“เ้าค่ะ”บ่าวรับคำสั่ง
ไป๋จงหันไปพูดกับน้องว่า“เดี๋ยวพี่ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วนะมาอยู่เป็เพื่อนเ้านะ”
ฮองเฮาหลิวรีบบอก“ไม่ต้อง ข้า้าอยู่คนเดียว”
ไป๋จงจ้องหน้าน้องสาวที่พูดจาด้วยน้ำเสียงต่างไปจากเดิมอย่างแปลกใจแต่ก็ไม่อยากขัดใจน้องรักจึงพยักหน้า “งั้นเดี๋ยวพรุ่งนี้พี่จะมาหาตอนเช้าล่ะกัน”
ฮองเฮาหลิวพยักหน้า
ไป๋จงลูบหัวน้องแล้วก็เดินออกไป
บ่าวก็เดินเข้ามาในห้อง
“พวกเ้าออกไปให้หมดข้า้าอยู่คนเดียว” ฮองเฮาหลิวสั่ง
“แต่ว่า...”
“ออกไป!” ฮองเฮาหลิวตวาดสั่งเสียงดุทรงอำนาจ
บ่าวนึกกลัวจนต้องรีบออกไปเฝ้าอยู่หน้าห้องแทน
ฮองเฮาหลิวลุกขึ้นไปนั่งส่องกระจกที่โต๊ะจ้องมองใบหน้าที่สะท้อนในกระจกพลางลูบใบหน้านั้นอย่างครุ่นคิด“ทำไมข้าจึงมาอยู่ในร่างเด็กคนนี้ด้วย? หรือว่านี่เป็ความฝันก่อนตายงั้นรึ?”
มองไปพลางคิดไปสรรหาสารพัดเหตุผลมาสาธยายเหตุการณ์แปลกประหลาดที่เกิดขึ้นกับตัวเอง
บ่าวแอบชะเง้อมองคุณหนูที่นั่งส่องกระจกอยู่นานคุณหนูคงเริ่มโตเป็สาวแล้วจึงเริ่มรู้จักรักสวยรักงามแล้วแน่ๆ
ฮองเฮานั่งจ้องมองกระจกอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งฟุบหน้าไปบนโต๊ะ
ไป๋จงแอบมาดูน้องเห็นฟุบหลับอยู่ที่โต๊ะก็ค่อยๆอุ้มน้องกลับไปนอนบนเตียงห่มผ้าให้อย่างห่วงใยแล้วก็นั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงด้วยความรัก
เช้าตรู่ ไป๋จงกับไป๋จื่อฮัวแต่งตัวเข้าวังหลวงแต่เช้าเพราะสถานการณ์ภายในวังไม่ค่อยดีนักทั้งสองจึงต้องรีบไปคอยติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ฮองเฮาหลิวลืมตาตื่นขึ้นมาสิ่งแรกที่นางทำก็คือก้มมองร่างกายตัวเองเห็นมือเล็กๆคู่เดิมกับร่างกายที่ยังเป็เพียงเด็กก็ได้แต่ถอนใจ
“คุณหนูตื่นแล้วจะล้างหน้าเลยไหมเ้าคะ?”บ่าวถาม
ฮองเฮาหลิวหันไปมองแล้วก็พยักหน้า“เ้าชื่ออะไร?”
บ่าวหันไปมองอย่างงงๆ“อะไรกันเ้าคะคุณหนู? แกล้งทำลืมชื่อบ่าวแบบนี้ไม่ดีนะเ้าคะ”
“ข้าถาม เ้าก็ตอบ”ฮองเฮาหลิวดุ
บ่าวได้ยินน้ำเสียงดุทรงอำนาจก็นึกกลัวขึ้นมาซะเฉยๆ“เอ่อ...บ่าวชื่อเซี่ยวซินเ้าค่ะ”
ฮองเฮาหลิงมองแล้วก็ลุกขึ้นเดินไปที่อ่าง
เซี่ยวซินรีบเทน้ำใส่อ่างให้เ้านาย
ฮองเฮาหลิววักน้ำล้างหน้าแล้วก็รับผ้าเช็ดหน้าจากเซี่ยวซินมาซับน้ำบนใบหน้า
ฮูหยินไป๋ฯเดินเข้ามา“อ้าว...ตื่นแล้วรึเฟิ่งหวง?”
