จากหมู่บ้านหนานซานไปยังตำบลหวงเจียง ใช้เวลาเดินเท้าประมาณหนึ่งชั่วยาม แต่วันนี้หยางเฉิงพาเด็กๆ มาด้วยเลยช้ากว่าปกติ เมื่อมาถึงลู่เหวินก็พบกับร้านค้าเรียงรายสองข้างทาง มีคนเดินจับจ่ายใช้สอยกันอย่างคึกคัก หยางเฉิงก็พาลูกเดินไปที่โรงหมอแห่งเดียวในตำบล
“น้องชาย เ้ามาหาหมอหรือมาซื้อยา” หลิวเสียนเห็นคนพวกนี้มายืนหน้าร้านั้แ่ตนเองเริ่มจัดของแล้ว พวกเขาใส่เสื้อผ้าเก่าแต่สะอาดสะอ้าน เลยเข้าไปถามไปด้วยกลัวว่าพวกเขาจะไม่กล้าเข้าร้าน
“ท่านหมออยู่ไหมครับ ข้ามาซื้อยาและเอาสมุนไพรมาขายขอรับ” หยางเฉิงบอกไป
“ข้านี่แหละหมอ มาๆ เข้ามา” หลิวเสียนลูบเคราพลางเรียกให้พวกเขาเข้ามาในโรงหมอ
หยางเฉิงนำตังกุยออกมาให้หมอหลิวดู “ตังกุยเหรอนี่ ดีดีดี เ้าอยากขายมันเท่าไหร่ล่ะ”
“ท่านหมอหลิว ช่วยตีราคาให้หน่อยได้ไหมขอรับ เราเพิ่งเคยมาขายครั้งแรก หากไม่น้อยเกินไป ตังกุยนี่ย่อมต้องขายให้ท่านแน่นอน” ลู่เหวินชิงตอบออกไป
“ฮ่าๆ ลูกชายเ้าฉลาดมากนะ กลัวลุงหลิวเอาเปรียบพ่อเ้าเหรอ ในตำบลนี้ข้าไม่น้อยหน้าใครเื่คุณธรรมหรอกนะเ้าหนู ตังกุยนี่เป็ของดีอย่างแท้จริง แต่มันไม่ได้มีราคาเท่าโสมหรอกนะ ปกติข้ารับซื้อไม่เกิน 12 ตำลึง แต่ของเ้าใหญ่กว่าทุกต้นที่ข้าเคยรับซื้อมา ข้าให้ 20 ตำลึง เ้าจะขายหรือไม่”
หยางเฉิงกับลู่เสียนตกตะลึงด้วยไม่คิดว่าจะได้ราคาดีขนาดนี้ ในหมู่บ้านก็เคยมีคนเจอแล้วเอามาขายได้ 10 ตำลึง ชาวบ้านเลยพากันขึ้นเขาไปหากันอยู่หลายวัน
“ขายขอรับ ข้าขอเป็ 19 ตำลึงกับ 1000 อีแปะนะขอรับ” ลู่เหวินตอบกลับไป
หลิวเสียนหยิบเงินมาให้ 19 ตำลึงกับอีกหนึ่งพวงเงิน หยางเฉิงหายจากตะลึงก็นึกขึ้นได้ถึงเหตุผลที่เอาของมาขาย “ลูกชายคนเล็กของข้าเพิ่งหายป่วย ท่านหมอช่วยจัดยาบำรุงให้หน่อยเถิด”
หมอหลิวเรียกลู่เหวินให้เข้าไปในห้องตรวจ จากนั้นก็เอ่ยออกมา “ร่างกายเ้าหนูนี่อ่อนแอจากการขาดอาหารเท่านั้น แค่ให้บำรุงเื่ของกิน พักผ่อนให้เพียงพอ ก็ไม่มีปัญหาอะไรแล้ว” หยางเฉิงเห็นหมอหลิวพูดตรงกับหมอกู่ก็สบายใจขึ้น เลยออกมาจากโรงหมอโดยที่หมอหลิวไม่คิดค่าตรวจ
หยางเฉิงพาลูกๆ เดินตามถนน เมื่อถึงที่ลับตาคนก็ส่งเงินให้ลู่เหวิน “อยู่ที่เ้าปลอดภัยที่สุด เ้าช่วยพ่อเก็บไว้เถอะ” ลู่เหวินรับเงินมาและใส่ไว้ในช่องเก็บของ เหลือไว้ใช้จ่ายแค่เงินพวงเท่านั้น
“เก็บไว้ เราไม่ต้องเอาเงินนี่ให้ท่านย่าเหรอขอรับ” ลู่เสียนถามพ่อด้วยความสงสัย
“ไม่หรอก เงินนี่จะเป็เงินเก็บก้อนแรกของครอบครัวเรา เสียนเออร์ เ้ากับน้องอยากได้อะไรไหม เอาเงินไปซื้อเถอะลูก” หยางเฉิงบอกลูกๆ
“ข้าไม่อยากได้อะไรขอรับ” ลู่เหวินบอกคนเป็พ่อ
“ข้าอยากซื้อที่ติดผมให้พี่สาว แต่กลัวว่าท่านย่ารู้จะยึดไปน่ะขอรับ วันก่อนข้าไปช่วยพี่ใหญ่หาบน้ำ เห็นพี่สาวเฟยเอาที่ติดผมอวดพวกพี่หญิงใหญ่กับพี่หญิงรอง ทั้งยังบอกว่าท่านย่าบ้านบอกบ้านใหญ่ว่า พวกเราบ้านสามเป็แค่กาฝาก ต้องเชื่อฟังและทำงานรับใช้บ้านใหญ่ ไม่งั้นพวกเราจะโดนทุบตีขอรับ และจะให้พี่สาวออกเรือนไปกับพ่อม่ายหมู่บ้านข้างๆ ขอรับ” ลู่เสียนกล่าวด้วยน้ำเสียงเศร้าหมอง
“ท่านพ่อ..เคยคิดอยากแยกบ้านไหมขอรับ” ลู่เหวินเอ่ยขึ้น
“กลับไป พ่อจะคุยกับย่าเ้า อีกไม่กี่ปีพี่ชายเ้าก็ต้องแต่งภรรยาแล้ว แยกเสียตอนนี้เลยก็ดี”
“งั้นเราเก็บเงินไว้ก่อนดีกว่าขอรับ ไว้แยกบ้านแล้วค่อยพาท่านแม่และพี่สาวมาด้วยกัน” ลู่เหวินเอ่ยอย่างอารมณ์ดี
เมื่อกำลังจะเดินทางออกจากเมือง ก็เห็นมีคนกำลังมุงดูประกาศรับสมัครคนงานก่อสร้าง ให้ค่าแรงวันละ 40 อีแปะ จะเริ่มเปิดรับสมัครอีก 2 วันข้างหน้าเวลายามเฉิน ที่ร้านรับก่อสร้างจิ่นเลี่ยน หยางเฉิงคิดว่าตอนนี้อากาศเริ่มเย็นลงแล้ว คนคงมาสมัครกันเยอะ เพราะอีกสองเดือนก็จะเข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว