ตอนที่ 4 : เงาที่เริ่มซับซ้อน
ริมฝีปากของเธอแตะลงมาที่ของเขาอย่างมั่นใจและอ่อนโยนในเวลาเดียวกัน
ไม่เหมือนจูบแรกแบบเงอะงะของวัยรุ่น
ไม่เหมือนการลอบจูบกันหลังตึกเรียน
แต่เป็จูบของคนที่ “รู้ดี” ว่ากำลังข้ามเส้นอะไรอยู่
และเลือกที่จะข้ามมันอย่างมีสติ
มือเขาในตอนแรกแข็งเกร็ง ไม่รู้จะวางไว้ตรงไหน ก่อนจะค่อย ๆวางลงบนไหล่เธอ
โลกภายนอกเงียบลงเหลือเพียงเสียงหัวใจตัวเองกับลมหายใจของคนตรงหน้า
เวลาค่อย ๆ ผ่านไปยศมัวแต่เคลิบเคลิ้มไปกับรสจูบที่พี่รหัสมอบให้
แม้กระทั่งทั้งตัวเขาและพี่รหัสไม่หลงเหลือสิ่งใดปกปิดร่างกายสองร่างแนบชิดกันไร้สิ่งใดขวางกั้น
ปีใหม่ถอนจูบออกมาแล้วค่อย ๆ ดึงมือยศให้ลงไปนอนบนเตียง
ร่างขาวนวลไร้ซึ่งอาภรณ์บดเบียดอยู่บนร่างเปลือยเปล่าของยศ
เธอบรรจงจูบที่แผงอกกำยะของเขามือลูบไล้เลื่อนจากหน้าอกลงไปถึงท้องน้อย
และไปหยุดกำรอบแก่นกายที่แข็งราวกับท่อนไม้ยศรู้สึกได้ถึงความนุ่มนวลและอบอุ่นของเรียวมือนั้น
สิ่งที่ยศคาดไม่ถึงก็คือ ปีใหม่ค่อย ๆ เลื่อนกายลงไปด้านล่างเรียวปากอวบอิ่มครอบลงบนแก่นกายของยศ
ทำเอายศต้องเกร็งไปทั้งตัวรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นรอบแก่นกายที่เลื่อนขึ้นลงอย่างช้า ๆ
เวลาผ่านไป ความเสียวซ่านเริ่มทวีขึ้น จนเขาเกือบทนไม่ไหว
“พะ...พี่...ใหม่” พูดได้เพียงเท่านี้ปีใหม่ก็เลื่อนตัวขึ้นมาปิดปากเขาด้วยรอยจูบอย่างหนักหน่วง
เธอจับมือของยศให้วางไว้บนดอกบัวเต้างามที่ขาวนวลและเต่งตึงเขารู้สึกได้ถึงความเด้งสู้มือที่คลึงลงไป
เขาอดไม่ได้ที่จะยืนหน้าเข้าไปดอมดมดอกบัวงามอีกข้างหนึ่งพลางฉกลิ้นรัวลงไปที่เม็ดบัวงาม
ปีใหม่ถึงกับซูดปากแอ่นอกแหงนหน้าขึ้นด้วยความเสียวซ่าน ร่องรักทะลักความเปียกชื้นออกมาอย่างต่อเนื่อง
เมื่อสุดจะกลั้น มือของเธอควานลงไปกำแก่นกายของยศไว้ แล้วค่อย ๆหย่อนตัวลงจนแก่นกายแทรกเข้าสู่ร่องรักจนหมด
ยศรู้สึกได้ถึงความรัดแน่นแต่ลื่นไหลทุกจังหวะการเลื่อนตังขึ้นลงของปีใหม่นำมาซึ่งความเสียวซ่านของทั้งสอง
ขณะที่มือข้างหนึ่งเคล้าคลึงดอกบัวงามที่เต่งตึงดอกบัวอีกดอกหนึ่งก็ถูกดุนดันตวัดรัวด้วยปลายลิ้นของยศ
