บรรยากาศในป่ามิติแห่งการทดสอบพลันตึงเครียดขึ้นในบัดดล! ประหนึ่งเส้นด้ายที่ขึงจนสุด ก่อนจะขาดผึงลงในไม่ช้า!
กลุ่มคนจากตระกูลวรกุลทั้งเจ็ด คุณชายอัคคีแห่งรัชโยธิน และคุณหนูดาราแห่งนันทกุล ต่างยืนประจันหน้ากันโดยมีณิชาและรุจีเป็นศูนย์กลาง!
ณิชากวาดสายตามองทุกคนที่อยู่บริเวณนั้นด้วยแววตาเย็นยะเยียบ...เย็นชาจนน่าขนลุก! ทุกคนที่มาที่นี่...ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอันใด จุดประสงค์สุดท้ายของพวกเขาก็คือการต้องการ ร่างกาย ของเธอ! ไม่ว่าจะในฐานะเครื่องมือทางการเมือง สะใภ้เพื่อเสริมบารมี หรือแม้แต่ของเล่นเพื่อสนองตัณหา! ราวกับนางเป็นเพียงสิ่งของไร้ค่าที่รอให้ถูกฉกฉวย!
มันเป็นสถานการณ์ที่นางต้องเผชิญซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนแทบจะชาชิน! ที่น่าแปลกใจก็คือ...ครั้งนี้กลับมีสตรีเข้ามาพัวพันด้วย! นางไม่ค่อยเข้าใจนักว่า ความรู้สึกที่คุณหนูดาราแสดงออกมานั้นคืออะไรกันแน่ แต่ที่แน่ๆ คือทุกคนต้องการจะกดขี่ข่มเหง กดเธอให้จมดิ่งลงสู่โคลนตม! ทำไม...ทำไมพวกเขาถึงกล้าทำเช่นนี้กับนางไม่รู้จักจบสิ้น!? ราวกับเห็นนางเป็นเพียงมดปลวกที่พร้อมจะถูกบดขยี้!
หากเป็นณิชาคนเดิม นางอาจจะเอ่ยถามความคิดอันขมขื่นนี้ออกไป และแน่นอนว่าคำตอบที่ได้คงมีเพียงความเย้ยหยันและเสียงหัวเราะเยาะ! รุจีที่มายืนอยู่ด้านหลังนางตั้งแต่เมื่อครู่ด้วยความเป็นห่วงยิ่งทำให้นางรู้สึกอึดอัดและไม่พอใจมากขึ้น! ความรู้สึกที่อยากจะปลดปล่อยทุกสิ่งทุกอย่าง อยากจะแสดงพลังที่แท้จริงออกมามันพุ่งพล่านอยู่ในอก! ยิ่งปกปิด...ยิ่งถูกกลั่นแกล้ง... สัญชาตญาณดิบภายในตัวนางกำลังร่ำร้องจะตื่นขึ้นอย่างแท้จริง!ดุจพยัคฆ์ร้ายที่ถูกปลุกจากนิทรา!
แน่นอน...นี่มิใช่ นิชา ที่กำลังจะเข้าควบคุมอีกต่อไปแล้ว! แต่เป็นความจริงที่ว่า 'นิชา' ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในการเร่งปฏิกิริยาการตื่นขึ้นของตัวตนอีกด้านหนึ่งในตัวณิชาโดยไม่รู้ตัว! การหล่อหลอมของสองตัวตนที่แตกต่างสุดขั้ว...ย่อมทำให้บุคลิกและนิสัยเดิมเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ พวกมันกำลังเข้าใกล้และผสมผสานกันมากขึ้น!
หากเป็นด้านที่ดีงามเข้าหากัน นั่นก็คงเป็นเรื่องน่ายินดี แต่ถ้าหากมิใช่เล่า? การกระทำอันโหดเหี้ยมอำมหิตของ 'นิชา' และความเจ้าเล่ห์มารยาที่ซุกซ่อนอยู่ลึกสุดใจของ 'ณิชา' บัดนี้กำลังจะตื่นขึ้นมาหลอมรวมกัน...ก่อกำเนิดเป็นตัวตนใหม่... เทพธิดาผู้เหี้ยมโหด! รอยยิ้มของนางมิได้นำมาซึ่งความเมตตา หากแต่เป็นสัญญาณแห่งความพินาศ!
