บทที่ 21 การฝึกฝน
จากความคิดที่สับสนวุ่นวายในหัว ผมมั่นใจเลยว่ายังมีผลตกค้างจากทักษะของโชอี้หลงเหลืออยู่แต่น่าเสียดายที่ตอนนี้ผมยังไม่มีความสามารถพอจะตรวจจับหรือกำจัดมันออกไปได้
ดูเหมือนพลังของเธอจะคอยขัดขวางไม่ให้ผมคิดทำร้ายเธอแต่กลับไม่มีผลอะไรเลยเวลาผมคิดจะจัดการคนอื่น
ในกรณีที่เลวร้ายที่สุดผมอาจจะต้องเปลี่ยนไปใช้การข่มขู่หรือวิธีทางอ้อมแทนแน่นอนว่าผมจะเดินไปอัดน้องสาวของเธอเพื่อสั่งสอนตอนนี้เลยก็ได้
แต่แล้วยังไงต่อล่ะ?หากโชอี้โกรธจัดจนมุ่งเป้าเล่นงานผม ในขณะที่ผมไม่มีทางตอบโต้คืนได้มันคงไม่ใช่ทางออกที่ฉลาดนัก
ส่วนการขอให้เทสหรือแฮดวินช่วยจัดการเธอแม้จะเป็ไปได้ แต่ในเมื่อคนอย่างผมยังโดนเล่นงาน สองคนนั้นก็อาจจะไม่รอดเหมือนกันอีกอย่างผมยังไม่แน่ใจนักว่าจะไว้ใจแฮดวินได้เต็มร้อยแค่ไหน
ตอนนี้ถึงจะรังเกียจสิ่งที่โชอี้ทิ้งไว้ในหัวมากเพียงใดผมก็ทำได้แค่ต้องเรียนรู้และหาวิธีรับมืออย่างใจเย็น
การอัปเลเวลทักษะ การรับรู้มานา และการควบคุมมานา น่าจะเป็กุญแจสำคัญที่ช่วยให้ผมค้นพบว่าเธอทำอะไรกับสมองของผมไว้แต่มันต้องใช้เวลาในระหว่างนี้ผมจึงตัดสินใจว่าจะอยู่ห่างจากเธอให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
หลังจากผ่านไปสามชั่วโมง
แคสเซียนกับโดมินิก หนูทดลอง ที่ดื่มน้ำลงไปก่อนดูเหมือนจะยังสบายดีผมจึงตัดสินใจดื่มน้ำเข้าไปอึกใหญ่
รสชาติของมันกลับไม่ได้สดชื่นอย่างที่หวังมันมีกลิ่น และรสััฝาดเถื่อนเหมือนมีน้ำมันเบนซินปนอยู่...
นี่เป็อีกเื่ที่ผมจดไว้ในใจว่าเ้าคู่หูหนูทดลองนั่นจะต้องชดใช้ผมรู้ว่าคราบน้ำมันในถังมันล้างออกยากแต่พวกเขาก็ควรพยายามให้มากกว่านี้หน่อยไม่ใช่หรือไง?
แต่เอาเถอะอย่างน้อยมันก็ช่วยดับกระหายได้ดีกว่าไม่มีอะไรดื่มผมดื่มจนพอใจก่อนจะแบ่งส่วนหนึ่งไปให้เทส และกรอกใส่ขวดส่วนตัวไว้เผื่อกรณีฉุกเฉิน
แน่นอนว่ามีคนจำนวนไม่น้อยเริ่มโวยวายเื่ส่วนแบ่งน้ำแต่นั่นไม่ใช่ธุระของผม มันเป็ปัญหาที่แฮดวินต้องไปปวดหัวจัดการเอาเอง
ที่หางตาผมสังเกตเห็นเ้าคอร์กี้ที่ชื่อบิสกิตกำลังคาบเนื้อกวางดิบชิ้นเล็กๆที่ร่วงลงมาตอนแฮดวินถลกหนัง อยู่ในปากของมันสุนัขตัวน้อยพยายามจะเคี้ยวแต่มันคงเหนียวเกินไปสำหรับลูกหมา
สุดท้ายมันเลยใช้วิธีกลืนลงไปดื้อๆแล้ววิ่งเห่าเจี๊ยวจ๊าวกลับไปหาคนกลุ่มใหญ่ ดูเหมือนเราจะมี หนูทดลอง เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งชีวิตซะแล้วสิ