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากค่อย ๆเลื่อนขึ้นลงอย่างเนิบช้า จนในที่สุดปีใหม่ก็ทนกลั้นต่อไปไม่ไหว
เธอเร่งโยกตัวขึ้นลง แต่ละครั้งเต็มไปด้วยความหนักหน่วงกระชั้นถี่ยิบ พร้อมกับแอ่นอกเงยหน้าขึ้นเกร็งไปทั้งตัว
เธอซูดปากพร้อมกับทิ้งตัวทาบทับลงไปบนแผงอกของยศขณะเดียวกับที่ยศรัวแก่นกายสวนขึ้นพร้อมทำนบที่เจิ่งนอง
ห้องทั้งห้องกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง เหลือไว้เพียงลมหายใจหอบเหนื่อยและร่างเปลือยเปล่าแนบชิดกันของชายหญิงคู่หนึ่ง
คืนวันนั้น…
ชัยยศกับปีใหม่ก้าวเลยเส้นของคำว่า “พี่–น้อง” ไปอย่างชัดเจน
รายละเอียดของัั ถ้อยคำ และความเร่าร้อน ที่เกิดขึ้นภายในห้องคอนโดเล็กๆ นั้น
กลายเป็ความลับระหว่างคนสองคน
ที่แม้เขาจะไม่เคยเล่าให้ใครฟัง
แต่ก็ไม่เคยลืมได้เลย
⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯
หลายปีต่อมา
เมื่อย้อนคิดถึงคืนนั้น เขายังแยกไม่ออกว่าอะไรมีน้ำหนักมากกว่ากัน
ความตื่นเต้นของการเปิดโลกครั้งแรก
ความรู้สึกถูกเลือกโดยผู้หญิงที่เหนือกว่า
หรือความผิดที่เริ่มแทรกซึมเข้ามาในหัวใจั้แ่วินาทีที่เขาตอบตกลง
แต่ไม่ว่าคำตอบจะเป็อะไร
คืนวันนั้น คือจุดเริ่มต้นแท้จริงของ “ดงรัก”
ดงรักที่ไม่ได้มีแค่ความหวานและเร่าร้อน
แต่เต็มไปด้วยหนามแหลมที่เขาต้องจ่ายราคาด้วยหัวใจตัวเองในวันข้างหน้า…
………………………………………
แสงลอดผ้าม่านบาง ๆ เข้ามาในห้องคอนโดทำให้ห้องที่มืดเมื่อคืนค่อย ๆ สว่างขึ้นทีละน้อย
กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ยังลอยอยู่ในอากาศ
เสียงรถด้านล่างเมืองกรุงเบา ๆ แว่วขึ้นมา
ชัยยศลืมตาช้า ๆ
เตียงนุ่ม
ผ้าห่มไม่ใช่ผืนเก่าที่หอพัก
เพดานขาวสะอาด ไม่มีรอยคราบน้ำซึม
เขาใช้เวลาไม่กี่วินาทีรวบรวมสติ
ก่อนจะรู้ตัวว่าเมื่อคืน…เขาไม่ได้ฝัน
ร่างอุ่นข้างกาย
เส้นผมยาวที่กระจายบนหมอน
กลิ่นตัวของปีใหม่ที่ยังชัดเจน
ทุกอย่างยืนยันว่า “เขาทำจริง”
หัวใจเต้นแรงขึ้น ทั้งจากความเขิน จากความสับสนและจากความรู้สึกผิดที่เริ่มโผล่หน้าออกมาช้า ๆ