"โอ๊ะ! ท่านพี่อัคคี" ณิชาหันไปทางคุณชายรัชโยธินเป็นคนแรก น้ำเสียงของนางหวานใสแต่แฝงไปด้วยความนัยบางอย่างที่ทำให้อีกฝ่ายถึงกับขนลุกซู่! "ข้อเสนอของท่านช่างน่าสนใจยิ่งนัก เอาแบบนี้เป็นอย่างไรเจ้าคะ หากท่านสามารถกำจัด เหล่าสุนัขรับใช้ ของตระกูลวรกุลที่กำลังเห่าหอนอยู่ตรงนี้ให้สิ้นซากได้ดังที่ท่านลั่นวาจาไว้เมื่อครู่... เรานักบุญ...จะให้โอกาสแก่ท่าน พิจารณาเป็นพิเศษอย่างแน่นอน ท่านจะไม่เสียเปรียบแม้แต่น้อยเลยเจ้าค่ะ!" หรือท่านคิดว่าวาจาบุรุษเช่นท่าน...เป็นเพียงลมปากที่พัดผ่านไป?"
ดวงตาของอัคคีเบิกกว้างเล็กน้อย ก่อนจะตามมาด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ ประกายตาวาวโรจน์ดุจเปลวเพลิงที่พร้อมจะเผาผลาญ!"แม่นางช่างพูดจาได้ถูกใจข้ายิ่งนัก! หากเป็นความประสงค์ของแม่นางแล้วไซร้...ต่อให้ต้องพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน ข้าอัคคีผู้นี้ก็พร้อมจะสนอง!" คำพูดของข้าหนักแน่นดุจขุนเขา!"
จากนั้น ณิชาก็หันใบหน้าอันงดงามแต่แฝงความเย็นชาไปทางคุณหนูดาราแห่งนันทกุล รอยยิ้มเยียบเย็นราวกับน้ำแข็งปรากฏที่มุมปาก "ส่วนเจ้า...แม่นางผู้สูงศักดิ์ ที่มองข้าราวกับจะกลืนกิน... มาดูกันว่าใครกันแน่...ที่จะได้เป็น ของเล่น ของใคร!" ระวังให้ดีเถิด...บางทีของเล่นชิ้นนี้อาจจะแว้งกัดเจ้าของจนเลือดสาดก็เป็นได้!"
"หนอย! นังเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม! วาจาสามหาวราวกับมิเคยได้รับการอบรม! คิดว่าตัวเองเป็นใคร!" คุณหนูดาราตวาดลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกหยามหมิ่น
พูดจบ ณิชาก็มิรอช้าแม้แต่วินาทีเดียว! นางหันไปกระซิบสั่งรุจีเสียงเฉียบขาดและเต็มไปด้วยอำนาจ ดุจบัญชาสวรรค์ที่มิอาจขัดขืน!"รุจี! ซัดเวทย์ทั้งหมดที่มีใส่พวกวรกุล! ไม่ต้องออมมือ! แล้วรีบไปหลบหลังนายอัคคีนั่น! ใช้เขาเป็นโล่กำบัง! แต่ถ้าเขาไม่สู้หรือไม่คิดจะช่วย...ก็จงหนีไปให้สุดกำลัง! อย่าได้ห่วงข้า! ข้ามีวิธีเอาตัวรอด!"
รุจีแม้จะตกตะลึงกับท่าทีที่เปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคนของณิชา แต่ด้วยความเชื่อใจที่สั่งสมมาและความรู้สึกบางอย่างที่บอกว่าณิชาคนนี้...น่ากลัวกว่าที่คิด! นางจึงพยักหน้ารับคำสั่งทันที!ดุจทหารหาญรับบัญชาแม่ทัพ!
เมื่อฝั่งวรกุลถูกกระตุ้นด้วยคำพูดท้าทายของอัคคีและเห็นท่าทีเอาจริงของณิชา พวกเขาก็ตอบโต้ด้วยความเดือดดาลทันที! แต่คุณชายอัคคีกลับก้าวออกมายืนขวางอยู่เบื้องหน้าณิชาราวกับจงใจปกป้อง! อีกทั้งยังกล่าววาจาดูถูกดูแคลนพวกวรกุลซ้ำเติมเข้าไปอีก!
