ตอนที่2
ความรักกับความห่วงใย
วันอังคารถัดมาซึ่งมีคิวเรียนพละอีก ถึงจะเริ่มทำได้ดีขึ้นกว่าครั้งที่แล้วเพราะแอบไปฝึกที่บ้านมาก็ตาม แต่ก็ยังต้องมาซ้อมตอนเย็นเหมือนอาทิตย์ที่แล้วอยู่ดีเพราะจะเข้า่สอบกลางภาคแล้ว ยังไงก็ต้องทำให้ได้ พวกแก็งเทพบุตรคราวนี้ก็มานั่งดูรอต่อคิวเหมือนเดิม ขณะที่ซ้อมอยู่พวกแป้งก็ได้เห็นว่ามีผู้หญิงหลายคนมานั่งข้างๆพวกเขาหนึ่งในนั้นถือของบางอย่างมาให้พี่ไม้ แป้งไม่มีสมาธิในการซ้อมเลยเพราะมัวแต่มองพี่เขาจนทำให้อาจารย์เดินมาว่าอีก
“อย่าเอาแต่ห่วงผู้ชาย เอาตัวให้รอดก่อน”
อาจารย์พูดเสียงดังจนคนแถวนั้นหันมามองและหัวเราะถึงจะไม่ได้พูดชื่อหรือหันมามองแป้ง แต่ตอนนั้นคนที่หยุดเล่นก็มีแค่แป้งคนเดียวเธอรู้สึกอับอายเป็อย่างมากจนต้องก้มหน้าเดินกลับไปเล่นต่อ
“ใครนะที่มานั่งข้างพี่ไม้”
แป้งได้แต่เก็บความสงสัยไว้ในใจและซ้อมต่อไป ยังไม่ทันที่พวกเธอจะเลิกพี่ไม้กับผู้หญิงคนนั้นก็เดินออกไปด้วยกันแล้วตอนนั้นทั้งสนามก็หยุดเล่นและหันไปมอง ขวัญกับแก้วรีบเดินมาหาแป้งทันที
ขวัญ : นิแก พี่ไม้ไปกับพี่เฟิร์นอ่ะ
แป้ง : ใครเหรอ?
ขวัญ : ไม่รู้จักได้ไง ดรัมเมเยอร์คนดังของโรงเรียนเลยนะคบกันจริงๆเหรอเนี้ย
เหมือนฟ้าผ่าลงกลางใจ ยังไม่ทันได้คุยกันเลย มีเ้าของไปเสียแล้วเหรอพอคิดถึงเื่นี้แป้งก็เฟลทันที หมดแรงหมดพลัง ไม่อยากซ้อมลงไปนั่งข้างสนามรอเวลาให้อาจารย์เดินกลับมาด่าอีกรอบตอนนั้นจู่ๆก็มีคนยื่นน้ำมาให้ แป้งเงยหน้าขึ้นไปมอง ก็เห็นทิมยืนยิ้มอยู่
แป้ง : ขอบคุณค่ะ (รับขวดน้ำมาดื่ม)
ทิม : พูดเป็ด้วยนะเนี้ยนึกว่าเป็ใบ้ (ลงมานั่งข้างๆและกระซิบที่ข้างหู) คบกันอย่างที่คิดนั่นแหละเสียใจด้วยนะ
พูดจบแล้วก็ลุกขึ้นและเดินกลับไปนั่งกับเพื่อนเหมือนเดิมแป้งอึ้งกับคำพูดของทิมอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะเกิดอารมณ์โมโห
“นิมาเยาะเย้ยฉันใช่มั้ย"
แป้งคิดว่านั่นเป็การมาแกล้ง มาเยาะเย้ยและมาทำให้เธอโมโหเธอลุกขึ้นและกลับไปซ้อมพร้อมกับพลังแค้นอย่างมหาศาลทำให้สามารถเสิร์ฟผ่านไปได้หลายลูก ขวัญที่เห็นเหตุการณ์เมื่อกี้ก็รีบเดินเข้ามาถามทันที
ขวัญ : คุยอะไรกันเหรอ?