ปีใหม่ยังหลับตาอยู่ แต่เหมือนรู้ตัว เพราะหลังจากนั้นไม่นานเธอก็ขยับตัวเล็กน้อย พลิกกายหันมาทางเขา
ดวงตาที่กำลังจะลืมขึ้นมองเขาตรง ๆ ไม่ได้เต็มไปด้วยความลำบากใจ
ไม่เขินอายแบบเด็กสาว
ไม่หลบตาหนี
กลับนิ่ง…และมั่นใจ
“ตื่นแล้วเหรอ น้องรหัส” เสียงเธอแ่ ๆ
เขากลืนน้ำลาย
“ครับ…”
เธอมองหน้าเขาอยู่สักพัก ก่อนยิ้มมุมปาก
“ทำหน้าเหมือนจะถูกจับเข้าค่ายทหารยังไงไม่รู้”
เขาหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ อย่างจำใจ
“ผม…แค่ยังงง ๆ ครับ”
“งงเื่ไหน”
“เื่…ทั้งหมด”
ปีใหม่ทำเพียงยกมือขึ้นมาวางบนอกเขาเบา ๆปลายนิ้วลูบวนไปมาอย่างไม่ได้คิดอะไรมากแต่กลับทำให้เขารู้สึกเืไหลทั่วตัวเร็วขึ้น
“เมื่อคืน ยศเมาจนจำอะไรไม่ได้เหรอ” เธอถามทั้งที่รู้คำตอบดี
“จำได้ครับ…” เขาตอบเสียงเบา “จำได้ทุกอย่างเลย”
“ก็ดีแล้ว”
เธอหาวนิด ๆ ก่อนพูดต่อ
“พี่ไม่ชอบอะไรที่ ‘เผลอ’ แล้วมาอ้างเหล้าพี่เลือกทำอะไรก็เพราะพี่อยากทำจริง ๆ”
เขาหันไปมองเธอ
เธอไม่ได้มีท่าทีเสียใจ
ไม่ได้พูดอะไรคลุมเครือ
เหมือนเธอวางใจตัวเองว่า “นี่คือการตัดสินใจของผู้ใหญ่คนหนึ่ง”แล้ว
“แล้ว…สำหรับยศล่ะ” เธอถามบ้าง “เมื่อคืนยศคิดว่าเป็เื่ผิดไหม”
คำว่า “ผิดไหม” วิ่งชนภาพบางอย่างในหัวเขา
หน้าพ่อ
แฟลตทหาร
เสียงนกหวีดตอนเด็ก
ใบหน้าของนิ่มในชุดนักเรียนที่หน้าวิทยาลัยพยาบาล
หลายภาพแทรกกันวุ่นไปหมด
เขาพ่นลมหายใจช้า ๆ
“ผม…ไม่รู้ครับว่าควรตอบยังไง”
“ตอบแบบที่คิดก็ได้”
“สำหรับผม เมื่อคืน…มันก็…ดี” เขายอมรับตรง ๆ
“และตอนนี้…ผมก็ไม่ได้รู้สึกอยากย้อนเวลากลับไปแก้อะไร”
ปีใหม่ไม่ได้ยิ้มกว้างแบบโล่งใจ
แต่แววตาที่มองเขานิ่มลง
“งั้นก็ดีแล้ว”
เธอผละมือจากอกเขา ลุกขึ้นนั่งบนเตียง ดึงผ้าห่มขึ้นคลุมตัวหลวมๆ ก่อนจะหันไปหยิบผ้าขนหนู
“ไปอาบน้ำเถอะ เดี๋ยวพาพี่ไปรับรถยศคงไม่อยากโดดเรียนทั้งวันใช่ไหม”
คำว่า “เรียน” ดึงเขากลับสู่โลกจริงทันที
มหาวิทยาลัย
ตารางเรียน
เพื่อน
ห้องเช่า
วิชาเช้า
เขาไม่ได้ตายไปจากโลกเดิม เพียงเพราะคืนเดียว
โลกเดิมยังอยู่
แต่เพิ่ม “โลกอีกใบ” เข้ามาซ้อน
โลกที่มีพี่ปีใหม่
ในห้องเงียบ ๆ แบบนี้
⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯
