นาเดียร์น้ำตาไหลอาบแก้มอย่างต่อเนื่อ เมื่อได้ยินทุกอย่าง ผ่านทางโทรศัพท์ที่ไบรอัลโทร.เข้ามา เขาเปิดสายทิ้งไว้ บทสนทนาระหว่างเขาและต้าเซียนเธอได้ยินทุกคำ ทำไมเธอถึงไม่รู้มาก่อนเลยว่าต้าเซียนทำอะไรบ้าง เธอไม่ได้ผิดหวังกับสิ่งที่เขาทำลงไปเลยสักนิด แต่เธอกำลังจะทำให้เขาเดือดร้อน
“พ่อจ๋า บอกหนูทีว่าหนูต้องทำอย่างไรดี หนู หนูไม่อยากไป ไปจากต้าเซียนเลย...แต่ถ้าหนูไม่ไป ต้าเซียนจะต้องเดือดร้อนรวมถึงพวก อาหมอด้วย”
“คุณสุ่ยถิง!” เสียงเรียกตามสาย ทำให้นาเดียร์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา
“ค่ะ”
“ขอโทษที่ต้องทำแบบนี้ครับ แต่มีวิธีนี้เท่านั้นที่คุณจะเข้าใจและเชื่อทุกอย่างที่เกิดขึ้น”
“เข้าใจแล้วค่ะ”
“ผมจะจัดการทุกอย่างให้เร็วที่สุดครับ คุณจะไปเรียนต่อคณะแพทย์ที่มหาวิทยาลัยในเซี่ยงไฮ้”
“ฉันไม่้าเรียนต่อแพทย์แล้ว”
“ทำไมละครับ ทางมหาวิทยาลัยที่นั้นยินดีมากเลยครับ จากผลการเรียนของคุณมันน่าเสียดายนะครับ”
“ได้โปรดทำตามที่ฉันขอบ้างเถอะค่ะ” เธอตอบกลับอย่างสิ้นหวัง
“ครับ เข้าใจแล้วครับ”
“อีกอย่างนะคะ เื่นี้ขอเป็ความลับนะคะ...และฉันจะพร้อมเดินทางในอีกหนึ่งเดือน”
“เื่เป็ความลับผมเข้าใจและตกลงตามนั้น แต่หนึ่งเดือนแบบนั้นจะทำให้คุณไม่ทันต่อการเปิดภาคเรียนนะครับ...”
“ฉันแค่ขาดเรียนสัปดาห์แรกเองไม่ใช่เหรอคะ”
“ครับผมจะแจ้งให้ท่านหยางทราบ และจะจัดการตามที่คุณขอนะครับ”
“ขอบคุณค่ะ...หวังว่าหลังจากนี้คุณจะไม่มาให้พวกเราต้องลำบากใจนะคะ”
“ครับ”
“ขอบคุณค่ะ” นาเดียร์กดวางสาย ดวงตาพร่าเลือนกับสิ่งที่เกิดขึ้น หนึ่งเดือน เธอจะมีต้าเซียนเคียงข้างอีกหนึ่งเดือนเท่านั้น
“ต้าเซียน ทุกวินาทีนี้ไป ฉันจะเก็บทุกอย่างระหว่างเราไว้” นาเดียร์มองไปรอบๆที่นี่ ที่ที่เธอและต้าเซียนอยู่ด้วยกันมา หนึ่งปีที่เธอได้รับการดูแลเอาใจใส่มาอย่างดี อีกหนึ่งเดือนหลังจากนี้มันจะไม่มีอีกแล้วสินะ ความคิดนี้ทำให้เธอกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่อีกครั้ง
ฮืออออ ฮือออออ ฮืออออ เสียงร่ำไห้ดังออกมาอีกครั้ง หลังจากที่ห่างหายไปนานกว่าหนึ่งปี ทำไมมันถึงแสนทุกข์ใจ ล้านเสียใจ ได้ถึงเพียงนี้
นาเดียร์ปาดน้ำตาบนใบหน้า เมื่อเธอให้เวลากับการร้องไห้มานานมากไปแล้ว วันนี้เป็วันที่ต้องซื้อของเข้าบ้าน ถ้าต้าเซียนอยู่เราก็จะไปด้วยกัน แต่วันนี้เขาไปเรียนเธอมีรายการที่ต้องซื้ออยู่แล้ว อาหารของสด ต้าเซียนสอนเธอไว้แล้วไม่ได้ยากนัก เธอก็แค่ไปที่ร้าน ร้านที่เป็ร้านประจำของพวกเธอ แน่นอนว่าต้องผ่านการรับรองจากต้าเซียนแล้วเท่านั้น ร้านขายปลา เ้าของร้านรู้จักกับพวกเธอเป็อย่างดี
นาเดียร์ที่ออกมาข้างนอก สายตามองไปยังร้านเสื้อผ้าสำหรับผู้ชาย ใบหน้าที่เศร้าหมองมาตลอดจู่ๆใบหน้าก็ปรากฎรอยยิ้ม เธอเดินเข้าไปในร้านเสื้อผ้าผู้ชายนั้น
“สวัสดีค่ะ” พนักงานต้อนรับกล่าวทักทาย
“สวัสดีค่ะ ขอเดินเลือกก่อนนะคะ” นาเดียร์ตอบกลับอย่างแจ่มใส
“ค่ะ ไม่ทราบว่าสุภาพบุรุษท่านนั้น่อายุประมาณไหนคะ จะได้แนะนำค่ะ”
“ยี่สิบห้าค่ะ” คำตอบของเธอทำให้พนักงานต้อนรับยิ้ม และผายมือไปยังเสื้อผ้าที่เหมาะกับวัย
“ด้านนี้ค่ะ มีทั้งโทนอ่อนและโทนเข้ม” นาเดีนร์ยิ้มและมองเสื้อผ้าตรงหน้า เหมาะกับต้าเซียนมาก ไม่ว่าจะเป็โทนไหน ต้าเซียนสวมใส่ได้อยู่แล้ว ความสูงหนึ่งร้อยแปดสิบ ไม่ใช่แค่ส่วนสูงของเขาที่เธอรู้ ไซด์เสื้อ ไซด์กางเกง รองเท้า ทุกอย่างเธอรู้และจำได้เป็อย่างดีและเป้ที่เขาใช้มันก็นานมากแล้วควรเปลี่ยนใหม่ เขามีเป้เพียงใบเดียว เขาไม่นิยมเปลี่ยนกระเป๋าบ่อยๆ ถ้าใบที่ใช้อยู่ยังใช่ได้เขาก็จะยังใช้ไปเรื่อยๆ แต่มันก็เก่ามากแล้วตามเวลา ควรเปลี่ยนได้แล้วและแน่นอนเป้ใบเก่าที่ยังใช้ได้ เธอก็ต้องเอาไปบริจาค รวมถึงเสื้อผ้าของเขาด้วย ไม่งั้นถ้าในตู้มีเสื้อผ้าเยอะเกินไป ต้าเซียนจะไม่ชอบใจเลยเมื่อคิดได้แบบนั้น นาเดียร์จึงเลือกเสื้อผ้าให้กับเขาอีกหลายชุด
“ขอบคุณนะคะ” พนักงานกล่าวขอบคุณพร้อมเปิดประตูให้กับลูกค้าที่ในมือหิ้วถุงหลายถุง นาเดียร์ยิ้มอย่างมีความสุข ของพวกนี้เป็เงินของเธอเอง บัตรที่เธอมีพกติดตัวแต่ไม่เคยได้ใช้เลย เพราะต้าเซียนให้บัตรเสริมกับเธอไว้ เป็บัตรให้เธอได้ใช้จ่ายเป็ประจำ เป็เงินของเขานั่นเอง และไหนจะเป็เงินสดที่เขาจะมาวางให้เธอเป็ประจำทุกสัปดาห์ ซึ่งเธอเอง่ที่จบไฮสคูลก็แทบไม่ได้ใช้สักเท่าไหร่นัก แต่จำนวนเงินและหน้าที่นั้นเขายังคงทำอยู่ แม้แต่การเติมเงินบัตรรถไฟฟ้า ต้าเซียนยังจัดการเอง...
