* ยังไม่ได้ตรวจคำผิดนะคะ *
่นี้หลี่ซูเม่ยมักจะคิดถึงหงส์แดง เพราะเื่หลายๆ เื่นางไม่้าให้ใครรู้ แต่นาง้าคำปรึกษา หงส์แดงรอบรู้เื่ราวต่างๆ ในดินแดนแห่งนี้เป็อย่างดี และมีประสบการณ์ที่ยาวนานกว่ามนุษย์
แต่ตอนนี้หงส์แดงยังคงไม่ฟื้นคืนพลัง และนางยังหาหยกอีกชิ้นหนึ่งไม่พบ หากนางหาหยกชิ้นนั้นพบ นอกจากหงส์แดงจะฟื้นคืนพลังได้อย่างรวดเร็วแล้ว นางก็จะได้เห็นหน้าคู่หมั้นของตนเองอีกด้วย
่นี้หลี่ซูเม่ยจะใช้เวลาอยู่ที่กระท่อมเป็ส่วนใหญ่ เพราะนางต้องคอยดูแลจางหยวนใน่ที่เหวินฝูไม่ว่าง ซึ่งเหวินฝูเองก็ได้รับคำสั่งจากองค์รัชทายาทให้ดูแลความเรียบร้อยในวังตะวันออกจนกว่าพระองค์จะเสด็จกลับมา ทำให้เขาไม่ค่อยมีเวลามาที่กระท่อมกลางป่าแห่งนี้ อย่างมากก็สัปดาห์ละสองครั้ง ครั้งละหนึ่งชั่วยาม
หลี่ซูเม่ยเคยคิดที่จะกลับไปอยู่ที่สำนักซักระยะหนึ่งแล้วให้คนอื่นมาช่วยดูแลแทน แต่ก็ติดตรงที่ท่านอาจารย์และศิษย์พี่ทั้งสามของนางต่างบอกให้นางดูแลคนผู้นี้ให้ดีที่สุด หากนางดูแลไม่ดี นางอาจถูกปะาได้ เพราะคนผู้นี้เป็คนสนิทเพียงหนึ่งเดียวขององค์รัชทายาท และมีความสำคัญต่อวังตะวันออกมาก เนื่องจากเขามีฝีมือที่เก่งกาจ ยากที่จะมีใครมาต่อกร
จากวันเป็สัปดาห์ จากสัปดาห์เป็เดือน าแของจางหยวนดีขึ้นตามลำดับ นอกจากนี้ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไปอย่างช้าๆ
หลี่ซูเม่ยพูดคุยกับจางหยวนมากยิ่งขึ้นเนื่องจากทั้งคู่พบว่าตนเองมีความคิดที่คล้ายกันอยู่หลายอย่าง นี่เป็เพราะหลี่ซูเม่ยได้นำหลักการต่างๆ ที่มีในอีกโลกมาประยุกต์ให้เข้ากับโลกที่นางอยู่ปัจจุบัน ส่วนจางหยวนด้วยความที่ได้รับอิทธิพลทางด้านความคิดมาจากฮองเฮานั่นเอง
วันหนึ่งขณะที่ทั้งสองกำลังรับประทานอาหารกันอยู่ หลี่ซูเม่ยได้เอ่ยขึ้นมาว่า "จางหยวน ท่านเคยไปยังแคว้นจูเสวี่ยหรือไม่? "
"เคยไปสิ เป็แคว้นที่ดีแคว้นหนึ่ง แล้วเ้าละ เคยไปหรือไม่? "
"ทำไมข้าจะไม่เคยไปละ ในเมื่อบ้านของข้าอยู่ที่นั่น ข้าจากบ้านมาั้แ่ข้ามีอายุเพียง 5 ปี โชคดีที่ข้าได้เจอท่านอาจารย์ ท่านได้สอนให้ข้ารู้จักสมุนไพรและวิธีรักษา เมื่อท่านอาจานย์เห๋นว่าข้าพอมีฝีมือและสามารถดูแลตนเองได้ ท่านจึงอนุญาตให้ข้าอยู่เพียงลำพังในป่าแห่งนี้ได้"
"เช่นนั้นหรือ งั้นเ้าก็ไม่ได้กลับไปยังบ้านของเ้ามาหลายปีแล้วสินะ"