ระหว่างนั่งรถกลับมหาวิทยาลัย บรรยากาศในรถแปลกไปจากวันก่อนหน้า
เงียบกว่าตอนเราเพิ่งรู้จักกัน
แต่ไม่ใช่ความเงียบอึดอัด
กลับเป็ความเงียบที่เต็มไปด้วยอะไรบางอย่างที่ไม่มีใครพูดออกมา
ปีใหม่เอื้อมมือเปิดกระจกลงเล็กน้อย ให้ลมอ่อน ๆ พัดเข้ามา
“ยศ”
“ครับ”
“จากนี้ไป…เราไม่ได้เป็แค่พี่รหัส–น้องรหัสแล้วนะ”
ประโยคนั้นทำให้เขาหันไปมองเธอทันที
“แล้วเราเป็อะไรครับ”
เธอหัวเราะเบา ๆ
“ยังจะให้พี่เป็คนตั้งชื่อสถานะอีกเหรอ”
“ผมแค่…”
“ไม่ต้องรีบหาคำเรียกก็ได้มั้ง” เธอพูดช้า ๆ“เอาเป็ว่า…เราสองคนรู้ก็พอ ว่าตอนนี้เราใกล้กันมากกว่าคนอื่น ๆ ในคณะ”
ใกล้…
เขาทวนคำในใจ
ใช่
“ใกล้” แน่นอน
ใกล้จนไม่มีที่ว่างให้คนอื่นแทรก
แต่ในขณะเดียวกัน
คำว่า “ใกล้” นี้
กลับทำให้เขานึกถึง “คนที่กำลังถูกผลักให้ไกลออกไป” อีกคน
นิ่ม…
เธอไม่รู้เลย
ว่าโลกของเขากำลังเปลี่ยนไป
⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯
หลังจากค่ำคืนนั้นความสัมพันธ์ของเขากับปีใหม่ก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็หลังมือ
จากเดิมที่เธอเป็ “พี่ปีสองที่คอยให้เล็คเชอร์”
ตอนนี้ เธอกลายเป็
คนที่โทรปลุกตอนใกล้สาย
คนที่ถามก่อนว่า “กินข้าวหรือยัง”
คนที่ดุเมื่อรู้ว่าเขาลืมกินข้าวเพราะอ่านหนังสือ
คนที่บอกให้เขาเอาเสื้อไปซัก เพราะเริ่มเหม็นเหงื่อ
และในบางคืน…
คนที่เรียกเขาไปรวมอยู่ในห้องคอนโดด้วยกันอีก
มันไม่ได้เกิดขึ้นทุกวัน
ไม่ได้บ่อยจนกลายเป็ “ความเคยชินทางกาย”
แต่พอเกิดทีไรหัวใจเขาก็รู้สึกเหมือนกำลังเดินไปไกลจากโลกเดิมขึ้นทุกครั้ง
เธอให้ทั้งคำแนะนำเื่วิชาเรียน
เล็คเชอร์เก่า
ประสบการณ์จากอาจารย์แต่ละคน
วิธีเอาตัวรอดในมหาวิทยาลัย
และให้เขา
รู้จัก “ด้านหนึ่งของตัวเอง” ที่เขาไม่เคยเจอมาก่อน
ด้านของคนที่ถูกเลือก
ด้านของคนที่ใครสักคน “้า” จนไม่อยากแบ่งให้ใคร
หลายครั้ง หลังจากวกกลับมานอนห้องตัวเอง เขาจะนอนจ้องเพดานมืด ๆคิดถึงคำถามเดิม
นี่คือความรักไหม
หรือเป็แค่ความหลง
หรือเป็เพียงความอยากของวัยหนุ่ม
เขาไม่กล้าตอบ
เพราะไม่ว่าคำตอบไหน
มันก็เหมือนเขากำลังทรยศใครบางคนอยู่ดี
⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯
ฝั่งของนิ่ม
่แรก ๆ ยังมีโทรศัพท์จากตู้ให้เขาได้ยินเสียงเธอเป็ระยะ
เสียงนิ่มมักจะเหนื่อย ๆ
เล่าเื่ฝึกเวรดึก
เล่าเื่อาจารย์พยาบาลเข้ม
เล่าเื่เพื่อนหอ
“ยศ…่นี้เป็ไงบ้าง”
“ก็…เรื่อย ๆ เรียนเยอะเหมือนกัน”
เขาตอบกลาง ๆ เพราะไม่รู้จะเล่าตรงไหน
จะบอกได้ไหมว่าเมื่อคืนเขาไปไหนมา
จะบอกได้ไหมว่าเขานั่งกินข้าวในร้านดี ๆ กับคนอีกคน
จะบอกได้ไหมว่าเขาใช้เวลาทั้งบ่ายอยู่ในห้องของปีใหม่
ทุกครั้งที่นิ่มหัวเราะ เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังโกหกคนที่ไว้ใจเขามากที่สุดคนหนึ่งในชีวิต
ไม่ใช่โกหกด้วยคำพูด
แต่โกหกด้วยการ “ไม่พูดอะไรเลย”
จากโทรศัพท์ทุกสัปดาห์
กลายเป็ทุกสองสัปดาห์
จากไม่พ้นวันอาทิตย์
กลายเป็ “ถ้าตู้ว่าง”
จากคุยยาวครึ่งชั่วโมง
กลายเป็สิบห้านาทีสั้น ๆ
เขาไม่ทันสังเกตว่า
น้ำเสียงของนิ่ม จากที่สดใส
เริ่มกลายเป็นิ่ง ๆ
จนวันหนึ่ง เธอพูดคำหนึ่งที่ทำให้เขาสะอึก
“ยศ…่นี้ฟังดูมีความสุขดีนะ”
“อืม…ก็ดีนะ มหาลัยสนุก เพื่อนเยอะ พี่รหัสก็ดูแลดี”
เขาพูดไปตามตรง ความรู้สึกเป็จริงทุกคำ
แต่ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง
“ดีแล้วล่ะ” นิ่มตอบ “ก็…ดีแล้ว”
น้ำเสียงเธอไม่ได้ประชด
แค่เบาลงกว่าปกติ
“แล้วนิ่มล่ะ” เขารีบถามกลับ “เหนื่อยมากไหม”
“เหนื่อย…แต่ก็โอเค พยาบาลก็แบบนี้แหละเนอะ”
เธอหัวเราะเบา ๆ ก่อนพูดต่อ
“ถ้าอีกหน่อย ยศว่าง…ก็มาเล่าให้ฟังอีกนะ ว่ามหาลัยเป็ยังไง…จะได้ไม่รู้สึกเหมือนอยู่กันคนละโลกจนเกินไป”
คำว่า “คนละโลก” ทำให้เขานิ่งไป
เพราะในความเป็จริง…เขาเริ่มอยู่คนละโลกกับเธอจริง ๆ
โลกหนึ่งคือทางเดินยาวในวิทยาลัยพยาบาล
อีกโลกคือผับ แสงไฟ คอนโด และพี่ปีใหม่
เขานึกอยากพูดอะไรบางอย่าง
อยากบอกว่า “เรายังเหมือนเดิมนะ”
แต่ลึก ๆ เขารู้ดีว่าไม่เหมือนเดิมแล้ว
เลยได้แต่ตอบง่าย ๆ
“อืม…ไว้เราคุยกันอีกนะนิ่ม”
“จ้ะ ยศ”
เสียงเธอแ่ลงเล็กน้อย ก่อนสายจะตัดไป
เขามองหูฟังโทรศัพท์สาธารณะนิ่ง ๆ
เป็ครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าเสียง “ตึ๊ด…ตึ๊ด…” ปลายสาย