"พวกเจ้าตระกูลวรกุลนี่มันช่างไร้ยางอายเสียจริง! คิดจะรุมสตรีตัวเล็กๆ เพียงคนเดียวรึ! น่าสมเพชสิ้นดี! ประพฤติตนเยี่ยงสุนัขลอบกัด! " อัคคีตวาดลั่น
ความอดทนของเหล่าคุณชายแห่งวรกุล (ยกเว้นคุณชายใหญ่ที่ยังคงนิ่งขรึม) จึงขาดผึง! พวกเขาพุ่งเข้าโจมตีอัคคีอย่างไม่รีรอ!
"บังอาจนัก! เจ้าอัคคี! วันนี้ข้าจะสั่งสอนให้เจ้ารู้ว่าอย่าได้มายุ่งกับเรื่องของตระกูลวรกุล!" "คิดว่าตระกูลรัชโยธินจะยิ่งใหญ่คับฟ้ามาจากไหนกันเชียว! พวกข้าจะขยี้เจ้าให้แหลกคามือ!"เสียงข่มขู่ดังระงมปานเสียงฟ้าร้อง!
อัคคีแม้ในใจจะไม่อยากเปิดศึกกับพวกวรกุลโดยไม่จำเป็นในตอนนี้ แต่เมื่อถูกรุมล้อมและโดนหยามเกียรติถึงเพียงนี้ เขาก็จำต้องตอบโต้อย่างเลี่ยงไม่ได้! เพลิงโทสะเริ่มปะทุขึ้นในใจอย่างรุนแรง! เขาตวัดดาบเพลิงในมือเข้าปะทะกับเหล่าคุณชายวรกุลทันที!ประกายดาบสาดแสงราวอัสนีบาตฟาดฟัน!
คุณชายใหญ่พยายามจะห้ามปรามน้องๆ แต่ก็ไม่ทันการณ์เสียแล้ว! เมื่อสถานการณ์บานปลายจนควบคุมไม่ได้ และเห็นว่าอัคคีกำลังจะตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบจากการถูกรุม เขาก็ตัดสินใจอย่างเด็ดขาด! เข้าร่วมวงโจมตีอัคคีทันที! "ในเมื่อเจ้าอยากจะยุ่งนัก ข้าก็จะให้เจ้าได้สมใจ!"อย่าหาว่าข้ารังแกเด็กก็แล้วกัน!"
ดารา นันทกุล คาดไม่ถึงกับการตัดสินใจอันเฉียบขาดและพลิกแพลงสถานการณ์ของณิชา! นางคาดไม่ถึงว่าคนที่ดูเหมือนจะอ่อนแอและตกเป็นเบี้ยล่างมาโดยตลอดอย่างณิชา จะกล้าลุกขึ้นมาเป็นผู้คุมเกมเสียเอง!ราวกับลูกแกะที่กลายร่างเป็นนางพยัคฆ์!
กว่านางจะตั้งสติและประเมินสถานการณ์ได้ คมดาบอันเย็นเยียบของณิชาก็พุ่งตรงมาถึงตัวนางแล้ว! ดาบเล่มนั้นแม้จะดูธรรมดาสามัญ แต่ความเร็วและจิตสังหารที่แฝงมากับคมดาบนั้นกลับน่าสะพรึงกลัวจนนางขนหัวลุก! 'ดารา' พยายามจะเบี่ยงตัวหลบและร่ายเวทย์ป้องกัน แต่ก็ช้าไปก้าวหนึ่ง!
ฉัวะ!!!
"กรี๊ดดดด!!!"
เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัสของ 'ดารา นันทกุล' ดังลั่นไปทั่วบริเวณ! โลหิตสีแดงสดสาดกระเซ็น! มือข้างหนึ่งของนาง...มือที่เพิ่งจะใช้เลียริมฝีปากยั่วยวนเมื่อครู่...บัดนี้กลับขาดกระเด็นลอยคว้างไปในอากาศ!ภาพนั้นติดตาตรึงใจผู้ที่ได้เห็นยิ่งนัก!
ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างนิ่งอึ้งตกตะลึงค้างกับภาพอันน่าสยดสยองที่เกิดขึ้นในชั่วพริบตา! แต่มีคนสองคนที่ไม่นิ่งเฉย...นั่นคือณิชาและรุจี!
