุย และดูทีวีกันในครอบครัว ฟางเซียน มองหน้าทุกคน เธออยากจะจำ ทุกคนเอาไว้ ในหัวใจ เพื่อไปให้เธอลืมหน้าตาของพวกเขา
“ลูกมีเื่อะไรจะคุยกับทุกคนก็ว่ามา เดี๋ยวแม่กับพ่อยังต้องไปที่ร้านอีก น้องก็ต้องไปโรงเรียนมันจะสายแล้ว” หนูคิดว่าทุกคนฟังแล้วคง ไม่มีกะจิตกะใจทำอะไรแล้ว ฟางเซียนคิดในใจ
“พ่อค่ะ แม่ค่ะ ถ้าหนูเล่าให้ฟังแล้วพ่อกับแม่จะต้องสัญญากับหนูนะว่าจะไม่ใจนเกินไป และจะพยายามทำใจให้ได้” ฟางเซียนกล่าว
“มันเื่อะไรถึงขนาดให้พ่อแม่ทำใจ “พ่อฟางหรง กล่าว ฟางเซียนสูดหายใจเข้าปอดลึกๆแล้วถอนหายใจออก เธอทำแบบนี้สองสามครั้งก่อนจะพร้อมที่จะเล่าเื่ทุกอย่าง
“หนูจะเล่าเื่ที่เกิดขึ้นกับหนู เมื่อฟังแล้วพ่อกับแม่ต้องทำใจดีๆนะค่ะ แผลที่หัวหนูก็เกี่ยวกับเื่ที่หนูจะเล่าต่อไปนี้ค่ะ เริ่มจากเื่ที่หนูโดนไล่ออกจากงาน และหนูไม่กล้ากลับบ้านเลยไปที่คอนโด ที่พี่เสือซื้อให้ ...................จนหนูเดินตกบันได หลังจากนั้นหนู หนู หนูมีเวลาแค่ 7วัน ที่จะได้อยู่กับพ่อแม่และน้องชายค่ะ “ ฟางเซียนถอนหายใจหลังเล่าจบ แต่ก็ไม่นานนัก
“แกหมายความว่ายังไง ที่ว่า 7 วัน” คุณพ่อถาม
“ใช่ลูกพูดอะไร หัวลูกคงมีปัญหาใช่ไหม ไปแม่จะพาไปตรวจที่โรงพยาบาล” คุณแม่กล่าว
“ผมว่าสมองพี่ต้องกระทบกระเทือนแน่ๆตอนตกบันได ไปครับผมจะพาไป วันนี้ผมไม่ไปโรงเรียนแล้ว”น้องชายกล่าวกับพี่สาว พวกเขาใมากที่พี่สาวบอกว่ามีเวลาแค่นั้น
“พ่อแม่ ทุกคนสงบสติก่อนค่ะ หนูรู้ค่ะว่ามันน่าใแต่ฟังหนูหน่อย.....” กว่าเธอจะเล่าเื่เกี่ยวกับคุณตาเทวดาจนกว่าทุกคนจะทำใจได้ก็ใช้เวลาไปหลายชั่วโมงเลย
หลังผ่านไปหลายชั่วโมง
“ทุกคนคะ นี้ก็เที่ยงแล้ว ไปกินข้าวกันเถอะค่ะ”ฟางเซียนพยายามทำให้ตัวเองร่าเริงไว้
“ใครจะมีใจกินลง แกจะตายนะ แกมีเวลาแค่7วันแก ฮือฮือฮือ แม่จะอยู่ยังไงถ้าไม่มีลูก”คุณแม่กล่าว ไปน้ำตาก็ไหลไป เธอเสียใจ ที่ไม่สามารถ ช่วยเหลือ ลูกสาวคนเดียวของเธอได้
“แม่คะ” ฟางเซียน เห็นน้ำตาของผู้เป็แม่ ก็ร้องไห้เดินเข้าไปกอดผู้เป็แม่ เธอไม่รู้จะปลอบแม่เธอยังไงแล้ว เธอก็ไม่อยากให้เป็แบบนี้
“พอแล้ว คุณก็หยุดร้องเถอะ นี้ก็ร้องมาครึ่งวันแล้วตาบวมหมดแล้ว”คุณพ่อกล่าวกับคุณแม่ ทั้งที่ตัวเองก็ตาแดงๆ ก่อนจะเดินมากอดและเช็ดน้ำตาให้ ภรรยาของตัวเอง
“คุณจะไม่ให้ฉัน เสียใจได้ไงลูกทั้งคน ฉันเสียใจฉันจะต้องเสียลูกสาวไป ฉันเป็แม่ฉันจะทำใจได้ยังไง”คุณแม่กล่าว กับคุณพ่อ ในขนาดที่ ร้องไห้อยู่ในอ้อมกอดของสามี