หลินซย่าจื้อเล่าเรื่องที่มีคนมาหาเจียงหงหย่วนวันนั้นให้เขาฟังทั้งยังเล่าข่าวลือที่คนในหมู่บ้านพูดกันด้วย “…ข้าว่า พวกเรารอให้เขาสร้างบ้านเสร็จเสียก่อนค่อยไปแจ้งอำเภอว่าเขาสมคบคิดกับโจรภูเขา! เช่นนี้พอเจียงหงหย่วนโดนจับ หลินหวั่นชิวยังถือว่าเป็นคนในครอบครัวเราอยู่! เจ้าครอบครองนางแล้ว บ้านหลังนั้นก็ย่อมกลายเป็นของเจ้าด้วยไม่แน่ว่าจะมีเงินที่ยังใช้ไม่หมดอีก!”
สวีเทาตอบ “ฟังจากที่เจ้าเล่ามาเจียงหงหย่วนไม่ได้สมคบคิดกับโจรภูเขาเป็นแน่ ไปที่ว่าการอำเภอแบบไม่มีหลักฐานย่อมทำกระไรเขาไม่ได้อีกอย่าง ต่อให้พวกเราลงทุนวางแผนให้เขาโดนโทษได้ บ้านนี้ย่อมตกมาไม่ถึงมือเราอยู่ดีลุงข้าไม่ยอมปล่อยมือเป็นแน่! เจ้าอย่าลืมสิว่าพี่ชายลูกพี่ลูกน้องของข้าทำงานอยู่ในที่ว่าการอำเภองานที่ข้าทำทุกวันนี้ก็ได้มาเพราะพึ่งเขาด้วยซ้ำ! เรื่องนี้จะทำเช่นที่เจ้าพูดไม่ได้”
หลินซย่าจื้อได้ยินดังนั้นก็ร้อนใจ “เช่นนั้นจะทำอย่างไร? ปล่อยมือไปเช่นนี้หรือ? เจ้าไม่อยากได้นังหวั่นชิวแล้ว?”
สวีเทาพูดด้วยรอยยิ้มชั่วร้าย “นังเด็กนั่นต้องเป็นของข้าในไม่ช้าก็เร็วอยู่แล้ว! ถึงเรื่องนี้พวกเราจะทำเช่นนั้นไม่ได้ แต่สามารถใช้เรื่องนี้มาทำให้บ้านตระกูลเจียงหลั่งเลือดได้เอาตัวน้องสาวเจ้ากลับมาและถือโอกาสขับไล่ตระกูลเจียงออกจากหมู่บ้านได้”
หากตระกูลเจียงถูกขับไล่ออกจากหมู่บ้านเช่นนั้นหลินหวั่นชิวต้องถูกจัดการเสียใหม่ต้องรับกลับมาอยู่บ้านตระกูลหลินแล้วค่อยหาบุรุษเหมือนโจวเอ้อร์เหนิงให้นาง
เท่านี้ก็เรียบร้อยแล้ว!
“สมองเจ้าดีเสียจริง!”
สวีเทาพูดว่า “เรื่องนี้เจ้าไม่ต้องเข้าร่วมหากมีคนบอกว่าเจียงหงหย่วนสมคบคิดกับโจรภูเขา เจ้าต้องช่วยพูดปกป้อง ที่เหลือให้ผู้อื่นเป็นคนพูดและกระทำเสียเองพวกเรารอรับผลประโยชน์อยู่ด้านหลังเป็นพอ อีกอย่างเรื่องที่เหลือข้าจะเป็นคนจัดการ เจ้าจำคำข้าให้ดี อย่าเพิ่มปัญหาให้ข้าเด็ดขาด!”