แป้ง : เอาน้ำมาให้และบอกว่านึกว่าฉันเป็ใบ้ พร้อมกับบอกว่าฉันคงต้องกินแห้วแล้วเพราะพี่ไม้คบกับพี่เฟิร์นจริงๆ
ส่วนทิมที่เดินกลับไปหาเพื่อนก็โดนเพื่อนๆถามทันที
แว่น :มึงนิชอบไปยุ่งกับน้องเขาจริงๆ ชอบเขาหรือไง
นาคร : คุกนะมึง นั่นนะเพิ่งจะ 14 15 เองล่ะมั้ง
ทิม : จะบ้าเหรอมึงแค่เอาน้ำไปให้ ไม่ได้คิดอะไรขนาดนั้นสักหน่อย
แว่น :แต่จะว่าไปเลี้ยงไว้ั้แ่ตอนนี้ก็นะมึง ดูทรงแล้วโตขึ้นน่าจะสวยจองไว้ก่อนจะได้ไม่โดนแย่ง
ทิม : พวกมึงก็พูดไปเยอะแยะน้องเขาชอบไอ้ไม้ กูเห็นทำหน้าเศร้าตอนเห็นไอ้ไม้ไปกับพี่เฟิร์นก็เลยเอาน้ำไปให้ปลอบใจแค่นั้น
นาคร :ไอ้แบบนี้แหละมึงได้กันมาเยอะและ ปลอบกันไปปลอบกันมา แป็บๆก็รักกัน
ทิมถอนหายใจทำเหมือนว่าเพื่อนพยายามยัดเยียดคู่ให้ ทั้งที่จริงแล้วเขาแอบชอบแป้งอยู่จริงๆ
เทอมหนึ่งผ่านไปอย่างรวดเร็วโดยที่เป้าหมายคือการได้คุยกับพี่ไม้นั้นไม่สำเร็จถึงตอนนี้ก็ไม่มั่นใจว่าอยากจะคุยกับเขาอยู่รึเปล่าเพราะหลายครั้งที่เห็นว่าพี่ไม้กับพี่เฟิร์นอยู่ด้วยกันบ่อยๆได้แต่มองและถอนหายใจที่ไม่สามารถบอกความรู้สึกกับเขาได้แล้ว แต่ถึงอย่างนั้นแป้งก็ยังไม่สามารถละสายตาจากพี่ไม้ได้เลย เธอก็ยังคงแอบมองและเฝ้าดูพี่เขาตลอดเวลาที่มีโอกาส
ในวันหนึ่งแป้งกับเพื่อนเป็เวรทำความสะอาดห้องสมุดโดยปกติก็จะมีเวรทำความสะอาดประจำอยู่แล้ว แล้วแต่ว่ากลุ่มไหนจะโดนอะไรจับกลุ่มกันได้ 5 คนก็ไปเก็บกวาดห้องสมุดตอนเย็นหลังเลิกเรียนแป้งเก็บหนังสือเข้าชั้นตามปกติ และบังเอิญไปเจอหนังสือเล่มหนึ่งแค่ดูหน้าปกเธอก็รู้สึกถึงความเหงาแล้ว เลยลองเปิดอ่านไปนิดหน่อยมันเป็หนังสือคล้ายกลอน บรรยายเกี่ยวกับความรักในหลายๆฤดูเธออ่านแล้วรู้สึกชอบมาก อยากจะเอากลับไปอ่านแต่พอคิดดูอีกทีกระเป๋าก็แบกหนังสือเยอะแล้ว หิ้วกลับไปก็หนัก เธอจึงคิดว่าจะกลับมาอ่านอีกทีวันหลังเพราะมีไม่กี่หน้า อ่านอีกครั้งก็น่าจะจบจึงได้เอาไปซ่อนไว้ในชั้นเพื่อไม่ให้ใครมาหยิบไปได้อีก