ฮองเฮาหลิวมองตอบสีหน้าสงบนิ่ง
“หิวรึยังเฟิ่งหวง?”ฮูหยินเฟิ่งถามแล้วก็หันไปสั่งบ่าวว่า “ไปยกโจ๊กมาให้คุณหนูเร็ว อ่อยกของข้ามาที่นี่ด้วยเลยล่ะกัน วันนี้ข้าจะกินพร้อมเฟิ่งหวง”
“เ้าค่ะ”เซี่ยวซินรับคำแล้วก็รีบเดินไปสั่งบ่าวคนอื่นต่อ
ฮูหยินไป๋ขยับเข้าไปประคองลูกสาว
ฮองเฮาหลิวเบี่ยงตัวออกแล้วก็นั่งลงที่เก้าอี้
เซี่ยวซินรีบยกอ่างน้ำไปเก็บ
ฮูหยินเฟิ่งมองท่าทีลูกสาวอย่างแปลกใจแต่ก็ไม่พูดอะไร ทรุดตัวลงนั่งข้างลูกสาว
บ่าวยกอาหารเข้ามาวางบนโต๊ะแล้วก็ถอยออกไป
ฮูหยินไป๋รีบจับช้อนตักโจ๊กมาเป่าให้หายร้อนแล้วก็ป้อน“อ้าม...”
ฮองเฮาหลิวมองด้วยสายตาสงบนิ่ง“ข้าตักเองได้ ท่านไม่ต้องป้อนข้าหรอก ท่านก็กินของท่านเถอะ”นางบอกน้ำเสียงเรียบเฉยแล้วก็จับช้อนมาจากมืออีกฝ่าย
ฮูหยินไป๋ได้แต่มองลูกสาวอย่างประหลาดใจที่ลูกสาวที่เคยช่างออดอ้อนกลับมีท่าทางห่างเหินเ็าพูดจาเหมือนเป็คนแปลกหน้า
ฮองเฮาหลิวกินโจ๊กอย่างเรียบร้อยท่าทางอ่อนช้อยงดงาม
ฮูหยินจ้องมองลูกสาวอย่างประหลาดใจ
ฮองเฮาหลิวชะงักค้างที่ถูกจ้องหันไปมองฮูหยินไป๋ “ท่านไม่กินหรือ?”
ฮูหยินสะดุ้ง“เอ่อ...กิน” แล้วนางก็ตักกินพลางเหลือบมองลูกสาวไปด้วย
พอกินเสร็จบ่าวก็ยกถ้วยยาบำรุงมาให้พร้อมกับถ้วยน้ำผึ้ง“ยาเ้าค่ะ”
ฮองเฮาหลิวยกถ้วยยาขึ้นดื่มด้วยท่าทีสงบพอดื่มหมดก็ดื่มน้ำอุ่นตาม
ฮูหยินได้แต่มองอย่างประหลาดใจ“วันนี้เฟิ่งหวงกินยาง่ายจัง ปกติกว่าเ้าจะกินยาหมดแม่ต้องปะเหลาะแล้วปะเหลาะอีก”
ฮองเฮามองตอบด้วยสีหน้าสงบนิ่งไม่พูดอะไรนางลุกไปนอนที่เตียงเป็การตัดบท จากที่ทบทวนข้อมูลเมื่อคืนไป๋จื่อฮัวเป็ขุนนางฝ่ายบุ๋นมีตำแหน่งเป็เ้ากรมกองการศึกษาอีกทั้งยังเป็ราชครูให้องค์ชายและองค์หญิง มีฮูหยินไป๋เฟิ่งเหมยฮวาเป็ภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากไม่มีอนุภรรยา มีลูกชายคนหนึ่งชื่อไป๋จง เป็ขุนนางขั้น 4 อยู่กองการศึกษาเช่นกันได้ข่าวว่ามีลูกสาวอีกคนชื่อไป๋เฟิ่งหวงร่างกายอ่อนแอั้แ่เด็กพ่อแม่จึงคอยประคบประหงมไม่ได้ออกสู่สังคม ใครๆต่างก็พากันพูดว่าขุนนางไป๋กลัวเมียจนไม่กล้ามีอนุภรรยา
เสียงฝีเท้าเดินมาฮูหยินหันไปมองก็เห็นสามีเดินมาสีหน้าเคร่งเครียด “ฮูหยินสั่งบ่าวไพร่ให้แต่งชุดไว้ทุกข์ให้องค์รัชทายาท เ้าก็รีบไปเปลี่ยนชุดเสียเถอะ”