สวีเทารู้ว่าหลินซย่าจื้อเป็นคนอย่างไรกำชับนางหลายประโยค
“ดูพูดเข้าคิดว่าข้าไม่เข้าใจสถานการณ์ขนาดนั้นเชียวหรือ? วางใจเถิดข้าเข้าใจความหมายเจ้าแล้ว ไม่เพิ่มปัญหาเป็นแน่”
แม้นางจะพูดเช่นนี้ ทว่าในใจกลับก่นด่าไอ้คนหน้าไม่อาย เอาแต่นึกถึงนังแพศยานั่น…
บุรุษและสตรีที่ต่างก็มีความคิดเป็นของตัวเองสองคนผล็อยหลับไปโจวเอ้อร์เหนิงวิ่งไปถึงหุบเขากัญชาแต่กลับไม่เจอผู้ใด เขารอด้วยความอดทนแต่นี่ใกล้เข้าหน้าหนาวเสียแล้ว ทั้งยังอยู่กลางเขาไอหนาวตอนกลางคืนไม่ใช่ของที่จะล้อเล่น
รอจนดึก เขาจามติดต่อกัน ท้ายที่สุดต้องกลับบ้านอย่างไม่เต็มใจกลับไปแล้วล้มป่วย
เขาเป็นหน้าฉากปิดบังเรื่องฉาวโฉ่หลินซย่าจื้อไม่กล้าให้เขาป่วยตาย แม้จะก่นด่าไม่หยุดแต่ก็เชิญหมอมาให้ การจะหาบุรุษขี้ขลาดเช่นนี้อีกคนไม่ใช่เรื่องง่าย
เจียงหงหย่วนกับหลินหวั่นชิวไม่รู้เลยว่ามีคนปองร้ายพวกเขาและคนที่ปองร้ายพวกเขาก็ไม่ได้มีเพียงกลุ่มเดียว
หลินหวั่นชิวเอาแบบไปส่งให้หวางกุ้ยเซียงถือโอกาสเอาภาพร่างของบ้านไปให้หวางทงเป่าด้วย
พื้นที่ห้าไร่ เพียงพอให้สร้างบ้านแบบสามประตูบ้านตระกูลเจียงยังมีเจียงหงหนิงกับเจียงหงป๋อไม่ว่าวันหน้าพวกเขาจะพักอยู่ที่บ้านหรือไม่ก็ต้องมีห้องของพวกเขา
ดังนั้น หลินหวั่นชิวจึงปรับแต่งแบบบ้านสามประตูใช้แบบบ้านที่มีสองประตูหน้าหลังมารวมกันเป็นลานบ้านขนาดใหญ่
ด้านหลังลานบ้านเป็นป่าคอกเลี้ยงสัตว์อยู่ห่างจากเรือนพักหลัก สร้างไว้กลางป่าด้านข้างคอกเลี้ยงสัตว์สร้างห้องไว้หนึ่งแถว
พื้นที่กว้างหน้าบ้านปูด้วยอิฐหลินหวั่นชิวมีเวลามาวาดต้นไม้ดอกไม้เติมลงไปด้วย แม้นางจะวาดภาพแบบง่ายๆแต่ปรากฏบนหน้ากระดาษอย่างมีชีวิตชีวา มองแล้วไม่อาจละสายตา
ขนาดบ้านของเจ้าของที่ดินรายใหญ่ยังไม่สวยขนาดนี้
เดี๋ยวก่อนนะตอนนี้บ้านตระกูลเจียงก็ถือว่าเป็นเจ้าของที่ดินรายใหญ่แล้วกระมังถึงที่ดินที่ซื้อจะเป็นที่รกร้างและป่า แต่ก็มีถึงหกสิบไร่เชียวนะ
“…อย่างอื่นไม่มีสิ่งใดต้องกำชับ แต่คงต้องให้ลุงทงเป่าช่วยดูแลเส้นทางน้ำกับห้องสุขาเป็นพิเศษ”
หลินหวั่นชิวนำกระดาษอีกแผ่นออกมาให้เขาดูภาพบนกระดาษแผ่นนี้คือเส้นทางน้ำกับห้องสุขา รวมถึงบ่อบำบัดมูลต่างๆ โดยละเอียด