วันถัดมาแป้งชวนเพื่อนมาที่ห้องสมุดและบอกว่ามีหนังสือที่อ่านค้างไว้เมื่อวานอยากกลับไปอ่านให้จบแต่เพื่อนไม่อยากมาห้องสมุดเพราะนั่งคุยไม่ได้ และบอกว่าจะนั่งรออยู่ที่โรงอาหารแป้งจึงได้มาคนเดียว อาจารย์ประจำห้องไปกินข้าวแล้ว ในห้องสมุดก็ไม่มีคนอยู่มีข่าวลือว่าโรงเรียนจะยกเลิกห้องสมุดแล้ว เพราะไม่มีนักเรียนมาอ่านหนังสือซึ่งมันก็จริงอย่างว่า เพราะนอกจาก่ที่ต้องทำรายงานส่งแล้วก็ไม่เคยมีใครมาที่ห้องสมุดใน่เวลาปกติเลย วันนี้ก็เช่นเดียวกันแป้งเข้าไปอย่างสบายๆ ในห้องสมุดไม่มีใครอยู่เลยสักคน เธอตรงไปที่ชั้นหนังสือที่ซ่อนไว้และเอามันออกมานั่งอ่านเพราะี้เีไปนั่งบนโต๊ะจึงได้นั่งพิงชั้นหนังสืออ่านอยู่ตรงนั้นเลย
แล้วก็มีคนเดินเข้ามาแป้งจึงหันไปมองเขาเดินเข้ามาในซอกชั้นหนังสือที่แป้งนั่งอยู่และหยิบหนังสือเล่มหนึ่งขึ้นมาก่อนจะนั่งลงข้างๆแป้งและเปิดหนังสืออ่าน
“พี่ทิม”
แป้งพูดขึ้นเพราะแปลกใจที่พี่เขามานั่งอ่านหนังสือข้างเธอทิมไม่ตอบและไม่หันมามองหน้าแป้งด้วยซ้ำ เขาทำเป็ไม่สนใจนั่งอ่านหนังสือต่อไปในขณะที่แป้งใจเต้นแรงจนแทบะเิออกมาอยู่แล้ว ทิมนั่งชิดแป้งมากจนแขนชิดกันใกล้กันมากแบบที่ไม่เคยใกล้ใครขนาดนี้มาก่อน แป้งก้มหน้าอ่านหนังสือต่อแต่มันไม่มีสมาธิและอ่านไม่รู้เื่เลย ทั้งคู่นั่งนิ่งๆอยู่แบบนั้นเกือบ 10 นาทีจนทิมเป็ฝ่ายเริ่มพูดก่อน
ทิม : อ่านเื่อะไรเหรอ?
แป้ง : เออ.....กลอนค่ะ
ทิมหยิบหนังสือจากมือแป้งไปอ่าน
ทิม : น่าสนใจดีนะขอยืมกลับไปอ่านที่บ้านแล้วกัน
แล้วทิมก็ลุกขึ้นเอาหนังสือของตัวเองวางลงบนตักของแป้ง
ทิม : ฝากเก็บด้วยนะ (ยิ้ม)
ทิมเดินออกจากห้องสมุดไป หลังจากนั้นแป้งก็ดูหนังสือที่ทิมอ่าน“คดีฆาตกรรมในเมืองเบลล์ทาวน์” เธอรู้สึกอยากรู้เื่ราวของหนังสือเื่นี้ “ไหนๆอาจารย์ก็ไม่อยู่ พรุ่งนี้ค่อยเอามาคืนก็ได้ล่ะมั้ง” เธอคิดเช่นนั้นและเอาหนังสือกลับบ้านไป
เธออ่านหนังสือเล่มนั้นทั้งคืนแต่อ่านได้ไม่กี่ตอนก็ต้องเลิก เพราะเนื้อหามันรุนแรงเกินกว่าเด็กอย่างเธอจะรับได้“พี่ทิมชอบอะไรแบบนี้ด้วยเหรอเนี้ย” แล้วเธอก็เอาหนังสือมาคืนในวันถัดมาตอนที่กำลังเดินถือหนังสือเล่มนั้นจะเอากลับไปคืน ทิมก็เดินมาทักจากด้านหลัง
ทิม :จะเอาเล่มนั้นไปคืนเหรอ?