“อะไรกันเ้าคะท่านพี่?”ฮูหยินงุนงง
“องค์รัชทายาทเสวยยาพิษฆ่าตัวตายั้แ่เมื่อคืนเพิ่งมีประกาศว่าทรงประชวรจนสิ้นพระชนม์เมื่อเช้านี่เองข้าถึงได้รีบกลับมาเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วเดี๋ยวจะเข้าวังอีก” ไป๋จื่อฮัวบอก
ฮองเฮาหลิวลุกพรวดขึ้นนั่งทันทีที่ได้ยิน“หลงซัน!” นางะโลั่นอย่างเสียใจสุดชีวิตแล้วก็หงายหลังสิ้นสติไป
ทุกคนหันไปมองเป็ตาเดียวด้วยความใ
ฮูหยินถลาไปดูลูกทันที“เฟิ่งหวง!”
“ตามหมอเร็ว!” ไป๋จื่อฮัวะโลั่น พร้อมกับถลันเข้าไปดูลูก
บ่าวไพร่วิ่งกันพรึ่บพรั่บ“ตามหมอๆๆ”
“เฟิ่งหวงเ้าฟื้นซิ เฟิ่งหวง เ้าอย่าเป็อะไรไปอีกนะ” ฮูหยินเขย่าตัวลูกอย่างสติหลุด กลัวเหลือเกินว่าลูกจะไร้ลมหายใจอีกครั้ง
“ฮูหยิน ใจเย็นๆก่อนลูกต้องไม่เป็อะไรแน่นอน” ไป๋จื่อฮัวจับตัวภรรยามากอดแล้วก็บอกว่า“นางยังหายใจอยู่ เ้าดูซิ นางแค่เป็ลมไปเท่านั้น”
ฮูหยินซบหน้ากับอกสามี“ท่านพี่ข้ากลัวเหลือเกิน”
“นางต้องไม่เป็อะไรเมื่อวานนี้นางก็ฟื้นจากความตายมาแล้ว ข้าเชื่อว่านางต้องไม่เป็อะไรแน่นอน”ไป๋จื่อฮัวปลอบใจภรรยา
ไป๋จงได้ยินเสียงเอะอะก็รีบวิ่งไปดูทั้งๆที่เพิ่งถอดชุดตัวนอกออก“เฟิ่งหวง” เขาถลันเข้าไปในห้อง ประชิดติดเตียงยื่นมือไปอังตรงปลายจมูกรับรู้ว่ายังมีลมหายใจก็เบาใจไปนิดนึง
เสียงฝีเท้าวิ่งเข้ามาเป็บ่าวกับหมอที่วิ่งมา
หมอมีท่าทางเหนื่อยหอบ
ทุกคนหันไปมองหมอเป็ตาเดียว
หมอรีบก้าวเข้าไปตรวจคนไข้ทันที
“ท่านต้องช่วยลูกข้าให้ได้นะ”ฮูหยินไป๋คาดคั้น
หมอพยักหน้าแล้วก็ลงมือจับชีพจรจากนั้นก็เปิดเปลือกตาคนไข้ตรวจอาการ แล้วก็หันไปพูดกับขุนนางไป๋ว่า“คุณหนูเพียงแต่เป็ลมไปเท่านั้นขอรับ อีกสักพักก็คงจะฟื้นขอรับ”
ทุกคนมีสีหน้าโล่งอก
หมอหันไปเปิดล่วมยาแล้วก็หยิบขวดกระเบื้องขวดเล็กๆขวดหนึ่งออกมาเปิดฝาขวดแล้วก็เอาไปอังจมูกคนไข้
คนไข้ค่อยๆรู้สึกตัวลืมตาขึ้นเห็นใบหน้าหมอเป็คนแรก ถัดไปเป็ฮูหยินไป๋กับขุนนางไป๋ แล้วก็ไป๋จง
“เฟิ่งหวงเ้าทำพี่ใจหายอีกแล้วนะ” ไป๋จงเอื้อมมือไปลูบหัวน้อง
ฮองเฮาหลิวขยับตัวลุกขึ้นนั่งหมอกับฮูหยินไป๋รีบช่วยประคอง
สายตาเด็กสาวพุ่งตรงไปยังขุนนางไป๋ถามด้วยน้ำเสียงเบาหวิวว่า “หลงซันตายแล้วจริงหรือ?”