รุจีไม่รอช้าแม้แต่วินาทีเดียว! นางใช้ทักษะเวทย์ที่ตนเชี่ยวชาญที่สุดออกมาทันที! แต่ครั้งนี้นางไม่ได้ร่ายเวทย์ออกมาแบบธรรมดาๆ อย่างที่เคยทำ หากแต่ใช้ร่วมกับวิทยายุทธ์เฉพาะของจอมเวทย์ที่หาได้ยากยิ่งในใต้หล้า ซึ่งท่านอาจารย์มทินาได้มอบให้แก่นางและมารินเป็นการส่วนตัว มันคือเคล็ดวิชาลับ "กงล้อหมุนวน"!
วิชานี้จะไม่มีผลอันใดกับผู้ที่ใช้ทักษะภายในร่างกาย แต่สำหรับผู้ที่ใช้ทักษะภายนอกผ่านลูกแก้ววิญญาณเช่นนาง มันคือสุดยอดเคล็ดวิชาที่จะช่วยเสริมอานุภาพการร่ายเวทย์ได้อย่างมหาศาลเกินกว่าจินตนาการ! ยิ่งวงแหวนเวทย์ที่แผ่นหลังของนางหมุนเร็วขึ้นเท่าใด นางก็จะสามารถปลดปล่อยทักษะเวทย์จากลูกแก้วได้ถี่และรวดเร็วขึ้นเท่านั้น! ข้อเสียเพียงอย่างเดียวของมันคือ...มันสูบพลังเวทย์มหาศาลเป็นเท่าตัว!
หากปกติแล้วนางสามารถปลดปล่อยทักษะลูกไฟผลาญได้วันละ 30 ครั้ง เมื่อใช้วิชานี้ควบคู่ไปด้วย จำนวนครั้งจะลดลงเหลือเพียง 15 ครั้งเท่านั้น! และวันนี้นางก็ได้ใช้พลังเวทย์ไปแล้วถึง 4 ครั้ง(เหลือ 26/30) นั่นหมายความว่านางเหลือพลังเวทย์พอที่จะใช้ทักษะพร้อมกับ กงล้อหมุนวน ได้อีกเพียง 13 ครั้งเท่านั้น! นางตัดสินใจทุ่มสุดตัว! ปลดปล่อยลูกไฟผลาญออกมาพร้อมกันถึง 5 ลูกซ้อน! ตามคำสั่งของณิชา! ในจังหวะที่ทุกคนกำลังให้ความสนใจไปที่เหตุการณ์นองเลือดและเสียงกรีดร้องโหยหวนของ ดารา นันทกุล!
ตูม! ตูม! ตูม! ตูม! ตูม!!!
เห็นดังนั้น คุณชายใหญ่วรกุลถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก! เขาสัมผัสได้ถึงพลังทำลายล้างอันมหาศาลจากลูกไฟทั้งห้า! เขาแหกปากร้องเตือนน้องๆ ให้หลบหลีกเสียงดังลั่นไปทั่วป่า! เขาใช้ทักษะวงแหวนราชสีห์และวิชาตัวเบาเฉพาะของตระกูล "ท่าร่างวรกุล" ซึ่งเป็นการเคลื่อนที่อันรวดเร็วและพลิกแพลงที่ถูกสอนเฉพาะคนในตระกูลเท่านั้น! เขาคว้าตัวคุณหนูรองที่ยังยืนหน้าซีดตัวสั่นด้วยความตกใจอยู่ แล้วพุ่งหลบออกไปจากรัศมีการทำลายล้างได้อย่างหวุดหวิด!
ระเบิดทำลายล้างจากลูกไฟผลาญทั้งห้าลูกถาโถมเข้าใส่กลุ่มคนที่เหลือของตระกูลวรกุลอย่างจัง! พลังทำลายล้างอันมหาศาลกวาดทำลายต้นไม้และพื้นดินบริเวณนั้นจนเหี้ยนเตียน! เกิดเป็นหลุมขนาดใหญ่ควันโขมง!ราวกับอสูรพิโรธถล่มปฐพี!
คุณชายอัคคี แม้ชื่อของเขาจะหมายถึงไฟ และมีวิชาเกี่ยวกับธาตุไฟเฉพาะตัวที่ทำให้เขาสามารถทนทานต่อเปลวเพลิงได้มากกว่าคนทั่วไปอยู่หลายส่วน แต่ถึงกระนั้น ความทนทานของเขาก็มิอาจต้านทานพลังทำลายล้างจากลูกไฟผลาญของรุจีที่ถูกเสริมอานุภาพด้วยวิชา "กงล้ออัคคีหมุนวน" ได้ทั้งหมด! ร่างของเขากระเด็นไปไกลหลายวา! นอนแน่นิ่งอยู่กับพื้นในสภาพไหม้เกรียมผมเผ้ากระเซิง!สิ้นลายคุณชายเจ้าสำราญไปในบัดดล!