เฮ้ยยยย นาเดียร์ถอนหายใจ แล้วแบบนี้ เธอจะเป็อย่างไงต่อไป กับที่เซี่ยงไฮ้ ที่ที่ไม่มีต้าเซียน แน่นอนว่าไม่ใช่เวลาที่ต้าเซียนจะย้ายไปเรียนต่อที่เซี่ยงไฮ้ได้เลย ถ้าย้ายไปได้ก็คงดี...นาเดียร์ส่ายหน้าไปมา และร้องบอกตัวเองในใจให้เลิกคิด เลิกคิดในสิ่งที่เธอเห็นแก่ตัวได้แล้ว เธอเดินไปข้างหน้า ไปร้านขายกระเป๋า เป้ใบใหม่สำหรับต้าเซียนที่เธอจะเป็คนเลือกให้เขาซึ่งเขาต้องชอบมากแน่ๆ ไม่รู้ว่าอะไรทำให้เธอมั่นใจแต่ในโลกนี้นอกจากเธอแล้วไม่มีใครที่จะรู้ใจเขาดี ยกเว้นตัวเขาเอง ฮิฮิฮิ
กริ๊ก เสียงประตูด้านหน้าที่ถูกไขเข้ามา ไม่อาจดึงความสนใจของ นาเดียร์ได้เลย เมื่อตอนนี้เธอกำลังวุ่นวายกับการเคลียตู้เสื้อผ้าของต้าเซียน
ต้าเซียนคิ้วขมวดเข้าหากัน มองกล่องกระดาษขนาดย่อมตรงหน้าและห้องนอนของเขาประตูห้องถูกเปิดทิ้งไว้
“สุ่ยถิง” เขาเอ่ยเรียกคนที่อยู่ในห้องนอนที่ยืนอยู่หน้าตู้เสื้อผ้า
“อ้า! ต้าเซียน กลับมาแล้วเหรอ เป็ไงบ้าง เซอร์ไพรส์มั้ย?”
“รื้อตู้เสื้อผ้าทำไม?” เขาขยับเดินเข้ามาด้านในพร้อมสอบถามเสียงราบเรียบ
“เคลียตู้ให้พี่ไงละ เสื้อผ้าเก่าที่พี่ไม่ได้ใส่ แต่ยังใช้ได้ ฉันวางไว้อยู่บนเตียง พี่ดูอีกทีนะว่ายัง้าตัวไหนไว้บ้าง เพราะที่เหลือฉันจะได้บริจาคนะ มันก็ยังอยู่ในสภาพดีทั้งนั้น แต่พี่ไม่ค่อยได้ใส่แล้ว...” ต้าเซียนหันไปที่เตียงนอน เสื้อกางเกงของเขาเกือบสิบชุดที่ถูกเอามาวางไว้บนเตียง และสายตาหันไปมองในตู้ เสื้อผ้าที่เขาไม่เคยเห็นแขวนจัดไว้เป็อย่างระเบียบอยู่หลายชุด
“ไม่เป็ไร ก็บริจาคไปหมดที่เลือกมานั้นแหละ แล้วชุดใหม่...”
“ฉันไปซื้อมาให้พี่วันนี้ ฉันซักรีดพร้อมใส่ได้ทันที...และนี้...” นาเดียร์หยิบเป้ใบใหม่ยื่นไปตรงหน้าเขา “ฉันว่าใบที่พี่ใช้อยู่มันก็เก่าแล้วเหมือนกัน”
ต้าเซียนรับเป้มาเดินไปที่ตู้เสื้อผ้า เปิดอีกด้าน มันคือที่เก็บหมวกแก็ป เขามองเป้กับหมวกของเขาหลายใบสลับกัน เป้ใหม่กับหมวก