ทุกคนใที่เด็กสาวกล้าเรียกชื่อองค์รัชทายาทซึ่งเป็การลบหลู่เบื้องสูง มีโทษสถานหนักยิ่งนัก
“เฟิ่งหวง! เ้าอย่าได้เรียกชื่อองค์รัชทายาทเช่นนี้อีกนะ!หากใครเอาไปพูดจนรู้ไปถึงราชสำนักเ้าคงโดนลงโทษสถานหนักแน่”ไป๋จื่อฮัวดุลูกสาวเสียงดัง
ฮองเฮาหลิวถอนใจได้แต่ถามใหม่ว่า“องค์รัชทายาทตายแล้วจริงหรือ?”
ไป๋จื่อฮัวพยักหน้า“ตายแล้ว ทรงประชวรสิ้นพระชนม์กะทันหันเมื่อคืนนี้เอง”เขาไม่พูดถึงสาเหตุการตายที่แท้จริงเพราะมีหมอซึ่งเป็คนนอกอยู่ด้วยอีกทั้งบ่าวไพร่ก็มายืนอออยู่นอกห้องเต็มไปหมด การจะพูดอะไรออกไปจึงต้องระมัดระวัง
น้ำตาค่อย ๆรินเป็สายหยดลงบนเสื้อฮองเฮาหลิวในร่างไป๋เฟิ่งหวงเม้มปากกลั้นเสียงสะอื้นสุดฤทธิ์
เสียงบ่าวไพร่เริ่มร้องไห้สะอึกสะอื้นให้กับองค์รัชทายาทผู้หล่อเหลาแสนดีคนนั้น“โธ่ องค์รัชทายาทไม่น่าอายุสั้นเลย ยังทรงหนุ่มแน่นอยู่แท้ๆ”
“แล้วนี่ฮองเฮาไม่เสียใจแย่เลยรึองค์หญิงหลงหลิวตายไปเมื่อ 2 ปีก่อนมาบัดนี้ยังต้องมาสูญเสียองค์รัชทายาทไปอีก”
“ข้าว่าต่อไปฮ่องเต้คงแต่งตั้งอ๋องหลงเทียนเป็รัชทายาทแน่ๆ”
เสียงบ่าวซุบซิบคุยกันจนไป๋จื่อฮัวต้องหันไปดุ“พวกเ้าอย่าปากมาก! มีงานอะไรก็ไปทำกันซะ”
“ขอรับ” / “เ้าค่ะ”แล้วบ่าวไพร่ก็รีบแยกย้ายกันไป
“อย่าร้องไห้ไปเลยนะเฟิ่งหวงเ้าชื่นชมองค์รัชทายาทพี่เข้าใจดี แต่เ้าอย่าได้เสียใจมากเกินไปนักจะไม่ดีต่อสุขภาพของเ้าเองรู้ไหม” ไป๋จงลูบหัวน้องปลอบใจ
“น่าเสียดายนักองค์รัชทายาทไม่น่าสิ้นพระชนม์เร็วขนาดนี้เลย ยังหนุ่มยังแน่นอยู่แท้ๆยังไม่ทันได้แต่งพระชายาเลยด้วยซ้ำ อายุก็รุ่นราวคราวเดียวกับไป๋จง น่าสงสารจริงๆ”ฮูหยินไป๋รำพึงรำพันด้วยความสงสาร“แล้วนี่ฮองเฮาคงเสียพระทัยมากเลยใช่ไหมท่านพี่?” นางหันไปถามสามี
ไป๋จื่อฮัวได้แต่พยักหน้าเพราะมีหมออยู่ด้วยจึงไม่อาจจะพูดอะไรออกไปได้
“คุณหนูคงจะใกับข่าวมากเกินไปก็เลยเป็ลมคุณหนูก็ต้องอย่าเสียใจมากเกินไปนะขอรับ ไม่งั้นจะเสียสุขภาพได้”หมอพูดแล้วก็เก็บขวดยาใส่ล่วมยา