หลังจากบ่นและกังวลกันอยู่นานในที่สุดคนอื่นๆ ก็เริ่มลงมือกินเนื้อต้มกันบ้าง ตอนนี้ผมทำเพียงแค่รอ...ถ้าผ่านไปสักพักแล้วคนพวกนั้นไม่เป็อะไร ผมถึงจะเริ่มกิน
และแน่นอนว่าผมต้องได้ส่วนแบ่งที่น่าพอใจรวมถึงส่วนของเทสที่เป็คนล่ามันมาด้วยซึ่งผมเดาได้เลยว่าต้องมีเสียงด่าทอตามมาแน่ แต่นั่นก็ไม่ใช่หน้าที่ผมอีกนั่นแหละเป็หน้าที่ผู้นำอย่างแฮดวินที่ต้องหาวิธีไกล่เกลี่ยเอาเอง
ผมกระดกน้ำเข้าปากอีกอึกเ้าบิสกิตก็วิ่งรี่เข้ามาหาผมในขณะที่เ้าของของมันยังคงบ่นกระปอดกระแปดอยู่กับกลุ่มคน
บิสกิตสูดดมกลิ่นและเห่าเบาๆพลางเอาจมูกมาชนขาผม หางสั้นกุดส่ายไปมาอย่างร่าเริง จนดูเหมือนมันกำลังส่ายก้นมากกว่าและตามประสาคอร์กี้หน้าทะเล้น มันดูเหมือนกำลังยิ้มยิงฟันให้ผมอยู่
ผมมองเ้าตัวเล็กก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆแล้วตัดสินใจเทน้ำลงในอุ้งมือให้มันกินผมทำซ้ำแบบเดิมอยู่สองสามครั้งจนเ้าบิสกิตเลียมือผมเก็บหยดสุดท้ายจนเกลี้ยง
พอเห็นว่าผมไม่เทเพิ่มให้แล้วมันก็เห่าหนึ่งที หันหลังกลับแล้ววิ่งกลับไปหาเ้าของทันที ขาสั้นๆของมันทำให้ตัวมันโยกเยกไปมาดูน่าตลกดี
ดูจากสถานการณ์อีกไม่นานเราคงต้องกลับไปตักน้ำเพิ่มกันอีก ครั้งแรกที่เราไปเราอาจจะแค่โชคดีที่ไม่เจออันตรายแต่หากครั้งหน้าเราดันไปจ๊ะเอ๋กับเ้าหมีเถ้าถ่านตัวนั้นเข้าล่ะก็...คงจบไม่สวยแน่ๆ
ผมแอบคิดในใจว่าบางทีการขาดน้ำตายก็อาจจะไม่ใช่ทางเลือกที่แย่เท่าไรนักเมื่อเทียบกับการต้องเผชิญหน้ากับสัตว์ร้ายตัวนั้นอีกครั้ง
เมื่อเวลาผ่านไปสามชั่วโมงการทดลองก็เสร็จสิ้น พวกโดมินิกและแคสเซียน ไม่ได้มีอาการอะไรส่วนพวกที่กินเนื้อไปก่อนหน้านี้ก็ยังปกติดี ผมจึงไปหยิบเนื้อชุดใหญ่มาและกินมันอย่างหิวกระหาย
เนื่องจากไม่มีเครื่องปรุงอะไรเลยทำให้รสชาติมันจืดชื่นมากแต่ตอนนี้ใครจะสนละผมหิวจนจะกินเ้าหมีเถ้าถ่านได้เลยนะ ไม่มีเวลามาสนใจรสชาติหรอก
ส่วนเทส เธอเองก็ได้ส่วนแบ่งไปจำนวนมากแต่เธอก็ตัดสินใจแบ่งให้พวกกลุ่มนักเรียนไป
แน่นอนว่าเสียงโวยวายระรอกที่สองก็ดังขึ้นตามคาดผู้คนเริ่มเรียกร้องขอส่วนแบ่ง ทั้งๆ ที่พวกเขาส่วนใหญ่ ทำแค่นั่งแช่ตัวเองในตู้ขบวนรถไฟเท่านั้น
ถ้าผมเป็แฮดวินผมคงไล่อัดพวกมันแทนทีจะมาใจดีอธิบายทีละคนแบบนั้น
ขณะที่ผมกำลังนั่งพิงตู้ขบวนและกินเนื้ออยู่เ้าสุนัขคอร์กี้ก็วิ่งรี่มาหาผมอีกครั้ง เ้าตัวแสบผู้ไร้ยางอาย