"ใช่แล้ว ข้าคิดว่าหลังจากที่ท่านหายดีแล้วข้าจะขออนุญาตท่านอาจารย์กลับบ้านซักครา"
"าแของข้าในตอนนี้ใกล้หายดีแล้ว ข้าสามารถเคลื่อนไหวร่างกายด้วยตนเองได้แล้ว ดังนั้นหากเ้า้าจะไปตอนนี้ก็ย่อมได้"
"ไม่ได้หรอก ท่านอาจารย์กำชับข้าทุกครั้งที่ข้าไปหาว่าให้ดูแลท่านให้ดีๆ หากข้าไปขออนุญาตท่านอาจรย์ตอนนี้ ท่านอาจารย์คงไม่อนุญาตแน่ๆ "
"ท่านอาจารย์ของเ้าคือใครหรือ? "
"ท่านอาจารย์ไม่ชอบเปิดเผยตัวตน แม้แต่นามของท่านอาจารย์ข้าก็ไม่รู้ ข้าเองก็ไม่ต่างจากท่านอาจารย์เท่าไหร่นัก ข้าต้องใส่หน้ากากนี้ตลอดเวลาที่ข้าอยู่ที่นี่เนื่องจากข้าชอบที่จะใส่หน้ากาก และมันทำให้ข้ามีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น เ้าว่าข้าแปลกหรือไม่"
"ไม่หรอก ข้าก็ไม่รู้นามของอาจารย์ของข้าเช่นกัน อีกทั้งข้าไม่ได้กลับไปหาท่านนานแล้ว เพราะข้ามีหน้าที่อันใหญ่หลวงที่ต้องรับผิดชอบ ส่วนที่เ้าชอบใส่หน้ากาก คนในยุทธภพหลายๆ คนก็ชอบใสเช่นเดียวกัน เ้าไม่ต้องกังวลไปหรอก"
"อืม ขอบคุณท่านมากที่เข้าใจข้า จากที่ท่านพูด ดูแล้วการเป็องครักษ์คนสนิทขององค์รัชทายาทนี่ไม่ง่ายเลยสินะ นอกจากต้องคอยดูแล ปกป้อง ระวังภัยให้แล้ว ก็ยังต้องคอยสังเกตสีหน้าและระวังคำพูดอีกต่างหาก"
"จริงๆ แล้วก็ไม่ได้ยากขนาดนั้นนะ หน้าที่จริงๆ ของข้ามีเพียงคอยปกป้อง ระวังภัยและเป็ที่ปรึกษาเพียงเท่านั้น ข้าไม่จำเป็ต้องคอยสังเกตสีหน้าหรือระวังคำพูดเพราะองค์รัชทายาทหาได้สนพระทัยในเื่เหล่านี้ไม่ เ้ารู้มาจากผู้ใดว่าองครักษ์คนสนิทขององค์รัชทายาทต้องคอยดูแล คอยระวังสีหน้าและคำพูด"
"ข้าคิดเอาเอง เพราะส่วนมากข้าเห็นว่าเป็เช่นนั้น ข้าไม่ได้หมายถึงในแคว้นนี้นะ ข้าหมายถึงในแคว้นอื่น"
"เ้าเคยเห็นองค์รัชทายาทของแคว้นอื่นด้วยหรือ? "
'องค์รัชทายาทแคว้นอื่นไม่ค่อยได้เสด็จออกจากพระราชวัง นางจะเคยเห็นด้วยหรือ อีกทั้งนางบอกว่านางมาอยู่ที่แคว้นนี้ั้แ่นางอายุได้ 5 ปี แสดงว่าถ้านางเคยเห็นก็ต้องเคยเห็นั้แ่ตอนที่นางอายุยังไม่ถึง 5 ปี'
"ข้า...ข้าน่าจะจำผิดไปเอง ช่างมันเถอะ รีบกินข้าวกันดีกว่า เดี๋ยวคนจากสำนักจะมาเก็บสำรับกลับแล้ว"
"หืม ก่อนหน้านี้ที่เ้าเล่าให้ข้าฟังทั้งหมดคือเื่จริงใช่หรือไม่? " จางหยวนพูดพร้อมกับหรี่ตามองหลี่ซูเม่ยอย่าง้าจับผิด
"เื่จริงสิ! ท่านไม่เชื่อใจข้าหรือ"