“ขอบคุณท่านหมอที่รีบมา”ไป๋จื่อฮัวพูด
หมอปิดล่วมยาแล้วก็หันไปพูดกับไป๋จื่อฮัวว่า“ดีนะที่ข้าแวะมาตรวจคุณหนูก่อนไปที่อื่นไม่งั้นกว่าข้าจะมาคงเสียเวลาไปหลายชั่วยามทีเดียว แต่คุณหนูไม่เป็อะไรมากแล้วถึงข้าไม่มา แค่เป็ลมเดี๋ยวคุณหนูก็ฟื้นเองขอรับ”
“ยังไงก็ต้องขอบคุณท่านมากที่ใส่ใจหากไม่มีท่านลูกข้าคงตายเสียั้แ่ยังเล็กแล้ว” ไป๋จื่อฮัวพูดอย่างสำนึกบุญคุณ
หมอโบกมือ“เื่เล็กน้อย ไม่อาจถือเป็บุญคุณอะไร ท่านก็อย่าได้เกรงใจท่านตอบแทนข้ามากพอแล้ว เกินพอเสียด้วยซ้ำ” แล้วเขาก็พูดว่า“ข่าวองค์รัชทายาทสิ้นพระชนม์เช่นนั้นข้าคงต้องรีบกลับบ้านไปเปลี่ยนชุดไว้ทุกข์แล้วล่ะ ข้าขอลาก่อนล่ะทุกท่าน”เขาพูดแล้วก็ค้อมตัวหยิบล่วมยาเดินออกไป
บ่าวคนหนึ่งรีบเดินตามไปส่งแขก
“เอาล่ะในเมื่อเฟิ่งหวงไม่เป็อะไรแล้วงั้นข้ากับลูกไปเปลี่ยนเสื้อก่อนล่ะ เ้าก็ดูแลลูกไปนะฮูหยิน”ไป๋จื่อฮัวจับไหล่ภรรยาอย่างอ่อนโยนแล้วก็หันไปพูดกับลูกชายว่า “ไปเถอะจงเอ๋อร์ยังต้องรีบเข้าวังไปดูสถานการณ์อีก”
“นั่นซิท่านพ่อฮองเฮาก็สิ้นพระชนม์แล้ว รัชทายาทก็สิ้นพระชนม์ ตระกูลหลิวก็ถูกปะาหมดเฮ้อ...ไม่รู้ต่อไปจะเป็ยังไงนะท่านพ่อ” ไป๋จงพูดแล้วก็เดินไป
“อะไรนะ! ฮองเฮาสิ้นพระชนม์แล้ว?” ฮูหยินไป๋ใหันไปมองหน้าสามี
ไป๋จื่อฮัวพยักหน้าแล้วก็ก้มลงกระซิบว่า “เ้าอย่าได้เอ็ดอึงไปฮ่องเต้ทรงประทานยาพิษให้ฮองเฮาเสวยชดใช้ความผิดเื่นี้อีกสักพักคงจะประกาศออกมา”
“ตายจริง!” ฮูหยินไป๋ใยกมือทาบอก
ฮองเฮาหลิวน้ำตารินกลั้นเสียงสะอื้นกำมือแน่นอย่างอาฆาตแค้น เื่ที่หลงซันตายต้องไม่ใช่การฆ่าตัวตายแน่ๆนางจะต้องรู้ให้ได้ว่าใครเป็คนฆ่าลูกชายของนางเมื่อคืนนางยังนั่งคิดวางแผนจะพาลูกชายหนียังไงอยู่เลย แต่นางช้าไปไม่คิดว่าฝ่ายตรงข้ามจะลงมือเร็วขนาดนี้ หลงซันลูกแม่เ้าจงไปรอแม่อยู่ในปรโลกก่อนเถอะ แล้วแม่จะส่งพวกที่ฆ่าเ้าตามไปทีหลังรอก่อนนะหลงซัน แม่จะแก้แค้นพวกมันทุกคนแทนเ้าเอง!