ในขณะที่ตระกูลวรกุลที่เหลืออีกสี่คน (ไม่นับคุณชายใหญ่และคุณหนูรองที่หลบหนีไปได้อย่างหวุดหวิด) ต่างถูกพลังระเบิดซัดจนร่างสลาย! ถูกคัดออกจากโลกมิติแห่งการทดสอบนี้ไปทันทีในสภาพน่าอนาถ!
ณ บัดนี้ ที่ตรงนั้น... ในบริเวณที่เคยเป็นป่ารกชัฏแต่บัดนี้กลับกลายเป็นลานกว้างที่เต็มไปด้วยร่องรอยการทำลายล้าง... เหลือแต่เพียง ณิชา, รุจี... และ ดารา นันทกุล ที่กำลังยืนตัวสั่นงันงกด้วยความเจ็บปวดและตื่นตระหนกสุดขีด! นางกุมแขนข้างที่เลือดไหลทะลักไม่หยุด
"โอ๊ะ เจ็บปวดมากไหม..อยากจะหายหรือไม่" นางแสยะยิ้มก้มลงถาม อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน การควมคุมทุกอย่างได้มันทำให้นางรู้สึกดี ราวกับเทพธิดาที่กำลังยื่นข้อเสนอเยี่ยงปีศาจ!
ตึกๆ!!
"อ...อย่าฆ่าข้า..ข้ายอมแล้ว...ขอแค่ไม่ฆ่าข้า..." นางพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
ตึกๆ!!ตึกๆ!!
"..การทดสอบนี้สำคัญต่อข้า..ให้เป็นวัวเป็นควาย..ข้าทำตามเจ้าหมด." นางคุกเข่าอ้อนวอน ศักดิ์ศรีที่เคยมีมลายหายไปสิ้น!
'หึหึ ฮาๆ' ณิชาหัวเราะในใจ อกข้างซ้ายสั่นสะท้านด้วยความลิงโลดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ตึกๆ!!ตึกๆ!!ตึกๆ!! 'ความรู้สึกที่ได้ควบคุมผู้อื่น...ช่างหอมหวานยิ่งนัก!.....นี่สินะรสชาติของอำนาจที่แท้จริง!'
นางยื่นนิ้วชี้ที่เปื้อนเลือดของดารา ของมาไปให้ดารา ก่อนเอ่ย "มันสกปรก มาทำความสะอาดหน่อยสิ"น้ำเสียงนั้นเย็นเยียบไร้ความปรานี!
ตึกๆ!!ตึกๆ!!ตึกๆ!!ตึกๆ!!
ดารา นันทกุลตื่นตกใจ เกิดมาไม่เคยถูกเหยียดหมายขนาดนี้ แต่การทดสอบมันสำคัญกับชีวิตของเธอมากมันทำให้เธอคิดหนัก เธอทำใจอยู่สักพัก แววตาที่เต็มไปด้วยความอัปยศอดสู ความกลัว แต่ก็ยังมีความทะเยอทะยานบางอย่างที่ทำให้นางยอมลดทิฐิลง ก่อนอ้าปากทำการดูดเลือดของเธอเอง จากนิ้ว ณิชา ภาพนั้นน่าสะอิดสะเอียนจนแทบไม่อยากมอง!
ตึกๆ!!ตึกๆ!!ตึกๆ!!ตึกๆ!!ตึกๆ
!!!!!!!!
"ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ!!" เสียงหัวเราะที่บ้าคลั่งราวปีศาจ ดังก้องสะท้อนไปทั่วป่า ตัดกับหน้าตาที่เป็นเทพธิดา ของณิชา ราวกับได้ปลดปล่อยบางสิ่งบางอย่างที่ถูกกักขังมานานแสนนาน!
ดวงตาของดาราเบิกกว้างจ้องมองณิชาด้วยสีหน้าที่แสดงออกถึงความหวาดกลัวที่สุดในชีวิต! สตรีตรงหน้านาง...มันปีศาจร้ายในคราบเทพธิดาชัดๆ! นางพญามารจุติ!