แป้ง : (ใเล็กน้อย) ค่ะ
ทิม :ชอบอะไรแบบนี้ด้วยเหรอ ไม่ยักรู้เลย
แป้ง : ไม่ชอบเลยค่ะ น่ากลัวและโหดเกินไป เมื่อวานเห็นพี่ทิมอ่าน เลยอยากลองอ่านบ้างไม่คิดว่าพี่ทิมจะชอบแนวนี้เหมือนกันค่ะ
มันเป็คำพูดที่ยาวที่สุดเท่าที่เคยได้คุยกันมาทิมมองมาที่แป้งและยิ้มให้ พอดูดีๆแล้วแป้งก็รู้สึกว่าพี่ทิมก็หล่อไม่แพ้พี่ไม้เลยยิ่งตอนที่เขามองมาด้วยแล้ว เธอรู้สึกเหมือนมีอะไรที่มากกว่าที่คนอื่นมอง
ทิม : จริงๆไม่ได้ชอบแนวนี้หรอก หยิบมาดูเล่นๆแค่นั้นแหละ ไม่คิดว่าแป้งจะเอากลับไปอ่าน(ชูหนังสือกลอนที่เอาไปขึ้น) อันนี้ก็ไม่ใช่แนวเหมือนกัน หวานแหว๋วมากฝากคืนด้วยแล้วกัน (ยิ้ม)
ทิมยื่นหนังสือคืนให้แป้ง และก่อนจะเดินผ่านไปเขาก็พูดขึ้นมาว่า
“นิแป้ง.......อย่าเป็เหมือนความรักในฤดูหนาวนะ”
แป้งได้ยินแบบนั้นก็รู้ว่า พี่ทิมคงอ่านหนังสือนั้นจบแล้ว เธอเลยไปนั่งอ่านต่อที่ห้องสมุดในบทสุดท้ายที่เขียนไว้
ในฤดูหนาว ความรักไม่สามารถเปิดเผยความรู้สึกให้ใครรู้ได้
เพราะความหนาวเหน็บทำให้ต้องปิดบังทุกอย่างไว้เพราะกลัวว่ามันจะทำให้เกิดรอยแผล
ความรักรอให้ผ่านฤดูหนาวไป หิมะจะได้ละลาย ตัวเธอจะได้ไม่โดนกัดกิน
แต่เมื่อฤดูหนาวผ่านไป เข้าสู่ฤดูร้อนความรักก็กลัวที่จะถูกแดดแผดเผาอีก
วันแล้ววันเล่าที่เธอรอให้มีเมฆมาบังแสงแดดเธอจะได้เผยความในใจให้เขาได้ฟัง
แล้ววันนั้นก็มาถึง เมฆเข้าบังแสงแดดจนมิดความรักจึงรีบออกไปเลยเผยความในใจ
แต่ทว่า เขากลับไม่อยู่ตรงนั้นแล้วความห่วงใยที่รอความรักมาเป็เวลานาน
ได้ตัดใจและเดินจากความรักไป เพราะทนรอคอยต่อไปไม่ไหว
ความรักต้องทนทุกข์ใจ และอยู่อย่างเดียวดายตลอดไป......
“เศร้าจังนะ” แป้งเข้าใจในความรู้สึกนั้นเธอรู้ว่าทิมพยายามจะบอกอะไรบางอย่าง แต่สิ่งที่ทิมหมายถึงกับสิ่งที่แป้งเข้าใจมันกลายเป็คนละเื่กัน ทิมอยากให้แป้งเข้าใจความรู้สึกแต่แป้งกลับเข้าใจว่าทิมอยากให้เธอเผยความรู้สึก ดังนั้นเธอจึงตั้งใจจะเผยความรู้สึก แต่.....กลับใคร?