“ท่านพี่รีบไปเถอะไม่ต้องห่วงเฟิ่งหวงหรอก” ฮูหยินไป๋พูดแล้วก็กุมมือสามีอย่างให้กำลังใจ
ไป๋จื่อฮัวพยักหน้าแล้วก็เดินออกไป
ฮูหยินไป๋หันไปลูบหัวลูกสาวปลอบใจว่า“อย่าเสียใจนักเลยเฟิ่งหวง คนก็ตายไปแล้วเ้าควรจะใส่ใจสุขภาพของตัวเองมากกว่ารู้ไหม เกิดเ้าเป็อะไรไปอีก แม่คงทำใจไม่ได้แน่ๆ”นางหยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับน้ำตาให้ลูก แต่พอได้เห็นสีหน้าลูกนางก็ใ “เฟิ่งหวง...”
แววตาเจ็บแค้นสีหน้าอาฆาตแค้นดูน่ากลัว รังสีอำมหิตแผ่กระจายจากร่างเล็กจนคนเป็แม่ขนลุกชันไปทั้งตัวมือที่จะซับน้ำตาชะงักค้างอยู่อย่างนั้น
เสียงเรียกทำให้ฮองเฮาหลิวรู้สึกตัวนางเห็นสีหน้าของฮูหยินไป๋ก็รีบล้มตัวลงนอน ดึงผ้าห่มขึ้นคลุมทั้งตัวหากร่างนี้แข็งแรงดีนางคงวิ่งออกไปแอบลอบเข้าวังไปสืบข่าวด้วยตัวเองแล้วแต่นี่ร่างของเด็กสาวยังอ่อนแอนักแรงจะลุกขึ้นยืนยังแทบไม่มีก่อนจะลงมือแก้แค้นนางคงต้องรีบบำรุงร่างนี้ให้แข็งแรงก่อนเป็อันดับแรก นี่คงเป็โอกาสที่์ประทานให้นางได้แก้แค้นคนที่ทำให้นางและตระกูลหลิวต้องสิ้นชีวิตกระมังยังมีลูกชายของนางอีกคน
ข้าสาบานต่อฟ้าดินข้าจะลากพวกมันทุกคนมาชดใช้หนี้เืในครั้งนี้ให้ได้!
หยาดน้ำตายังรินไหลไม่ขาดสายดวงตาเบิกโพลงอย่างอาฆาตแค้น ในเมื่อนางไม่เคยทำร้ายใครแต่มีคนใส่ร้ายนางกับครอบครัวจนต้องพบจุดจบเช่นนี้เช่นนั้นนางก็จะใช้โอกาสนี้แก้แค้นพวกมันทุกคนให้ได้รู้จักนรกที่แท้จริงรอก่อนเถอะ อย่าเพิ่งรีบตายหนีข้าไปเสียก่อนล่ะ!
ต้องขอบคุณลู่กงกงคนของนางที่ช่วยปลิดชีวิตนางไม่ให้ต้องทรมานนานนักเพราะยาพิษนั่นตอนที่ลู่กงกงเข้ามาจับตัวนางก็แอบส่งรหัสลับถามนางด้วยความภักดีว่าจะให้ทำเช่นไรเพราะเขารู้ว่ายาพิษนั่นถูกสับเปลี่ยนไม่ใช่ยาที่จะทำให้ตายในทันทีแต่เป็ยาที่จะทำให้ตายอย่างทรมาน
นางจึงส่งรหัสตอบขอให้เขาช่วยปลิดชีวิตนางในทันทีอย่าให้นางต้องตายอย่างทรมานมือที่จับคอนางจึงกดลงบนหลอดลมแน่น ชั่วอึดใจเท่านั้นนางก็ได้ตายโดยไม่ทรมานนานนัก
ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรเตอร์ได้ทางเพจ readfree.in ค่ะhttps://www.facebook.com/readfree.in/และทางเว็บไซต์ www.readfree.in ค่ะขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