ดังเหมือนเสียงบางอย่างในใจที่ค่อย ๆ ขาดออกจากกัน
⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯
ในขณะที่เงาของนิ่มเริ่มบางลงในชีวิตประจำวันของเขา
ภาพของปีใหม่กลับชัดขึ้นทุกวัน
วันไหนไม่ได้เจอ เขาจะรู้สึกว่าวันนั้นขาดอะไรบางอย่าง
วันไหนเธอพูดออกมาว่า
“วันนี้อย่าลืมกินข้าวเช้า”
หรือ
“อย่าลืมงานส่งพรุ่งนี้นะ ถ้าลืม พี่จะโกรธ”
แค่ประโยคไม่กี่คำก็ทำให้เขายิ้มอยู่หน้าห้องเรียนคนเดียว
บางคืนที่พ่อโทรมาถามสารทุกข์
“อยู่เป็ไงบ้างวะ มหาลัยใหญ่ไหม เรียนรอดไหม”
เขาก็ตอบแต่เื่เรียน เื่เพื่อน
ไม่เคยเล่าเื่ปีใหม่
ไม่เคยเล่าเื่คอนโด
ไม่ใช่เพราะไม่ไว้ใจพ่อ
แต่เพราะเขารู้…ว่าถ้าพ่อรู้
เขาจะต้องได้ยินเสียงคำรามที่ไม่อยากฟัง
“มึงคิดจะเป็ผู้ชายแบบไหนกันแน่ ไอ้ยศ”
คำถามนั้น เขายังไม่กล้าตอบแม้แต่กับตัวเอง
⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯
หลายเดือนผ่านไป
ความสัมพันธ์ของเขากับปีใหม่
กลายเป็ทั้งแรงผลักให้เขาตั้งใจเรียน
และกลายเป็รอยด่างในใจไปพร้อม ๆ กัน
เขาได้เกรดดี เพราะมีคนบอกทางลัดให้
เขาวิ่งตามกิจกรรมได้ทัน เพราะมีคนคอยเตือน
เขาเริ่มรู้จักร้านอาหารถูก ร้านกาแฟอร่อย
เริ่มรู้ว่าอาจารย์คนไหนเข้ม คนไหนใจดี
แต่ทุกครั้งที่หัวถึงหมอนในห้องเช่า
ก่อนจะหลับ
ภาพสุดท้ายในหัวก็ไม่เคยเป็ใบหน้าของนิ่มอีกต่อไป
มันคือใบหน้าของปีใหม่
ที่โน้มลงมาหาเขาในค่ำคืนหนึ่ง
ถามเขาว่า
“คืนนี้…ยศอยู่ตรงนี้เพราะอะไร”
และเขา…ก็เป็คนตอบด้วยตัวเอง
ไม่มีใครบังคับเขา
ไม่ใช่เหตุบังเอิญ
ไม่ใช่แค่เหล้า
แต่เป็ “การเลือกเดินเข้าไปกลางดงรักด้วยตัวเอง”
โดยที่ปลายทาง เขายังไม่รู้เลยว่า
เขาจะเจอเพียงดอกไม้
หรือโดนหนามบาดจนเือาบ
บนเก้าอี้ริมโขงในวันนี้
ชายวัยเจ็ดสิบอย่างชัยยศ พ่นลมหายใจยาว
สายตายังมองไปกลางน้ำ
แต่ในแววตาเต็มไปด้วยร่องรอยของคนที่เคยเดินหลงในดงรักมาไกลเกินกว่าจะแค่หัวเราะขำๆ ได้
“ตอนนั้น…ฉันนี่มันโง่หรือเห็นแก่ตัวกันแน่วะ”
เขาถามตัวเองแบบที่รู้ดีว่าไม่มีคำตอบง่าย ๆ
เพราะในความจริงแล้ว…มันอาจจะเป็ทั้งสองอย่างในคนคนเดียวกันก็ได้
— จบตอนที่ 4 —