'ข้าพูดเื่จริงทั้งหมดนะ ถึงแม้ว่าจะพูดออกไปไม่หมดก็ตาม และข้าเคยอ่านในนิยายนะ อีกทั้งเคยเห็นในละครด้วย' นางตอบในใจก่อนจะหลบตาโดยการก้มหน้าก้มตากินข้าวต่อไป
เมื่อจางหยวนเห็นว่านางหลบสายตาเขาจึงพูดออกมาว่า "ข้าจะเชื่อเ้าอีกคราแล้วกัน หวังว่าเ้าจะไม่ทำกับข้าเช่นคราวยาสลบนั่นอีก"
หลังจากรับประทานอาหารกันเรียบร้อยแล้ว หลี่ซูเม่ยได้ออกไปหาหลงชุนต๋ากับมู่ไป๋อันที่บ้านเช่ากลางเมืองหลวง ทั้งสามพูดคุยกันถึงความคืบหน้าในการสำรวจพื้นที่ต่างรอบเมืองหลวง และกลุ่มของผู้มีอิทธิพลต่างๆ
เนื่องจากหลี่ซูเม่ย้าวางสายสืบไว้เพื่อสืบเื่รอยสักรูปพิณ และสืบข่าวต่างๆ ในแคว้นแห่งนี้ ตอนนี้หลงชุนต๋าและมู่ไป๋อันได้จัดหาสถานที่สำหรับฝึกสายสืบไว้เรียบร้อยแล้ว
เื่นี้สือซานกับสือปาก็รับรู้แต่ไม่ได้เข้ามาให้ความช่วยเหลือ เพราะว่าทั้งคู่ล้วนเป็คนของฮองเฮา อีกทั้งหลี่ซูเม่ย้าให้หลงชุนต๋าและมู่ไป๋อันได้ฝึกบริหารจัดการผู้คน และทั้งสองล้วนเป็คนของนาง
หลงชุนต๋าหาคนมาเข้าร่วมได้ทั้งหมด 20 คน โดยคนเหล่านี้มีั้แ่เด็กเล็กอายุ 5 ปีจนถึงเด็กที่มีอายุ 15 ปี ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็ขอทานและทุกคนล้วนเต็มใจที่จะมารับการฝึก
หลี่ซูเม่ยได้ตั้งชื่อให้คนกลุ่มนี้ว่า '蚂蚁' (อ่านว่า หมาอี่) ที่แปลว่า 'มด' โดยนางจะเป็คนกำหนดตารางและแนวทางในการฝึก ส่วนหลงชุนต๋ากับมู่ไป๋อันจะเป็คนสอนสิ่งเ่าั้ให้แก่พวกหมาอี่
แน่นอนว่าการสร้างกลุ่มสายสืบเช่นนี้ย่อมต้องใช้เงิน นางได้รับการสนับสนุนด้านการเงินจากฮองเฮา ร้านค้ามีชื่อส่วนใหญ่ที่ตั้งอยู่ในดินแดนต้าชิงล้วนเป็ของฮองเฮาหรือที่ผู้คนทั่วไปรู้จักกันในนามเ้ายุทธภพนั่นเอง
------------------------------------------------------
ก่อนอื่นเลยต้องขอขอบคุณทุกคอมเมนท์และทุกกำลังใจที่ส่งมาถึงไรท์นะคะ และขอบคุณที่ติดตามค่ะ
่นี้อย่างที่ไรท์เคยบอกไปว่าไรท์เปิดเทอมแล้ว และค่อนข้างยุ่ง ดังนั้นไรท์อาจจะไม่ได้มาลงให้วันเว้นวันเหมือน่แรกนะคะ
ตอนนี้มี 'ไวรัสโคโรน่า' ระบาด รีดก็อย่าลืมหมั่นดูแลความสะอาดและใส่หน้ากากอนามัยกันด้วยนะค่ะ โดยเฉพาะคนที่อยู่ในจุดที่มีคนที่มาจากจีนเยอะๆ ไรท์เองก็อยู่ใกล้จุดที่มีคนจีนมาเที่ยวเยอะ แอบหวั่นๆอยู่เหมือนกัน ตอนนี้กำลังพยายามนอนเร็ว แต่ทำไม่ได้ซักที555
ยังไงก็ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะค่ะ ขอบคุณค่ะ