ผมถอนใจพลางป้อนเนื้อชิ้นเล็กๆให้มันไปสองสามคำ พอเห็นว่าจะไม่ได้เพิ่มแล้ว มันก็วิ่งเห่ากลับไปหาเ้าของตามเดิมมันดูเหมือนเหตุการณ์ครั้งที่แล้วเป๊ะจนผมจะไม่แปลกใจเลยถ้าตัวเองติดอยู่ในวังวนลูปเวลาอะไรสักอย่าง
ที่หลังคาเทสยังคงเฝ้าระวังภัยอยู่ ผมััได้ถึงคลื่นมานาที่แผ่ออกมาจากตัวเธอเป็ระยะๆ
ตอนนี้ดูเหมือนทักษะ การรับรู้มานา ของผมเริ่มใช้งานง่ายขึ้นกว่าเดิมมากััของผมชัดเจนแม้จะไม่จดจ่อสมาธิก็ตาม ผมมั่นใจว่าเธอกำลังฝึกทักษะ พลังจิตควบคุมวัตถุอยู่แน่ๆ
ในเมื่อมีเทสคอยคุมกันให้แล้ว ผมก็สบายใจขึ้นจึงใช้โอกาสนี้ฝึกการควบคุมมานาของตัวเอง
ผมจดจ่อไปที่ขา คอยส่งมานาลงไปเรื่อยๆด้วยเหตุผลบางอย่าง มันทำได้ยากกว่าการส่งมานาไปที่มือมากอาจเป็เพราะระยะห่างจากหัวใจหรือเปล่านะ?
ผมต้องใช้มานามากขึ้นเพื่อส่งไปให้ถึงเท้าแต่ผมก็ยังทำมันต่อไป
แต่พูดตามตรง วิธีการควบคุมและขับเคลื่อนมานานั้นยากจริงๆ มันให้ความรู้สึกเหมือนผมเป็ลิงป่าที่ถูกโยนเข้าไปในห้องนักบิน แล้วให้หาทางเอาตัวรอดเองผมจึงทำได้แค่สุ่มเดาไปเรื่อยๆ
มันน่าหงุดหงิด และชวนให้ท้อแท้นะในการสุ่มคลำทางโดยไม่มีคนคอยชี้แนะแต่ในทางกลับกันมันก็ทำให้รู้สึกสนุกดี มันทำให้ผมได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆแทบจะทุกนาที และยิ่งการทดลองประสบผลสำเร็จมันยิ่งทำให้ผมรู้สึกภูมิใจอย่างบอกไม่ถูก
หลังจากฝึกฝนการเคลื่อนย้ายมานาไปที่ขาจนเริ่มเข้าใจแล้วผมก็เปลี่ยนมาฝึกทักษะ การสั่นพ้อง ที่เคยได้รับก่อนหน้านี้ ตอนนี้ การสั่นพ้องยังอยู่เพียงแค่เลเวล 1 มันยังห่างไกลจากการนำไปใช้ในการต่อสู้
นอกจากนี้ผมสามารถใช้มันได้ในขณะที่อยู่ในสภาวะสมาธิขั้นลึกเท่านั้น ซึ่งทำให้มีข้อจำกัดที่มากมาย
ผลของทักษะการสั่นพ้องทำให้ผมสามารถสร้างเส้นใยมานาขนาดเล็กจิ๋วออกมาที่ปลายนิ้วมือได้เส้นใยนี้สามารถยืดยาวออกไปได้และยังสามารถทำให้มันสั่นะเืจนกลายเป็ใบมีดที่คมกริบได้อีกด้วย
นอกจากนี้ยังมีสิ่งหนึ่งที่น่าประหลาดใจระหว่างการฝึกฝนผมได้รับแต้มสถานะมานาเพิ่มอีก 1 แต้มทั้งๆ ที่ผมไม่ได้ลงแต้มสถานะเพิ่มเลยนี้แสดงให้เห็นว่าการฝึกฝนมานา ก็ดูเหมือนจะสามารถเพิ่มค่าสถานะได้
มันอาจจะเหมือนกับการฝึกฝนร่างกายที่อาจจะเพิ่มค่าสถานะได้เช่นกัน
ในอนาคต ผมหวังว่าจะสามารถประยุกต์ใช้การสั่นพ้องกับอาวุธเพื่อให้มันคมขึ้นได้ แต่ตอนนี้ผมยังห่างไกลจากจุดนั้นมาก