นางชี้ให้หวางทงเป่าสองพ่อลูกดู “เส้นทางน้ำพวกนี้ต้องใช้อิฐก่อให้ดีอย่าเสียดายวัสดุ ต้องป้องกันอย่างดีที่สุดเพื่อไม่ให้น้ำซึม…”
“ภรรยาหงหย่วน นี่มันของดีเลยเจ้าคิดหาวิธีนี้ออกมาได้อย่างไร? มันช่าง...” หวางทงเป่าประคองกระดาษเหมือนเป็นสมบัติเขาไม่รู้ว่าควรอธิบายความเลิศล้ำของแบบแปลนแผ่นนี้ด้วยคำว่ากระไร
“ลูกค้าเก่าของหย่วนเกอสอนวิธีนี้มาลูกค้าคนนั้นติดต่อกับชาวตะวันตกนอกทะเลอยู่บ่อยๆ บอกว่าคนที่โน่นล้วนสร้างเช่นนี้”
หลินหวั่นชิวโกหกแบบไม่กะพริบตาแต่แน่นอนว่านางพูดเช่นนี้ได้เพราะหารือกับเจียงหงหย่วนแล้ว
จุดเด่นบางเรื่อง นางไม่ออกหน้าจะดีกว่า
“ผ่านมาก็หลายปีแล้วหย่วนเกอยังอุตส่าห์จำได้” หลินหวั่นชิวพูดต่อ
“จำได้สิดี!” แม้เขาจะเป็นช่างไม้ แต่ทักษะบางอย่างแค่เข้าใจพื้นฐานย่อมเข้าใจทุกอย่างสร้างไม่เป็นแต่ดูเป็น
“ลุงหวาง นี่คือเงินห้าสิบตำลึงเงินท่านเอาไว้สั่งอิฐเสียก่อน คอยจดบัญชีไว้เป็นพอ หมดเมื่อใดก็บอกเจ้าค่ะ” หลินหวั่นชิวมอบถุงเงินใบหนึ่งให้เขา หวางทงเป่าไม่เกรงใจ รับเอาไป
“ได้ข้าจะจัดการให้พวกเจ้าเป็นอย่างดี หาคนงานเรียบร้อยแล้วรอให้อิฐมาส่งก็เริ่มงานได้เลย”
“จะเริ่มทำเครื่องเรือนก่อนย่อมได้ข้าอยากได้เตียงเช่นนี้ เรียบง่ายหน่อยและเคลือบเงาเป็นพอ สร้างเตียงให้เสร็จเสียก่อนเสร็จแล้วข้าค่อยเอาแบบเครื่องเรือนอย่างอื่นมาให้พวกท่าน แต่คงสร้างไม่เยอะข้ากับหย่วนเกอวางแผนว่าจะไปซื้อเครื่องเรือนเก่าในอำเภอด้วย”
“สมควรอยู่แล้ว ถึงเงินจะเยอะเพียงใดย่อมมีวันหมดประหยัดสิ่งใดได้ต้องพยายามประหยัด!” หวางทงเป่าไม่ได้ผิดหวังที่ธุรกิจบ้านตัวเองน้อยลงตรงกันข้าม เขาเห็นด้วยกับวิธีการของหลินหวั่นชิวสองสามีภรรยา
บ้านต้องตกทอดลงไปเรื่อยๆย่อมต้องสร้างให้ดีที่สุดไปเลยอยู่แล้ว แต่เครื่องเรือน หากมีเงินค่อยสร้างดีๆหากไม่มีก็ไม่จำเป็นขนาดนั้น
อีกอย่างเจียงหงหย่วนมอบหมายให้เขาเป็นคนดูแลเรื่องการสร้างบ้านแค่นี้ก็ได้เงินมาไม่น้อยแล้ว
เขาไม่ใช่คนโลภมาก
หลินหวั่นชิวไปคุยเล่นกับหวางกุ้ยเซียงด้วยตอนออกมาจากบ้านตระกูลหวาง ดวงอาทิตย์ก็ส่องแดดจ้าเสียแล้ว
นางเร่งฝีเท้า คิดในหัวว่าเที่ยงนี้จะทำสิ่งใดกินทว่าจู่ๆ กลับพบว่ามีคนกำลังมองนางอยู่
และสายตาก็ไม่เป็นมิตร